"โอ...จริงสิ"จู่ๆ จงต้าเหนียงก็ตบต้นขาตนเองอย่างแรงราวกับนึกบางอย่างขึ้นได้ เพราะมัวแต่ดีใจจนลืมเรื่องนี้ไปสนิท"แม่หนูเป่าจู สมุนไพรที่เจ้าปลูกไว้ที่บ้านเดิมยังต้องการอยู่หรือไม่ ตอนนั้นข้าลืมถามเจ้าแต่ก็ช่วยดูแลรดน้ำให้มาโดยตลอด ตอนนี้พวกเราย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว เกรงว่าสวนนั้นจะต้องรกร้างเสียแล้ว"
ตอนที่นางจากมา คิดแต่จะจัดการเรื่องไร่นาของตนเองจนลืมเรื่องสมุนไพรที่บ้านของเป่าจูไปเสียสนิท
ตอนนี้นึกขึ้นได้จึงรีบถามกลัวว่าถ้ายังใช้ประโยชน์ได้อยู่ จะกลายเป็นทำลายงานใหญ่ของเด็กๆ ไปเสีย
"อ้อที่แท้ท่านป้าก็เป็นคนช่วยข้ารดน้ำมาโดยตลอดนี่เอง..." หมิงเป่าจูลากเสียงยานคางแฝงไปด้วยการประชดประชันพลางหันไปมองน้องชายของตนเอง
หมิงเป่าอวี้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาพุ้ยข้าวกินใบหน้าแทบจะทิ่มลงไปในชามอยู่รอมร่อ
นางลอบชำเลืองหลี่ไหวฺอวี้แต่คนผู้นั้นกลับทำไม่รู้ร้อนรู้หนาว นั่งยิ้มมุมปากพิงพนักเก้าอี้ ไม่หันกลับมามองนางแม้แต่แวบเดียว
สุดท้ายนางก็ทำได้เพียงถลึงตาใส่เขา
จงต้าเหนียงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะซักถาม เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนทั้งสามนางจึงได้แต่ปิดปากเงียบ
"ต้องการเจ้าค่ะขอบคุณท่านป้ามาก พรุ่งนี้ข้าจะให้เป่าอวี้ไปขนกลับมา ได้ยินหรือไม่เป่าอวี้"หมิงเป่าจูเอ่ยพลางลูบผมน้องชายอย่างเอ็นดู ทำเอาเป่าอวี้หมิงเป่าอวี้สะดุ้งเล็กน้อยก้มหน้าต่ำลงไปอีก
"ทราบแล้ว"เสียงอู้อี้เล็ดลอดออกมาจากในชาม หลี่ไหวฺอวี้ได้ยินดังนั้นก็ยิ่งหัวเราะชอบใจ
"แล้วพี่เถี่ยหนิวเล่าพี่สะใภ้ว่าอย่างไรบ้าง" หมิงเป่าจูไม่สนใจน้องชายอีกต่อไป หันไปถามหลิวเถี่ยหนิว
อย่าให้การเชื้อเชิญของนางกลายเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในครอบครัวผู้อื่นเลย
"ข้ายิ่งไม่ต้องพูดถึงปกติออกไปล่าสัตว์ เดือนหนึ่งๆ ก็ได้ล่าได้เพียงไม่กี่ตัว ขายได้เงินไม่มากอยู่แล้วบิดามารดาและภรรยาต่างก็สนับสนุนให้ข้ามา"
ยิ่งไปกว่านั้นน้องเป่าจูยังมีบุญคุณต่อครอบครัวของเขาทุกคนในครอบครัวทั้งผู้ใหญ่ผู้เยาว์ต่างเคยไปรักษาโรคกับนาง โดยที่ไม่เคยเก็บเงินเลยเขาจะไม่ตอบแทนได้อย่างไร
หลิวเถี่ยหนิวตบโต๊ะเสียงดังพูดเสียงกระโชกโฮกฮาก ทำเอาคนทั้งโต๊ะพากันหัวเราะขบขัน
เขาไม่รู้ว่าทุกคนหัวเราะอะไรกันจึงเกาศีรษะอย่างเขินอาย หมิงเป่าจูเห็นเช่นนั้นก็รินสุราให้เขาหนึ่งจอก ทั้งสองชนจอกกันเสียงดังก้อง
"ท่านลุงท่านป้า และพี่เถี่ยหนิว ไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่เอาเปรียบพวกท่านแน่นอน ต่อไปนี้มาทำงานที่นี่กับข้าแต่ละคนจะได้ค่าจ้างเดือนละหนึ่งตำลึงเงิน ค่าตรวจหรือค่ายาล้วนไม่คิดเงิน!"
