ไป๋เสี่ยวหรงมาถึงแคว้นหยางก็เป็เวลาสองวันเต็ม นางเดินผ่านประตูเมืองเข้ามาก็ต้องตกตะลึงกับความอลังการของบ้านเมืองของแคว้นหยางทั้งบ้านและการใช้ชีวิตมีแต่ความรุ่งโรจน์ถึงจะมีชาวบ้านที่ดิ้นรนอยู่บ้างก็ต่างแต่ก็ไม่ถือว่ายากจน
ทุกสิ่งของและการใช้ชีวิตเป็สิ่งที่นางไม่เคยััมาั้แ่ออกจากแคว้นไปไม่ว่าจะเดินผ่านร้านข้างทางไป ทุกอย่างล้วนแต่ติดตึงใจของนางทำให้แววตาที่หมองแสงมาตลอดพลางตื่นเต้นสว่างวาบขึ้น
"แม่นางน้อยสนใจเลือกซื้อได้เลยนะเ้าคะ ผลไม้และพืชผักเก็บมาสดๆทั้งนั้นเลยเ้าค่ะ"แม่ค้าคนหนึ่งเห็นไป๋เสี่ยวหรงยืนดูนานจึงเอ่ยขึ้นอย่างเป็มิตรและเชิญชวน ทำให้ใบหน้าอวบๆของนางมีรอยยิ้ม
"ไม่ล่ะ"ทว่าน้ำเสียงที่นางแสดงออกมาถึงกับทำเอาอีกคนหน้าเสีย เพราะน้ำเสียงนั้นไม่นุ่มนวลและอ่อนหวานอย่างที่นางคิดไว้ทว่ากับเ็าผิดกับหน้าตา
ไป๋เสี่ยวหรงยิงคำพูดที่แสนจะเ็าใส่แม่ค้าผลไม้เสร็จรีบเดินตามทางไปทันที เสื้อผ้าสีแดงของนางพริ้วไหวตามสายลมอ่อนๆที่ลอยมาเส้นผมสีดำพลางขยับตามทำให้ใบหน้างดงามอ่อนหวานของนางปรากฏชัดเด่นขึ้น
หอจันทร์ทราเป็ร้านสุราที่ถูกรวบรวมสุราทั่วใต้หล้าเอาไว้ทำให้มีชื่อเสียงและหรูหราที่สุดในแคว้นหยาง และยังมีราคาที่สูงจนคนที่มีเงินไม่พอทำได้เพียงมองและผ่อนลมหายใจอย่างเสียใจ จะมีเพียงเหล่าคุณชาย ขุนนาง ราชวงศ์ เท่านั้นที่จะมีเงินทองมากพอที่จะได้ก้าวเข้ามาในร้านแห่งนี้ หอจันทร์ทรามีทั้งหมดสามชั้น ชั้นแรกและชั้นสองไว้ให้เฉพาะเหล่าคุณชายและขุนนาง ส่วนชั้นสามเป็ที่พิเศษมีให้เฉพาะเหล่าราชวงศ์
บนชั้นสูงสุดของหอจันทร์ทราห้องสี่เหลี่ยมหรูหราห้องหนึ่งร่างของบุรุษสามคนนั่งดื่มสุราเลิศรสอยู่พร้อมคุยกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและสนุกสนาน มีเพียงบุรุษที่สวมใส่หน้ากากเท่านั้นที่ดื่มอยู่เงียบๆไม่แม้แต่ที่จะพูดคุยและยิ้มแย้ม
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะทุกสายตาหันมาดูคนมาใหม่ ร่างอรชรของสตรีในอาภรณ์สีชมพูหวานใบหน้างดงามดวงตากลมโตเดินเข้ามาพร้อมสุราในมือหนึ่งไห
"คาราวะคุณชายเว่ย ท่านอ๋อง"ใบหน้าของนางขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเขินอาย ก่อนจะนำสุรามาให้บุรุษสามคน
หลี่เซียเซีย บุตรสาวเพียงคนเดียวของหอจันทร์ทรา ถึงนางจะดูเรียบร้อยและงดงามทว่าวรยุทธนั้นกลับเก่งกาจกล้าหาญ
หลี่ซือจิง บุตรชายคนเดียวของหอจันทร์ทราและเป็พี่ชายฝาแฝดของหลี่เซียเซีย ความสามารถด้านวรยุทธไม่เป็รองน้องสาว
เว่ยจื่อชิง แม่ทัพใหญ่ของแคว้นหยางบุตรชายคนโตของตระกูลแม่ทัพที่ถูกส่งมาอย่างรุ่นสู่รุ่นนานปี เก่งกาจน่าเกรงขาม วรยุทธเป็หนึ่งทว่ากับสู้แพ้ชินอ๋องทุกครั้ง
หยวนอัน/ชินอ๋อง ท่านอ๋องหรือก็คือพระอนุชาพระองค์เดียวของจักรพรรดิผู้ครองแคว้นหยาง เขาเ็าราวน้ำแข็งเยือกเย็นราวมหาสมุทร วรยุทธเป็หนึ่งในใต้หล้าฆ่าคือฆ่าไม่เว้น เขาเป็ดั่งปีศาจในใจของทุกคน
หลี่เซียเซียเงยหน้าขึ้นมองไปทางชินอ๋องด้วยใบหน้าสีแดง มองใบหน้าที่ตึงใจของนางตลอดด้วยความหลงใหลถึงใบหน้านั้นจะซ่อนอยู่ในหน้ากากก็ตาม
"มาดื่มด้วยกันหรือไม่ แม่นางหลี่"เว่ยจื่อชิงพูดขึ้น เขาหลงรักนางแต่นางนั้นหลงรักชินอ๋องทำให้เขาต้องมองดูนางอยู่ห่างๆ ถึงจะเจ็บมากก็ตามที่เห็นคนที่ตนหลงรักชอบคนอื่นที่ไม่ใช่เขา
