เช้าวันเสาร์ แดดยามสายอาบไล้ผิวโลกอย่างอ่อนโยน อากาศยังคงเย็นสบายราวกับฤดูใบไม้ผลิที่มาเยี่ยมเยือนกลางฤดูร้อน ปุณณ์ยืนอยู่หน้าสวนพฤกษศาสตร์ของโรงเรียนตามเวลานัดหมายแปดโมงตรง เขามาก่อนเวลาราวสิบห้านาทีตามความเคยชินอันฝังแน่นในการดำเนินชีวิตอย่างมีระเบียบ... แต่วันนี้กลับมีบางอย่างที่ต่างออกไป
เขาสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ััถึงความเย็นของโทรศัพท์ที่ซุกตัวอยู่อย่างเงียบงัน ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก่อตัวั้แ่เมื่อคืน และยังไม่ยอมจางหาย ไม่ใช่ความตื่นเต้นอย่างที่วัยรุ่นควรจะรู้สึกเมื่อจะได้ไปเที่ยวกับเพื่อน หากแต่เป็ความรู้สึกปนเป... ระหว่างความกังวล ความสับสน และความคาดหวังที่เขาเองก็ไม่อยากเอ่ยชื่อมันออกมา
ครั้งหนึ่ง เขาเคยเชื่อว่าธีร์คือ ‘ความวุ่นวายที่เดินได้’ — แต่เวลานี้ คำว่า รำคาญ ค่อยๆ ถูกกลืนหายไปอย่างเงียบงัน กลายเป็คำว่า สนใจ แทนที่
เขาเริ่มสังเกตธีร์มากขึ้น สังเกตทุกครั้งที่เ้าตัวยิ้ม ทุกครั้งที่แววตาวิบวับ และแม้กระทั่งท่าทางเล็กน้อยที่เคยถูกเขามองข้าม ตอนนี้ทุกอย่างกลับดู จริงแท้ จนน่าใจหาย
“ปุณณ์!”
เสียงคุ้นเคยจากด้านหลังทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพบเ้าของเสียง — ธีร์ในชุดลำลองธรรมดา เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์เรียบง่าย แต่กลับดูสบายตาและสดใสอย่างน่าประหลาด แสงแดดเช้าที่สาดกระทบใบหน้าของเขา ทำให้ธีร์ยิ่งดูเปล่งประกายราวกับภาพในเฟรมภาพยนตร์
“ขอโทษนะ มาช้านิดหน่อย พอดีติดเื่เอกสารน่ะ”
ธีร์ยิ้มอย่างเกรงใจ ปุณณ์ไม่ตอบอะไร เพียงพยักหน้าเบาๆ แต่ดวงตากลับทอดมองอีกฝ่ายเงียบๆ โดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากธีร์ไม่ใช่แค่ความร่าเริงอีกต่อไป แต่มันคือความรู้สึก... ที่ทำให้ใจเขาสบายอย่างประหลาด
“โอเค งั้นเราเข้าไปกันเลยไหม? ครูดวงพรบอกว่าให้เริ่มจากโซนพืชน้ำก่อน”
ปุณณ์เดินตามธีร์เข้าไปในสวน สวนพฤกษศาสตร์ของโรงเรียนภิรมย์วิทยากรช่างร่มรื่นและอุดมสมบูรณ์ ทางเดินเล็กๆ คดเคี้ยวแทรกผ่านต้นไม้ใหญ่และแปลงดอกไม้ที่จัดไว้อย่างเป็ระเบียบ เงียบสงบ มีเพียงเสียงสายลมและเสียงนกร้องขับกล่อมเบาๆ
“ปุณณ์ นายถือแผนที่ให้ฉันหน่อยสิ เดี๋ยวฉันจะจดบันทึก”
ปุณณ์รับแผนที่จากธีร์เงียบๆ และตลอดทาง ธีร์คอยชี้ชวนให้ดูต้นไม้ พืชพันธุ์แปลกตา พร้อมเล่าชื่อวิทยาศาสตร์และลักษณะเฉพาะของแต่ละต้นอย่างตั้งอกตั้งใจ — มากกว่าที่ปุณณ์เคยคาดคิดเสียอีก
เขาเพิ่งค้นพบว่าธีร์ไม่ได้เป็แค่คนร่าเริงธรรมดา แต่เป็คนที่ใส่ใจธรรมชาติและรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตอย่างลึกซึ้ง
“นี่ ปุณณ์! ดูสิ ต้นเฟิร์นพันธุ์นี้หายากมากเลยนะ!”
