วันรุ่งขึ้นที่หอคอยแมงมุม
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“อินาริตื่นรึยังครับ”
แมงมุมม่วงมาเคาะประตูห้องของตัวเองที่ยกให้หญิงสาวใช้พักผ่อน
“ตื่นแล้วคะเปิดเข้ามาเลย”
เสียงหวานดังขึ้นมาจากอีกฝั่งของประตูเชื่อเชิญให้ชายหนุ่มเดินเข้าไป แมงมุมม่วงเปิดประตูบานนั้นออกมาอย่างช้าๆ
ภาพของสาวงามที่มีเรือนผมและนัยย์ตาสีทองนั่งกินน้ำชาอยู่บนเก้าอี้สุดหรูที่ออกแบบแนวยุโรปโบราณอยู่ริมหน้าต่างที่ถูกเปิดออก ปล่อยให้แสงแดดอ่อนๆยามเช้าฉายลงมาทาบบนผิวขาวนวลทำให้หญิงสาวผู้งดงามหาใครเปรียบอยู่แล้ว ดูงดงามราวกับภาพลวงตาที่แค่กระพริบตาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะหายไป นั้นทำให้ชายหนุ่มอย่างแมงมุมม่วงที่เพิ่งเข้ามาในห้องถึงกับมองตาค้างในความงามอันเปล่งประกายของเธอ
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณอินาริ”
“พี่แมงมุมกินน้ำชาก่อนสิคะ”
สาวงามผู้นั้นยิ้มให้กับชายหนุ่มพร้อมกับรินน้ำชาในแก้วน้ำชาสุดหรูที่อยู่ตรงข้ามของเธอและแน่นอนไม่มีบุรุษเพศคนใดจะปฏิเสธคำชวนของสาวงามเช่นเธอได้ ทำให้แมงมุมม่วงเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ราวกับเจอมนตร์สะกด
“เอ่อ...พี่แมงมุมม่วงเป็อะไรรึเปล่าคะ”
อินาริถามชายหนุ่มเมื่อเธอเห็นเขานั่งใจลอยเอาแต่มองหน้าเธอ โดยไม่แตะน้ำชาที่เธอรินให้เลย แต่ยังคงไร้เสียงตอบรับจากชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามพักใหญ่ จนเธอต้องยื่นมือไปเขย่าแขนของเขาพร้อมกับถามซ้ำอีกรอบหนึ่ง
“พี่แมงมุมไม่สบายตรงไหนรึเปล่าคะ”
ในที่สุดชายหนุ่มก็ออกจากภวังค์แล้วตอบคำถามของสาวงามที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา ในชีวิตของเขานั้นก็มีสาวงามมากมายเข้ามาในชีวิตแต่ไม่มีใครสักคนที่ทำให้เขาลืมหายใจได้ขนาดอินาริที่นั่งยิ้มอยู่ข้างหน้าเขา
“ไม่เป็อะไรครับสงสัยว่าเมื่อคืนจะวางแผนกันจนดึกไปหน่อย”
เมื่อได้ฟังคำตอบของแมงมุมม่วงแม่จิ้งจอกเ้าเล่ห์ก็ตีหน้าเศร้าทันที โดนทำเหมือนว่าเป็เพราะเธอแท้ๆ ที่ทำให้แมงมุมม่วงต้องลำบากขนาดนี้ก่อนจะดำเนินแผนของเธอต่อไป
“น้องอินาริไม่อยากให้าเกิดขึ้นเพราะน้องเลยตอนนี้ยังทันนะคะ”
