สายลมโชยพัดพาเอากลิ่นอายชื้นแฉะของเศษดินและไอแดดหลังพิรุณโปรยปรายโชยเข้าจมูก
บนถนนดินเลนใจกลางเมืองหลวง บรรยากาศพลันเยียบเย็นลงจนผู้คนรอบข้างเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เหล่าชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขายที่กำลังมุงดูความเคลื่อนไหวหน้าหอโอสถร้อยคุณธรรม ต่างพากันหลบฉากหนีเข้ามุมตึกเมื่อประจักษ์เห็นบุรุษชุดแดงเพลิงนับสิบคนก้าวเท้าเข้ามาด้วยท่าทีดุดันดั่งเสือร้าย
"มันอยู่ตรงที่ใด! ไอ้หมอเถื่อนที่บังอาจลงมือทำร้ายคนของหอโอสถร้อยคุณธรรม!" ชายผมแดงผู้นำสมาคมดาบโลหิตตวาดก้องลั่น เสียงของมันแฝงด้วยกระแสลมปราณขั้นรุนแรงจนบานหน้าต่างไม้รอบข้างสั่นกราวะเื
อาจารย์หมอเกาที่ใบหน้ายังคงปูดบวมเขียวช้ำ เขย่งเท้าชี้ดัชนีข้ามฝั่งถนนตรงมายังตึกแถวไม้สองชั้นที่กู่เจี้ยนหุนยืนตระหง่านอยู่ "ท่านหัวหน้าเทียน! มันซ่อนตัวอยู่ตรงนั้น! มันคือไอ้ขี้โรคที่ยืนกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้ามนั่นเอง!"
กู่เจี้ยนหุนในร่างอาเฉินยังคงนิ่งสงบไร้ความตระหนก เขาปรายสายตามองกลุ่มชายชุดแดงราวกับกำลังกวาดสายตามองดูฝูงมดปลวกไร้ค่า ทว่าเมื่อลอบชำเลืองขึ้นไปบนชั้นสองของตึกแถวไม้ เขาเห็นบานหน้าต่างแง้มเปิดออกเล็กน้อย เจ้ิและเสี่ยวหลินกำลังเกาะขอบไม้จ้องมองลงมาด้วยสีหน้าขาวซีดไร้สีเื ดวงตาของเสี่ยวหลินสั่นระริกแฝงความห่วงใยและหวาดกลัวต่อภัยอันตรายอย่างที่สุด
‘พวกนางกำลังเฝ้าดูอยู่... จักยอมให้เสียเกียรติภูมิอดีตเทพกระบี่ได้อย่างไร’ กู่เจี้ยนหุนนึกคิดในใจด้วยภาษาสมัยใหม่พลางยกยิ้มมุมปาก ‘สมาคมดาบโลหิตงั้นรึ ครานี้ข้าจักเปลี่ยนนามพวกแกเป็สมาคมหลั่งเืเสียเอง’
เขาก้าวเท้าออกจากธรณีประตูตึกแถว เดินนิ่งเรียบไปหยุดอยู่กึ่งกลางถนนดินเลน ฝ่ามือขวาขยับซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้าง เกาะกุมจับด้ามดาบดำทมิฬที่ยึดมาจากฝ่ามือกองกำลังมือสังหารเมื่อคืนวานไว้หลวม ๆ
"เ้าคือกองขยะที่นามว่าอาเฉินงั้นรึ" หัวหน้าเทียนผมแดงก้าวเข้ามาขวางหน้า ใบหน้าเหี้ยมเกรียมกระตุกยิ้มหยัน "นึกว่าจักมีสามเศียรหกกร ที่แท้ก็แค่คนใกล้ตายตัวผอมแห้งแรงน้อย หากเ้ายอมคุกเข่าตัดเอ็นข้อมือตนเองทิ้งเสียแต่ตอนนี้ ข้าอาจจักยอมเหลือร่างศพให้เ้าไปฝังฝากดิน!"
