“ ใช่ต่อไปเจ้าต้องเป็นกองหน้า ข้าจะคอยอยู่ด้านหลังคอยสั่งการ” ว่านเอ๋อเอ่ยออกมาแบบนี้ เทียนหันไปมองหน้าศิษย์พี่จงขุยเพื่อขอความช่วยเหลือ
“ ว่านเอ๋อ เจ้ายังจะหาปีศาจกระทิงทองอีกหรือ พี่ว่ากลับสำนักไปก่อนไหม”
“ พี่ใหญ่ไหนๆ พวกเราก็มาแล้ว พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วง คราวหน้าไม่มีพลาดแน่”
ว่านเอ๋อเอ่ยด้วยความมั่นใจ เทียนได้แต่ถอนหายใจ
“ วันนี้เจ้าไปพักก่อน พรุ่งนี้พวกเราจะไปตามหาโจรปล้นสวาทกันใหม่”
ว่านเอ๋อ สั่งการทุกคนออกไป เทียนกลับไปคราวนี้ส่งสัยคงต้องตามหาเจ้าโจรปล้นสวาทให้ได้ ไม่เช่นนั้น ต้องไปกับว่านเอ๋อทุกวันแน่
เทียนเข้าไปในเจดีย์ไปดูเจ้าอสูรน้อย พอเทียนเข้าไปเห็นเจ้าอสูรน้อยวิ่งชูสองมือเข้ามาหาเทียนด้วยความรวดเร็ว
“ แม่จ๋า แม่จ๋า”
เทียนต้องอุ้มอสูรน้อยขึ้นมา เห็นหญิงสาวที่เทียนสร้างเอาไว้ให้ดูแลอสูรน้อยวิ่งตามมาติด ๆ เทียนอุ้มอสูรน้อยเดินเข้ามาหาปู่หลี่
“ อสูรน้อยทำไมเพิ่งสองวันก็วิ่งได้แล้วหรือนี่” เทียนถามด้วยความสงสัย
“ ใช่แล้ว อสูรน้อยตนนี้มีพลังมากกว่านี้อีกนะ ข้าพาเขาไปเล่นที่ด่านฝึกชั้นสามชั้นสี่ถูกมันถล่มเละไปหมดเลย ฮ่า ฮ่า” ปู่หลี่หัวเราะชอบใจ เทียนจับอสูรน้อยมามองหน้าชัดๆ
“ นี่เจ้าถล่มด่านฝึก สองชั้นได้ด้วยหรือนี่” อสูรน้อยฟังเทียนรู้เรื่อง มันพยักหน้าแล้วพูดว่า
“ สู้ สู้ สู้” อสูรน้อยเอ่ยได้แต่คำสั้น
“ ต่อไปเจ้าชื่อว่า เสี่ยวหลง ก็แล้วกัน” แม่ชื่อหลงเอ๋อ พ่อชื่อซุนหงอคง ต่อไปชื่อเต็มเขาคือ ซุนเสี่ยวหลง เทียนคิดในใจ กลับไปว่าจะถามอาจารย์ถึงที่อยู่ของ ซุนหงอคอ จะได้นำ เสี่ยวหลงไปคืนให้พ่อเขาเลี้ยงดูกันเอง
“ แม่จ๋า หิวนม” เสี่ยวหลงวันเดียวกินนมที่เอาไว้ให้เมื่อวาน 10 โหล หมดเกลี้ยงเลย เทียนเอามาให้ อีก50 โหล ถ้ามันกินหมด คราวนี้ต้องกลับไปโลกมนุษย์หาซื้อนมมาเพิ่มอีกแน่ พอมันเห็นนมมันผละจากเทียนเข้าไปเปิดขวดกินเองเลย กินได้เกือบสิบขวดก็เข้ามาให้เทียนอุ้มจนหลับไปอีกครั้ง เทียนถึงจะออกมาจากเจดีย์ได้ คืนนั้นเทียนใช้ยันต์นำทางเพื่อตามหาโจรล่าสวาท จุดที่มันอยู่คือนอกเมืองไม่ไกล มีกระท่อมหลังหนึ่งเป็นที่มันใช้เป็นที่สำหรับ จัดการกับจิ้งจอกสาว
เทียนกำลังจะกลับไป แต่ว่าได้ยินเสียงร้องให้ช่วยเสียก่อน เลยหันไปดูพบว่าเจ้าโจรสวาท จับจิ้งจอกสาวมาสามตน กำลังจะทำการปู้ยี่ปู้ยำทั้งสาม พร้อมกัน
เทียนทนไม่ได้จึงปรากฏกายขึ้น
