บทที่ 4 การเปลี่ยนแปลงของครอบครัวสกุลสวี่
"เท้าของฉันหายดีแล้ว!"
คุณพ่อสวี่ดีใจพลางขยับข้อเท้าของเขาไปมา ก้าวลงจากแคร่ไม้และยืนขึ้น "เท้าของฉันตอนนี้ไม่เจ็บเลยสักนิด ดูสิ ฉันลงมายืนได้แล้ว"
ทุกคนตกตะลึง ไม่คิดว่าเสิ่นเสี่ยวเยว่จะรักษาคุณพ่อสวี่ได้ง่าย ๆ แบบนี้
"ขอบใจเสี่ยวเยว่มากนะ ครั้งนี้ต้องขอบคุณเธอจริง ๆ " คุณพ่อสวี่จับมือเสิ่นเสี่ยวเยว่ด้วยความซาบซึ้ง ตบเบา ๆ แล้วชี้ไปที่เธอพลางหันไปพูดกับซุนหลานว่า "เสี่ยวเยว่เป็เด็กดี หนิงอันได้แต่งงานกับเธอถือเป็โชคดีจริง ๆ "
เสิ่นเสี่ยวเยว่โบกมือด้วยความถ่อมตัว "พ่อคะ พวกเราเป็ครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องขอบคุณอะไรหรอก พ่อที่เป็หัวหน้าครอบครัวไม่เป็อะไรก็ดีแล้วค่ะ ครอบครัวของเราก็จะดีขึ้นไปด้วยกัน"
คำพูดนี้ทำให้คุณพ่อสวี่พยักหน้าหงึก ๆ แม้แต่แม่สามีอย่างซุนหลานก็มีท่าทีเอ็นดูเสิ่นเสี่ยวเยว่มากขึ้น
สวี่หนิงจิ้งวิ่งเข้ามาคล้องแขนเสิ่นเสี่ยวเยว่อย่างสนิทสนม พลางพูดอย่างมีความสุขว่า "หนูรู้อยู่แล้วว่าพี่สะใภ้เก่งมาก ต้องไม่มีปัญหาแน่ ๆ "
ชายหนุ่มสองคนมองหน้ากัน หนึ่งในนั้นอายจนต้องก้มหน้าลง
แต่อีกคนหนึ่งยังคงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ "เธอทำแบบนี้มันเสี่ยงเกินไป ครั้งนี้แค่โชคดีเท่านั้น ถ้าเกิดเื่ขึ้นมาจริง ๆ เธอจะรับผิดชอบไหวหรือ?"
"เสี่ยวเจี๋ย พูดอะไรแบบนั้น!" คุณพ่อสวี่รู้สึกไม่พอใจ เสี่ยวเจี๋ยเป็คนใจดีมาตลอด แต่ครั้งนี้เขาทำเกินไปจริง ๆ
เสิ่นเสี่ยวเยว่พยายามค้นหาความทรงจำของร่างเดิม แต่ก็ไม่พบร่องรอยของชายหนุ่มคนนี้เลย ยืนยันได้ว่าร่างเดิมไม่เคยทำอะไรให้เขาโกรธ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมีความรู้สึกไม่ดีกับเธอขนาดนี้
แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกง่าย ๆ จึงหัวเราะเยาะเบา ๆ "โชคดี? ทำไมคุณไม่ให้ฉันลองดูกับคุณอีกสักครั้งล่ะ จะได้รู้ว่าเป็เพราะโชคดีรึเปล่า คุณไม่รู้อะไรเลยแต่กลับดูถูกคนไปเรื่อยแบบนี้เหรอ?"
จางเว่ยเจี๋ยโกรธจนหน้าแดง "เธอ เธอนี่มันผู้หญิงที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คนดี ใครจะรู้ว่าเธอมีเจตนาอะไรแอบแฝงเอาไว้บ้าง!"
