ไส้และเครื่องในถูกล้างน้ำจนสะอาดใส่พวกมันเอาไว้ในถังไม้ถังเดิม
“เยอะขนาดนี้กินไม่ทันแน่”เครื่องในหมู3 ตัว ไม่น้อยเลย มันเยอะมากเสียด้วยซ้ำ หากกินกันสามคนคงกินไม่ทันแน่ๆแต่เราก็ไม่มีทางเลือกมากนัก
เนื้อพวกนี้เก็บไว้นานไม่ได้เพราะมันเสียง่ายกว่าส่วนอื่น ขนาดเนื้อหมูสดหากทิ้งเอาไว้เฉยๆไม่ถึงวันมันก็เน่าแล้ว พวกเครื่องในแบบนี้ไม่ต้องพูดถึง
เมื่อจัดการกับเครื่องในเสร็จข้าก็ขนมันไปยังลานบ้านทันทีที่ลานบ้าน ท่านแม่กำลังจัดการกับเครื่องแกงที่เก็บมา นางเริ่มเอาพวกมันมาล้างน้ำจนสะอาด
“เสร็จแล้วเหรอลูก”
“ขอรับท่านแม่ตั้งหม้อน้ำร้อนให้ข้าหน่อยขอรับ ข้าจะกลับไปขนหัวหมูขึ้นมา”ถังสองใบที่เต็มไปด้วยเครื่องในหมูถูกวางไว้ข้างกองไฟ
เซียวยี่จัดการตั้งน้ำร้อนตามที่บุตรชายบอกทันทีข้าเดินกลับไปขนหัวหมูมาทันที ไม่นานถังไม้ 4 ถังก็วางเรียงกันอยู่ข้างกองไฟ
มารดาเตรียมมีดกับเขียงถูกมาไว้ให้พร้อมสรรพระหว่างรอน้ำร้อนเราสองคนก็เริ่มหันเครื่องในเป็ชิ้นๆพอดีคำ
พอน้ำร้อนได้ที่ข่า ตะไคร้ ก็ถูกใส่สงไปในหม้อ น้ำร้อนๆที่กำลังเดือดปุดๆ ส่งไอน้ำสีขาวพวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่องกลิ่นเครื่องต้มโชยขึ้นมา
“ขั้นแรกต้องลวกพวกมันก่อน”เราเริ่มลวกไส้หมูที่หั่นเสร็จ ในหม้อน้ำร้อนก่อนแล้วล้างเนื้อที่ลวกเสร็จด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง เครื่องในอื่นๆก็ทำเหมือนกัน พริบตาเดียวเราก็ลวกเครื่องในทั้งหมดจนเสร็จเครื่องในสองถัง เมื่อลวกเสร็จมันเหลืออยู่ถังครึ่งเท่านั้น
“เราแบ่งเนื้อใส่หม้อใบเล็กเอาไว้จิ้มกับน้ำพริกเปรี้ยวเผ็ดดีหรือไม่ขอรับ”
“ดีสิลวกจิ้มที่ลูกทำอร่อยที่สุด”เซียวยี่ยิ้ม เราแบ่งเนื้อส่วนหนึ่งใส่ลงในหม้อใบเล็กแยกไว้ต่างหาก
“ลูกจะทำอะไรต่อ”
“ทำต้มแซบเครื่องในหมู ขอรับ”
“ต้ม…อะไรนะ”
“ต้มแซบขอรับ”
รอจนน้ำเดือดจัดข่าตระไคร้ ที่ท่านแม่เตรียมไว้ก็พร้อมใส่ลงหม้อ รอเพียงไม่นาน กลิ่นของเครื่องเทศหอมฉุยโชยขึ้นมา
“อ้ารู้สึกถึงกลิ่นต้มยำเติมเปรี้ยวเผ็ดลงไปก็เป็ต้มแซบ เมนูชวนน้ำลายสอ
เครื่องในหมูที่หั่นเป็ชิ้นพอดีคำใส่ตามลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ น่าเสียดายที่มีแค่เกลือ ไม่มีปลา ต้มแซ่ปเครื่องในหมูจะอร่อยที่สุดถ้าเครื่องปรุงครบแต่มันมีแค่เกลือ
