ช่างกลป่วนโลกแฟนตาซี

    ตอนที่ 10 กำเนิดเมนูเครื่องในหมูลวกจิ้ม

            ไส้และเครื่องในถูกล้างน้ำจนสะอาดใส่พวกมันเอาไว้ในถังไม้ถังเดิม

            “เยอะขนาดนี้กินไม่ทันแน่”เครื่องในหมู3 ตัว ไม่น้อยเลย มันเยอะมากเสียด้วยซ้ำ หากกินกันสามคนคงกินไม่ทันแน่ๆแต่เราก็ไม่มีทางเลือกมากนัก

            เนื้อพวกนี้เก็บไว้นานไม่ได้เพราะมันเสียง่ายกว่าส่วนอื่น  ขนาดเนื้อหมูสดหากทิ้งเอาไว้เฉยๆไม่ถึงวันมันก็เน่าแล้ว พวกเครื่องในแบบนี้ไม่ต้องพูดถึง

            เมื่อจัดการกับเครื่องในเสร็จข้าก็ขนมันไปยังลานบ้านทันทีที่ลานบ้าน ท่านแม่กำลังจัดการกับเครื่องแกงที่เก็บมา นางเริ่มเอาพวกมันมาล้างน้ำจนสะอาด

            “เสร็จแล้วเหรอลูก”

            “ขอรับท่านแม่ตั้งหม้อน้ำร้อนให้ข้าหน่อยขอรับ ข้าจะกลับไปขนหัวหมูขึ้นมา”ถังสองใบที่เต็มไปด้วยเครื่องในหมูถูกวางไว้ข้างกองไฟ 

            เซียวยี่จัดการตั้งน้ำร้อนตามที่บุตรชายบอกทันทีข้าเดินกลับไปขนหัวหมูมาทันที ไม่นานถังไม้ 4 ถังก็วางเรียงกันอยู่ข้างกองไฟ

            มารดาเตรียมมีดกับเขียงถูกมาไว้ให้พร้อมสรรพระหว่างรอน้ำร้อนเราสองคนก็เริ่มหันเครื่องในเป็๞ชิ้นๆพอดีคำ

            พอน้ำร้อนได้ที่ข่า ตะไคร้ ก็ถูกใส่สงไปในหม้อ น้ำร้อนๆที่กำลังเดือดปุดๆ ส่งไอน้ำสีขาวพวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่องกลิ่นเครื่องต้มโชยขึ้นมา

            “ขั้นแรกต้องลวกพวกมันก่อน”เราเริ่มลวกไส้หมูที่หั่นเสร็จ ในหม้อน้ำร้อนก่อนแล้วล้างเนื้อที่ลวกเสร็จด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง เครื่องในอื่นๆก็ทำเหมือนกัน พริบตาเดียวเราก็ลวกเครื่องในทั้งหมดจนเสร็จเครื่องในสองถัง เมื่อลวกเสร็จมันเหลืออยู่ถังครึ่งเท่านั้น

            “เราแบ่งเนื้อใส่หม้อใบเล็กเอาไว้จิ้มกับน้ำพริกเปรี้ยวเผ็ดดีหรือไม่ขอรับ”

            “ดีสิลวกจิ้มที่ลูกทำอร่อยที่สุด”เซียวยี่ยิ้ม เราแบ่งเนื้อส่วนหนึ่งใส่ลงในหม้อใบเล็กแยกไว้ต่างหาก

            “ลูกจะทำอะไรต่อ”

            “ทำต้มแซบเครื่องในหมู ขอรับ”

            “ต้ม…อะไรนะ”

            “ต้มแซบขอรับ”

            รอจนน้ำเดือดจัดข่าตระไคร้ ที่ท่านแม่เตรียมไว้ก็พร้อมใส่ลงหม้อ รอเพียงไม่นาน กลิ่นของเครื่องเทศหอมฉุยโชยขึ้นมา

            “อ้ารู้สึกถึงกลิ่นต้มยำเติมเปรี้ยวเผ็ดลงไปก็เป็๞ต้มแซบ เมนูชวนน้ำลายสอ

            เครื่องในหมูที่หั่นเป็๲ชิ้นพอดีคำใส่ตามลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ น่าเสียดายที่มีแค่เกลือ ไม่มีปลา ต้มแซ่ปเครื่องในหมูจะอร่อยที่สุดถ้าเครื่องปรุงครบแต่มันมีแค่เกลือ