ตอนนี้สีหน้าของครอบครัวสวี่ไม่ดีเลย ซุนหลานถึงกับออกปากไล่คน "เสี่ยวจิ้น เสี่ยวเจี๋ย วันนี้ขอบใจที่พาลุงสวี่กลับมา งานที่หน่วยคงยุ่ง พวกคุณรีบกลับไปเถอะ เดี๋ยวจะเสียเวลาทำงานเอา"
จางเว่ยเจี๋ยทำท่าเหมือนอยากพูดอะไรอีก แต่หลี่จิ้นที่อยู่ข้าง ๆ รีบดึงตัวเขาเดินออกไป
"ได้ครับ ได้ครับ งั้นลุงสวี่ ป้าสวี่ พวกผมขอตัวก่อนนะครับ คราวหน้าจะมาเยี่ยมใหม่"
หลังจากสองคนนั้นจากไป ในบ้านก็เงียบลงทันที
เสิ่นเสี่ยวเยว่ก้มหน้าไม่พูดอะไร ขมวดคิ้วแน่น รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ทำไม 'เสี่ยวเจี๋ย' ถึงมั่นใจนักว่าเธอเป็ผู้หญิงไม่ดี ถึงแม้จะเป็เื่ในงานแต่งเมื่อวาน แต่แม้แต่ครอบครัวสวี่ยังไม่พูดจาแย่ ๆ กับเธอขนาดนั้นเลย
คู่สามีภรรยาสูงอายุมองหน้ากัน พวกเขาคิดว่าเสิ่นเสี่ยวเยว่เสียใจกับคำพูดเ่าั้ จึงรู้สึกผิดอยู่บ้าง โดยเฉพาะซุนหลาน เพราะเมื่อครู่เธอก็เป็คนที่ไม่เชื่อใจเสิ่นเสี่ยวเยว่เหมือนกัน
สวี่หนิงจิ้งเป็คนที่เก็บอะไรไว้ในใจไม่อยู่ จึงถามตรง ๆ ว่า "พี่สะใภ้ ทำไมถึงไม่พูดอะไรเลย อารมณ์ไม่ดีเหรอคะ?"
เสิ่นเสี่ยวเยว่ยังไม่ทันได้พูดอะไร คู่สามีภรรยาสกุลสวี่ก็รีบพูดสลับกันไปมา
"เสี่ยวเยว่ เมื่อกี้แม่พูดจาแรงไปหน่อย ขอโทษจริง ๆ นะ"
"เสี่ยวเยว่ พ่อขอโทษแทนเสี่ยวเจี๋ยด้วย คราวนี้เขาคงจะร้อนใจเกินไปหน่อย"
"แต่มันก็ไม่ควรทำแบบนั้นจริง ๆ ลูกต้องเสียใจแย่เลย แม่จะไปหยิบลูกอมมาให้"
พูดจบ ซุนหลานก็รีบขยับไปเปิดตู้ไม้ข้าง ๆ หยิบลูกอมกล่องสวยงามออกมา แล้วยื่นให้เสิ่นเสี่ยวเยว่
"นี่เป็ลูกอมที่เ้ารองซื้อมาจากในเมือง หวานมากเลยนะ ลองชิมดูสิ"
เสิ่นเสี่ยวเยว่มองกล่องลูกอม ที่แทบไม่ได้แตะต้องด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ในใจรู้สึกเสียดายนิดหน่อย ครอบครัวสามีช่างใจดีเหลือเกิน แต่เ้าของร่างเดิมกลับยังไม่ทันได้ทำความรู้จักพวกเขาก็จากโลกนี้ไปเสียแล้ว
เธอหยิบลูกอมขึ้นมาหนึ่งเม็ดเพื่อเป็การแสดงน้ำใจ พลางส่ายหน้าพูดว่า "พ่อคะ แม่คะ หนูไม่เป็ไรหรอก เมื่อกี้แค่เหนื่อยนิดหน่อยเท่านั้นเอง"
สวี่หนิงจิ้งฉวยโอกาสคว้าลูกอมมาหนึ่งเม็ด รีบแกะใส่ปากทันที "ก็เป็เพราะพี่ชายรบกวนพี่สะใภ้ทั้งคืนนั่นแหละ แม้แต่หนูก็ยังนอนไม่หลับทั้งคืน"
พอได้ยินคำพูดนั้น เสิ่นเสี่ยวเยว่ก็หน้าแดงก่ำทันที ในใจจดบัญชีแค้นสวี่หนิงอันเพิ่มอีกรายการ
บ้านหลังนี้ไม่มีตรงไหนที่กันเสียงได้เลยนี่!
