ราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง

    ตอนที่ 30 ตกตะลึง

    หลังจากที่ต่อสู้มาอย่างยาวนาน เหงือก็เริ่มผุดขึ้นที่หน้าผาก และเริ่มเหนื่อยอย่างรุนแรง เพราะใช้พลังเวทย์ไปอย่างมากมายในการต่อสู้ครั้งนี้ แต่ก็ยังโชคดีที่ผู้นำทัพสัตว์อสูร ไม่ใช่เก๋อผิงซาง ถึงได้ชนะศึกนี้ได้ แต่ถ้ามาหลายตนก็ไม่ไหวเหมือนกัน ถึงจะมีเวทย์หยุด จับ โจมตี หลบหนี สนับสนุนก็ตามที พลังเวทย์ก็ต้องมีหมดเหมือนกัน"เห้อ...เหนื่อยสุดๆถ้ามีมากว่านี้คงได้พลังเวทย์หมด โดนรุมกระทืบตายแน่นอน คงต้องรีบจบการต่อสู้ให้เร็วกว่านี้ซะแล้ว"ชิงหลงนั่งเอาหลังพิงกับต้นไม้ขนาดใหญ่ ข้างๆลำธาร ก่อนจะเอาผลึกคริสตัลสีฟ้าสดใสออกมาดู ก่อนจะยิ้มด้วยความพอใจกับการที่ต้องเหนื่อยแบบนี้ "ดูเหมือนว่า พลังเวทย์จะถูกใช้ไปบางส่วน แต่ก็ยังพอจะทำให้ข้าดูดกลืนเพื่อเพิ่มพลังเวทย์ได้" ชิงหลงเก็บผลึกคริสตัลลงในแหวนมิติที่เป็นแหวนมังกรทอง ก่อนจะนั่งหลับตาลงพักผ่อนให้หายเหนื่อยจากนั้นก็เผลอหลับไป
    ปราสาทโบราณลึกลับภายในปราสาทห้องเก่ามืดมิด มีดวงตาคู่หนึ่งลืมตาตื่นขึ้นมา ดวงตาขนาดใหญ่คู่นั้นมีสีแดงเหมือนเลือดน่าสยดสยองน่ากลัว พร้อมกับเสียงแหบพร่าเลื่อนลอยเอ่ยขึ้นแผ่วเบา"หืม...เจ้าฟางเจี้ยนตายแล้วอย่างนั้นรึ! เป็นไปได้ยังไง ก็ไนเมื่อเจ้านั่นแข็งแกร่งเป็นถึง1ใน10ผู้นำทัพอสูรที่ยอดเยี่ยมของข้าคนนี้ จะพ่ายแพ้ให้กับมนุษย์อ่อนแอเหล่านั้นได้อย่างไร? เสียนจ้าว! มานี่หน่อย"เสียงแหบพร่าพึมพำออกมา ก่อนจะหลับตาลง ซักพักก็มีชายหนุ่มรูปงามเดินมาหยุดยืนที่หน้าประตูก่อนจะกล่าวด้วยความเคารพออกมา"นายท่านเก๋อผิงซาง มีเรื่องอะไรให้เกียงอุนผู้นี้รับใช้หรือ ขอรับ""เจ้าลองไปสืบดูซิว่า เจ้าฟางเจี้ยนถูกใครสังหาร ตอนนี้ข้ายังไม่สามารถออกไปไหนได้ แต่อีกไม่นานเกินรอ ข้าจะไปถล่มกวาดล้างพวกมันให้หมดทุกคน" "เข้าใจแล้ว ขอรับนายท่าน""ความแค้นที่สั่งสมมา1000ปี กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งและหากไม่ใช่เพราะข้าได้รับบาดเจ็บจากพระราชาเหยียนต้าหลัวในครั้งนั้นละก็ ข้าคงกวาดล้างพวกมนุษย์ให้หมดไปจากโลกนี้ไปแล้ว ไม่นึกว่าข้าเกือบจะต้องตาย ถ้าไม่ได้วิชาลับที่ข้าฝึกฝนอย่างยากลำบากแล้วละก็ คงไม่สามารถหนีรอดมาได้ แต่ก็ต้องเสียระดับพลังไปเกือบทั้งหมด เพื่อสร้างร่างแยกขึ้น จิตวิญญาณได้รับความ้สียหายอย่างหนักทำให้ข้าต้องหลับไหลมาตั้ง900ปี กว่าจะฟื้นฟูร่างกาย จิตวิญญาณ ระดับพลังให้กลับคืนมากับยากยิ่งกว่าอีก ขนาดข้าใช้เวลาตั้ง100ปี ยังฟื้นฟูได้ไม่ถึง 5 ส่วนด้วยซ้ำ บัดซบจริงๆ"