            อีกเตาตั้งหม้อใบเล็กๆกำพริกแห้งที่เก็บมาตอนเย็นขั้วด้วยไฟแรง จนพริกแห้ง หอมได้ที่

            “ฮัดเช้ย!! ฮ่าฮัดเช้ย!!...โอย..”ขั้วพริกมันต้องจาม ถ้ายังไม่จามแสดงว่าพริก ขั้วยังไม่ได้ที่

            ขั้วเสร็จก็โขลกให้ละเอียดเป็๞พริกป่น

            “อัดเช้ย!”เสียงท่านแม่ จามขึ้นจากในบ้าน

            “หลงเอ๋อ!!ทำอะไรของลูก กลิ่นอะไรฉุนขนาดนนี้”

            “ฮะๆขั้วพริกแห้งขอรับ”

            “ทำอะไรแปลกๆอีกแล้ว!!”เซียวยี่ บ่นขึ้น มีทั้งเสียงบ่น เสียงจามดังปนกันมา

            “ขอดีเลยละขอรับต้มแซบ ที่ลูกกำลังทำจะขาดมันไม่ได้เลย”

            “จริงหรือฉุนขนาดนี้จะกินลงไปได้ยังไง”

            เดี๋ยวก็รู้ได้ยิมเดี๋ยวจะวางช้อนไม่ลง ถึงจะยังไม่ครบเครื่องแต่รสชาติ ก็ไม่น่าจะแย่

            ระหว่างรอต้มแซบก็หันมาทำน้ำพริกเปรี้ยวเผ็ด สำหรับลวกจิ้มเลย ถึงจะไม่มีน้ำปลาก็ไม่เป็๞ไร ใช้เกลือละลายน้ำต้มสุกแทนไปก่อนพริกป่นก็มีแล้ว ใช้แทนพริกสดได้เลย มันให้สรชาติต่างกันพอสมควร

            ตำกระเทียมใส่พริกป่น บีบมะนาว เติมนำเกลือ ชิมรส รสชาติที่ดี จะเปรี้ยวมากก็ไม่ได้ เค็มมากก็ไม่ดีทุกอย่างมันต้องกลมกล่อม ด้วยเครื่องปรุงที่มีถึงจะไม่ได้รสชาติที่๻้๵๹๠า๱ 

            แต่มันก็ใกล้เคียงมากพอรับได้ น้ำพริกจิ้มแจ่วถูกตักใส่ถ้วยใบใหญ่ โรยด้วยต้นหอมป่าหันละเอียด ส่งกลิ่นหอมอมเปรี้ยวชวนให้น้ำลายสอขึ้นมา

            เครื่องในชิ้นแรกถูกเชฟมือหนึ่งหยิบขึ้นมาจิ้มมันลงไปในถ้วยน้ำจิ้ม แล้วส่งมันเข้าปาก อย่างเบามือ เคี้ยวมันอย่างเอร็ดอร่อย

            “อืม!!อร่อยใช้ได้!!”รสชาติที่ฝันหาจนข้าต้องเอ่ยปากชมตัวเองความเปรี้ยวของมะนาว ทำให้น้ำลายไหลทะลักออกมาจาก ต่อมใต้ลิ้นราวกับเขื่อนแตก ความเผ็ดร้อนของพริกตัดรสเปรี้ยวได้อย่างลงตัว

            ความเค็มของเกลือชูโรงขึ้นทำให้รสชาติของทุกองค์ประกอบกลมกล่อม อร่อย แปลกลิ้นขึ้นไปอีกแบบ

            ต่อมรับรสถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงเพราะลิ้นยังไม่ชินกับรสชาติที่มันจี๊ดจ๊าดแบบนี้  กระตุ้นความยากอาหารเพิ่มขึ้นไม่น้อยเนื้อชิ้นแรกเลยไม่พอ ต้องต่อชิ้นที่สอง และชิ้นที่สาม

            “อืม!!ได้ๆๆ เด็ดมาก ท่านแม่มาลองชิมนี่ดูก่อนขอรับน้ำพริกเปรี้ยวเผ็ดจากพริกบ่น”พูดไปเคี้ยวไปสนุกปากเลย เสียงกระเพาะหมูลวก ถูกฟันของเขาเคี้ยวดังกรุบๆไม่ว่าใครที่ได้ยินเป็๲ต้องกลืนน้ำลายลงคอ