คู่สามีภรรยาสกุลสวี่ก็พลอยเขินอายไปด้วย ซุนหลานจึงดุว่า "ลูกยังเป็เด็ก อย่าไปยุ่งเื่ผู้ใหญ่!"
แล้วหันไปพูดกับเสิ่นเสี่ยวเยว่ "เสี่ยวเยว่ วันนี้ไม่มีอะไรต้องทำอยู่แล้ว กลับไปนอนพักในห้องก่อนเถอะ พอถึงเวลาอาหารเย็นแล้วแม่จะเรียก"
เสิ่นเสี่ยวเยว่กำลังคิดหาทางหนีจากสถานการณ์อึดอัดนี้พอดี พอได้ยินคำพูดของซุนหลานก็รีบตอบว่า "ได้ค่ะ" แล้วรีบกลับห้องไปทันที
หลังจากที่เธอจากไป คุณพ่อสวี่ก็หยิบกล้องยาสูบเก่าออกมา สูบสองสามอึกแล้วพูดกับซุนหลานว่า "คุณดูสิ เมื่อคืนผมบอกแล้วว่าไม่ต้องกังวลมาก ลูกสะใภ้คนนี้เป็คนดีนะ ดูจะเข้ากันได้ดีกับหนิงอันของเรา"
สวี่หนิงจิ้งหยิบลูกอมมาอีกเม็ด แล้วชี้กิ๊บติดผมอันใหม่อวดว่า "พ่อกับแม่ดูสิ นี่พี่สะใภ้ให้หนูเมื่อเช้านี้ สวยไหมคะ?"
เมื่อกี้ร้อนรนเกินไปจนไม่ทันสังเกต ซุนหลานเพิ่งเห็นกิ๊บติดผมบนหัวลูกสาวคนเล็ก อดไม่ได้ที่จะลูบมันเบา ๆ แต่เมื่อเห็นสีหน้ามีความสุขของลูกสาว เธอก็กลืนคำพูดที่จะถามว่า 'นี่มันแพงแค่ไหนกัน?' กลับลงท้องไปทันที
เธอลูบหัวลูกสาวพลางชม "สวยมากเลย หนิงจิ้งของเราใส่แล้วยิ่งดูสวยขึ้นไปอีก"
ความไม่สบายใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของซุนหลานก็หายไป ขอแค่เสิ่นเสี่ยวเยว่ดีกับครอบครัวสกุลสวี่ พวกเขาก็ไม่ใช่คนที่จะถือสาเื่เก่าอะไร
ส่วนอีกด้านหนึ่ง หลังจากเสิ่นเสี่ยวเยว่กลับเข้าห้อง เธอก็คิดว่าต่อไปจะหาเงินอย่างไรดี เมื่อครู่คุณพ่อสวี่ไม่ยอมไปโรงพยาบาลเด็ดขาด พูดตรง ๆ คือเสียดายเงิน รวมกับคำพูดของสวี่หนิงจิ้งและสภาพบ้าน เห็นได้ชัดเจนว่าถึงแม้สวี่หนิงอันจะเป็หัวหน้าหน่วยผลิต และน้องชายคนรองเป็ทหาร แต่ที่จริงแล้วที่บ้านก็ไม่ได้มีเงินมากนัก
หลังจากจัดระเบียบสินสอดของร่างเดิม ก็พบว่าหีบไม้แดงใบหนึ่งมีชุดเครื่องนอนใหม่เอี่ยม ทั้งผ้าห่มและหมอนเป็ผ้าไหม ทั้งนุ่มและถนอมผิว มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสบู่ คงซักมาแล้วอย่างดี