    ที่ตำหนักพระราชา"ฝ่าบาทเหล่าแม่ทัพขอเข้าเฝ้า ตอนนี้รออยู่ที่ท้องพระโรง พะยะค่ะ""หืม...หรือว่าพวกเราจะชนะศึกครั้งนี้ พวกเจ้าตามข้าไปที่ท้องพระโรงเร็วเข้า ข้าอยากจะรู้ใจจะขาดอยู่แล้ว"พระราชาเหยียนต้าจื่อพร้อมด้วยบุตรสาว เจ้ากรมเมืองเดินไปยังท้องพระโรงอย่างรวดเร็ว ด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้น ยินดี มีความสุขที่อาณาจักรต้าหลัวยังคงอยู่"ฝ่าบาทเสด็จ" เหล่าขุนนางและแม่ทัพทั้ง4ต่างลุกขึ้นยืนถวายบังคมอย่างพร้อมเพียงกัน"พวกท่านนั่งลงเถอะ"เหล่าขุนนางและแม่ทัพต่างก็นั่งลง จากนั้นพระราชาเหยียนต้าจื่อ กล่าวถามหารายงานการศึกจากเหล่าแม่ทัพทั้ง 4 ทันที"ท่านแม่ทัพทั้ง 4 ช่วยกล่าวรายงานศึกครั้งนี้ให้ข้าทราบได้รึไม่""ได้ พะยะค่ะ "แม่ทัพกล่าวรายงานว่า ก่อนจะเริ่มปะทะได้มีคนผู้หนึ่งมาโจมตีเหล่าสัตว์อสูรที่กำลังบุกเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เหล่าสัตว์อสูรล้มตายเป็นจำนวนมากในเวลาไม่นาน จนกระทั่ง ผู้นำทัพสัตว์อสูรปรากฎตัวออกมา การปะทะกันของทั้ง2นั้น รุนแรงจนไม่อาจอยู่ในระยะการปะทะของทั้ง2ได้เลย จนกระทั่งเขาได้สั่งหารผู้นำทัพสัตว์อสูรลงได้ และก็ได้ทำการไล่ล่าสังหารเหล่าสัตว์อสูรที่เหลือ และยังบอกให้พวกกระหม่อมบุกเข้าโจมตีเหล่าอสูรที่บาดเจ็บและหลบหนี ใช้เวลากว่า1ชั่วยามในการกวาดล้าง แต่ก็มีบางส้วนหลบหนีไปได้ หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหนแล้ว พะยะค่ะ""คนที่ช่วยเหลือพวกท่านก่อนจะปะทะกับสัตว์อสูรเป็นเด็กรึเปล่า""ใช่พะยะค่ะ เหล่าตระกูลทั้งหลายตั้งฉายาให้แก่เขาว่า เด็กต้องห้าม พะยะค่ะ"เพียงแค่ได้ยินคำว่า เด็กต้องห้าม เจ้ากรมเมืองถึงกับเก็บอาการไม่ไหว หัวเราะเสียงดังออกมาทันที ทำให้เหล่าขุนนาง แม่ทัพ แม้แต่องค์ราชายังต้องหันไปมอง "ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ....""