อินาริใช้จิตวิทยาขั้นสูงกับแมงมุมม่วงเนื่องจากเพศชายเป็เพศที่มักจะทำอะไรตรงข้ามกับคำแนะนำของเพศหญิงเสมอ โดยเฉพาะคนที่เป็ถึงระดับหัวหน้าอย่างแมงมุมม่วงดังนั้นการที่อินาริกรอกหูเขาว่าให้ส่งตัวเธอให้หมีดำและอย่าทำามันจึงส่งผลให้แมงมุมม่วงทำในสิ่งที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งเข้าแผนของเธอพอดี
“ไม่ต้องห่วงไปน้องอินาริแต่กลับดีซะอีกที่ได้ทำาตัดสินกับพวกมันสักที เพราะว่าพี่แมงมุมคิดอยู่นานแล้วว่าอยากตัดสินกับเ้าหมีดำนับว่าการมาของน้องอินาริครั้งนี้เป็โอกาสที่ดีที่จะใช้ตัดสินกับมันไปเลย”
“แต่ว่าหมีดำนั่นน่ากลัวมากๆเลยนะคะเมื่อวานแค่คุยกันผ่านหน้าจอน้องยังอึดอัดจนหายใจไม่ออก”
อินาริยังคงรักษาสีหน้ากังวลใจขณะพูดต่อไป
“ไม่ต้องห่วงนะเมื่อคืนพี่วางแผนมาอย่างดีแล้วไม่ว่ายังไงเ้าหมีดำไม่มีทางที่จะชนะพวกพี่ได้หรอก”
แมงมุมม่วงมั่นใจในแผนของเขามากเพราะกลุ่มหมีดำเป็กลุ่มที่มีแต่พละกำลังเท่านั้น ไม่เคยใช้แผนการรบใดๆที่พวกหมีดำมีระดับมากกว่าพวกเขาเพราะว่ารอบๆถ้ำหมีดำมีมอนสเตอร์ระดับสูงกว่ารอบๆหอคอยแมงมุมเท่านั้น
“ถ้างั้นน้องอินาริขอตามไปด้วยได้ไหมคะ”
อินาริพูดขณะมองไปทางอื่นแต่ว่ามือของเธอจับอยู่ที่แขนเสื้อของแมงมุมม่วง
“ไม่ต้องห่วงหรอกน้องอินาริคอยอยู่ที่หอคอยนี้แหละ เพราะว่าพี่จะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเดี๋ยวพี่ให้มือดีคุ้มกันน้องอินาริไว้เอง น้องอยู่ในห้องล็อกห้องไว้ด้วยล่ะแล้วรอพี่กลับมานะ”
แมงมุมม่วงที่โดนอินาริใช้จิตวิทยาแบบเดิมหลอกอีกครั้งคิดไปเองว่าตัวเองคงสามารถแทรกเข้าไปในจิตใจของสาวงามได้ไม่มากก็น้อยแล้ว
“เดี๋ยวพี่ต้องออกเดินทางไปเตรียมตัวก่อนแล้วไปก่อนนะน้องอินาริ”
แมงมุมม่วงพูดพรางเอามือของตัวเองไปกุมมือของอินาริที่จับแขนเสื้อของเขาอยู่คราวนี้เหมือนอินาริจะไม่ขัดขืนเท่าไหร่ สาวงามข้างหน้าเขานี้คงจะมีใจให้เขาจริงๆ
(นี่จะเป็ครั้งสุดท้ายแล้วที่จะต้องทนัักับผู้ชายน่าขยะแขยงคนนี้อินาริทนไว้)
“ให้น้องอินาริได้ไปส่งพี่แมงมุมนะคะ”
อินาริยังคงยิ้มบางๆให้แมงมุมม่วงได้แม้เธอจะคิดไปในทางตรงกันข้างก็ตาม เธอรู้ดีว่าแมงมุมม่วงต้องไม่ให้เธอไปส่งแน่เพราะว่ากลัวลูกน้องของตัวเองจะมาล่วงเกินเธอก่อนเขา
“ไม่เป็อะไรหรอกจ้ะน้องอินาริพักผ่อนต่อให้เต็มที่เถอะจ้ะเดี๋ยวพี่ก็กลับมาแล้ว”