ใช่หลี่เซียเซียแอบชอบชินอ๋องถึงนางจะแสดงออกมากเพียงใดทว่าไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาก็ตามแต่ความพยายามของนางนั้นสูงกล้านักและจิตใจที่แข็งแกร่งทำให้นางไม่เคยท้อที่จะเลิกพยายามเพื่อให้นางอยู่ในสายตาของเขา
"ไม่ดีหรอกเ้าค่ะ งั้นข้าขอตัวก่อนนะคุณชายเว่ย ท่านอ๋อง พี่ใหญ่"พูดจบนางก็ละถอยออกไปอย่างมีมารยาท ทว่าสายตาที่นางจากไปกับเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์มองมาที่ชินอ๋องก่อนจะปิดประตูลง
"เ้าเนี่ยนะ นางแสดงออกขณะนี้เ้ายังทำเป็ไม่เห็นอีกหรือ"เว่ยจื่อชิงพูดพร้อมยกสุราขึ้นดื่มรวบเดียวจนหมด
"ใจเ้าควรจะดีใจมากกว่าไม่ใช่หรือที่ข้าไม่สนใจนาง"น้ำเสียงเย็นเยียบของเขาทำให้เว่ยจื่อชิงชะงักค้าง
"เ้ารู้หรือ"เขายิ้มมุมปากขึ้นอย่างเย้ยหยัน ไม่วายยกสุราขึ้นดื่มราวกับน้ำหวานที่ดื่มแล้วจะทำให้จิตใจของเขาสงบลง
"อืม"เขาปรายหางตามองเว่ยจื่อชิง และริมสุราให้อย่างใจเย็น
หลี่ซือจิงดื่มอยู่เงียบข้างๆทั้งสองคน ฟังบทสนทนาอย่างสงบ เื่ความรักถึงเขาจะไม่เข้าใจมากนักแต่ก็ไม่ถือว่าเขาไม่รู้ หนึ่งสตรีสองบุรุษ หนึ่งคนทุ่มเทให้ถึงเขาจะไม่เคยมองมาที่ตนเลยก็ตาม หนึ่งคนคอยดูแลอยู่ห่างๆเก็บซ่อนความในใจให้ลึกที่สุด หนึ่งคนเ็าต่อทุกสิ่งมองข้างทุกอย่างราวกับไม่มีสิ่งใดให้สนใจและปราถนาที่จะได้มา
ชินอ๋องหันมามองความครึกครื้นด้านล่างหอจันทร์ทราทำให้เขาเห็นสตรีคนหนึ่งเดินอยู่กลางทะเลคนที่แสนจะวุ่นวายด้วยความสนใจ ถึงจะมีสตรีมากมายทว่าสตรีที่สวมใส่อาภรณ์สีแดงกลับทำให้เขารู้สึกเพลิดเพลิน มองเพียงแผ่นหลังกลับทำให้เขาเกิดความรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาดก่อนนางจะหายลับไปตามถนนเส้นตรง เขาจึงยอมหันมาสนใจสุราในมือต่อ
"ใกล้เข้าเดือนล่าสัตว์อสูรแล้ว ปีนี้พวกเ้าจะไปหรือไม่ เห็นจักรพรรดิของเราประกาศหากสามารถล่าสัตว์อสูรที่ไม่มีอยู่ในแคว้นได้ปีนี้จะมอบน้ำทิพย์์ให้หนึ่งไห"หลี่ซือจิงพูดขึ้นทำลายความเงียบพร้อมกับมองสลับไปมาระหว่างสองบุรุษ
"เื่นั้นไว้ดูเสียก่อนว่าข้าจะติดงานหรือไม่"เว่ยจื่อชิงพูดขึ้น ยกมือขึ้นตบหน้าผากเพื่อให้หายจากอาการมึนศีรษะ
"ท่านอ๋องล่ะ ท่านไปหรือไม่"หลี่ซือจิงมองมาที่เ้าของชื่ออย่างใจจดใจจ่อ
"ดูก่อน"คือคำตอบที่ดีที่สุดของเขาในตอนนี้
หลี่ซือจิงยกไหล่ขึ้นพร้อมกับกลอกตามองบน คำว่าดูก่อนของท่านอ๋องคือการปฎิเสธที่ไม่ได้พูดออกมาตรงๆเท่านั้น และนี่ก็คือคำตอบของทุกปี ไม่ว่าจะงานไหนก็ตาม คำตอบคือดูก่อนหรือก็คือ ข้าไม่ไป มันสำคัญด้วยหรือ หากงานสำคัญจริงๆไม่ต้องถามไปถึงคำตอบจะอยู่ในที่นั้นเอง
เว่ยจื่อชิงมองจอกสุราในมืออย่างนิ่งสงบ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความวูบไหว เมื่อนึกถึงใบหน้างดงามของสตรีในดวงใจ 'หากนางมองเขาบ้างจะดีเพียงใด' เขาทบทวนความคิดของตัวเองอยู่เงียบๆไม่แม้แต่จะสนใจสิ่งอื่นใด
มีเพียงคนเดียวในกลุ่มที่พูดไม่หยุด หลี่ซือจิง บรรยากาศรอบตัวของเขาเต็มไปด้วยความสดใส มีเพียงสองบุรุษสหายสนิทของเขาที่มีกลิ่นอายแตกต่างกัน หนึ่งคนหดหู่ หนึ่งคนเย็นะเืไม่เปลี่ยน