ตอนที่นางให้หลี่ไหวฺอวี้ไปรับคนลืมบอกเรื่องค่าตอบแทนไป มิเช่นนั้นคงไม่ต้องกระวนกระวายใจตลอดช่วงเช้า
พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภายหน้าจะได้ค่าตอบแทนเท่าไรก็รีบร้อนมาหานางโดยไม่ลังเลสักนิด พวกเขาล้วนเป็นคนที่คู่ควรกับความไว้วางใจ แล้วนางจะแล้งน้ำใจต่อพวกเขาได้อย่างไร
"หนึ่งตำลึงเงิน!"เสียงของคนทั้งสามดังขึ้นพร้อมกัน
"ใช่แล้ว!แม้ท่านลุงกับท่านป้าจะเป็นสามีภรรยากัน แต่ก็ทำงานทั้งสองคน ข้าก็ให้ค่าจ้างสองส่วน"หมิงเป่าจูกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แน่วแน่
"ส่วนพี่เถี่ยหนิวข้าใคร่ครวญไปถึงสุขภาพร่างกายของพี่ฮุ่ยซินด้วย ต่อไปท่านไม่ต้องกังวลเรื่องยากินของพี่สะใภ้อีกแล้วมาเอายาที่ข้าได้เลย"
หนึ่งตำลึงเงินสำหรับคนงานทั่วไปถือว่าไม่น้อยแต่สถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวหลิวเถี่ยหนิว เฉพาะค่ายาปรับสภาพร่างกายของฮุ่ยซินเดือนหนึ่งก็ปาเข้าไปหนึ่งตำลึงแล้ว
ยังไม่รวมถึงค่าเลี้ยงดูบุพการีและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันถึงแม้ว่าหนึ่งตำลึงเงินจะมากกว่ารายได้ปัจจุบันของเขามาก แต่หากไม่แก้ปัญหาเรื่องค่ายาก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น
"น้องเป่าจูขะ... ข้ารู้สึกละอายใจที่จะรับ"
เมื่อได้ยินว่าหมิงเป่าจูต้องการความช่วยเหลือจากเขาจึงตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ค่าจ้างสูงถึงเพียงนี้
เมื่อก่อนตอนที่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ไม่ว่าเดือนไหนจะโชคดีเพียงใด สัตว์ป่าที่ล่ามาได้อย่างมากก็ขายได้เพียงแค่หนึ่งถึงสองตำลึงเงินปกติแค่สามถึงสี่ร้อยเหรียญทองแดงก็มากแล้ว
บัดนี้ไม่เพียงแต่จะได้หนึ่งตำลึงเงินทุกเดือนแล้วยังจ่ายยาให้ภรรยาของเขาโดยไม่เก็บเงิน นี่คือสิ่งที่แม้ผู้อื่นจะริษยาก็ทำได้เพียงริษยาเท่านั้น!
"แม่หนูนี่..." จงต้าเหนียงไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี พวกเขายังไม่ได้ทำอะไรเลย
"หากละอายใจที่จะรับก็ตั้งใจทำงาน อย่าทำให้ความหวังดีของนางต้องสูญเปล่าก็พอ" หลี่ไหวฺอวี้ชิงเอ่ยขึ้นก่อนที่หมิงเป่าจูจะทันได้พูดอะไร
"นั่นคือสิ่งที่แน่นอนอยู่แล้วต่อไปนี้น้องเป่าจูสั่งให้ไปตะวันออกข้าย่อมไม่ไปตะวันตก ต่อให้ขึ้นภูเขามีดลงทะเลเพลิงข้าหลิวเถี่ยหนิวก็ยินดีไป" หลิวเถี่ยหนิวตบโต๊ะเสียงดังอีกครั้ง ทุกคนพากันหัวเราะออกมา
"แล้วถ้าให้เจ้าขายภรรยาเจ้าจะทำหรือไม่" หลี่ไหวฺอวี้แสร้งป่วน
"หา"หลิวเถี่ยหนิวอึ้งงัน มองไปที่หมิงเป่าจู "น้องเป่าจูจิตใจดีงาม ไม่ทำเรื่องเลวร้ายเช่นนั้นแน่"
หลี่ไหวฺอวี้เลิกคิ้วคราวนี้กลับตอบสนองรวดเร็ว
"เอาล่ะท่านเลิกแกล้งพี่เถี่ยหนิวได้แล้ว กินข้าวเถอะ ท่านป้า ลองชิมปลานี่สิเจ้าคะ"หมิงเป่าจูคีบเนื้อปลาใส่ชามของนาง