“เจ้าเป็นใคร” เทียนไม่รอมันพูดจบ ก็ฟาดฝ่ามือเข้าในลำคอ ร่างปีศาจกระทิงทองล้มไปนอนกับพื้น เทียนใช้ฝ่ามือคลายมนตร์สะกด ให้จิ้งจอกสามตัวเหล่านี้
ทันที พอทั้งสามได้สติก็คุกเข่าขอบคุณแล้วขอให้เทียนช่วยเผ่าจิ้งจอกของพวกนางด้วย
“ เอาละ เผ่าจิ้งจอกของพวกเจ้าเกิดอะไรขึ้น” เทียนหันไปมองเจ้ากระทิงทองเพิ่งจะฟื้นขึ้นมา เลยปล่อยเข็มยาสลบใส่ไปที่คอ อีก เจ้ากระทิงทองสลบไปอีกครั้ง
“ เผ่าของเราถูกเผ่าหมาป่ากิเลนไฟบุก พวกมันมีพลังเพิ่มขึ้นมากกว่าแต่ก่อนนัก ทำให้เผ่าของเราถูกพวกมันควบคุมไว้ได้หมด พวกเราหนีมาได้กันสามคนเท่านั้นกำลังจะไปขอความช่วยเหลือที่ทำการมือปราบ รบกวนท่านเซียนน้อยพาพวกเราไปร้องเรียนด้วยเถอะ พวกเราไม่รู้เส้นทาง เลยถูกเจ้าปีศาจกระทิงหลอกแล้วพามาที่นี่” จิ้งจอกน้อยสามตัวเอ่ยจบก็คุกเข่าอีกครั้ง
“ พวกเจ้าลุกขึ้น ข้ามาจากสำนักงานมือปราบ ข้าจะพาพวกเจ้าไปเองไม่ต้องกลัว”
เทียนพาทั้งหมดไปที่ทำการมือปราบ แล้วมอบโจรปล้นสวาทให้ ห้าเซียนน้อยทันที แล้วให้จิ้งจอกสาวทั้งสามเล่าเรื่องให้ ศิษย์พี่จงขุยฟังทั้งหมด
ศิษย์พี่จงขุย เตรียมการบุกเผ่าจิ้งจอกทันที ไม่รอรุ่งเช้า ส่วน ห้าเซียนน้อยดีใจ
ที่จับโจรปล้นสวาทได้แล้ว แต่ยังไม่ยอมกลับ ได้แต่ส่งโจรสวาทเข้าเครื่องเคลื่อนย้ายมิติ ส่งตัวไป ส่วนทั้งห้าคน ตกลงใจจะไปช่วย ศิษย์พี่จงขุยปราบเผ่าปีศาจ หมาป่าต่ออีก
“ ไม่ได้ ศึกครั้งนี้อันตรายพวกเจ้ายังเด็กกันนัก ไปด้วยจะเป็นภาระคนอื่นๆเขา”
“ พี่ใหญ่ หากพวกเราไม่เผชิญหน้ากับอันตราย แล้วพวกเราจะเก่งได้อย่างไร”
ว่านเอ๋อเถียงพี่จงขุยไม่ลดละ เทียนมองดูแล้ว พี่จงขุยเถียงสู้ว่านเอ๋อไม่ได้แน่
เลยชวนสี่ผู่ช่วยเดินออกมาด้านนอก แล้วเตรียมพร้อมออกเดินทางกันก่อน
ในที่สุด ศิษย์พี่จงขุยก็เดินออกมาพร้อมห้าเซียนน้อย ที่คราวนี้ใส่ชุดเกราะ เตรียมอาวุธครบ พร้อมลุยทันที ทั้งหมดขึ้นเรือเหาะมาที่ชายป่าแห่งหนึ่งตามที่เผ่าจิ้งจอกบอกไว้
“ ครั้งนี้พวกหมาป่ากิเลนไฟ มันถึงกับบุกยึดเผ่าอื่น แสดงว่าพวกมันต้องมีสายเลือดเผ่าอสูรทั้งแปดไม่น้อย พวกเราต้องรู้ให้ได้พวกมันเอามาจากที่แห่งใด”
ศิษย์พี่จงขุยรีบสั่งการให้ทุกคน อย่าฆ่าพวกมันหมด ต้องเก็บคนสำคัญเอาไว้เพื่อหาความจริง เทียนเห็นหมาป่ากิเลนกรอกกำลังกรอกเลือดเข้าปากจิ้งจอกน้อยหลายสิบตัว พอมันกินเข้าก็กลายร่างเป็น จิ้งจอกมีปีกอยู่สี่ตัว ที่เหลือระเบิดตายทันที พวกมันกำลังจะกรอกเลือดในปากจิ้งจอกที่เหลือ เทียนบุกก่อนทันที
