เด็กสาวลงบันไดเมื่อคืนคิดแล้วและตัดสินใจบางอย่าง หาก้ายุติปัญหาทั้งหมด มีทางเดียวเท่านั้นหยุดยืนตรงหน้าบิดา
“ตื่นแต่เช้าเชียวลูกมีอะไรหรือเปล่า” ชัยเดชถาม ไม่เคยเห็นลูกมีท่าทีเช่นนี้มาก่อน
“พ่อคะมิมีเื่อยากจะปรึกษาพ่อค่ะ”
ชัยเดชสังเกตสีหน้าบุตรสาวแล้วไม่สบายใจปกติมิเป็เด็กร่าเริงสดใส แต่ดูเหมือนเื่ของคมฉณัฐจะทำให้ลูกเปลี่ยนไป
“นั่งลงก่อนลูก”
มิลันดาทำตามนั่งลงบนโซฟาข้างบิดา
“มีอะไรจะปรึกษาพ่อเหรอ”
“มิอยากไปเรียนต่อที่ต่างประเทศค่ะ”
ดาวเรืองถือถาดอาหารกำลังจะเดินเข้ามาหยุดเท้าเพื่อฟังบทสนทนาของสามีและลูกด้วยความกังวล
“ทำไมมิอยากไปเรียนต่างประเทศล่ะลูก” ชัยเดชเอ่ยถาม
เด็กสาวกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เขาไม่เคยบังคับอะไรลูก มิไม่เคยทำให้ผิดหวัง เกรดเฉลี่ยทุกเทอมอยู่ในเกณฑ์ดีตลอดความประพฤติเรียบร้อย ไม่เคยหนักใจกับลูกเลย เื่คมฉณัฐคงหนักหนาสำหรับลูกมาก ถึงมาเอ่ยปากเื่นี้ด้วยตัวเอง
“คุณคะให้ลูกไปเถอะค่ะ” ดาวเรืองก้าวเข้ามาร่วมวงสนทนาทันที
“คุณแน่ใจเหรอ”
“ค่ะให้ลูกไปเถอะ ยัยมิไม่เคยขออะไรเรามาก่อน ถ้ามาขอแบบนี้แสดงว่าคงถึงที่สุดแล้วล่ะค่ะ”
เด็กสาวสะอื้นออกมาต่อหน้าพ่อกับแม่รู้ว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่มีพ่อแม่เข้าใจเช่นนี้
“พ่อให้ลูกไปก็ได้มิไปแล้วต้องตั้งใจเรียนให้ดีนะลูก” เขาสอนลูก
“ค่ะพ่อมิจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดค่ะ” เด็กสาวรับคำหนักแน่น
หล่อนพยายามหลบหน้าพี่คมมาตลอดถึงเขามาขอมารดาเพื่อพบกับหล่อน แต่โชคดีที่มารดาเข้าใจปฏิเสธให้เสมอดีแล้วที่ไม่พบหน้ากันก่อนจาก ถึงวันเดินทางหล่อนกล้ำกลืนจัดกระเป๋าทั้งน้ำตาก่อนที่สาวใช้ในบ้านจะช่วยกันขนลงมาจากชั้นมิลันดาเดินลงมาเห็นบิดามารดายืนคอยอยู่
คมฉณัฐขมวดคิ้วมองข้างบ้านกำลังขนข้าวของราวกับย้ายด้วยความแปลกใจกำลังจะไปไหนกันแน่ เขาเห็นเด็กสาวเดินออกมาจากบ้านชั่วขณะหนึ่งน้องมิหันมองมาทางเขา แต่สีหน้าแววตามีเพียงความเ็า นิ่งเฉยแล้วเมินกลับ ั้แ่วันนั้นเขาไม่เคยไม่รู้สึกผิดเลย อยากขอโทษแต่ไม่มีโอกาส ไม่รู้ว่าตัวเองควรทำเช่นไรแล้ว
เขาอยากเข้าไปทักทายแต่สายตามิลันดาทำให้รู้ว่าหล่อนคงไม่ยอมรับคำขอโทษเขาผิดไปแล้ว อารมณ์โกรธในตอนนั้นนำพาให้ทำเื่ร้ายแรงขาสองข้างไม่กล้าก้าวเลยยืนมองจากตรงนั้นจนเห็นเ้าของร่างอวบขึ้นรถมันแล่นผ่านหน้าเขาไปพร้อมกับแววตาแสนเศร้าของเด็กสาวทอดมองมา
“ลาก่อนนะคะพี่คม”เด็กสาวพูดกับเขาผ่านกระจกกั้นหน้าต่างใจก็รู้ดีว่าเขาไม่มีวันได้ยิน