แมงมุมม่วงตอบแบบที่อินาริอยากให้เขาตอบจนเธอคิดว่าเขาช่างเหมือนกับลาที่ถูกเธอจูงอยู่จริงๆ
“ค่ะถ้าอย่างนั้นขอให้พี่แมงมุมโชคดีนะคะ”
อินาริมอบรอยยิ้มที่จะเป็ครั้งรอยสุดท้ายให้แมงมุมม่วงเพราะว่าเธอเก็บรอยยิ้มสุดท้ายไว้ตอนมอบความยุติธรรมจากระบบให้เขานั้นเอง
สนามรบของกลุ่มหมีดำและกลุ่มแมงมุมม่วงนั้นเป็พื้นราบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตรงกลางเป็แม่น้ำตื้นๆที่ไหลไม่แรงนักไหลพาดผ่านทิศ ตะวันออก-ตะวันตกด้านทิศเหนือและทิศใต้มีหน้าผาที่เกิดจากการยกตัวของแผ่นดินสูงประมาณ 1.5 เมตรตอนนี้เป็เวลาที่พระอาทิตย์อยู่กลางท้องฟ้า กองกำลังทั้งสองฝ่ายก็วางกำลังอยู่บนหน้าผาด้านทางทิศเหนือและทิศใต้ ตามเวลาที่นัดหมายเอาไว้
กลุ่มหมีดำนำโดยหมีดำนักรบเกราะหนัก อายุประมาณ 30 ระดับ 50 รูปร่างสูงใหญ่เกือบ 2เมตรใส่ชุดเกราะทั้งตัวทำจากกระดูกสัตว์หุ้มด้วยขนสัตว์ ใช้อาวุธเป็ขวานสองคมส่วนที่เป็คมกว้าง 1.5เมตร ยาว 1เมตร เมื่อรวมกับด้ามจับอีก 1เมตรทำให้ขวานนี้เมื่อหมีดำเอามาเก็บไว้ที่หลังมันสูงกว่าหมีดำนิดหน่อย
ลูกน้องของหมีดำมีจำนวนประมาณ120 คนระดับเฉลี่ยอยู่ที่ 40 แบ่งเป็อาชีพนักรบ 80 คน นักธนู 30คน นักบวชสายสนับสนุน10 คน ใส่อาวุธและเครื่องป้องกันระดับ 2-3 ทั้งหมดจัดทัพที่ บริเวณทุ่งหญ้าใต้ผาโดยรูปแบบกองทัพรูปหอก ให้อาชีพนักรบเป็หัวหอก นักเวทย์อยู่ตรงกลางและนักธนูเป็ด้ามหอก
กลุ่มแมงมุมม่วงนำโดย แมงมุมม่วงมือปืนประจัญบาน อายุประมาณ 25ปี ระดับอยู่ที่ 48รูปร่างและความสูงปานกลาง แต่มีหน้าตาที่หล่อเหลาใส่ชุดเสื้อคลุมสีม่วงเป็มันคลุมั้แ่หัวจรดเท้าอาวุธที่ใช้เป็ปืนไรเฟิลแบบปืนกล ตามตัวของเอามีแม็กกาซีนะุปืนอยู่เป็จำนวนมาก
ลูกน้องของแมงมุมม่วงมีจำนวนประมาณ100คน ทั้งหมดมีอาวุธและเครื่องป้องกันระดับ 4-5 มีระดับเฉลี่ย 35 แบ่งเป็ นักรบ20คน มือปืน 40คน นักเวทย์ 20คน นักบวช 20คน ตอนนี้ที่จัดทัพอยู่มีเพียงนักรบที่จัดขบวนเป็แถวหน้ากระดานเรียง 1 และนักบวชและนักเวทย์ที่ยืนอยู่บนหน้าผาเท่านั้นไม่เห็นวี่แววของกองกำลังที่เหลือเลย
“แมงมุมม่วงยอมแพ้ตอนนี้ก็ยังไม่สายนะพี่หมีจะถือว่าพี่พาลูกน้องมาเดินเล่นเท่านั้น”
ภาพของหมีดำขนาดใหญ่ถูกฉายขึ้นบนอากาศแบบสามมิติภาพที่ฉายค่อนข้างเลือนรางเนื่องจากเป็เครื่องรุ่นเก่า