ธีร์ชี้ไปที่เฟิร์นสีเขียวสดที่กำลังคลี่ใบอย่างอ่อนโยนจากซอกหิน แววตาของเขาเปล่งประกายอย่างไร้เดียงสา ปุณณ์เผลอยิ้มออกมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว — รอยยิ้มจากความรู้สึกอบอุ่นใจ...จากใครบางคน
“นายก็สนใจพืชด้วยเหรอ?” เขาหลุดถามโดยไม่ตั้งใจ
“อืม ชอบนะ” ธีร์ยิ้มละมุน “ฉันชอบดูสิ่งมีชีวิตเติบโต ชอบเห็นการเปลี่ยนแปลง... เหมือนคนเรานั่นแหละ กว่าจะโตมาได้แต่ละคน ก็ต้องผ่านอะไรมามากมาย”
คำพูดของธีร์เรียบง่าย แต่กลับพาให้ปุณณ์นิ่งอึ้ง เหมือนถูกดึงเข้าสู่โลกอีกใบที่ไม่เคยรู้จัก... โลกที่ธีร์อยู่ในนั้นมานานแล้ว
พวกเขาใช้เวลาสำรวจไปเรื่อยๆ ปุณณ์เริ่มเปิดใจมากขึ้น ถามคำถามบ้างในบางจังหวะ และธีร์ก็ตอบอย่างกระตือรือร้น การอยู่ด้วยกันเริ่มกลายเป็เื่ง่าย...อย่างไม่น่าเชื่อ
“เฮ้อ... ใกล้เที่ยงแล้ว เริ่มหิวแล้วสิ นายล่ะ หิวไหม?”
“นิดหน่อย”
“ดีเลย ฉันเตรียมแซนด์วิชมาเผื่อด้วย นั่งพักตรงม้านั่งข้างน้ำตกนั่นไหม? บรรยากาศดีมากเลย”
ปุณณ์พยักหน้า และเดินตามธีร์ไปนั่งยังม้านั่งไม้เก่าใต้ร่มไม้ใกล้น้ำตกจำลอง ธีร์หยิบกล่องแซนด์วิชที่ห่อด้วยกระดาษไขลายดอกไม้สีฟ้า แล้วยื่นให้เขาหนึ่งชิ้น
“ฉันทำเอง ลองชิมดูสิ”
กลิ่นหอมจากแซนด์วิชอบอวลในอากาศ ปุณณ์กัดเข้าไปคำหนึ่ง แล้วต้องเบิกตากว้าง ไส้แน่น ขนมปังนุ่ม และรสชาติที่...อร่อยจนเกินคาด
“อร่อยไหม?”
“อร่อย” ปุณณ์ตอบพลางพยักหน้า แก้มป่องตุ้ยๆ ขณะเคี้ยว
ธีร์หัวเราะเบาๆ ด้วยรอยยิ้มที่สดใสยิ่งกว่าดวงตะวันยามบ่าย
“ดีใจจัง ปกติไม่มีใครชมฉันนอกจากแม่เลยนะ”
ปุณณ์เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย — แสงแดดลอดผ่านกิ่งไม้ลงมายังใบหน้าของธีร์ ทำให้เขาดูอบอุ่นอย่างน่าใจหาย หัวใจของปุณณ์เต้นแรงขึ้นอีกครั้งโดยไม่อาจควบคุมได้
หลังจากพักเที่ยง ทั้งคู่พูดคุยกันต่อเบาๆ ก่อนธีร์จะชวนไปต่อยังโซนพืชหายาก เส้นทางค่อยๆ แคบลง ต้นไม้เริ่มหนาแน่นขึ้น แสงแดดลดทอน เหลือเพียงแสงลอดบางๆ ผ่านพุ่มไม้
ขณะเดินผ่านโขดหิน ปุณณ์ก้าวพลาด — เท้าลื่นบนตะไคร่ เขาเซถลาล้มลง
พลั่ก!
เสียงเสียดสีกับพื้นดินดังขึ้นเบาๆ ก่อนร่างของเขาจะทรุดนั่งกับพื้น มือคว้ากิ่งไม้เล็กๆ ไว้ได้ทันก่อนจะล้มไปมากกว่านั้น
“ปุณณ์!” ธีร์หันกลับมาพร้อมใบหน้าตื่นตระหนก รีบวิ่งเข้ามา “เป็อะไรหรือเปล่า?!”
ปุณณ์พยายามลุกขึ้นช้าๆ แม้ข้อเท้าจะรู้สึกเจ็บนิดหน่อย แต่เขายังพอไหว
ทว่าก่อนที่ธีร์จะได้เข้ามาพยุง ปุณณ์กลับสังเกตเห็นบางอย่างตกอยู่ไม่ไกลจากตัว — สมุดบันทึกเล่มเล็กที่เปิดอ้าออก เผยให้เห็นภาพร่างพืชพรรณ และ...ใบหน้าของเขาเองที่ถูกวาดไว้อย่างละเอียดอ่อน
หัวใจของปุณณ์เต้นกระหน่ำในอก
ไม่ใช่เพราะความเ็ปจากการล้ม... แต่เป็เพราะภาพวาดใบนั้น และความจริงบางอย่างที่กำลังคลี่คลายออกมาอย่างช้าๆ
— และมันอาจเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับธีร์ไปตลอดกาล