เมื่อบ้านนั้นพากันเดินทางเรียบร้อยชายหนุ่มเลยกลับเข้าสู่ตัวบ้านเห็นบิดาเอนหลังอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา
“พ่อครับบ้านคุณอาเดชไปไหนกันเหรอครับ”
“ไปสนามบิน”
“ไปทำไมครับเขาไปเที่ยวที่ไหนกันเหรอ”
“ไปส่งหนูมิไปเรียนที่ต่างประเทศ”
“อะไรนะครับ!”คมฉณัฐใ
“แกใอะไรแกไม่ได้สนใจหนูมิอยู่แล้วนี่ รังเกียจหนูมิแล้วจะมาถามพ่อทำไม ไปสนใจแฟนแกโน้นไป”พิภัทรปิดหนังสือเดิน พิภัทรเองก็รู้เื่ทั้งหมดจากดาวเรือง รู้สึกผิดเหมือนกันที่บุตรชายทำเื่ร้ายๆเขาได้ฟังจากดาวเรืองเื่ที่เห็นแฟนของบุตรชายมีคนอื่นจริงๆ ทั้งๆที่หนูมิหวังดี แต่ลูกชายกลับตาบอดอยู่ได้
“พ่อพูดอะไรผมไปรังเกียจน้องมิตอนไหน!” คมฉณัฐชักฉุน เขาไม่เคยรังเกียจ แค่หงุดหงิดที่น้องมิพูดจาไม่รู้เื่เท่านั้นเอง
“ก็ตอนที่แกปฏิเสธหนูมิแบบไม่ไว้หน้าไงเล่าแกลองคิดดู ผู้หญิงที่ไหนจะทนฟังคำพูดแบบนั้นจากคนที่ตัวเองรักได้แฟนแกมันดีนักหนาไปแหกตาดูเสียก่อนว่าแฟนแกนอกใจหรือเปล่าคนอื่นเขาหวังดีตัวเองตาบอดแท้ๆ ยังไปต่อว่าเขาอีก พ่อไม่อยากจะพูดล่ะ!” พิภัทรบ่นแล้วเดินหนีขึ้นชั้นสอง
“อะไรกันเนี่ย”คมฉณัฐหัวเสีย
วันนี้พิภัทรอาสาพาเพื่อนและภรรยา รวมถึงบุตรชายไปทานอาหารนอกบ้าน ทุกคนพูดคุยอย่างสนุกสนาน มีเพียงคมฉณัฐที่นั่งตักอาหารทานอย่างเงียบเชียบั้แ่มิลันดาจากไปกลับรู้สึกเหงาอย่างประหลาด ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็เช่นนี้ทำไมถึงเฝ้าคิดคำนึงถึงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็รอยยิ้ม เสียงหัวเราะหรือท่าทางเขินอายของหล่อน
หรือเขากำลังตกหลุมรักมิลันดาจริงๆมันไม่เหมาะเลยที่คิดเช่นนี้ หล่อนยังเด็ก หากคบหากันคงถูกคนอื่นนินทาว่าวัวแก่อยากกินหญ้าอ่อนเสียเปล่าสะบัดไล่ความคิดออก ไม่อยากให้ตนเองพลั้งเผลอไปมากกว่านี้
“หนูมิเป็ไงบ้างส่งข่าวมาบ้างไหม” พิภัทรถาม มันทำให้คนรอฟังอีกคนเหลือบมองด้วยความสนใจ
“ก็สบายดีค่ะตอนนี้กำลังเรียนหนักเลย” ดาวเรืองตอบ
“ถ้าอย่างนั้นคงไม่ต้องห่วงอะไรสินะ”
“ไม่ต้องเป็ห่วงลูกข้าหรอกไอ้ภัทร”ชัยเดชแกล้งเย้า
แค่รู้ว่าเด็กสาวสบายดีก็ดีแล้วข่าวแว่วมาว่าสาเหตุที่ทำให้มิลันดาต้องเรียนต่อต่างประเทศมาจากเขายิ่งส่งผลให้รู้สึกผิดหนักมาขึ้นอีกมองดูผู้ใหญ่คุยกันพักใหญ่วัยรุ่นเพียงคนเดียวในกลุ่มเลยแยกออกมาเดินเล่นด้านนอก
สายตาชายหนุ่มหยุดนิ่งอยู่ที่ภาพของผู้หญิงที่หน้าตาละม้ายคล้ายแฟนสาวกับหนุ่มที่ไหนไม่รู้กำลังแลกจูบกันอย่างดูดดื่มหน้าผับข้างๆร้านอาหาร คมฉณัฐก้าวเข้าใกล้เพื่อดุให้แน่ใจไม่อยากปรักปรำอยากรุ้ความจริงที่พ่อและน้องมิเคยบอ กเกี่ยวกับแฟนสาว