“ไร้สาระน่า...หมีดำเลิกเรียกตัวเองว่าเป็พี่ได้แล้ว ได้ยินแล้วอยากจะคายของเก่ามีพี่ที่ไหนเขาแย่งผู้หญิงของน้องบ้าง”
แมงมุมม่วงเอาก็ฉายภาพของเขาขนาดใหญ่ขึ้นในอากาศเช่นเดียวกัน แต่เครื่องฉายภาพของแมงมุมม่วงเป็รุ่นใหม่กว่าภาพจึงคมจัดสมจริง
“สายของข้ารายงานเื่อินาริั้แ่เขาเพิ่งเดินเข้าเมืองแล้วโว้ย ข้าเห็นก่อนก็ต้องเป็ของข้าสิวะแต่พวกแมงมุมม่วงนั้นแหละที่ไปชิงตัวมาก่อน”
กลุ่มโจรที่สู้กับพวกเมอบิอุสตอนที่เขากำลังเข้ามาในเมืองเป็ลูกน้องของหมีดำที่คิดจะจับอินาริไปให้ลูกพี่ของตัวเองนั่นเอง
“แต่เมื่อวานตอนที่คุยกันน้องอินาริเขากลัวแกมาก หน้าตาเถื่อนๆแบบนั้นริจะเด็ดดอกฟ้ารึไงคนสวยๆก็ต้องเหมาะกับคนหล่อๆอย่างข้า แมงมุมม่วงสิ”
แมงมุมม่วงพูดว่าตัวเองหล่ออย่างไม่อายปากแล้วยังยักคิ้วให้หมีดำอีกทีหนึ่งด้วย
“นั่นเพราะเขาไม่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของข้าหมีดำ ต่างหาก ถ้าได้ลองมาทำความรู้จักกันนะจะได้รู้ว่าจริงๆแล้วข้านะน่ารักกว่าหมีพูห์ อีกนะโว้ย”
หมีดำโต้ตอบแม้ว่าเขาจะหน้าตาไม่ดีแต่ลึกๆแล้วเขาเป็คนน่ารัก ที่โสดมา 30ปีเพราะว่าไม่ว่าสาวคนไหนเห็นน่าตาของเขาก็เผ่นกันป่าราบก่อนที่จะได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา
“คนเราน่ะแรกเจอเขาก็ดูกันที่หน้าตากันก่อนนั้นแหละแล้วอีกอย่างไอ้ที่สกปรกเหม็นอับ ไร้สิ่งอำนวยความสะดวกแบบรูหมีดำของแกมันจะไปทำให้ผู้หญิงที่บอบบางอย่างน้องอินาริมีความสุขได้ไง”
แมงมุมม่วงเอาความซกมกของหมีดำมาเปิดเผยพร้อมกับฉายภาพถ้ำหมีดำที่เป็ถ้ำชายโสดที่มีสภาพรก เละเทะมากๆเป็ของแถมด้วย
“เขาเรียกเศรษฐกิจพอเพียงโว้ยหิวก็ล่าสัตว์ ง่วงก็นอน เมื่อเราอยู่กับธรรมชาติแล้วก็ไม่ต้องอาศัยของฟุ้งเพ้อพวกนั้นหรอกแม่ข้าบอกว่าผู้หญิงเขาชอบผู้ชายประหยัด”
หมีดำยกคำพูดของแม่ของเขาขึ้นขึ้นมาตอบโต้แมงมุมม่วงผู้ฟุ้งเฟ้อ ดูจากเครื่องเรือนในห้องของเขาก็พอดูออก
“อย่าเอาความพอเพียงกับความมักง่ายมารวมกันดิอย่างนี้เขาเรียกว่าโสโครกไม่ใช่พอเพียงถ้าอินาริไปอยู่วันๆไม่ต้องทำอะไรแค่เก็บถ้ำให้มันสะอาดก็ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้วถามหน่อยเหอะอาบน้ำครั้งสุดท้ายวันไหนวะกลิ่นโชยมาถึงนี่”