ท่านเจ้ากรมเมือง ท่านหัวเราะอะไรรึ" "ขออภัยฝ่าบาท กระหม่อม อดไม่ไหวจริงๆ ที่ได้ยินฉายา เด็กต้องห้าม นั่นพะยะค่ะ""แล้วมันหมายความว่ายังไงกันล่ะ เด็กต้องห้าม ที่ว่า ข้าไม่เข้าใจ""เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะบุตรชายของท่านแม่ทัพซานเจี้ยนเฟิง จึงทำให้เขาได้รับฉายานี่ พะยะค่ะ" "แล้วทำไมพวกท่านถึงตั้งฉายาให้เขาแบบนั้นกันล่ะ" พระราชาเหยียนต้าจื่อถามด้วความสงสัย"เอ่อ...เรื่องนั้น เพราะพวกกระหม่อมไม่ทราบชื่อของเด็กคนนั้น จึงได้ตั้งฉายาให้แทน เรื่องก็เป็นแบบนี้ล่ะ พะยะค่ะ""อืม..อย่างนี้นี่เอง""ฝ่าบาท ดูเหมือนพระองค์จะทรงลืมไปแล้ว ว่าใครไปช่วยเหล่าแม่ทัพทั้งหลายจนชนะศึกครั้งนี้มาได้ พะยะค่ะ""เอ่อ..เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าอย่างนั้น เด็กต้องห้าม ที่พวกท่านพูดถึงก็เป็น ชิงหลง น่ะสิ"ฮัดเช้ย!! "อืม..สงสัยข้าจะเป็นไข้หวัดแล้วมั้งเนี้ย ที่เผลอมานอนหลับกลางป่าแบบนี้ เฮ้อ... กลับดีกว่าป่านนี้ทุกคนคงเป็นห่วงข้าแย่"ชิงหลงสร้างประตูวาปขึ้นมาก่อนจะก้าวเข้าไปแล้วโผล่ตำหนักของพระราชาเหยียนต้าจื่อ ก็ไม่พบใครอยู่ในห้องเลยซักคน จึงเดินออกห้องไปก็พบกับทหารที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก "พี่ทหารพระราชาเหยียนต้าจื่อเสด็จไปที่ใด พวกท่านรู้ไหม"ทหารทั้งสองนายจำชิงหลงได้ จึงตอบออกไปว่า "น่าจะเสด็จไปยังท้องพระโรงน่ะ""ขอบคุณท่านทั้งสอง ข้าไปล่ะ" ชิงหลงกล่าวขอบคุณก่อนจะเดินไปยังท้องพระโรงด้วยการเดาสุ่มเส้นทาง จนในที่สุดก็เดินมาถึงด้านหน้าท้องพระโรง ตอนแรกก็ไม่มีใครสังเกตุเห็นชิงหลง จนกระทั่งมีเสียงจาก กงกง กราบทูลว่า "ฝ่าบาท มีเด็กคนหนึ่งมาขอเข้าเฝ้า พะยะค่ะ" การปรากฎตัวครั้งนี้ของ ชิงหลง ทำให้แม่ทัพทั้ง4ปรากฎความตื่นตะลึงให้เห็นอย่างชัดเจน ปรากฎรอยยิ้มขึ้นจ้องมองเด็กน้อยตรงหน้าด้วยความชื่นชม สิ่งเหล่านี้ทำให้เหล่าขุนนางเกิดความรู้สึกสงสัยอยู่ในใจ เมื่อชิงหลงเดินผ่านแม่ทัพทั้ง4พวกเขาก็ยกมือขึ้นคารวะพร้อมกัน และกล่าวว่า "ขอบคุณที่ให้การช่วยเหลือ""ไม่เป็นไร พวกท่านทำตัวตามสบายเถอะ" ชิงหลงกล่าวกลับไปบทสนทนานี้ยิ่งทำให้เหล่าขุนนางเกิดความสงสัยทำไมแม่ทัพทั้ง4ต้องขอบคุณเด็กน้อยตรงหน้าด้วย หรือว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น?"