เทียนฟาดฝ่ามือออกไป กลายเป็นปีกพญานกคุณเผิงเพลิงเข้าฟาดหมาป่ากิเลนไฟนับสิบตนกระเด็นลอยไปไกล ทุกคนเลยต้องบุกตาม เทียนวิ่งถือดาบมารพุ่งเข้าไปตัดหัว หมาป่ากิเลนไฟคอขาดกระเด็น ไปอีกหลายสิบตัว แล้วบุกเข้าไปช่วย จิ้งจอกที่เหลือออกมาจนหมด เทียนสัมผัสที่หัวหมาป่ากิเลน ก็รู้แล้วว่าพวกมันไปเอาเลือดมาจากสถานที่แห่งหนึ่ง ที่เรียกว่า ทะเลสาบปากุ่ย
เทียนออกไปก็พบว่าศิษย์พี่จงขุยได้กลายร่างเป็นเซียนปีศาจหน้าตาแปลกๆ เข้าจัดการกับหมาป่ากิเลนตายกับเกลื่อนไปหมด ที่เหลือก็หลบหนีเข้าป่าลึกไป ไม่นานก็ขับไล่ พวกหมาป่ากิเลนไปจนหมด เทียนเห็นห้าเซียนน้อย 5 คน ยังช่วยกันจัดการกับหมาป่ากิเลนอยู่1ตัว ยังไม่สามารถฆ่ามันได้เลย เทียนลอยตัวผ่านเลยตัดคอมันทิ้งทันที ฉัวะ !
ทั้งห้าคนมองเทียนเหมือนไม่พอใจ ที่มาขวางไม่ให้พวกเขาจัดการกับมัน
“ ศิษย์พี่ พวกมันนำเลือดปีศาจโบราณมาจากทะเลสาบปากุ่ย พวกเราบุกไปเลยไหม” เทียนเอ่ยถามศิษย์พี่จงขุย
“ เจ้าแน่ใจนะ”
“ แน่ใจ” เทียนให้ความมั่นใจ
ดังนั้นเพื่อป้องกันภัยไว้ไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต ทั้งหมดรีบไปทะเลสาบปากุ่ยทันที
แต่พอไปถึง มีเซียนเป็นจำนวนมากมาที่ทะเลสาบแห่งนี้เช่นกัน เพราะว่าซากศพของเซียนอสูรทั้งแปดที่ใหญ่โตราวกับยักษ์โผล่ขึ้นมาจากน้ำทั้งแปดตน ทั้งเหรินเซียน และ กุ่ยเซียน หลายร้อยคนต่างเข้าไปแย่งกันนำเลือดพวก อสูรทั้งแปด มาดูดซับกัน
“ หัวหน้าทำอย่างไรดี หากเป็นเช่นนี้ พวกกองทัพสวรรค์จะลงมาทำลายแดนสนธยาของเราไหมนี่” ตี้อี้เอ่ยด้วยความกังวล
“ ไม่ว่าใครก็อยากที่จะมีพลังเพิ่มมากขึ้นถึงระดับเซียนจักรพรรดิ์ เรื่องนี้พวกเราคงเข้าไปห้ามไม่ได้ หากสภาสวรรค์ทราบเรื่องคงไม่ขัดขวางอะไรแน่ เพราะไม่ได้คืนชีพของ แปดอสูร เพราะไม่ใช่คนจากแดนสนธยาเท่านั้นที่เข้ามา แดนเซียนเองก็มีคนต้องการเลือดอสูรเหล่านี้ไปเพื่อเพิ่มพลัง อาเทียนเจ้าไม่คิดจะดูดซับเลือดของอสูรพวกนี้หรือ” ศิษย์พี่จงขุยเอ่ยถาม
“ ไม่ล่ะ พลังของอสูรทั้งแปดเวลามีชีวิตอยู่พวกเขาสามารถฝึกได้ถึงขั้นเซียนระดับฟ้าเท่านั้น ดังนั้น หากดูดซับเลือดเหล่านี้ไปพลังจะขึ้นไประดับสูงสุดได้แค่ระดับฟ้าเท่านั้น ไม่สามารถรับพลังระดับอื่นได้อีกต่อไป แล้วมีอีกอย่างเลือดเหล่านี้หากคนดูดซับไปแล้ว ร่างกายไม่รับ จะทำให้ร่างกายระเบิดตายไปทันที โอกาสที่สำเร็จมีแค่ 60% เท่านั้น” เทียนบอกตามที่ได้สัมผัสมา พอทุกคนได้ฟัง ทีแรกตั้งใจจะเข้าไปแย่งกับคนอื่นต้องหยุดชงัก ไม่กล้าเข้าไปแย่งชิงอีก