แมงมุมม่วงทำท่าบีบจมูกล้อเลียน พร้อมกับลูกน้องของเขาที่ทำท่าทางเลียนแบบหัวหน้าด้วยเช่นกัน ด้านหมีดำที่โดนจี้ใจดำก็ยกนิสัยเสียของแมงมุมม่วงขึ้นมาโต้กลับบ้าง
“ไม่กี่สัปดาห์หรอกถ้าน้องอินาริมาก็ต้องอาบน้ำต้อนรับน้องเขาอยู่แล้วดิแล้วแกไอ้แมงมุมม่วงไอ้ผู้ชายที่หลอกผู้หญิงจนร้องไห้มาเป็สิบๆคนอย่างแกจะทนไม่มีคนใหม่ได้เหรอวะถามหน่อยเหอะนี่ข้าหมีดำไม่เคยทำให้ผู้หญิงเสียใจเลยนะ”
“เพราะที่ผ่านมาข้ายังไม่เจอตัวจริงตาหากเมื่อเจอน้องอินาริข้าแมงมุมม่วงก็พร้อม หยุด หยุด ชีวิตหยุดกับคนนี้แม้ใครมันจะดีสักแค่ไหน แล้วที่ไอ้หมีควายไม่เคยทำผู้หญิงเสียใจเพราะว่าพวกเขากลัวหมีจนหนีไปก่อนอะสิ”
แมงมุมม่วงร้องเพลงโปรดก่อนจะเปลี่ยนคำเรียกหมีดำบ้างจะได้ไม่จำเจ
“หนอยไอ้แมงมุมเกย์ก็แค่อยากจะมีคนสวยเอาไว้บังหน้ามากกว่าน่ะสิมีใครที่ไหนวะที่เขาใส่ของสีม่วงั้แ่เสื้อยันกางเกงในบ้างไม่พอนะยังบังคับให้ลูกน้องตัวเองใส่อีก”
ในที่สุดหมีดำเอาความลับสุดยอดออกมาแฉซึ่งแม้แต่ลูกน้องของแมงมุมม่วงก็ยังสงสัยในประเด็นนี้แต่ไม่กล้าถามหัวหน้าของตัวเอง
“มันเป็สีจากฮวงจุ้ยโว้ยไอ้คนเถื่อนไม่รู้จักสินะ แล้วกลุ่มหมีดำดีกว่านักหรือไงตอนตั้งกลุ่มตอนแรกใช้ชื่อว่ากลุ่มหมีขาวเพราะตกลงกันในกลุ่มว่าเอาเสื้อสีขาวเป็สัญลักษณ์แต่เพราะี้เีซักจนมันดำเลยเปลี่ยนเป็ชื่อหมีดำ โถ่ไอ้หมีควายโสโครกเลิกเกาขี้กรากที่ตูดเหอะวะ อุจาดสายตา”
แมงมุมม่วงขุดเื่เก่าๆออกมาพูดพร้อมกับชี้นิ้วของเขาไปทางหมีดำที่ความผิดยังคามือเพราะว่าภาพสามมิติขนาดใหญ่ของหมีดำมันฟ้อง
“เอาเรียกผื่นร้อนไม่ใช่ขี้กรากคันก็ต้องเกาดิวะ ดีกว่าไอ้เถิกละกันขนาดตอนสร้างตัวละครปรับให้ผมหนาขึ้นยังช่วยอะไรไม่ได้รู้นะว่าที่เอามือลูบหัวบ่อยๆน่ะชันนะตุใต้วิกผมบนหัวมันคงร้ายกาจมากสินะ”
หมีดำโต้ตอบด้วยปมด้อยของหนุ่มหล่อนามแมงมุมม่วงที่เอามือลงจากที่จับหัวตัวเองอยู่อย่างรวดเร็ว
“หนอย...”
แมงมุมม่วงถึงกับเถียงไม่ออกได้แต่กระทืบเท้าด้วยความคับแค้นใจส่วนลูกน้องของทั้งสองฝ่ายที่ตากแดดตอนเที่ยงมานานแล้วก็เริ่มที่จะเบื่อาน้ำลายของทั้งสองฝ่ายแต่เื่ที่เหนื่อยที่สุดคงเป็ต้องกลั้นหัวเราะเอาไว้เนื่องจากต่างฝ่ายต่างไม่คิดเลยว่าหัวหน้าของตัวเองจะมีเื่แบบนี้แอบแฝงอยู่ด้วย
“ฮ่าฮ่าฮ่าเถียงไม่ออกเลยดิไอ้เถิกเอาโว้ยพวกเรากลุ่มหมีดำบุกก่อนที่แมงมุมม่วงมันจะคิดคำเถียงออก ลุย !!!”
