องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 91 ทางเลือก

            "น้องชายช่างซื่อตรงยิ่งนักเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ท่านลองว่าราคาจิ้งหรีดเหล่านี้มาเท่าใดพวกเราจะได้พิจารณาดู" ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น

            "ใช่แล้วขอรับ" อีกผู้หนึ่งพยักหน้าเห็นด้วย

            อันเถี่ยมู่กำลังนึกถึงข้อมูลที่อันหรงเหอไปสืบมาเพื่อประเมินราคาทว่าอันซิ่วเอ๋อร์กลับชิงเอ่ยขึ้นก่อน "ให้ท่านทั้งสองเป็นผู้เสนอราคาเถิดเจ้าค่ะท่านทั้งสองได้ชมการประลองของจิ้งหรีดพวกเราแล้ว ย่อมมีราคาในใจอยู่แล้วหากราคาเหมาะสม พวกเราก็จะขายให้ท่านท่านก็ทราบดีว่าจิ้งหรีดของพวกเรานั้นยอดเยี่ยมเพียงใด!"

            อันที่จริงพวกมันเพิ่งเข้าร่วมการแข่งขันวันนี้เป็นครั้งแรกทว่านั่นมิใช่การต่อสู้ครั้งแรกของพวกมัน เพราะโดยสัญชาตญาณแล้วจิ้งหรีดย่อมมีสายเลือดนักสู้อยู่ในตัว

            "จิ้งหรีดอีกหกตัวที่เหลือพวกเรายินดีซื้อในราคาห้าตำลึงเงิน ส่วนตัวแรกนี้ พวกเราคงต้องหารือกันเสียก่อน"ชายรูปร่างอ้วนท้วมกว่าผู้นั้นกล่าว

            อันเถี่ยมู่มองไปยังอันซิ่วเอ๋อร์ในแววตาของทั้งสองฉายประกายประหลาดใจ ไม่ใช่อะไรอื่น ทั้งสองต่างตกตะลึงกับราคานี้อันซิ่วเอ๋อร์นั้น นอกเหนือจากสินสอดของนางแล้วก็ยังไม่เคยเห็นเงินมากมายถึงห้าตำลึงเช่นนี้มาก่อน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นตอนที่นางต้องการช่วยชีวิตบิดา เพื่อให้พ้นจากการเกณฑ์แรงงานนางยังต้องยอมขายตัวเอง หากรู้แต่แรกว่าเงินทองหาได้ง่ายเพียงนี้ตอนนั้นนางจะทุกข์ทรมานไปไย

            ทว่าหากตอนนั้นมีเงินมากมายถึงเพียงนี้นางก็อาจมิได้พบกับจางเจิ้นอันก็เป็นได้ ซึ่งการที่ได้แต่งกับเขานางก็มิได้เสียใจเลย

            อันเถี่ยมู่ก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิดเช่นกันเขากำลังคิดว่าหากได้เงินมากมายเพียงนี้จริง เขาจะพาภรรยาไปหาหมอในเมืองเพื่อซื้อยาสักสองเทียบมาบำรุงร่างกาย

            อันที่จริงตลอดหลายปีมานี้ที่ต่งซื่อไม่มีบุตร ก็เนื่องจากตอนให้กำเนิดเอ้อร์ยาร่างกายของนางบอบช้ำ ทั้งยังมิได้รับการบำรุงอย่างดี หากได้กินยาสักสองเทียบนางก็อาจพอมีโอกาสตั้งครรภ์ได้อีกครั้ง

            ทั้งสองต่างมีเรื่องในใจจึงมิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา ผู้ที่แต่งกายคล้ายคหบดีผู้นั้นเห็นดังนั้นจึงคิดว่าทั้งสองไม่พอใจราคา จึงหัวเราะเสียงดังขึ้น กล่าวว่า"เอาล่ะ อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย ขอแนะนำตัวก่อน ข้าแซ่อู๋มิใช่คหบดีอันใด พวกเราเป็นเพียงผู้ดูแลสนามประลอง ท่านเรียกข้าว่าผู้ดูแลอู๋ก็ได้"