“ เจ้ารู้ได้อย่างไร” ว่านเอ๋อถามด้วยความสงสัย
“ ตอนที่หมาป่ากิเลนไฟ นำเลือดให้เผ่าจิ้งจอกกิน เพื่อทดลองดูว่าว่าเลือดมีอันตรายหรือไม่ พวกเราก็เห็นกันไม่ใช่หรือ และอีกอย่าง ทำไมศพเหล่านี้เพิ่งจะมาปรากฏร่างเอาตอนนี้ หลังจากผ่านไป ห้าหมื่นปี ถ้าเลือดมีพลังหรือความสำคัญจริงทำไมกองทัพสวรรค์ถึงไม่เอาไปด้วย ทำไมต้องซากศพทั้งแปดอสูรเอาไว้ในสภาพ ที่ยังมีเลือดอยู่ได้มาห้าหมื่นปี” เทียนออกความเห็น ทำให้ทุกคนคิดตาม
“ เจ้ากำลังบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีใครบางคนอยู่เบื้องหลังเช่นนั้นหรือ” ว่านเอ๋อเริ่มเข้าประเด็นสำคัญ
“ ใครจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง พวกมันจะได้ประโยชน์อะไร” พี่จงขุยคิดตามเช่นกัน
“ คนที่อยู่เบื้องหลังต้องรู้ว่า ซากศพห้าหมื่นปี อยู่ที่ใด และ พวกมันจะต้องเปิดเผยจุดประสงค์ของตัวเองออกมาในไม่ช้า ”
“ พวกดินแดนสวรรค์ หรือว่าพวกมันต้องการกวาดล้างแดนสนธยาอีกครั้ง” ว่านเอ๋อสงสัย
เทียนมองผู้คนที่เข้าไปยืนบนซากศพแล้วหลายคนดูดซับทันที ร่างกายก็ระเบิดตายไปหลายคน แต่ก็ยังมีคน เข้าไปเพิ่มมากขึ้น ไม่ยอมถอย
“ ขืนปล่อยเอาไว้แบบนี้มีคนล้มตายมากแน่ ศิษย์พี่ข้าจำทำลายซากศพทั้งแปดนี้ ศิษย์พี่เห็นด้วยไหม” เทียนเสนอแนวคิดออกไป
“ เจ้าจะทำอย่างไร พวกมันใหญ่โตขนาดนี้ ถ้าทำลายได้ก็ดี ผู้คนจะได้ไม่บ้าคลั่งเช่นนี้” เทียนฟังจบก็หายไปในทันที เทียนแทรกตัวไปกับคนทั่วไปแล้วใส่ฝ่ามือยูไลปราบเซียนท่านที่แปดอัดเครื่องหมายสวัสดิกะเพลิงเข้าที่ศรีษะศพทั้งแปดตนพร้อมกัน จากนั้นเทียนก็กลับมายืนข้าง ๆ ศิษย์พี่จงขุย ทุกคนหันมามองเทียนด้วยความสงสัย แต่ไม่นานนักก็มีเพลิงลุกไหม้ร่างของแปดอสูรค่อยกลายเป็นเถ้าถ่านพร้อมกันทั้งหมด ฝูงชนต่างตกตะลึง รีบหนีออกมากันอย่างชุลมุน สุดท้ายร่างของอสูรทั้งแปดก็ไม่เหลือซากเลย สร้างโกรธแค้นให้กับคนทั่วไปยิ่งนัก
เทียนมองคนโดยรอบ เทียนเห็นกลุ่มคนที่ทำตัวนิ่งเฉย อยู่กลุ่มหนึ่ง แต่ละคนสวมผ้าคลุมศรีษะกันทั้งหมด เทียนใช้สายตาอ่านปากของพวกเขาดู
“ ท่านราชครู เรื่องเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร”
“ มีคนรู้แผนของเราด้วยหรือ? ใช้แผนสองฆ่าพวกมันให้หมด”