อีกเตาตั้งหม้อใบเล็กๆกำพริกแห้งที่เก็บมาตอนเย็นขั้วด้วยไฟแรง จนพริกแห้ง หอมได้ที่
“ฮัดเช้ย!! ฮ่าฮัดเช้ย!!...โอย..”ขั้วพริกมันต้องจาม ถ้ายังไม่จามแสดงว่าพริก ขั้วยังไม่ได้ที่
ขั้วเสร็จก็โขลกให้ละเอียดเป็พริกป่น
“อัดเช้ย!”เสียงท่านแม่ จามขึ้นจากในบ้าน
“หลงเอ๋อ!!ทำอะไรของลูก กลิ่นอะไรฉุนขนาดนนี้”
“ฮะๆขั้วพริกแห้งขอรับ”
“ทำอะไรแปลกๆอีกแล้ว!!”เซียวยี่ บ่นขึ้น มีทั้งเสียงบ่น เสียงจามดังปนกันมา
“ขอดีเลยละขอรับต้มแซบ ที่ลูกกำลังทำจะขาดมันไม่ได้เลย”
“จริงหรือฉุนขนาดนี้จะกินลงไปได้ยังไง”
เดี๋ยวก็รู้ได้ยิมเดี๋ยวจะวางช้อนไม่ลง ถึงจะยังไม่ครบเครื่องแต่รสชาติ ก็ไม่น่าจะแย่
ระหว่างรอต้มแซบก็หันมาทำน้ำพริกเปรี้ยวเผ็ด สำหรับลวกจิ้มเลย ถึงจะไม่มีน้ำปลาก็ไม่เป็ไร ใช้เกลือละลายน้ำต้มสุกแทนไปก่อนพริกป่นก็มีแล้ว ใช้แทนพริกสดได้เลย มันให้สรชาติต่างกันพอสมควร
ตำกระเทียมใส่พริกป่น บีบมะนาว เติมนำเกลือ ชิมรส รสชาติที่ดี จะเปรี้ยวมากก็ไม่ได้ เค็มมากก็ไม่ดีทุกอย่างมันต้องกลมกล่อม ด้วยเครื่องปรุงที่มีถึงจะไม่ได้รสชาติที่้า
แต่มันก็ใกล้เคียงมากพอรับได้ น้ำพริกจิ้มแจ่วถูกตักใส่ถ้วยใบใหญ่ โรยด้วยต้นหอมป่าหันละเอียด ส่งกลิ่นหอมอมเปรี้ยวชวนให้น้ำลายสอขึ้นมา
เครื่องในชิ้นแรกถูกเชฟมือหนึ่งหยิบขึ้นมาจิ้มมันลงไปในถ้วยน้ำจิ้ม แล้วส่งมันเข้าปาก อย่างเบามือ เคี้ยวมันอย่างเอร็ดอร่อย
“อืม!!อร่อยใช้ได้!!”รสชาติที่ฝันหาจนข้าต้องเอ่ยปากชมตัวเองความเปรี้ยวของมะนาว ทำให้น้ำลายไหลทะลักออกมาจาก ต่อมใต้ลิ้นราวกับเขื่อนแตก ความเผ็ดร้อนของพริกตัดรสเปรี้ยวได้อย่างลงตัว
ความเค็มของเกลือชูโรงขึ้นทำให้รสชาติของทุกองค์ประกอบกลมกล่อม อร่อย แปลกลิ้นขึ้นไปอีกแบบ
ต่อมรับรสถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงเพราะลิ้นยังไม่ชินกับรสชาติที่มันจี๊ดจ๊าดแบบนี้ กระตุ้นความยากอาหารเพิ่มขึ้นไม่น้อยเนื้อชิ้นแรกเลยไม่พอ ต้องต่อชิ้นที่สอง และชิ้นที่สาม
“อืม!!ได้ๆๆ เด็ดมาก ท่านแม่มาลองชิมนี่ดูก่อนขอรับน้ำพริกเปรี้ยวเผ็ดจากพริกบ่น”พูดไปเคี้ยวไปสนุกปากเลย เสียงกระเพาะหมูลวก ถูกฟันของเขาเคี้ยวดังกรุบๆไม่ว่าใครที่ได้ยินเป็ต้องกลืนน้ำลายลงคอ
