ตอนที่25
สัตว์อสูรพื้นฐานลมปราณขั้นที่3
หากเอ่ยถึงโลกของผู้ฝึกตนย่อมไม่อาจเลี่ยงที่จะต้องกล่าวถึงอสูรร้ายเช่นกัน เพราะเหรียญย่อมมีสองด้านเมืุ่์ถูกกำหนดให้เป็ผู้สร้างสรรค์ อีกด้านของเหรียญย่อมกำหนดมาเพื่อทำลายหาได้มีฝ่ายใดผิดหรือถูกทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เป็ธรรมชาติของเผ่าพันธุ์
มนุษย์โดยทั่วไปเมื่อแรกเกิดนั้นอ่อนแอแต่เมื่อก้าวสู่เส้นทางการฝึกตนย่อมจะแข็งแกร่งขึ้นตามแต่พร์ และโชควาสนาซึ่งแตกต่างจากสัตว์อสูร ที่ล้วนเกิดมาพร้อมความแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์ในทันทีทำให้อสูรพื้นฐานลมปราณนั้นมีพละกำลังรวมถึงการโจมตีและป้องกันที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ในระดับเดียวกัน
หากเอ่ยตามตำราวิชาอสูรซึ่งมีสอนกันทั่วไปตามสำนักใหญ่ต่าง ๆ ก็จะเปรียบเทียบสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่1 ได้กับผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3และสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 2เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 4แต่ในสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3 นั้นยังอ่อนแอกว่าผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่5 อยู่ครึ่งก้าว เพราะเมื่อผู้ฝึกตนก้าวเข้าสู่ระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 4จะสามารถบังคับใช้ลมปราณภายในกายได้ ทำให้สามารถเรียนรู้ทักษะยุทธ์ลมปราณในระดับต่ำได้
(ผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่4 จะสามารถใช้ลมปราณที่ดูดซับมาเพื่อ ปกคลุม ห่อหุ้ม เสริมพลังในส่วนต่าง ๆของร่างกาย ซึ่งจำเป็สำหรับการเรียนรู้ และใช้ทักษะลมปราณระดับต่ำและเมื่อผู้ฝึกตนก้าวเข้าสู่ระดับลมปราณแรกธรรมชาติ ถึงจะสามารถดึงดูดหรือปล่อยพลังลมปราณออกสู่ภายนอกร่างกายได้ ทำให้สามารถเรียนรู้ทักษะลมปราณต่าง ๆได้ทุกระดับ)
ผู้ฝึกตนจะสามารถใช้งานทักษะยุทธ์ระดับต่ำได้เต็มประสิทธิภาพเมื่อก้าวเข้าสู่ระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่5 จึงเป็เหตุผลว่าทำไมสัตว์อสูรในระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3 ซึ่งมีอาจมีพลังกายภาพสูงเกินกว่า20000 จิน ซึ่งสูงกว่าขอบเขตทั่วไปของผู้ฝึกตนในระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 5ซึ่งจะอยู่ที่ราว ๆ 10000 ไปจนถึง 12000 จินถึงได้ถูกจัดว่าอ่อนแอกว่าผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 5
ส่วนผู้ฝึกตนที่เข้าสู่ขอบเขตลมปราณแรกธรรมชาติขั้นต้นนั้นก็จะสูงกว่าสัตว์อสูรลมปราณพื้นฐานทุกระดับแต่ก็ยังคงอ่อนแอกว่าสัตว์อสูรในระดับลมปราณที่เท่าเทียมกัน