"วาจาสุนัข" กู่เจี้ยนหุนตอบกลับวาจาด้วยเสียงเรียบต่ำ "หากอยากได้ชีวิตของข้า ก็จงก้าวเข้ามา... ทว่าหากพวกเ้าบังอาจก้าวข้ามเส้นดินเลนตรงนี้เข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจักส่งพวกเ้าลงสู่นรกานต์ทั้งหมด"
"โอหังนัก! ฆ่ามันเสีย!" หัวหน้าเทียนสั่งการวาจาเสียงเฉียบขาด
สมุนชุดแดงสามคนถลันกายออกมาในทันควัน พวกมันชักกระบี่สั้นออกจากฝัก เสียงเนื้อโลหะเสียดสีกันดังกังวาน ฉึกฉัก! ประกายคมกระบี่วาววับสะท้อนแสงแดดอ่อนยามเช้า พวกมันกระจายกำลังโอบล้อมสามทิศทาง พุ่งแทงเข้าที่ตำแหน่งลิ้นปี่และชายโครงของกู่เจี้ยนหุนพร้อม ๆ กัน
วิถีกระบี่รวดเร็วปานลมพัด! ทว่าในสายตาของกู่เจี้ยนหุน มันกลับเชื่องช้าดั่งหอยทากคลานต้วมเตี้ยม
ฟึ่บ!
กู่เจี้ยนหุนขยับเท้าซ้ายวูบเดียว ร่างกายผอมบางหลบหลีกคมกระบี่แรกไปได้อย่างไร้ร่องรอยร่องรอย ฝ่ามือขวาที่ซ่อนเร้นอยู่ในแขนเสื้อสะบัดออกอย่างเชื่องช้า ทว่าผลลัพธ์กลับรวดเร็วปานสายฟ้าแลบวาบ ดาบดำทมิฬหลุดออกจากฝักกรีดผ่านอากาศธาตุเป็เส้นตรง
ฉับ!
เสียงใบดาบตัดผ่านเนื้อและท่อนกระดูกดังสนิท ข้อมือขวาของสมุนชุดแดงคนแรกขาดสะบั้นปลิวลอยล่องกลางเวหา เืสีแดงฉานพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุร้อน มันร้องลั่นโหยหวนด้วยความเ็ปแสนสาหัสก่อนจะทรุดฮวบลงไปนอนดิ้นพราดคลุกเลนตม
สมุนอีกสองคนตระหนกใจนขวัญหนีดีฝ่อกระเจิง ทว่าพวกมันยังมิทันได้ถอยร่นกลับ กู่เจี้ยนหุนพลิกหมุนกายครึ่งรอบ วาดตวัดใบดาบดำเป็แนวนอนเฉียบคม
ฟับ! ฟับ!
คมดาบเย็นเยียบกรีดผ่านลำคอของพวกมันทั้งสองอย่างแม่นยำราวจับวาง เืสด ๆ สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นถนน กลิ่นคาวเืคละคลุ้งโชยเข้าจมูกชวนสะอิดสะเอียนยิ่ง ร่างในชุดแดงสองร่างล้มตึงลงไปนอนตายตาไม่หลับในฉับพลัน
ในวินาทีนั้น ถนนทั้งสายพลันเงียบกริบดุจดังป่าช้าร้าง
อาจารย์หมอเกาแข้งขาอ่อนแรงจนแทบล้มพับขยี้ตาตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความมิอยากเชื่อสายตา สมุนยอดฝีมือของสมาคมดาบโลหิตสามคน กลับต้องมาตายตกภายในหนึ่งกระบวนท่า นี่มิใช่เื่ล้อเล่นแล้ว!
หัวหน้าเทียนผมแดงั์ตาสีเืโกรธขึ้งจนเส้นเืที่ขมับปูดโปนเป็ริ้ว มันชักดาบั์สันหนาออกจากแผ่นหลัง กระแสลมปราณสีแดงฉานแผ่ซ่านทะลักออกมาจนพื้นเลนใต้ฝ่าเท้าแห้งผากด้วยไอความร้อน "ไอ้สารเลว! เ้ากล้าเข่นฆ่าคนของข้า! วันนี้ต่อให้มหาเทวดาลงมาโปรดก็ช่วยชีวิตเ้ามิได้!"