“หืม!!นี่หรือ น้ำพริกเปรี้ยวเผ็ดจากพริกป่น”
“ใช่ขอรับลองดูเผ็ดได้ทีเลยละ”
“ได้แม่จะลอง”กระเพาะหมูลวกในมือเซียวยี่ จิ้มลงในถ้วยน้ำพริกอย่างแ่เบานางมีประสบการณ์มาแล้ว ยิ่งจิ้มเยอะยิ่งเผ็ด คราวนี้นางจะไม่พลาดอีกแน่นอน
เมื่อกลิ่นเปรี้ยวของมะนาวในน้ำจิ้ม ลอยเข้าจมูกของนาง มันกระตุ้นต่อมน้ำลายในปาก ทำให้น้ำลายไหลออกมาไม่หยุด
มองพินิจมันอยู่เล็กน้อยกลิ่นของสมุนไพร ฟุ้งอยู่เข้าจมูก ไม่มีกลิ่นคาวเลย นางกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง
“อืม!!..อร่อย”
ตูม!!ราวกับสายฟ้าฟาดรสชาติของความอร่อยอันคุ้นเคย ะเิขึ้นภายในปากทันที น้ำจิ้มเปรี้ยวเผ็ดบนเนื้อแตะเข้ากับปลายลิ้นทำให้น้ำลายในต่อมใต้ลิ้นก็ทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก
ลิ้นััถึงความนุ่มลื่นของเนื้อชวนให้อยากจะใช้ฟันลิ้มลองเคี้ยวไปเพียง สองสามครั้ง รสชาติของเนื้อก็ละลายออกมาในปากมันชุ่มฉ่ำ นุ่มนอก กรุบกระดูกอ่อนตอนเคี้ยว ให้รสััไม่เหมือนใคร
“อ่า อร่อยมาก ช่างเป็รสชาติที่วิเศษจริงๆ” เซียวยี่รำพึงออกมานางหยิบชิ้นต่อไป จิ้มน้ำจิ้มส่งเข้าปากเคี้ยว ด้วยอาการเดียวกันกับซานหลง พริบตาเดียวทั้งสองก็หน้าแดง สูดปากร้อน เพราะความเผ็ด!!
“หม้อนี้ข้าจะทำ ต้มแซบเครื่องในหมู รับรองอร่อยไม่แพ้กันเลยขอรับ”
“จริงเหรอข้าจะรอกิน เ้ารีบๆทำเร็วเข้า” นางเร่ง พร้อมกับกระดกน้ำเปล่าลงคอไปหลายอึกเพื่อดับความเผ็ดร้อน
“ซูด!! เผ็ดมาก พริกป่นของลูกเผ็ดกว่าพริกสดจริงๆ”
ผ่านไปครึ่งชั่วยามซานหู่ก็กลับมาพร้อมกับด้วยรอยยิ้ม เต็มใบหน้า ตอนนี้แสงของดวงตะวันคล้อยต่ำ ลงมามากแล้ว อีกไม่เกินครึ่งชั่วยามดวงอาทิตย์ก็จะลาลับขอบฟ้าไป
“ท่านพ่อ มาลองชิมเครื่องในหมูลวกจิ้มสิขอรับ คราวนี้ลูกทำน้ำจิ้มสูตรใหม่ท่านต้องชอบแน่ๆ”
“โอ้ว! จริงหรือ ฮ้าๆๆดีๆ ข้าจะลอง”ซานหูหัวเราร่าสายตาเหลือบไปมองเครื่องในหมูในหม้อ ก่อนจะเบนสายตาไปยังถังไม้ใบใหญ่ที่มีหัวหมูอยู่เต็มถัง
“มีเยอะขนาดนี้เลยหรือ”ซานหูถามขึ้นเมื่อเห็นเนื้อที่มี
“ใช่ขอรับ ของดีๆทั้งนั้น”ปกติชาวบ้านจะทิ้งชิ้นส่วนพวกนี้เลยไม่รู้สึกว่ามันมีเยอะ เซียวยี่จัดเครื่องในลวกใส่จาน มาวางลงเบื้องหน้าของบิดาก่อนจะวางถ้วยน้ำจิ้มลงข้างๆกัน