สองเท้าหยุดชะงักเมื่อภาพเบื้องหน้าเด่นชัดถนัดตาคมฉณัฐรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าดวงตาคมกริบวาวโรจน์ความโกรธแล่นพล่านนี่ตนเองถูกสวมเขาอยู่งั้นเหรอ
“กานต์คุณทำอะไร!”คมฉณัฐตวาดลั่น
สาวเ้าหยุดแลกจูบหันมองตามเสียงตวาดเข้ม ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความใรีบผลักไสหนุ่มอีกคนให้ออกห่าง
“คมคุณมาทำอะไรที่นี่คะ”หล่อนถามเขาปากคอสั่น
ชายหนุ่มที่แลกจูบกับกานต์สินีหันหน้ามามองเขาแล้วยกนิ้วโป้งขึ้นก่อนเลียริมฝีปาก เพื่อบ่งบอกว่าแฟนของเขามันสุดยอดชายแปลกหน้าหัวเราะแล้วเดินผิวปากจากไป ปล่อยให้คมฉณัฐยืนขบกรามแน่นเพื่อระงับอารมณ์เดือด
“ทำไมคุณทำแบบนี้กานต์ผมไม่อยากจะเชื่อ!” เขาตัดพ้อ
“คมฟังกานต์ก่อน!” กานต์สินีรีบหาข้อแก้ตัว
“คงไม่ต้องฟังอะไรอีกแล้วมั้งแค่นี้ก็เกินพอแล้ว!” เขาเดินหนีออกมา
กานต์สินีพยายามวิ่งตามเป็จังหวะเดียวกับที่ทุกคนในร้านอาหารเดินออกมาพิภัทรหยุดมองหญิงสาวกำลังวิ่งตามบุตรชายหล่อนมายืนดักด้านหน้าเพื่อกั้นไม่ให้แฟนหนุ่มเมิน
“คมฟังกานต์ก่อนนะคะ”กานต์สินีสะอื้น
“ถอยไป”ชายหนุ่มบอกเสียงแข็ง
“กานต์รักคมนะคะกานต์ผิดไปแล้ว คมให้อภัยกานต์นะคะ” หล่อนพยายามอ้อนวอน
“ผมอาจให้อภัยคุณได้ทุกเื่แต่เื่นี้เป็เื่เดียวที่ผมให้อภัยไม่ได้!” เขาตวาดจนคนฟังสะดุ้ง คมฉณัฐเดินหนีออกมาเห็นบิดาและครอบครัวของน้องมิมองอยู่
ร่างอรชรทรุดกองกับพื้นหล่อนรักเขา แต่หล่อนก็้าเื่อื่นไม่ใช่ความรักเพียงอย่างเดียว คมฉณัฐไม่เคยแตะต้องหล่อนเลยเฝ้าพร่ำบอกรอให้พร้อมเสียก่อนเท่านั้นหล่อนทนไม่ไหวเลยหาทางปลดปล่อยตัวเองแล้วมันผิดตรงไหนกันเขาต่างหากที่ไม่เข้าใจอะไรเลยทั้งที่หล่อนพยายามทุกทางเพื่อให้เขาตอบรับความ้า
“มีเื่อะไรกันคม” พิภัทรถามบุตรชาย
“ไม่มีอะไรหรอกครับพ่อ”
เขาเหลือบมองแฟนบุตรชายเห็นกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นถ้าเดาไม่ผิดคมคงรู้ความจริงแล้ว
“พ่อเตือนแกแล้วแต่แกไม่เชื่อ แล้วเป็ยังไงเจอกับตัวเองแบบนี้คงเชื่อแล้วสินะแล้วแกจะทำยังไงกับคนที่แกเข้าใจผิด”
น่าแปลก...ทำไมเขาถึงได้ไม่รู้สึกโกรธกานต์สินีมาก กลับรู้สึกผิดกับมิลันดามากกว่าที่เข้าใจหล่อนผิดไป
“พ่อครับแค่นี้ผมก็รู้สึกแย่พอแล้วนะครับ”
“ความรู้สึกนี่จะติดตัวแกจนกว่าหนูมิจะกลับมานั่นล่ะเ้าคม”
“แล้วน้องมิจะกลับมาเมื่อไหร่เหรอครับ”เขาหันไปถามดาวเรือง
“อีกนานจ้ะมิคงกลับมาหลังจากรับปริญญาแล้ว”
กว่ามิลันดาจะกลับมาเมืองไทยไม่รู้อีกนานเท่าไหร่เขาเองอยากจะขอโทษหล่อนในหลายๆ เื่ และอยากจะบอกความรู้สึแท้จริงที่มีออกไปคงทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าการเฝ้ารอสินะมิลันดา