“ ขอรับ” จากนั้นชายคนที่รับคำสั่ง ก็หมุนคทา ขนาดเล็กมีห่วงอยู่หลายอันหมุนได้สักพักทะเลาสาบก็เริ่มแห่งลงไปอย่างเห็นได้ชัด เทียนรีบเอ่ยกับทุกคนว่า
“ มีคนกำลังเรียกสัตว์ร้ายยุคบรรพกาลออกมา พวกเราระวังตัวด้วย”
เทียนมองเห็นแล้วเจ้าตัวประหลาดมันกำลังผุดจากใต้ทะเลสาบทำให้น้ำลดลงไปในทันที พอมันโผล่พ้นน้ำมา หน้าตามันเหมือนกับตัวทีเร็กซ์ แต่ปากมันยาวเหมือนจรเข้ มีเดินสี่ขาคล้ายตัวตะกวดหางมันมีแหลมคมเหมือนหางแมงป่อง ตัวมันใหญ่เท่าภูเขา ลำตัวมันหนา เหมือนจรเข้ ทุกคนรีบวิ่งหนีออกจากทะเลสาบกันอย่างเร็วที่สุด แต่ว่าไม่มีใครออกไปได้ เหมือนมีคนวางค่ายกลขนาดใหญ่ครอบ
คลุมเอาไว้ทั่วพื้นที่
“ ศิษย์ พวกมันเป็นใคร ที่ใส่หมวกคลุมยาว สีดำทางด้านนั้น พวกมันใช้คทาอันนั้นเรียกสัตว์ร้ายขึ้นมา” เทียนไม่สนใจสัตว์ประหลาดหรือค่ายกลที่สร้างเอาไว้
“ พวกนั้นหรือว่าจะเป็นพวกมัน เผ่าภูตอสูรบรรพกาล ห้าหมื่นปีก่อน พวกมันเป็นราชาที่ครองดินแดนสนธยานี้ทั้งหมด แต่พอกองทัพสวรรค์ยกทัพมาพวกมันก็สูญหายไปจนหมด หรือว่าพวกมัน จะกลับมาชิงดินแดนสนธยากับไปเป็นของพวกมันอีกครั้ง”
“ แล้วมันจะฆ่าคนไปทำไมมากมาย” เทียนสงสัย
“ มังคงจะใช้เลือดบูชายัณ เพื่ออัญเชิญจักรพรรดิภูตอสูรกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง
โอ้ ถ้าเช่นนั้นเลือดสิ่งมีชีวิตต้องตายอีกนับไม่ถ้วนแน่”
“ใช้ชีวิตมนุษย์บูชายัณอีกแล้วหรือนี่” เทียนคิดไปถึงจอมมารญิณที่ชอบฆ่าคนเพื่อชุบชีวิต ตนเอง ป่านนี้มันหายไปไหนก็ไม่รู้ แต่ไอ้เจ้าจักรพรรดิภูตอสูรนี่โผล่มาอีกคนแล้ว
“ พี่ใหญ่หนีไปทางไหนดี มันสร้างค่ายกลล้อมเอาไว้แล้ว เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นมันกินคนด้วย” ว่านเอ๋อกับพวกล้วนหวาดกลัวกอดกันกลมไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“ ค่ายกลกักขัง ต้องเป็นจอมเวทย์ระดับสูงแน่” เทียนมองไปบนฟ้า เห็นค่ายกลกักขังอันใหญ่ เทียนใช้หมัดดาวนพเก้าต่อย เปรี้ยงไปทีเดียว ค่ายกลเวยท์กักขังขนาดใหญ่พังทลายไปหมด ผู้คนวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
“ ใครกัน สามารถทำลายค่ายกลกักขังของข้าได้” ราชครูเผ่าภูติอสูรเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ แล้วหันไปมองทิศที่เทียนยืนอยู่ เทียนมองสบตาอย่างไม่กลัวเกรง
“ ศิษย์พี่ ไปจัดการพวกมันเลย ส่วนข้าจะไปจัดการไอ้สัตว์ประหลาดตัวนี้เอง”
เทียนพูดจบก็หายวับไปในทันที.....