ในที่สุดาจริงๆก็เริ่มเสียทีกองกำลังรูปหอกของหมีดำวิ่งไปข้างหน้าเพื่อจัดการศัตรูแม้จะวิ่งด้วยความเร็วแต่รูปขบวนกลับไม่แตกแถวเลยแสดงว่าคราวนี้เขาเตรียมลูกน้องมาดีมาก
“ทำตามแผนนักเวทย์อย่าให้พลาดรวบรวมพลังเวทย์ไว้”
แมงมุมม่วงที่แม้จะโกรธจัดจนควันออกหูแต่ยังคงมีสติสั่งให้ลูกน้องทำตามแผนที่เตรียมเอาไว้ั้แ่เมื่อคืน
นักรบ20คนของแมงมุมม่วงยังคงยืนอยู่ที่เดิมแต่กองกำลังทั้งหมดของกลุ่มหมีดำที่มีหัวหน้ากลุ่มวิ่งนำเป็ปลายหอกวิ่งมาจนเกือบจะข้ามแม่น้ำตรงกลางแล้ว
“ยังก่อนยังก่อน” แมงมุมม่วง ยกมือเป็สัญญาณเตรียมพร้อมให้กับกองทัพนักเวทย์ของเขา
“สงสัยมันกลัวจนหัวหดไปแล้วพวกเราลุยเลย !!!”
หมีดำที่เห็นว่าฝ่ายแมงมุมม่วงไม่ได้มีการเคลื่อนไหวแม่แต่น้อยตัดสินใจเร่งฝีมือของกองทัพของเขาขึ้นอีกเพื่อให้ออกจากแม่น้ำตรงกลางให้เร็วที่สุดแต่ก็ยังช้ากว่าแมงมุมม่วงที่รอจังหวะนี้อยู่
“ตอนนี้แหล่ะเอาเลย !!!”
แมงมุมม่วงโบกมือไปข้างหน้าเป็สัญญาณให้เริ่มแผนการขั้นแรก
ที่บนท้องฟ้าเหนือจุดที่กองทัพของหมีดำอยู่มีเมฆดำหน้าตาน่าสงสัยก้อนใหญ่ ลอยต่ำเกิดขึ้นทันทีก่อนที่เมฆก่อนนั้นจะหมุนวนและการเป็พายุหิมะขนาดใหญ่มันคือเวทมนต์ที่ใช้เรียกพายหิมะนั้นเองแม้ว่าเวทย์นี่จะเป็เวทย์ที่พลังโจมตีไม่มากนักแต่กินบริเวณกว้างเวลาใช้และแมงมุมม่วงเล็งผลข้างเคียงของมันเอาไว้
แม่น้ำตื้นๆที่กว้างประมาณ10 เมตรนั้นแข็งเป็น้ำแข็งทันที โดยมีนับรบของกลุ่มหมีดำจำนวนมากที่เท้าติดอยู่ในน้ำแข็งส่วนพวกที่วิ่งตามมาด้านหลังก็ไม่อาจหยุดวิ่งได้ในทันทีเพราะว่าพื้นที่เป็น้ำแข็งนั้นลื่นมา พวกเขาจึงชนกันล้ม ระเนระนาดทำให้ขบวนทัพของกลุ่มหมีดำตอนนี้ยุ่งเหยิงไปหมด
“ไอ้ขี้โกงเก่งจริงมาซัดกันเลยดิวะ”
หมีดำหัวหน้ากลุ่มโวยวายเสียงดังที่กลุ่มแมงมุมม่วงเล่นแผนสกปรกแบบนี้ ไม่ยอมสู้กับเขาตรงๆ
“อย่ามาตลกถ้านี่เรียกว่าโกงงั้นพวกหมีดำที่ระดับมากกว่าก็โกงด้วยสิ พลปืนเอาลูกตะกั่วอุดปากมันเลย!!!”
แมงมุมม่วงสั่งการพลปืนที่ซ่อนตัวอยู่เริ่มการโจมตีทันที ซึ่งสิ้นเสียงคำสั่งของเขาพื้นดินที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำก็มีคนจำนวนมากออกมาจากหลุมพรางซึ่งถูกปิดเอาไว้ด้วยแผ่นกระดานแข็งๆ ที่ดูกลมกลืนกับพื้นจนดูไม่ออก
รอบๆของริมแม่น้ำฝั่งของแมงมุมม่วงมีมือปืนกว่า40 คนออกมาจากที่ซ่อนตัวเป็แนวครึ่งวงกลม ล้อมกองทัพของหมีดำเอาไว้และเริ่มสาดะุจำนวนมากเข้าใส่กลุ่มของหมีดำที่ไม่อาจเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ทันที
“กองหน้าลุกขึ้นตั้งโล่ได้พลธนู ยิงข้ามหัวเลย”
หมีดำเองก็เจนชัดศึกไม่น้อยเขาตั้งสติอย่างรวเร็วก่อนจะเอาโล่ออกมาจากกระเป๋าหนังหมีของเขาแล้วเอามากันะุปืนที่บินว่อน ซึ่งลูกน้องเขาก็ต่างทำตามด้วยความรวดเร็วนักรบที่อยู่หน้าด้านเอาโล่ออกมาตั้งป้องกันคนข้างหลังส่วนคนข้างหลังยกโล่ขึ้นป้องกันการโจมตีจาก้าให้คนข้างหน้าแต่ชั่วพริบตากองทัพของหมีดำก็เหมือนมีเกล็ดที่ทำงานโล่โลหะจำนวนมากอยู่รอบตัวเพื่อป้องกันการโจมตีจากรอบทิศทาง
“นักรบทุกคนเปล่งพลังออกมา ทำลายน้ำแข็งนี่ซะ”
“อา...!!!”