ทุกคนนั่งล้อมวงกินข้าวกันทุกอย่างเหมือนกับคืนก่อนที่จะออกจากหมู่บ้านชิงหยาง ไม่อยากเชื่อเลยว่าจากกันเพียงเดือนเดียวทุกคนก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
หลังอาหารเย็น หมิงเป่าจูนำทางทุกคนไปยังห้องพักที่จัดเตรียมไว้ไม่ยอมให้พวกเขาเก็บกวาดห้อง พร้อมทั้งคะยั้นคะยอให้พักผ่อนแต่หัวค่ำ
โชคดีที่บ้านหลังนี้กว้างขวางพอสมควรส่วนเครื่องเรือนต่างๆ หลี่ไหวฺอวี้ให้ทางร้านขายเครื่องเรือนส่งมาให้ตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว
เถ้าแก่เกรงกลัวหลี่ไหวฺอวี้จริงจังแค่เห็นว่าเป็นเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง แถมชั้นวางของมาให้เพิ่มอีกสองใบโดยไม่ต้องเอ่ยปากขอแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถูกหลี่ไหวฺอวี้ต่อราคาลงมาอีกไม่น้อย
คืนนี้หมิงเป่าจูนอนหลับสบายเป็นพิเศษตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เพราะได้กลิ่นหอมยั่วน้ำลายลอยมาเตะจมูก
ทันทีที่ก้าวออกจากห้องก็เห็นควันลอยโขมงออกมาจากห้องครัว หมิงเป่าจูยิ้มร่า วิ่งจู๊ดไปที่ห้องครัวราวกับเด็กน้อย
"ท่านป้าทำอะไรกินหรือเจ้าคะ หอมยิ่ง" หมิงเป่าจูเดินไปยืนข้างกายจงต้าเหนียง พลางมองลงไปในหม้อด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ปาท่องโก๋สีเหลืองทองหลายชิ้นลอยอยู่ในน้ำมันทั้งพองและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ฟองน้ำมันเดือดปุดๆ อยู่เหนือแป้งตลอดเวลา
"เอาขึ้นได้"
จงต้าเหนียงหันกลับมาลูบแก้มนุ่มนิ่มของหมิงเป่าจูอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปทอดปาท่องโก๋ต่อ
"เมื่อครู่นี้มีคนนำเต้าฮวยมาให้หลายส่วนป้าไม่กล้ารับไว้หรอก แต่นางบอกว่าเป็นสหายกับเจ้า พอเห็นว่าเจ้ายังไม่ตื่น จึงวางเต้าฮวยทิ้งไว้แล้วก็จากไป"หญิงสาวหน้าตาสะสวย นุ่มนวลอ่อนหวาน พูดจาไพเราะน่าฟัง คงจะไม่หลอกนาง
"น่าจะเป็นหลี่อวิ๋นเต้าหู้ซีซือประจำถนนใกล้ๆ นี้" หมิงเป่าจูแนะนำหลี่อวิ๋นให้จงต้าเหนียงรู้จัก
"เต้าหู้ซีซืออะไรกันข้าว่าสู้เป่าจูของพวกเราไม่ได้หรอก" จงต้าเหนียงพลิกปาท่องโก๋ในกระทะไปมา ทอดต่ออีกสักพักก็ตักขึ้นมาพักไว้ก่อนจะจัดใส่จานเตรียมยกขึ้นโต๊ะ กินคู่กับเต้าฮวยและกับข้าวที่นางเพิ่งทำ นับเป็นอาหารเช้าแบบบ้านๆ
หมิงเป่าจูย่อมรู้ดีว่าตนเองเทียบกับหลี่อวิ๋นไม่ได้แม้แต่น้อยแต่สตรีคนใดจะไม่รักสวยรักงาม คำพูดของจงต้าเหนียงทำให้นางยิ้มไม่หุบ
ไม่นานนัก หมิงเป่าอวี้กับหลี่ไหวฺอวี้ก็กลับมาพอดีวันนี้หลี่ไหวฺอวี้กลับมาช้ากว่าเป่าอวี้เล็กน้อย แต่ก็ยังทันเวลาอาหารเช้า
"เป่าอวี้ไหวฺอวี้ พวกเจ้าสองคนออกไปไหนกันแต่เช้า" ตื่นเช้ากว่านางเสียอีก นางจึงไม่เห็น
"พวกเขาเป็นเช่นนี้ประจำทำลับๆ ล่อๆ ท่านป้าไม่ต้องไปสนใจพวกเขาหรอกเจ้าค่ะ พวกเรากินข้าวกันเถอะ" หมิงเป่าจูกล่าวพลางมองคนทั้งสองที่เพิ่งก้าวเข้ามาในเรือน
ทั้งสองคนชะงักงันเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงยิ้มอย่างเก้อเขิน แล้วนั่งลงกินข้าวด้วยกัน