
....ประตูไม้ใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลหลงถูกผลักออกอย่างช้า ๆ แสงแดดยามเช้าส่องกระทบเงาร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดขาวสะอาดตา — หลินเซียน ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเรียบเย็น ดวงตาคมดั่งกระบี่ที่ฝังอยู่กลางฝัก มองเงียบ ๆ แต่ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงแรงกดดันที่ยากอธิบาย
เบื้องหน้า เศรษฐีหลงอวี่ ยกหีบเงินหนักขึ้นมากลางสองมือ แสดงความซาบซึ้งสุดหัวใจ
“ท่านเซียน ....ท่านหลินเซียน ข้ามิอาจตอบแทนบุญคุณที่ท่านช่วยปราบปีศาจในเรือนเมื่อคืนนี้ได้เลย เงินทองก้อนนี้เป็เพียงน้ำใจเล็กน้อย ขอท่านอย่าได้ปฏิเสธ”
เสียงเขาสั่นเครือด้วยทั้งความโล่งอกและความเกรงขามต่อชายหนุ่มผู้มีพลังปราณเซียนลึกล้ำ
ทว่าหลังกายสูงใหญ่ของเศรษฐีกลับมีเงาร่างบอบบางหลบอยู่ ...คุณหนูเหม่ยหลิน ใบหน้างามแดงซ่าน ดวงตากลมสวยก้มต่ำไม่กล้าเงยขึ้นสบตา หล่อนซ่อนตัวอยู่หลังบิดาราวกับกลัวว่าหลินเซียนจะมองเห็นความกระดากอายในใจ
เพราะเมื่อคืน ภายใต้อำนาจมนต์สะกดของปีศาจหุ่นเชิด ร่างกายของนางถูกบังคับให้ยั่วยวนแนบชิดกับเขา ความทรงจำนั้นแม้จะเลือนราง แต่วาบไหวราวเปลวไฟทุกครั้งที่นึกถึงััใกล้ชิดกับชายหนุ่มผู้นี้
นางเป็สตรีบริสุทธิ์ ไม่เคยแม้แต่จับมือบุรุษมาก่อน แต่กลับถูกบังคับให้แนบชิดถึงเพียงนั้นกับหลินเซียน ทั้งยังเป็บุรุษรูปงามที่งามสง่าเสียจนทำให้หัวใจของนางเต้นรัวราวกลองศึก ยามเงยหน้าขึ้นเห็นดวงหน้าคมสันประหนึ่งเทพ์ ยิ่งทำให้ความเขินอายแล่นพล่านไปทั้งร่าง
หลินเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย เห็นเงาคุณหนูที่หลบอยู่ก็แวววับแวบผ่านในดวงตา แต่เขาเพียงโค้งมือคารวะเศรษฐี ไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ราวกับมิได้จดจำสิ่งที่น่าอับอายนั้นไว้เลย
“บุญคุณข้าไม่หวังสิ่งตอบแทน แต่ข้ายอมรับว่ามีความจำเป็ต้องใช้เงินจริงๆ จึงมิอาจปฏิเสธน้ำใจจากท่านได้”
เสียงทุ้มขรึมดังออกมา ทว่าในความเรียบเย็นกลับแฝงด้วยเมตตา
คำพูดเรียบง่าย ทว่าเต็มไปด้วยน้ำหนัก ทำให้เศรษฐีหลงอวี่ซาบซึ้งจนก้มศีรษะลงต่ำ
หลินเซียนเดินจากออกมาจากบ้านท่านเศรษฐีได้ไม่ไกล
คุณหนูเหม่ยหลินวิ่งตามมา หลินเซียนเห็นจึงหยุดรอเธอ ใบหน้าหล่อนร้อนผ่าวขึ้นอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ สุดท้ายยังอดไม่ได้ที่จะเอื้อนเอ่ยเสียงแ่เบาเหมือนสายลมยามวสันต์
“เมื่อคืน หากมิใช่ท่าน ข้าคงมิอาจรักษาเกียรติของตนไว้ได้ ท่านหลินเซียน ข้าจะจดจำบุญคุณนี้ตราบสิ้นชีวิต”
“คุณหนูอย่าได้โทษตนเอง เื่ราวเมื่อคืนล้วนเป็เพราะกลอุบายปีศาจ”
คำพูดนั้นทำให้เหม่ยหลินใจสั่นสะท้าน สองแก้มแดงจัด นางเบือนหน้าหนีแทบไม่ทัน แต่ในหัวใจกลับพร่ำเพรียกชื่อนี้ไม่หยุด หลินเซียน หลินเซียน…