หมีดำะโสั่งให้ลูกน้องของเขาใช้ท่าที่เพิ่มพลังโจมตีซึ่งเกิดจากการนำพลังธาตุไฟในตัวไปเร่งกระบรวนการเผาผลาญของร่างกายเพื่อให้มีพลังกายมากขึ้น นักรบจำนวนมากสูดอากาศจำนวนมากเข้าไปในปอดเพื่อเป็เชื้อไฟอย่างรวดเร็ว ก่อนจะะโออกมาพร้อมกัน จนกลบเสียงปืนที่ดังไม่หยุดจนมิด
“ฮ่า !!!”
เสียงะโดังสนั่นพร้อมกับพลังสีแดงที่ปะทุออกมาจากร่างน้ำแข็งที่เคยเกาะเท้าของพวกเขาอยู่แตกกระจายเนื่องจากทนกำลังอันมหาศาลไม่ไหว จากนั้นหมีดำก็เริ่มเดินหน้าต่อเพื่อออกจากแม่น้ำนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ศัตรูของเขาจะใช้ลูกเล่นอะไรอีกซึ่งก็เป็อย่างที่หมีดำคิด เพราะแมงมุมม่วงกำลังถ่ายทอดคำสั่งต่อไปแล้ว
“นักบวชดูแลพลปืนให้ดีนักเวทย์ใช้เวทย์สายฟ้า พลปืน เปลี่ยนไปใช้ปืนลูกซอง นักรบเตรียมพร้อมไว้”
เวทย์สายฟ้าห่าใหญ่ถูกใช้ออกมาพร้อมกันสายฟ้าเส้นจำนวนมากฟาดลงมาจากฟ้า เข้าใส่เกล็ดเหล็กที่พวกนักรบสร้างขึ้น การที่ยกโล่โลหะขึ้นบนฟ้าในขณะที่ขาจุ่มน้ำนั้นทำให้พวกเขากลายเป็สายล่อฟ้าดีๆนี่เอง พวกนักรบที่พลังป้องกันเวทย์ต่ำมากต่างาเ็หนักกันไปตามๆกัน
และผลจากการโดนแช่แข็งแล้วต่อด้วยสายฟ้านั้นทำให้พวกนักรบของกลุ่มหมีดำเดินไปข้างหน้าได้อย่างเชื่องช้า ประกอบกับพลปืนของแมงมุมม่วงได้เปลี่ยนไปใช้ปืนลูกซองที่ทำให้แรงปะทะที่รุนแรงกว่าะุธรรมดามาก นับรบของกลุ่มหมีดำหลายคนจึงล้มลงแล้วกลายเป็แสงพุ่งขึ้นฟ้าไปในที่สุด
“ทุกคนตั้งสติเอาไว้อย่าไปยอมแพ้ไอ้พวกขี้โกงนั้น”
หมีดำถึงกับร้องอย่างหัวเสียเมื่อพวกตนเริ่มเสียเปรียบกองทัพเริ่มระส่ำระส่าย เขาจึงเรียกใช้ความสามารถด้านผู้นำทัพที่ทำให้กองกำลังการควบคุมของเขาทำงานประสานกันได้ดีขึ้น ลดความแตกตื่นของกองทัพแล้วยังเพิ่มพลังทุกด้านเล็กน้อย
‘Aura of the leader’
“นักบวชใช้โล่ป้องกันเวทมนต์ ไม่ต้องใช้ท่าพื้นพลัง นักธนูยิงตามหัวหน้ากลุ่มนักรบรวบรวมพลังไว้ใช้ยาเพิ่มพลังให้คนข้างหน้า เตรียมเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความสามารถพื้นฐานcharge ได้”