ในการทดสอบรอบที่สองของสำนักัฟ้านั้นจะให้ผู้เข้าทดสอบได้เผชิญหน้ากับ สัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1 โดยให้เอาตัวรอดให้ได้ภายในเวลาชั่ว1 ก้านธูป ซึ่งถือว่าไม่ใช่งานง่ายสำหรับผู้ฝึกตนในระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 2แต่สำหรับผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3 ขึ้นไป เช่น จื่อฮุยการต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1 กลับเป็เื่ที่ง่ายดายยิ่งนัก
ซึ่งเมื่อการทดสอบเริ่มขึ้นก็เป็ไปตามคาด...จื่อฮุยที่มีพลังลมปราณในระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3 แถมยังถือว่ามีพร์ไม่ธรรมดาไม่เพียงแต่สามารถเอาตัวรอดจากสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1แต่จื่อฮุยกลับใช้เวลาเพียงแค่ 8 นาทีก็สามารถสังหารอสูรร้ายลงได้ทำให้ผู้เข้าร่วมทดสอบล้วนส่งเสียงฮือฮาออกมา แต่ก็ยังมีผู้เข้าร่วมทดสอบอีกหลายคนที่สามารถสังหารสัตว์อสูรลงได้แต่เวลาที่ทำได้ล้วนมากกว่าจื่อฮุยทั้งสิ้น
ในการทดสอบรอบนี้กินเวลายาวนานกว่าในรอบแรกมากนักซึ่งผลการทดสอบก็เป็ไปตามที่ผู้าุโปู้เจินคาดเอาไว้มีผู้ตกรอบเกินกว่าแปดในสิบส่วน ซึ่งนับรวมสองพี่น้องตระกูลหย่งเข้าไปด้วย
ส่วนมู่จินหลันนั้นสามารถผ่านเข้ารอบไปได้แต่สีหน้าก็ไม่สู้จะดีนักเพราะเธอรู้ตัวดีว่าความสามารถของตัวเองนั้นอาจจะไม่ดีพอให้ผ่านการทดสอบหลี่เปียวจึงได้ให้มู่จินหลันหยิบยืมของวิเศษบางอย่าง ซึ่งมีผลในการซ่อนตัวแต่การใช้ของวิเศษประเภทนี้นั้นเป็ข้อห้ามในการทดสอบ แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปเ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการสอบ...หงคุนก็ไม่ได้เอ่ยเื่ที่เธอใช้ของวิเศษขึ้น ทำให้เธอสามารถผ่านเข้ารอบไปได้
การทดสอบดำเนินมาจนใกล้จะถึงรอบสุดท้ายเพราะว่าเสวี่ยินั้นผ่านเข้ารอบมาด้วยเงื่อนไขพิเศษปู้เจินจึงกำชับกับศิษย์นอกที่จัดแถวผู้เข้าทดสอบให้เสวี่ยินั้นเป็ผู้เข้าทดสอบในชุดสุดท้าย
เวลาล่วงเลยไปกว่า35 ชั่วโมง มีผู้ที่ผ่านการทดสอบไปแล้ว 170 คน
จนในที่สุดก็มาถึงการทดสอบรอบสุดท้ายเสวี่ยิ ถูกเรียกให้ขึ้นไปยืนบนข่ายอาคม จื่อฮุยที่ผ่านเข้ารอบแล้วยังคงรอลุ้นผลของเสวี่ยิอยู่ในห้องทดสอบกำมือชูนิ้วโป้งส่งให้เสวี่ยิ
เสวี่ยิยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อยพลางพยักหน้ารับ ก่อนจะหลับตานิ่งทำสมาธิ เสียงหวีดหวิวของลมพัดผ่านหู เพียงแค่ชั่วลมหายใจเข้าออกเสวี่ยิก็ลืมตาขึ้น แต่ภาพรอบข้างก็พลันเปลี่ยนแปลงไปเรียบร้อยแล้ว
แสงจ้าส่องอาบไล้ไปทั่วทุกทิศทางก่อนที่แสงสว่างจะค่อย ๆ หรี่ลงกลายเป็แสงแดดอ่อนรำไรเสวี่ยิถูกส่งมายังป่าโปร่ง รอบข้างเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่แม้จะรู้อยู่ก่อนว่ามิติที่เขาถูกส่งมานั้นเป็เพียงภาพมายา แต่เสวี่ยิยังคงรู้สึกทึ่งในพลังของข่ายอาคมเป็อย่างมากเพราะทุกสิ่งที่นี้มันดูไม่ต่างจากของจริงเลย แม้กระทั่งลมปราณที่รินไหลอยู่ของต้นไปใบหญ้าหรือแม้แต่ในอากาศ
แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมามั่วชื่นชมกับความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่ข่ายอาคมสร้างขึ้นเพราะนี่คือการทดสอบในรอบที่ 2 ของสำนักัฟ้า และเสวี่ยิจำเป็ต้องเอาตัวรอดให้ได้จนกว่าจะครบเวลา1 ก้านธูป
ยังไม่ทันที่เสวี่ยิจะขยับตัวจากจุดที่ถูกส่งมาเสียงคำรามก้องของสัตว์อสูรก็ดังขึ้นเสียก่อนตามมาด้วยเสียงล้มตึงของต้นไม้ขนาดใหญ่จากป่าทางฝั่งขวาเสวี่ยิไม่รอช้ารีบวิ่งฉีกตัวหลบไปยังป่าอีกด้าน ก่อนจะใช้มืออันทรงพลังบีบเข้าที่เนื้อไม้ดึงร่างพาตัวเองขึ้นสู่ที่สูงเมื่อเสวี่ยิปีนขึ้นไปได้สูงราว 5 วาภาพของสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายแรดขนาดมหึมาก็ปรากฏชัดถึงแม้เสวี่ยิจะไม่เคยปะมือกับสัตว์อสูรลมปราณมาก่อนแต่เขาก็พอจะรู้ว่าเ้าแรดั์ที่สูงกว่าสามเมตรตัวนี้เป็สัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3หาใช่สัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 1
แต่ความคิดไม่ทันได้ทบทวนจนกระจ่างเสวี่ยิก็ต้องสูดหายใจลึกตระเตรียมรับมือการโจมตี เพราะทันทีที่เ้าแรดั์มองเห็นเสวี่ยิมันก็ตรงเข้าใช้นอสีเงินแวววาวของมัน กระแทกตัดจนต้นไม้ใหญ่หักโค่นลงในพริบตาเสวี่ยิเห็นท่าไม่ดีหากตกลงไปในสภาพนี้ต้องถูกเ้าแรดั์กระทืบทับจนบี้แบนอย่างแน่นอนจึงชิงโผพุ่งออกไปยังกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้ ก่อนที่ต้นไม้ใหญ่จะโค่นล้มลง
แรดั์ที่เสวี่ยิพบนั้นมีชื่อเรียกว่าแรดนอดาบ แม้มันมีร่างที่มหึมา แต่ความว่องไวหาได้เชื่องช้ายิ่งตัวที่เสวี่ยิพบนั้นยังอยู่ในระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3ซึ่งถือเป็แรดนอดาบที่โตเต็มวัย ความแข็งแกร่งของมันจึงมีมากกว่า 25000 จินหากปะทะกันตรง ๆ รับรองว่าเสวี่ยิในตอนนี้ต้องถูกกระแทกจนร่างแหลกเหลวในพริบตา
ทันทีที่แรดนอดาบััได้ว่าเหยื่อของมันกระโจนไปยังต้นไม้ใหญ่อีกต้น มันก็หันร่างมหึมาตามติดใช้บั้นท้ายขนาดใหญ่ชนกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ ถอนไม้ั์หลุดออกมาทั้งรากแต่ยังดีที่ครั้งนี้ต้นไม้ไม่ได้หักโค่นลงมาทันที แต่เอนโน้มลงจนเฉียงทำมุมกับพื้นเสวี่ยิเห็นเป็โอกาสดีที่จะหลบหนี จึงวิ่งตรงลงมาตามต้นไม้ที่ล้มเอียงแรดนอดาบเห็นดังนั้นก็หมายจะพุ่งสวนขึ้นเพื่อจู่โจม แต่ก่อนที่เสวี่ยิจะลงมาถึงยังส่วนโคนต้นไม้เสวี่ยิก็พลันพลิกร่างร่วงหล่นลงไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนพุ่งทะยานออกไปในทิศทางตรงกันข้ามหลบหนีการพุ่งทำลายของแรดนอดาบไปได้อีกระลอก