คุณหนูหน้าแดงเป็ลูกท้อ เหม่ยหลินแม้ยังอายจนแทบซ่อนหน้าไม่ทัน
หลินเซียนก้มศรีษะเล็กน้อยแล้วขอลา เดินจากคุณหนูไป โดยมีสายตาคุณหนูมองตามเขาด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินจะกล่าว
.....ใกล้ค่ำแล้ว ลมเย็นพัดผ่านชายป่า กระท่อมไม้ไผ่เล็ก ๆ ที่เก่าทรุดโทรมยืนอยู่ริมทางเงียบสงัด แต่เพียงก้าวเท้าเข้าใกล้บ้าน หลินเซียนก็เห็นเงาร่างสตรีสูงวัยนั่งอยู่ที่ม้านั่งไม้ไผ่หน้าบ้าน ใบหน้าอ่อนล้าแต่เปี่ยมด้วยแววอาทร ดวงตาของนางส่องประกายเมื่อพบลูกชาย
“กลับมาแล้วเหรอลูก”
เสียงอบอุ่นนั้นช่างสั่นสะท้านใจ
หลินเซียนคุกเข่าลงโอบกอดร่างแม่ทันที ความคิดถึงที่อัดแน่นในอกพรั่งพรูออกมา
“ครับท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว”
สองแม่ลูกกอดกันแน่นราวกลัวว่ากาลเวลาอันโหดร้ายจะพรากกันไปอีกครั้ง น้ำตาเอ่อคลอในดวงตาของมารดา ก่อนรินไหลออกมาเงียบ ๆ
หลินเซียนรีบลุกขึ้น หยิบถุงสมบัติเซียนออกมาโบกมือเบา ๆ สิ่งของมากมายปรากฏตรงหน้า
เสื้อผ้าใหม่สะอาดตา ผ้าห่มนุ่มอุ่น ที่นอนสบาย ข้าวสารถุงใหญ่ เนื้อแห้ง เครื่องยาบำรุงสำหรับผู้สูงวัย ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านแม่้า เขาจัดเตรียมมาอย่างครบถ้วน
มารดามองเห็นแล้วถึงกับน้ำตาร่วงอีกครั้ง สองแขนโอบลูกชายไว้แน่น
“เ้าช่างเป็ลูกที่กตัญญูนักลูกรัก…แม่ไม่้าสิ่งใดหรอก ขอแค่ได้เห็นหน้าเ้าแม่ก็ดีใจแล้ว”
หลินเซียนยิ้มบาง ลูบหลังมารดาอย่างทะนุถนอม ทั้งบ้านเล็ก ๆ ในยามนั้นอบอวลด้วยความอบอุ่นอันยากหาคำใดมาเปรียบ
แต่แล้วสายตาคมสันของเขาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวที่ยืนเงียบอยู่ข้างหลัง คุณหนูร้านน้ำชา ร่างงามในชุดผ้าเนื้อดี ใบหน้าร้อนแดงด้วยความประหม่า ยืนเก้ ๆ กัง ๆ ราวกับไม่กล้าขยับเข้าใกล้
หลินเซียนเดินเข้าไปหานางช้าๆ มือหนึ่งชูปิ่นปักผมสวยงามล้ำค่า ทำด้วยหยกแกะสลักที่สะท้อนแสงจันทร์งดงาม เขายกมือขึ้นเบา ๆ ปักลงบนเส้นผมดำขลับของนางด้วยตนเอง
“นี่ของเ้า ขอบคุณที่ช่วยดูแลแม่ข้าตอนที่ข้าไม่อยู่”
คุณหนูสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อความอุ่นจากปลายนิ้วเขาััผ่านเส้นผม นางเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้จนหัวใจเต้นรัวไม่เป็ส่ำ
“ม....ไม่เป็ไร ท่านพี่"
เสียงแ่เบา แต่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งที่ไม่อาจปิดบังได้
ปิ่นหยกค่อย ๆ ส่องประกายบนมวยผมของนาง ดุจดังดวงดาวที่ประดับอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน
แล้วทั้งสามคนก็เข้าบ้านไปรับประทานอาหารด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อยมีความสุข...