นักรบร่างั์สั่งการเพื่อแก้สถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็วเริ่มจากให้นักบวชสร้างโล่ที่สามารถป้องกันเวทมนต์ที่เป็ตัวสร้างความเสียหายหลักแก่กองทัพของเขาตามด้วยเน้นการยิงธนูแบบเน้นให้ศัตรูตายทีละคน ส่วนนักรบข้างหลังก็ส่งน้ำยาเพิ่มพลังให้คนข้างหน้าอย่างเป็ระเบียบในขณะที่รวบรวมพลังไฟในร่าง เพื่อทำใช้ในการรบระยะประชิด
“มันจะมาแล้ว นักรบเตรียมพร้อม พลปืนถอนกำลังนักเวทย์จับกลุ่ม 3คนต่อ1เป้าหมาย”
แมงมุมม่วงที่เดินมาอยู่ด้านหน้าสุดของกองทัพนักรบของตัวเองปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดทัพให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ในปัจจุบันในกองทัพของเขานั้นคนที่สามารถสู้กับหมีดำได้ มีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น
“อ้าก !!!”
พลปืนของแมงมุมม่วงคนหนึ่งที่ออกมาจากหลุมพรางและกำลังวิ่งหนีไปที่กองหลัง ถูกลูกธนูจำนวนมากยิงใส่จนล้มลงจนกลายเป็แสงในที่สุด ซึ่งหมีดำก็ใช้การตายของเขาเป็สัญญาณในการบุกแบบเต็มกำลัง
“นักรบทั้งหมด charge !!!”
หมีดำสั่งการเสียงดังพร้อมกับเก็บโล่กันใหญ่ใส่ไว้ในกระเป๋าตามเดิมเช่นเดียวกัน ลูกน้องของหมีดำที่เป็อาชีพนักรบก็ต่างเก็บโล่ ก่อนพุ่งออกไปเหมือนลูกศรที่ออกคันธนูด้วยความสามารถ chargeซึ่งความสามารถนี้เป็ความสามารถพื้นฐานของอาชีพสายนักรบที่เมื่อใช้ออกมาแล้วพวกเขาจะพุ่งไปด้านหน้าด้วยความรวดเร็ว
ด้านแมงมุมม่วงที่เห็นว่ากองหน้าของศัตรูได้กำลังพุ่งเข้าประชิดเขาด้วยความเร็วสูง ก็สั่งให้นักรบตัวเองพร้อมรบทันที
“นักรบทั้งหมดเตรียมป้องกันเอาไว้ อย่าให้ใครผ่านพวกเราไปได้ พลปืนเมื่อได้ตำแหน่งแล้วยิงเลย”
นักรบและตัวแมงมุมม่วงเองเน้นการป้องกันไม่ให้นักรบของหมีดำผ่านพวกเขาไปได้ปล่อยให้พลปืนที่ปีนขึ้นหน้าผาเล็กๆระดมยิงเนื่องจากเป็การยิงจากที่สูงลงที่ต่ำทำให้อัตราการยิงโดนหัวสูงขึ้นมาก ส่วนนักเวทย์ที่จับกลุ่ม3 คนก็ทะลวงกำแพงเวทย์ที่ป้องกันเวทย์ได้อย่างง่ายดาย
ส่วนหมีดำได้ให้นักธนูยิงข้ามหัวไปยังกลุ่มนักเวทย์ นักบวชและพลปืนส่วนนักบวชก็ใช้กำแพงเวทย์อย่างต่อเนื่องสถานการณ์การรบตอนนี้ได้เข้าสู่การตะลุมบอนที่ทั้งสองฝ่ายต่างต้องสูญเสียแมงมุมม่วงและหมีดำที่ต่างมั่นใจในลูกน้องของตัวเอง คิดตรงกันว่าต้องดึงหัวหน้าของอีกฝ่ายออกมาเมื่อลูกน้องของตนชนะแล้วจะได้รุมจัดการหัวหน้าของอีกฝ่ายแทนให้สาสม