เมื่อเห็นว่าเหยื่อในครั้งนี้มีความเ้าเล่ห์แถมหลบหนีว่องไวเ้าแรดนอดาบตัวเต็มวัย ก็ไม่ออมรั้งพลังของตัวเองอีกมันเปิดรูที่เหนือต้นขาทั้งสี่ออก พ่นควันขาวพวยพุ่งขึ้นราวกับกาต้มน้ำที่เดือดพล่าน เสวี่ยิที่ยืนอยู่ไกลออกไปหลายสิบวาชมดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนไม่กล้าประมาท เกร็งพลังทั้งร่างจนกล้ามเนื้อบีบรัดตัวกันแน่น หมายว่าหากไม่อาจหลบเลี่ยง ยังพอจะต้านรับปกป้องอวัยวะภายในไม่ให้าเ็บอบช้ำจนเกินไป
หลังควันขาวพวยพุ่งออกมาแรดนอดาบกลับรวดเร็วกว่าเก่าอีกโข สี่เท้าควบตะบึงเพียงชั่วพริบตาก็อยู่ห่างจากเสวี่ยิไม่ถึงสองวาแม้เสวี่ยิจะรอท่าเตรียมหลบหลีกอยู่ก่อน แต่ดูจากความว่องไวสุดเปรียบของท่าโจมตีในครั้งนี้คงยากที่จะหลบพ้น สองตามองเห็นภาพ ความคิดในสมองพลันวิ่งไวราววิชชุกล้ามเนื้อสองแขนที่อัดแน่นถูกหนุนเสริมจากวิชาบ่มเพาะการยาแห่งพระเ้าขั้นที่ 1ยกขวางกันขึ้นเป็รูปกากบาท สองเท้าเคลื่อนตัวเบี่ยงออกไปทางด้านข้างหมายหลบรอดจากนอั์อันคมกริบ แต่ดูเหมือนสองเท้าที่ไร้วิชาท่าร่างของเสวี่ยิล้วนเชื่องช้าไปเสี้ยวหนึ่ง แต่ยังคงหลบเลี่ยงจุดตายได้ทัน นอแรดแทงปาดเข้าใส่แขนขวาที่ยังเบี่ยงหลบไม่พ้นยังดีที่ลำตัวด้านข้างยังหลุดรอดคมดาบออกมาได้แต่ก็โดนชนปะทะเข้ากับศีรษะอันใหญ่โตหยาบแข็งของแรกนอดาบเข้าอย่างจัง
เสวี่ยิลำตัวบิดงอถูกซัดกระเด็นลอยปลิวไปตามแรงปะทะ โลหิตทะลักไหลออกมาเป็ทางยาว...
.
.
กลับมาที่ด้านนอกร่างของเสวี่ยิที่นั่งขัดสมาธินิ่งอยู่บนข่ายอาคมใบหน้าขาวซีด ก่อนที่จะมีโลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปาก และจมูกจื่อฮุยที่ชมดูอยู่ถึงกับหน้าถอดสี กระวนกระวายใจจนไม่อาจนั่งนิ่งเมื่อมองดูข่ายอาคมที่ล้อมรอบล้วนปรากฏแสงกระพริบถี่แสดงถึงว่าผู้เข้าร่วมทดสอบใกล้จะแพ้พ่ายแล้ว ทั้งที่ก้านธูปยังลดไปไม่ถึงครึ่งก้านด้วยซ้ำ
ส่วนอีกมุมหนึ่งห้องข่ายอาคมมายาหลี่เปียว รวมถึงสามพี่น้องตระกูลหย่ง ล้วนยิ้มร่าด้วยความยินดีเมื่อเห็นว่าคู่อริของพวกมันกำลังจะแพ้พ่าย
ส่วนหงคุนที่ยืนอยู่บริเวณจุดควบคุมบังคับได้แต่หลับตาส่ายหน้าไปมา เพราะมันรู้ดีว่าเพียงแค่ทนทานต่อสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่3 ได้เกินกว่าหนึ่งนาที นั้นยังยากเย็นกว่าการหลบหนีสัตว์อสูรระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่1 ชั่วหนึ่งก้านธูปไหม้เสียอีก แต่เสวี่ยิกลับทนได้เกินกว่าห้านาทีไปแล้วนั่นหมายความว่าเด็กหนุ่มที่มันถูกจ้างวานให้ใช้กลโกงเล่นงานในครั้งนี้สมควรที่จะผ่านการทดสอบครั้งนี้ไปได้อย่างไม่ยากเย็นนักแต่เมื่อหงคุนใช้มือจับไปที่กระเป๋ามิติตัวเอง ความรู้สึกผิดก็พลันลดน้อยลงไป หินลมปราณ10 ก้อนที่อัดแน่นอยู่ข้างในก็เพียงพอจะให้มันลืมเลือนเื่ราวที่เกิดขึ้น