“นี่ขอรับ หยิบ!!จิ้ม!!กิน หืม!!อร่อย”
“ฮ้าๆๆข้าทำเป็น่ายี่เอ๋อ” ซานหูหัวเราะ
ทั้งสองจัดการอาหารจานลวกจนอิ่มหนำสำราญ เพราะน้ำจิ้มจากพริกป่น มีรสเผ็ดมากกว่าน้ำจิ้มที่ทำครั้งก่อนใบหน้าของทั้งสองจึงแดงเป็มะเขือเทศ แต่ทั้งสองก็ไม่ยอมหยุดกิน
“หืม!!หยุดไม่ได้เลยถึงจะเผ็ดไปหน่อยแต่อร่อยมาก”ท่านแม่พูดชมออกมาไม่ขาดปาก
“ใช่ๆยี่เอ๋อพูดถูกอร่อยจนหยุดกินไม่ได้”ซานหู่เห็นด้วย
ไม่นานกลิ่นหอมของต้มแซบก็ลอยออกมาจากหม้อใบใหญ่ ตอนนี้มันพร้อมแล้วที่จะออกมาให้ชาวโลกลิ้มลอง
“หืม!!หอมมากกลิ่นแบบนี้ข้าไม่เคยสูดดมจากที่ใดมาก่อน”ซานหู่เป็คนแรกที่เอ่ยปาก
“นี่ขอรับต้มแซบเครื่องในหมู ก่อนกินเราต้องตักพริกป่นใส่ลงไป ตบท้ายด้วยน้ำมะนาวบีบสดๆแบบนี้”ซานหลงคนเล็กน้อยพริกป่นสีแดงลอยล่องอยู่เต็มถ้วยน้ำซุป กลิ่นหอมของมะนาวลอยขึ้นมา ชวนน้ำลายสอยิ่ง
“ซูด!!อ้า!!”ซานหู่ซดน้ำซุปด้วยความกระหายเซียวยี่ก็ไม่รีรอ ช้อนคนละคันตักน้ำซุปต้มแซบซดดับเผ็ด ดับกระหาย กันยกใหญ่
“มันเผ็ดน้อยกว่าน้ำจิ้มมีความเปรี้ยวที่ลูกว่าทำให้น้ำลายสอ ยากกินไม่หยุด อร่อยจริงๆ”
“ใช่ๆท่านพี่พูดถูก”เซียวยี่เห็นด้วยเราสามคนจัดการข้าวเย็นของวันนี้ด้วยความอิ่มนำสำราญ กว่าวันอื่นๆ
การกินอาหารดีๆมันทำให้ข้าััถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกนิดหน่อย
“พวกเราสามคนกินไปเยอะ จนกินกันไม่ไหว แต่ดูนั้นสิเนื้อพวกนั้นยังเต็มถังอยู่เหมือนเดิม”ท่านแม่พูดขึ้นด้วยความเสียดาย
“ใช่ของพวกนี้เก็บไว้นานไม่ได้ อีกไม่ถึงวันก็คงเน่าหมดหลงเอ๋อลุกไม่มีวิธีจัดการกับของพวกนี้เลยหรือ”สายตาของซานหู่ มองดูเครื่องในหมู ที่ยังเต็มถังไม้ขนาดใหญ่และหม้อใบใหญ่อีกหนึ่งใบด้วยความเสียดายเช่นกัน
“เครื่องในหมูพวกนี้มันเสียเร็วอยู่แล้ว กินไม่ทันก็ต้องทิ้งข้าไม่มีวิธีจัดการกับพวกมันเลยขอรับ น่าเสียดายจริงๆ ” ข้าเองก็อดเสียดายออกมาไม่ได้ของพวกนี้ แค่ข้ามวันมันก็เสียแล้ว ซ้ำมีตั้งมากขนาดนี้อีก
“จริงสิ!ตอนที่ข้าไปส่งเนื้อที่เหลาอาหาร มีขอทานมากมายขอข้าวอยู่ที่นั้นเราเอาอาหารพวกนี้ไปแจกพวกขอทานดีหรือไม่”ซานหู่โพล่งขึ้น
เมื่อนึกถึงขอทานผู้หิวโหยพวกนั้นเขาก็รู้สึกเห็นใจไม่น้อยหากมีเหลือกินก็ควรแบ่งปันบ้าง