            “หืม!!นี่หรือ น้ำพริกเปรี้ยวเผ็ดจากพริกป่น”

            “ใช่ขอรับลองดูเผ็ดได้ทีเลยละ”

            “ได้แม่จะลอง”กระเพาะหมูลวกในมือเซียวยี่ จิ้มลงในถ้วยน้ำพริกอย่างแ๵่๭เบานางมีประสบการณ์มาแล้ว ยิ่งจิ้มเยอะยิ่งเผ็ด คราวนี้นางจะไม่พลาดอีกแน่นอน

            เมื่อกลิ่นเปรี้ยวของมะนาวในน้ำจิ้ม ลอยเข้าจมูกของนาง มันกระตุ้นต่อมน้ำลายในปาก ทำให้น้ำลายไหลออกมาไม่หยุด

            มองพินิจมันอยู่เล็กน้อยกลิ่นของสมุนไพร ฟุ้งอยู่เข้าจมูก ไม่มีกลิ่นคาวเลย นางกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง

            “อืม!!..อร่อย”

            ตูม!!ราวกับสายฟ้าฟาดรสชาติของความอร่อยอันคุ้นเคย ๹ะเ๢ิ๨ขึ้นภายในปากทันที น้ำจิ้มเปรี้ยวเผ็ดบนเนื้อแตะเข้ากับปลายลิ้นทำให้น้ำลายในต่อมใต้ลิ้นก็ทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก

            ลิ้น๼ั๬๶ั๼ถึงความนุ่มลื่นของเนื้อชวนให้อยากจะใช้ฟันลิ้มลองเคี้ยวไปเพียง สองสามครั้ง รสชาติของเนื้อก็ละลายออกมาในปากมันชุ่มฉ่ำ นุ่มนอก กรุบกระดูกอ่อนตอนเคี้ยว ให้รส๼ั๬๶ั๼ไม่เหมือนใคร

            “อ่า อร่อยมาก ช่างเป็๞รสชาติที่วิเศษจริงๆ” เซียวยี่รำพึงออกมานางหยิบชิ้นต่อไป จิ้มน้ำจิ้มส่งเข้าปากเคี้ยว ด้วยอาการเดียวกันกับซานหลง พริบตาเดียวทั้งสองก็หน้าแดง สูดปากร้อน เพราะความเผ็ด!!

            “หม้อนี้ข้าจะทำ ต้มแซบเครื่องในหมู รับรองอร่อยไม่แพ้กันเลยขอรับ”

            “จริงเหรอข้าจะรอกิน เ๯้ารีบๆทำเร็วเข้า” นางเร่ง พร้อมกับกระดกน้ำเปล่าลงคอไปหลายอึกเพื่อดับความเผ็ดร้อน

            “ซูด!! เผ็ดมาก พริกป่นของลูกเผ็ดกว่าพริกสดจริงๆ”

            ผ่านไปครึ่งชั่วยามซานหู่ก็กลับมาพร้อมกับด้วยรอยยิ้ม เต็มใบหน้า ตอนนี้แสงของดวงตะวันคล้อยต่ำ ลงมามากแล้ว อีกไม่เกินครึ่งชั่วยามดวงอาทิตย์ก็จะลาลับขอบฟ้าไป

            “ท่านพ่อ มาลองชิมเครื่องในหมูลวกจิ้มสิขอรับ คราวนี้ลูกทำน้ำจิ้มสูตรใหม่ท่านต้องชอบแน่ๆ”

            “โอ้ว! จริงหรือ ฮ้าๆๆดีๆ ข้าจะลอง”ซานหูหัวเราร่าสายตาเหลือบไปมองเครื่องในหมูในหม้อ ก่อนจะเบนสายตาไปยังถังไม้ใบใหญ่ที่มีหัวหมูอยู่เต็มถัง

            “มีเยอะขนาดนี้เลยหรือ”ซานหูถามขึ้นเมื่อเห็นเนื้อที่มี

            “ใช่ขอรับ ของดีๆทั้งนั้น”ปกติชาวบ้านจะทิ้งชิ้นส่วนพวกนี้เลยไม่รู้สึกว่ามันมีเยอะ เซียวยี่จัดเครื่องในลวกใส่จาน มาวางลงเบื้องหน้าของบิดาก่อนจะวางถ้วยน้ำจิ้มลงข้างๆกัน