            "ข้าแซ่เติ้ง" ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมกว่าผู้นั้นก็ประสานมือคารวะทั้งสอง

            อันซิ่วเอ๋อร์และอันเถี่ยมู่จึงได้สติรีบคารวะตอบ ทั้งยังแนะนำตัวว่า "ข้าแซ่อันนี่คือน้องสาวของข้า และนี่คือหลานชายของข้า เขาเพียงติดตามมาดูความสนุกขอรับ"

            "ที่แท้คือสหายอันและคุณหนูอันยินดีที่ได้รู้จัก หลานชายของท่านช่างดูดีมีสง่าราศี น่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก"ทั้งสองกล่าวทักทายกันอีกครั้ง ให้ผู้ช่วยยกขนมมาหนึ่งจานส่งให้แก่อันหรงเหอชิ้นหนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวถึงธุระกับอันเถี่ยมู่

            "ท่านทั้งสองคงไม่ทราบที่จริงแล้วจิ้งหรีดทั้งหกตัวของท่านพวกเราก็ทำได้เพียงนำไปขายต่อให้แก่ตระกูลที่ชื่นชอบจิ้งหรีดในเมืองเท่านั้นดังนั้นห้าตำลึงเงินจึงมิใช่น้อย พวกเราอุตส่าห์เดินทางมาทั้งทีก็ต้องขอมีกำไรติดไม้ติดมือบ้าง" ผู้ดูแลอู๋กล่าวด้วยท่าทีซื่อๆ

            ผู้ดูแลเติ้งเหลือบมองผู้ดูแลอู๋แวบหนึ่งกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "ใช่แล้วที่จริงข้าก็มิได้ปิดบังท่าน สิ่งที่มีค่าอย่างแท้จริงคือจิ้งหรีดตัวนี้ต่างหาก"

            "พวกเราตั้งใจจะซื้อจิ้งหรีดตัวนี้ของท่านเพื่อนำมันไปประลองในตัวเมือง ทว่าราคานั้นมิอาจตกลงกันง่ายๆดังนั้นพวกเราจึงอยากเชิญท่านไปยังตัวเมืองสักครั้งในตอนนั้นจะมีผู้คนจากเมืองอื่นๆ อีกมากมายนำจิ้งหรีดไปประลองด้วยเช่นกันจิ้งหรีดที่ได้รับชัยชนะในท้ายที่สุด พวกเราจะซื้อในราคาร้อยตำลึงเงินท่านทั้งสองคิดเห็นอย่างไร?"

            "ร้อยตำลึง?" ดวงตาของอันซิ่วเอ๋อร์เบิกกว้าง นางไม่เคยเห็นเงินมากมายถึงเพียงนี้มาก่อนชั่วขณะนั้นแทบไม่เชื่อหูตัวเอง "จิ้งหรีดเพียงตัวเดียวจะมีค่ามากมายถึงเพียงนั้นเชียวหรือเจ้าคะ?"

            "แน่นอน ตราบเท่าที่มันมีค่าพอ"ผู้ดูแลอู๋หัวเราะ

            อันซิ่วเอ๋อร์จึงถามอีกว่า"แล้วหากมิได้ตำแหน่งที่หนึ่งเล่าเจ้าคะ?"

            "พวกเราก็จะให้เงินแก่ท่านจำนวนหนึ่งเช่นกัน"ผู้ดูแลอู๋กล่าวพร้อมรอยยิ้ม "หากท่านยินดีไปเสี่ยงโชคในตัวเมืองต่อก็จงติดตามพวกเราไปในภายหลัง หากท่านมิยินยอมพวกเราก็ยินดีจ่ายห้าตำลึงเงินเพื่อซื้อมันเดี๋ยวนี้"

            "กล่าวคือไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็จะได้เงินห้าตำลึงใช่หรือไม่เจ้าคะ?" อันซิ่วเอ๋อร์ถามย้ำ