ในที่สุดเจ้าก็มา ชิงหลง" คำกล่าวทักทายของพระราชาเหยียนต้าจื่อนั้น ทำให้เหล่าขุนนางเริ่มเข้าใจสถานะการณ์ขึ้นมาบ้างแล้ว ว่าเด็กน้อยตรงหน้าคงมีความสำคัญอะไรบางอย่างกับทางพระราชาแน่นอน"ขอประทานอภัย กระหม่อม รู้สึกเหนื่อย จึงได้หลบไปพักแล้วก็เผลอหลับไป แต่พอกลับมาถึงก็ไม่พบผู้ใดจึงเดินมาถึงที่นี่ พะยะค่ะ ""ไม่เป็นไรแค่เห็นเจ้ากลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว มาขึ้นมานั่งที่เก้าอี้ข้างบุตรสาวข้านางคงดีใจที่เห็นเจ้ามา"ชิงหลงเดินขึ้นไปนั่งตามที่พระราชากล่าวเชิญแล้วกล่าวทักทายทั้ง2ทันที"ขอโทษทีที่ข้าไปโดยไม่บอกกล่าว" "ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจ" เหยียนฉื่อชิงยิ้มอย่างมีความสุข "เอาล่ะ พวกท่านก็คงจะรู้ว่าวันนี้ได้มีเหล่ากองทัพสัตว์อสูรจำนวนหลายแสนตัวบุกโจมตีอาณาจักต้าหลัว แต่โชคดีที่มีคนยื่นมือเข้าช่วยเหลือจึงทำให้อาณาจักรต้าหลัวรอดพ้นจากการล่มสลายในครั้งนี้ และต้องกล่าวขอบคุณที่เหล่าแม่ทัพและทหารเข้าปกป้องเมืองนี้เอาไว้ยามมีภัย"ทูลฝ่าบาท เรื่องนี้เป็นเพราะได้รับการช่วยเหลือจากคุณชายชิงหลงทำให้ได้รับชัยชนะ ถ้าไม่ได้คุณชายชิงหลงยื่นมือเข้าช่วยพวกกระหม่อมคงไม่อาจรอดชีวิตกลับมาได้ คำกล่าวของแม่ทัพทำให้เหล่าขุนนางตกตะลึง อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าสงครามครั้งนี้จะได้รับการช่วยเหลือจากเด็กน้อยที่ดูธรรมดาคนหนึ่ง ทำให้ทำใจเชื่อได้ยาก แต่การที่แม่ทัพทั้ง4ให้เกียรติกับเด็กน้อยธรรมดาเช่นนี้ก็หมายความว่า เป็นเรื่องจริง "ฝ่าบาท กระหม่อมขอทูลถามซักเล็กน้อยได้ไหม พะยะค่ะ""ได้สิ ท่านมีอะไรจะถามอย่างนั้นรึ""เอ่อ..ที่ว่าได้รับการช่วยเหลือนี่ คือ ช่วยเหล่าแม่ทัพในการโจมตีกองทัพสัตว์อสูรใช่ไหม พะยะค่ะ""ก็อย่างที่พวกท่านได้ยินจากท่านแม่ทัพนั่นล่ะ ถ้าจะให้พูดจริงๆก็คือ เหล่าแม่ทัพและนายทหารแทบจะไม่ได้ช่วยในการต่อสู้เลย พวกท่านเข้าใจที่ข้าพูดไหม ""เข้าใจแล้ว พะยะค่ะ" ตอนนี้เหล่าขุนนางรู้แล้วว่าผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุด ในตอนนี้ คือใคร และอาจจะทำให้พวกเขาคิดให้ดีก่อนจะทำอะไรลงไป ไม่เช่นนั้นอาจจะนำหายนะมาสู่ตระกูลของตนเองได้