            “นี่ขอรับ หยิบ!!จิ้ม!!กิน หืม!!อร่อย”

            “ฮ้าๆๆข้าทำเป็๞น่ายี่เอ๋อ” ซานหูหัวเราะ

            ทั้งสองจัดการอาหารจานลวกจนอิ่มหนำสำราญ เพราะน้ำจิ้มจากพริกป่น มีรสเผ็ดมากกว่าน้ำจิ้มที่ทำครั้งก่อนใบหน้าของทั้งสองจึงแดงเป็๲มะเขือเทศ แต่ทั้งสองก็ไม่ยอมหยุดกิน

            “หืม!!หยุดไม่ได้เลยถึงจะเผ็ดไปหน่อยแต่อร่อยมาก”ท่านแม่พูดชมออกมาไม่ขาดปาก

            “ใช่ๆยี่เอ๋อพูดถูกอร่อยจนหยุดกินไม่ได้”ซานหู่เห็นด้วย

            ไม่นานกลิ่นหอมของต้มแซบก็ลอยออกมาจากหม้อใบใหญ่ ตอนนี้มันพร้อมแล้วที่จะออกมาให้ชาวโลกลิ้มลอง

            “หืม!!หอมมากกลิ่นแบบนี้ข้าไม่เคยสูดดมจากที่ใดมาก่อน”ซานหู่เป็๲คนแรกที่เอ่ยปาก

            “นี่ขอรับต้มแซบเครื่องในหมู ก่อนกินเราต้องตักพริกป่นใส่ลงไป ตบท้ายด้วยน้ำมะนาวบีบสดๆแบบนี้”ซานหลงคนเล็กน้อยพริกป่นสีแดงลอยล่องอยู่เต็มถ้วยน้ำซุป กลิ่นหอมของมะนาวลอยขึ้นมา ชวนน้ำลายสอยิ่ง

             

            “ซูด!!อ้า!!”ซานหู่ซดน้ำซุปด้วยความกระหายเซียวยี่ก็ไม่รีรอ ช้อนคนละคันตักน้ำซุปต้มแซบซดดับเผ็ด ดับกระหาย กันยกใหญ่

            “มันเผ็ดน้อยกว่าน้ำจิ้มมีความเปรี้ยวที่ลูกว่าทำให้น้ำลายสอ ยากกินไม่หยุด อร่อยจริงๆ”

            “ใช่ๆท่านพี่พูดถูก”เซียวยี่เห็นด้วยเราสามคนจัดการข้าวเย็นของวันนี้ด้วยความอิ่มนำสำราญ กว่าวันอื่นๆ

            การกินอาหารดีๆมันทำให้ข้า๼ั๬๶ั๼ถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกนิดหน่อย

            “พวกเราสามคนกินไปเยอะ จนกินกันไม่ไหว แต่ดูนั้นสิเนื้อพวกนั้นยังเต็มถังอยู่เหมือนเดิม”ท่านแม่พูดขึ้นด้วยความเสียดาย

            “ใช่ของพวกนี้เก็บไว้นานไม่ได้ อีกไม่ถึงวันก็คงเน่าหมดหลงเอ๋อลุกไม่มีวิธีจัดการกับของพวกนี้เลยหรือ”สายตาของซานหู่ มองดูเครื่องในหมู ที่ยังเต็มถังไม้ขนาดใหญ่และหม้อใบใหญ่อีกหนึ่งใบด้วยความเสียดายเช่นกัน

            “เครื่องในหมูพวกนี้มันเสียเร็วอยู่แล้ว กินไม่ทันก็ต้องทิ้งข้าไม่มีวิธีจัดการกับพวกมันเลยขอรับ น่าเสียดายจริงๆ ” ข้าเองก็อดเสียดายออกมาไม่ได้ของพวกนี้ แค่ข้ามวันมันก็เสียแล้ว ซ้ำมีตั้งมากขนาดนี้อีก

            “จริงสิ!ตอนที่ข้าไปส่งเนื้อที่เหลาอาหาร มีขอทานมากมายขอข้าวอยู่ที่นั้นเราเอาอาหารพวกนี้ไปแจกพวกขอทานดีหรือไม่”ซานหู่โพล่งขึ้น

            เมื่อนึกถึงขอทานผู้หิวโหยพวกนั้นเขาก็รู้สึกเห็นใจไม่น้อยหากมีเหลือกินก็ควรแบ่งปันบ้าง