            "เรื่องนี้ก็ไม่แน่เสมอไปท่านคงไม่ทราบว่าจิ้งหรีดที่เข้าร่วมประลองในเมืองใหญ่นั้นดุร้ายยิ่งนักบางทีอาจกัดจิ้งหรีดของท่านจนบาดเจ็บ หากมันยังสมบูรณ์ดีพวกเราก็ยังรับซื้อหรือนำไปขายต่อได้ แต่หากถูกกัดจนบาดเจ็บพวกเราก็คงรับซื้อไม่ได้ ทำได้เพียงให้เงินท่านหนึ่งร้อยอีแปะเป็นค่าเดินทางปลอบใจ"ผู้ดูแลอู๋กล่าวอธิบายแก่ทั้งสองอีกครั้ง

            อันซิ่วเอ๋อร์มิอาจตัดสินใจได้จึงหันสายตาไปยังอันเถี่ยมู่ "พี่รองท่านคิดเห็นเช่นไรเจ้าคะ?"

            อันเถี่ยมู่ครุ่นคิดแล้วครุ่นคิดอีกในฐานะชาวนาธรรมดา ร้อยตำลึงนั้นช่างยั่วยวนใจอย่างยิ่งทว่าเขามิได้คิดว่าจิ้งหรีดที่เขาจับมาจะสามารถคว้าที่หนึ่งมาได้อย่างแน่นอนเพราะเขาเพิ่งเลี้ยงมันได้ไม่นาน หากคิดตามหลักเหตุผลแล้วการได้เงินห้าตำลึงมาครองอย่างแน่นอนย่อมปลอดภัยกว่า

            ทว่าในใจเขากลับรู้สึกไม่ยินยอมอยู่บ้างท้ายที่สุดแล้วเขาเป็นผู้ที่หลงใหลในเรื่องนี้ เขาย่อมต้องการไปเปิดหูเปิดตาไปลองเสี่ยงดูสักครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้แพ้หากจิ้งหรีดของเขามิได้บาดเจ็บเล่า? ถึงตอนนั้นก็อาจยังขายได้อีกครั้ง

            "น้องหญิง เจ้าคิดเห็นอย่างไร?"อันเถี่ยมู่หันสายตาไปยังอันซิ่วเอ๋อร์อีกครั้ง

            อันซิ่วเอ๋อร์เห็นดังนั้นก็หัวเราะ กล่าวว่า"ในใจพี่รองคงตัดสินใจไปแล้วกระมัง จะมาถามข้าไย? จิ้งหรีดตัวนี้พี่รองเป็นผู้จับมา แน่นอนว่าพี่รองย่อมเป็นผู้ตัดสินใจไม่ว่าอย่างไร น้องสาวผู้นี้ก็มิมีสิ่งใดจะกล่าวเจ้าค่ะ"

            "ดีเช่นนั้นข้าขอเลือกไปชมการประลองในตัวเมืองสักหน่อย!" อันเถี่ยมู่กล่าวอย่างหนักแน่นราวกับต้องการโน้มน้าวใจตนเอง

            "น้องชายผู้นี้ช่างตรงไปตรงมายิ่งนักดี เช่นนั้นพวกเราจะกินอาหารกลางวันที่นี่เสียก่อน ช่วงบ่ายค่อยออกเดินทาง"ผู้ดูแลอู๋กล่าวในทันที

            "มิต้องแล้วขอรับพวกเราต้องกลับไปบอกกล่าวบิดามารดาสักหน่อย เกรงว่าท่านทั้งสองจะเป็นห่วง"อันเถี่ยมู่ปฏิเสธ

            "สมเหตุสมผลเช่นนั้นพวกท่านจงกลับไปก่อน ช่วงบ่ายพวกเราจะรอท่านอยู่ที่นี่" ผู้ดูแลอู๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม

            ผู้ดูแลเติ้งที่ค่อนข้างเงียบขรึมเมื่อเห็นอันซิ่วเอ๋อร์ทั้งสองกำลังจะจากไป จึงหยิบเงินห้าตำลึงออกมาจากถุงเงินกล่าวว่า"เงินห้าตำลึงนี้คือค่าจิ้งหรีดหกตัวของพวกท่าน จงเก็บไว้ก่อนกลับไปซื้อของขวัญให้ผู้อาวุโสทั้งสองก็ดี"

            "ขอบคุณท่านมากขอรับ" อันเถี่ยมู่รับเงินมา ถือเพียงกรงที่ใส่จิ้งหรีดตัวใหญ่ที่สุดไว้ทั้งสามจึงเดินลงไปยังชั้นล่าง

            เมื่อออกจากโรงเตี๊ยมทั้งสามก็มิได้เสแสร้งอีกต่อไป ในดวงตาทั้งสามฉายประกายระยิบระยับอันซิ่วเอ๋อร์ยังคงรู้สึกราวกับว่าตนกำลังฝัน นางแทบไม่กล้าเชื่อ เพียงพึมพำถามว่า"พี่รอง เงินนี่เป็นของจริงหรือไม่เจ้าคะ?"

            "จริง แท้แน่นอน" อันเถี่ยมู่ตอบกลับอย่างหนักแน่น

            "ท่านเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเงินๆทองๆ ยังจะมั่นใจอีก?" อันซิ่วเอ๋อร์ส่งเสียงค้อนเบาๆทว่าที่จริงแล้วนางก็เชื่อว่าเงินนี้เป็นของจริงเช่นกัน

            "มีผู้คนมากมายจับจ้องอยู่พวกเขาจะกล้าเอาของปลอมมาหลอกได้อย่างไร" อันเถี่ยมู่เหลือบมองอันซิ่วเอ๋อร์แวบหนึ่งกล่าวว่า "ที่หาเงินเหล่านี้มาได้ก็มีส่วนของเจ้าอยู่ครึ่งหนึ่งเช่นกัน เมื่อกลับถึงบ้านพี่รองจะแบ่งให้เจ้าคนละครึ่ง"

            "ดีสิเจ้าคะเช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว" อันซิ่วเอ๋อร์มิได้เหนียมอายกล่าวอย่างใจกว้างว่า "กำลังขาดเงินสร้างบ้านอยู่พอดีเงินก้อนนี้มาได้ถูกเวลาจริงๆ"

            "แน่นอน" อันเถี่ยมู่ก็หัวเราะวันนี้นับว่าเขายินดีอย่างแท้จริงเขาไม่คิดเลยว่าตนจะสามารถหาเงินได้จากการจับจิ้งหรีดจริงๆ นับจากนี้ไปจะมีใครกล้ากล่าวว่าการเลี้ยงจิ้งหรีดของเขาเป็นการเล่นสนุกไร้สาระอีกเล่า

            "อย่างไรก็ตามนะพี่รองข้าได้ส่วนแบ่งแล้ว เงินที่จะได้จากเจ้าตัวใหญ่นี้ท่านไม่ต้องแบ่งให้ข้าอีกนะเจ้าคะ ถือว่าข้าแค่ตามท่านไปเปิดหูเปิดตาในเมืองก็พอ"อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวเสริม

            เดิมทีนางเพียงต้องการหาเงินเล็กๆ น้อยๆร่วมกับอันเถี่ยมู่นางหารู้ไม่ว่ามันกลับสามารถขายเป็นเงินตำลึงได้มากมายถึงเพียงนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขร้อยตำลึงในวันนี้ แทบทำให้นางขวัญหาย

            นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการหาเงินนั้นง่ายดายถึงเพียงนี้เมื่อมองดูบิดาของตนที่ทำงานหนักในไร่นาแทบตายตลอดทั้งปีก็ยังไม่เคยเห็นเงินเป็นกอบเป็นกำทว่าบัดนี้จิ้งหรีดไม่กี่ตัวของพวกเขากลับสามารถขายได้เงินมากมายถึงเพียงนี้โลกใบนี้ช่างเข้าใจยากเสียจริง