....รุ่งอรุณวันถัดมา แสงตะวันแรกสาดลอดผ่านไผ่และพฤกษาพรรณในป่า เสียงนกป่าขับขานเป็เพื่อนเงียบงัน หลินเซียนยืนสงบนิ่งอยู่หน้ากระท่อมเล็ก เอ่ยคำล่ำลาท่านแม่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ท่านแม่ โปรดดูแลสุขภาพให้ดี วันนี้ข้าจำต้องเข้าไปยังป่าลึกหลังบ้าน เพื่อฝึกฝนพลังปราณให้ทะลวงสู่ขั้นที่ 3 แกนปราณ ให้จงได้”
มารดาพยักหน้าช้า ๆ แม้แววตาจะเต็มไปด้วยห่วงหา แต่ก็รู้ดีว่าบุตรชายผู้นี้มีเส้นทางที่ต้องก้าวเดิน
คุณหนูร้านน้ำชาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กำชายเสื้อแน่น หัวใจสั่นไหวอย่างไม่อาจปิดบัง
“ท่านพี่หลินเซียน ขอให้ท่านปลอดภัย ไม่ว่าจะเผชิญสิ่งใด ข้าจะรอท่านกลับมา”
คำพูดแ่เบา แต่ลึกซึ้งเกินกว่าที่นางกล้าแสดงออก หลินเซียนเหลือบมองนางเพียงครู่ ก่อนยิ้มบาง แล้วหันหลังเข้าสู่เส้นทางป่า
เบื้องลึกในป่าใหญ่ ต้นไม้เซียน ที่ครั้งหนึ่งบิดาของเขาเคยปลูกไว้ก่อนจากโลกนี้ไป ต้นไม้นั้นมิใช่เพียงพืช หากเป็เสมือนศิลาแท่นบรรพชน คอยชี้นำเส้นทางแห่งผู้ฝึกฝน
เขาเรียกเ้าเสี่ยวิลูกแพนด้าออกมา มันดีใจที่ได้เจอเ้านายเข้ามาออดอ้อนสักพัก ก่อนจะกินไผ่จนอิ่มแล้วนอนหลับเปล่งพลังธาตุไม้ ทำให้ต้นไม้เซียนเปล่งแสงสุกปลั่งทั้งต้น
หลินเซียนนั่งขัดสมาธิใต้ร่มไม้ มือทั้งสองประสานรูปธรรมจักร ดวงตาปิดแนบสนิท ลมหายใจยาวลึก พลังปราณเริ่มหมุนวนอยู่ภายในร่าง
ขั้นที่หนึ่ง ปราณเริ่มไหลเวียนทั่วร่าง เส้นชีพจรเปิดกว้าง
ขั้นที่สอง ปราณรวมศูนย์กลางตันเถียน ก่อเป็เกลียวหมอก
ขั้นที่สาม ต้องหลอมรวมหมอกปราณให้กลั่นเป็ “แกนปราณ” แข็งแกร่งมั่นคงดั่งศิลา
แต่เพียงเริ่มหลอมรวม หมอกปราณกลับปั่นป่วนราวกับพายุภายในร่าง กดดันจนหลินเซียนเหงื่อไหลทั่วตัว เส้นชีพจรสั่นสะท้าน หากควบคุมผิดพลาดเพียงเสี้ยวหนึ่ง อาจถึงขั้นปราณแตกตายได้!
เขากัดฟันแน่น เสียงก้องในหัวดังก้อง
"ข้ารู้ รากิญญาขยะอย่างข้า ทุกอย่างมันยากเย็นกว่าคนอื่นๆ"
“แต่ข้าจะไม่ยอมข้าล้มเหลว เพื่อชีวิตของท่านแม่? ข้ามิอาจหยุดอยู่เพียงเท่านี้ได้!”
"มันต้องสำเร็จ!!"
(1 ปีผ่านไป)
....แสงสีทองเรืองรองแผ่ออกมาจากร่างเขา คลื่นพลังปราณธาตุน้ำเกิดเป็ละอองน้ำสั่นสะท้านทั่วป่า ใบไม้ต้นไม้เซียนไหวะเื
เ้าเสี่ยวิตื่นขึ้นมามองเ้านายของมันอย่างมีนัยยะ
เสี่ยวิตอบรับพลังปราณธาตุน้ำที่ฟุ้งกระจายนั้น มันปล่อยพลังธาตุไม้ออกมาเต็มที่ผสมผสานกับละอองน้ำปราณมากมายรอบตัวหลินเซียน
เกิดเป็แสงสีทองจางๆสว่างไปทั่วทั้งป่า บรรดาต้นไม้ และสัตว์น้ำส่งพลังิญญาเล็กๆเป็เส้นๆมากมายลอยพุ่งเข้ามาในตัวหลินเซียน
พญามัจฉาสัตว์อสูรผู้ปกครองบึงน้ำในป่ากระโจนขึ้นมาจากผิวน้ำ มันอ้าปากมีพลังปราณิญญาสัตว์อสูรระดับกลางโพยพุ่งออกมา ไปสู่ร่างหลินเซียน
ต้นไม้เซียนที่พ่อปลูก เกิดผลไม้สีม่วงลูกใหญ่มาก 1 ลูกมันหลุดและลอยอยู่เหนือพื้น ต้นไม้เซียนสลัดใบทั้งหมดเข้าไปห่อหุ้มผลไม้เซียนลูกนั้นไว้
รากไม้ เปลือกไม้ หลุดลอกออกบางส่วน มันเข้าไปผสมอยู่ในผลไม้ลูกนั้น ก่อนที่มันจะกลายเป็ยาก้อนเล็กๆ แล้วพุ่งเข้าปากหลินเซียนกลืนลงไป
หลินเซียนยังคงหลับตา ร่างของเขานิ่ง จิตของเขากำลังเข้าสู่ห้วงแห่งเต๋าอันลึกล้ำ....