มันทะยานกายขึ้นสูง ดาบั์ในมือส่องประกายสว่างสีแดงเพลิง ฟาดสับลงมาตรงกึ่งกลางศีรษะของกู่เจี้ยนหุนด้วยพละกำลังพะยุงทั้งหมดที่มี ลมพายุหมุนวนบดเคี้ยวเศษฝุ่นละอองจนบรรยากาศรอบกายมืดครึ้มลง
กู่เจี้ยนหุนแหงนหน้ามอง ดอกไม้ไฟแห่งความตายตรงหน้ามิได้ทำให้เขาบังเกิดความหวั่นเกรงแต่อย่างใด พลังวิถีกระบี่ขีดที่สองในร่างกายเดือดพล่าน เขากระชับจับด้ามดาบดำแ่า
‘เข้ามาเถิด... ข้ากำลังอยากทดสอบอานุภาพของขีดที่สองอยู่พอดี!’
ดาบั์ฟาดฟันลงมาห่างจากศีรษะเพียงหนึ่งคืบ ทว่ากู่เจี้ยนหุนมิคิดรับตรง ๆ เขาขยับใบดาบดำทมิฬแทงสวนขึ้นไปตรงรอยต่อของสันดาบและด้ามจับ อาศัยการยืมแรงปะทะสลายพลังทำลายล้างลงในชั่วเสี้ยวพริบตา
เคร้งงงงง!
ประกายไฟแลบสะท้อนวาบ เสียงโลหะปะทะห้ำหั่นกันกึกก้องจนใบหูของชาวบ้านรอบข้างอื้ออึง แรงะเิของกระแสลมปราณทำให้ดินเลนบนถนนะเิกระจายออกเป็วงกว้าง ร่างของหัวหน้าเทียนถูกแรงดีดกระเด็นถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าของมันแดงก่ำด้วยความจุกอก ััได้ถึงความเ็ปแปลบปลาบที่ข้อมือทั้งสองข้าง
ในขณะที่กู่เจี้ยนหุนยังคงยืนตระหง่านอยู่ ณ ตำแหน่งเดิม ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนอันใด
เขาเป็ฝ่ายลอบชำเลืองสายตาขึ้นไปบนชั้นสองอีกครา สบตากับเสี่ยวหลินที่หยาดน้ำตาไหลพรากด้วยความรู้สึกโล่งอกหลุดพ้น นางส่งสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยและเลื่อมใสศรัทธาลงมาให้ ภาษากายที่เอื้อมมือมาเกาะกุมกุมอกเสื้อของตนเองแน่นราวกับจะบอกกล่าวว่าหัวใจของนางอยู่ร่วมกับเขา ทำให้กู่เจี้ยนหุนรู้สึกถึงกระแสความอุ่นซ่านแล่นพล่านในอก ยิ่งทวีความ้าที่จะบดขยี้ศัตรูตรงหน้าให้สิ้นซากเพื่อปกป้องรักษาความสงบสุขของครอบครัว
"หมดเวลาสนุกของพวกเ้าแล้ว" กู่เจี้ยนหุนเอ่ยเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ดาบดำทมิฬในมือสั่นระริกส่งเสียงครวญครางดุจปีศาจกระหายเื
ในห้วงลึกแห่งดวงจิต มโนภาพทอประกายถี่รัวอย่างบ้าคลั่งเร่งเร้า
[วิถีกระบี่สอดประสาน: ขีดที่ 2 กำลังทำงาน]
[เป้าหมาย: บดขยี้หัวหน้าเทียนเพื่อก้าวข้ามสู่ขีดที่ 3]
กู่เจี้ยนหุนเริ่มขยับเท้าย่างสามขุมเข้าหาศัตรู ความตายที่แท้จริงกำลังจะมาเยือนสมาคมดาบโลหิตในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้!
หอโอสถร้อยคุณธรรมและสมาคมดาบโลหิตต่างคิดว่าอาเฉินเป็เพียงเหยื่ออันโอชะ ทว่าพวกมันกลับมิรู้เลยว่ากำลังเผชิญหน้ากับพญาัในร่างมนุษย์ ยามที่หัวหน้าเทียนกำลังจะเผชิญหน้ากับความพินาศย่อยยับ เ้าคิดว่าอาจารย์หมอเกาจะตัดสินใจอย่างไรต่อไป ระหว่างการก้าวเท้าเข้ามาแลกชีวิตเพื่อปกป้องสมาคม หรือจะหันหลังหนีเอาตัวรอดท่ามกลางความโกลาหลนี้?