            แม้ว่าการไปจับจิ้งหรีดนั้นจะเป็นความคิดของนางทว่าในตอนแรกนางมิได้คิดว่าจะราบรื่นถึงเพียงนี้นางคิดถึงสถานการณ์ตอนตั้งแผงขายเมื่อวานมากกว่าคาดว่าคงจะขายได้อย่างมากตัวละห้าสิบอีแปะนางมิคาดคิดเลยว่าจะขายได้เงินมากมายถึงเพียงนี้

            ถ้ารู้แต่แรกว่าจิ้งหรีดทำเงินได้มากขนาดนี้แม้ให้นางอดนอนจับทั้งคืน มีหรือจะลำบากอันใด?

            ทว่าตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไป

            เมื่อหาเงินได้แล้วก็เป็นเรื่องดีควรฉลองกันเสียหน่อย ด้วยเหตุนี้ทั้งสามจึงไปยังโรงรับแลกเงินเล็กๆในเมืองเพื่อแลกเป็นเงินย่อย จากนั้นจึงนำเงินไปซื้อเหล้าให้พ่อเฒ่าอันสองไหซื้อเนื้ออีกสองชั่ง วันนี้อันเถี่ยมู่ตั้งใจจะใช้จ่ายครั้งใหญ่อันหรงเหอนึกถึงอาหารเลิศรสที่กำลังจะได้กินในมื้อเที่ยง น้ำลายแทบไหลออกมา

            เมื่อซื้อของเสร็จ ทั้งสามก็เตรียมกลับบ้านระหว่างทางอารมณ์ดี ทุกอย่างจึงดูราบรื่นไร้อุปสรรคมองสิ่งใดก็รู้สึกสดใสมีชีวิตชีวา ราวกับว่าเพียงชั่วพริบตาก็ถึงบ้าน

            เมื่อกลับถึงบ้าน อันเถี่ยมู่นำเงินออกมาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พ่อเฒ่าอันและเหลียงซื่อฟังทั้งสองต่างประหลาดใจอย่างยิ่ง มิเชื่อว่าแมลงตัวเล็กๆจะสามารถขายได้ราคาสูงถึงเพียงนี้หากมิใช่อันซิ่วเอ๋อร์และอันหรงเหอยืนยันอยู่ตรงนั้น พวกเขาแทบจะสงสัยว่าอันเถี่ยมู่ไปลักเล็กขโมยน้อยที่ไหนมาถึงได้เงินเหล่านี้มา

            แม้ว่าปฏิกิริยาของทั้งสองจะอยู่ในความคาดหมายของอันเถี่ยมู่และพวกทว่าทั้งสามกลับอดหัวเราะไม่ได้ อันหรงเหอยิ่งหัวเราะคิกคักออกมาอันซิ่วเอ๋อร์นั้น ตั้งแต่อยู่บนเรือกลับมาก็ได้เล่าคาดการณ์ถึงปฏิกิริยาของทุกคนในบ้านเมื่อทราบเรื่องนี้ให้อันเถี่ยมู่ฟังอย่างออกรสแล้วในเวลานี้เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของเหลียงซื่อและพ่อเฒ่าอันเป็นไปดังคาดพวกเขาจะไม่กลั้นหัวเราะได้อย่างไร

            "เอาล่ะท่านแม่อย่าได้สงสัยพี่รองเลยเจ้าค่ะ ข้ารับรองว่าเรื่องราวเป็นเช่นที่เขากล่าวจริงๆท่านรีบไปทำอาหารเถิด พวกเราหิวจะแย่อยู่แล้วตอนบ่ายพวกเรายังต้องเข้าเมืองอีกนะเจ้าคะ" อันซิ่วเอ๋อร์ออดอ้อนเหลียงซื่อ

            เหลียงซื่องุนงง"ตอนบ่ายพวกเจ้าจะไปทำอะไรที่เมืองอีก?"

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367