เสิ่นเสี่ยวเยว่อุ้มมันออกมาปูบนเตียง พอดีกับที่เครื่องนอนเมื่อคืนสกปรกต้องเปลี่ยน ต่อไปก็ไม่ต้องนอนห่มผ้าห่มผืนเดียวกับสวี่หนิงอันแล้ว
กล่องอีกใบหนึ่งมีผ้าลายดอกปูทับอยู่หลายชั้น เสี่ยวเยว่นำของที่วางอยู่้าออก ที่ก้นกล่องมีกล่องสี่เหลี่ยมสองใบซ่อนอยู่
กล่องหนึ่งเต็มไปด้วยเครื่องประดับทองและเงิน รวมถึงคูปองอาหารและผ้าอีกจำนวนไม่น้อย คาดว่าแม่ของร่างเดิมได้มอบทรัพย์สินที่เหลือส่วนใหญ่ให้กับลูกสาว
เสี่ยวเยว่ถอนหายใจอีกครั้ง ทำไมร่างเดิมถึงคิดว่าแม่ไม่รักเธอเลย? ถ้าเธอไม่ตาย ด้วยสิ่งที่แม่วางแผนไว้ให้ เธอจะต้องมีชีวิตที่สงบสุขอย่างแน่นอน
กล่องที่เหลืออีกใบบรรจุหนังสือนวนิยาย "สาวทรงเสน่ห์"*[1] และสมุดบันทึกของร่างเดิม ซึ่งจดบันทึกเื่ราวประจำวันเกี่ยวกับความรักระหว่างเธอกับชายคนหนึ่ง
หน้าสุดท้ายเขียนไว้ว่า "เหวินเยี่ยน คุณดาร์ซี่*[2]ของฉัน สามีของฉันจะมีแค่คุณคนเดียวเท่านั้น"
เสี่ยวเยว่รู้สึกเขินอายเล็กน้อยเมื่อได้อ่าน เห็นได้ชัดว่าร่างเดิมเป็สาวน้อยนักวรรณกรรมที่หลงใหลในความรัก หลังจากพลิกอ่านอย่างผ่าน ๆ สองสามหน้า เธอก็เก็บสมุดบันทึกกลับเข้ากล่องแล้วยัดลงก้นหีบไม้แดง
สินสอดเหล่านี้ดูโดดเด่นเกินไป ตอนนี้ยังไม่เหมาะที่จะนำออกมาใช้ สถานะของเธอก็ค่อนข้างละเอียดอ่อนอยู่แล้ว อาจจะถูกคนอื่นจับผิดได้
และของในพื้นที่มิติของเธอก็ไม่เหมาะที่จะนำออกมาในตอนนี้ ถ้าอยู่ดี ๆ มีอาหารเพิ่มขึ้นมาในบ้านมันก็ดูแปลกประหลาด หากบังเอิญมีคนเห็นตอนที่นำออกมา เธออาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็ปีศาจและถูกเผาทั้งเป็ก็ได้
หลังจากปฏิรูปประเทศแล้ว ก็ไม่อนุญาตให้พูดถึงเื่ิญญาหรือเื่งมงายได้อีกต่อไป
ไม่มีทางเป็ไปได้เลยที่จะใช้วิธีการแม่นางหอยโข่งตอบแทนบุญคุณ!*[3]
แต่จะหาเงินยังไงดีล่ะ?
เสิ่นเสี่ยวเยว่นอนอยู่บนเตียง คิดไปคิดมาก็คิดไม่ออกสักที สุดท้ายเลยดึงผ้าห่มมาคลุมแล้วหลับไป
พูดตามตรง เมื่อคืนเธอเหนื่อยมากจริง ๆ พอหัวถึงหมอนก็หลับไปในไม่กี่นาที
แต่ก็นอนไม่ค่อยสงบนัก ่หนึ่งฝันว่าหนีตายในโลกก่อน อีก่ก็ฝันถึงแฟนเก่าที่ปากหวานก้นเปรี้ยว...
