“ระหว่างที่ท่านพี่เหิงถูกสอบสวนข้าจะเป็คนดูแลพรรคของเขาให้เอง นี่จะเป็บทพิสูจน์ว่าข้ามีความสามารถมากพอที่จะเคียงข้างชายคนนั้นหรือไม่...แต่ว่าข้ามีคำถามอยากจะถามเ้าอยู่เหมือนกัน”
“ข้าจะเปิดโอกาสให้เ้าถามก่อนก็แล้วกันไหนลองว่ามา”หลังกล่าวจบคอเสื้อของชายหนุ่มถูกกระชากจนต้องโน้มตัวไปหาซิ่วซิ่น
นางคว้าคอเสื้อของจิ่นเลี่ยนดึงเข้าหาตัวเพราะความแตกต่างของส่วนสูงนั้นทำให้จิ่นเลี่ยนต้องโน้มตัวลงมาหา
“เ้าทำอะไรกับท่านพี่เหิงกันแน่”นางขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยโทษะ น้ำเสียงถูกกดลงต่ำให้ดูน่าเกรงขามแต่มันก็ไม่มากพอที่จะสร้างความกดดันให้กับจิ่นเลี่ยนที่มีระดับพลังปราณสูงกว่า
ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าหาเพื่อกระซิบเบาๆ ที่ข้างใบหูของซิ่วซิ่น “เ้านั่นน่ะ ตายไปแล้ว ข้าเป็คนจัดการมันกับมือ”
นางได้ยินเช่นนั้นก็ผละชายตรงหน้าออกห่างในทันทีสีหน้าหวาดระแวงเริ่มปรากฏออกมาให้เห็น เม็ดเหงื่อเริ่มไหล ความไม่ไว้ใจที่แต่เดิมมีอยู่น้อยในครานี้มันหายไปหมดเรียบร้อยแล้ว
ไม่คิดว่าสิ่งที่ได้ยินจะตรงกับคำพูดของผู้เฝ้ายามที่นางถามมาแล้วร่างของทานพี่เหิงถูกนำไปทิ้งเอาไว้ที่ไหนกันหากมันเป็เื่จริง
“สู้เ้าลืมฏนั่นแล้วมาอยู่พรรคของข้าดีกว่าซิ่วซิ่น อย่าปล่อยให้ความเสียใจของเ้ามาครอบงำอารมณ์เลย”
“ไม่! ไม่ข้าไม่เชื่อ พี่เหิงจะต้องมีชีวิตอยู่แน่” นางโคจรพลังปราณทั่วร่างและสาวเท้าขยับเข้าใกล้เพื่อออกหมัดขวาตรงที่เป็วิชาต่อสู้ระยะประชิดพรรคหลิ่งเหอ
“หัตย์วายุลำดับที่3”
พลังปราณทั่วร่างไปรวมอยู่ที่จุดเดียวนั่นคือหมัดที่ถูกปล่อยออกไปอย่างเต็มแรงผู้ที่โดนเข้าไปมีโอกาสที่อวัยวะภายในจะถูกทำลายและการไหลของพลังปราณในร่างก็จะปั่นป่วน
“พยัคฆ์กลืนกิน”
จิ่นเลี่ยนเบี่ยงตัวหลบปัดหมัดตรงออกอย่างง่ายดายถึงแม้จะมีพลังทำลายสูงเพียงใดแต่นี่ไม่ใช่วิชาที่จะนำมาใช้เพื่อเริ่มต้นการต่อสู้เพราะอีกฝ่ายสามารถเดาทางได้อย่างง่ายดาย
เขาก้าวเท้าเข้าหาซิ่วซิ่นเพื่อลดระยะระหว่างที่หลบหมัดนั่นจากนั้นโอบร่างของ ซิ่วซิ่นเอาไว้
“รู้หรือไม่ หากเ้ารู้จักควบคุมอากัปกิริยาเสียบ้างเ้าจะเป็สตรีที่งดงาม” จิ่นเลี่ยนดึงแขนที่โอบเอวเอาไว้เข้าหาตัวจนสะโพกของทั้งสองชนกันมืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็จับข้อมือที่เมื่อครู่นางใช้ปล่อยหมัดออกมา
“ข้ารู้ว่าเ้าเป็คนที่เก่งแต่ความเก่งของเ้าไม่ได้ถูกเอามาใช้ข้ารู้วิธีที่จะดึงความเก่งของเ้าออกมาใช้ได้อย่างคุ้มค่า... มาเป็ของข้าซะสิซิ่วซิ่น”เขาเผยยิ้มออกมาระหว่างที่สบตากัน