พอตื่นขึ้นมาอีกที สวี่หนิงอันก็กลับมาจากที่ทำงานแล้ว กำลังนั่งอยู่ที่ปลายเตียงจ้องมองเธอตาไม่กะพริบ
เสิ่นเสี่ยวเยว่ใจนสะดุ้ง หลังจากความใผ่านไปก็เกิดความโกรธขึ้นมา "คุณมานั่งตรงนี้ทำไม มันทำให้คนใตายได้นะรู้ไหม!"
สวี่หนิงอันก็ไม่คิดว่าเสิ่นเสี่ยวเยว่จะมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้ เขาเม้มริมฝีปากก่อนจะพูดขึ้นว่า "ขอโทษ ผมไม่ได้คิดจะทำให้คุณใ แล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาทานข้าวแล้ว"
เสิ่นเสี่ยวเยว่รู้สึกแปลกใจ จริง ๆ แล้วเธอก็รู้ว่าตัวเองเพิ่งจะงอแงไปหน่อย
ทุกคนรู้กันดีว่าในยุคนี้ผู้ชายมักจะมีความชายเป็ใหญ่อย่างรุนแรง แต่สวี่หนิงอันกลับยอมขอโทษเธอ นับว่าหาได้ยากมาก ดีกว่าหนุ่ม ๆ สองคนที่เจอวันนี้เยอะเลย
"ไม่ใช่ความผิดของคุณ เป็ฉันเองที่ขี้ใเกินไป"
หลังจากลงจากที่นอน เสิ่นเสี่ยวเยว่ก็พบว่าผ้าห่มผืนเก่าที่เธอวางไว้บนโต๊ะก่อนนอนหายไป เธอจึงหันไปมองสวี่หนิงอันอย่างประหลาดใจ
สวี่หนิงอันสังเกตเห็นสายตาของเธอ จึงยิ้มบาง ๆและอธิบายว่า "ผมกลับมาก็เอาผ้าห่มไปซักแล้ว คงจะแห้งพรุ่งนี้"
"ที่ฉันไม่ได้ซักก่อนนอนเพราะง่วงมาก ตั้งใจว่าจะเอาไปซักหลังตื่นนอน"
เสิ่นเสี่ยวเยว่เกาศีรษะพลางหน้าแดงเล็กน้อย วันนี้เธอแทบไม่ได้ทำอะไรเลย จึงตั้งใจว่าพรุ่งนี้อย่างน้อยต้องทำงานบ้างแล้ว
"ไม่เป็ไร เื่แบบนี้ให้ผมทำเองก็ได้ ผ้าห่มทั้งใหญ่ทั้งหนัก ถ้าคุณซักคงจะลำบาก"
เสิ่นเสี่ยวเยว่รู้สึกละอายใจที่หัวใจเต้นแรง สมัยนี้หาผู้ชายที่เต็มใจทำงานบ้านให้ผู้หญิงนั้นไม่ง่ายเลย
แต่พอนึกถึงเมื่อคืนที่ถูกทำให้เหนื่อยขนาดนั้น ความคิดนี้ก็มลายหายไปในทันที
ทนไม่ไหวแล้ว เอวจะพังอยู่แล้ว...
[1] สาวทรงเสน่ห์ หรือ Pride and Prejudice เป็นวนิยายเชิงเรียลลิสติก บทประพันธ์ของ เจน ออสเตน
[2] ตัวเอกชายในนวนิยายเื่ สาวทรงเสน่ห์
[3] แม่นางหอยโข่งตอบแทนบุญคุณ เป็นิทาน โดยในนิทานกล่าวถึง ชาวนาผู้หนึ่งยากจน วันหนึ่งพบหอยโข่ง จึงเอากลับมาเลี้ยงที่บ้าน โดยที่ไม่รู้ว่าหอยโข่งที่เก็บมาคือปิศาจสาวหอยโข่งที่กำลังบำเพ็ญภาวนา ปีศาจสาวเพื่อตอบแทนบุญคุณจึงช่วยชาวนาทำงานบ้าน ก่อนที่ทั้งสองจะแต่งงานกัน