ตอนที่ 15 ตระกูลเซวียมาหาเื่ (1)
อันเสี่ยวเย่ว์พอได้ยินคำว่า ‘หอนางโลม’ ดวงตาก็เปล่งประกาย ปฏิกิริยาแรกของนางไม่ใช่คิดว่าเหตุใดอันหยวนเฟิงไปหอนางโลม แต่นางก็อยากไปเที่ยวให้หายอยากรู้ดูสักครั้ง
“หอนางโลมคืออะไรหรือ” อันหยวนเซิงเอียงคอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย
“เอ่อ...นี่มัน...” อันเสี่ยวเย่ว์อึ้งงัน นางลูบศีรษะอันหยวนเซิงเบาๆ “หอนางโลมไม่ใช่สถานที่เด็กเล็กจะไป แน่นอนว่าต่อให้เ้าโตแล้วก็ไปไม่ได้อยู่ดี”
นี่เรียกว่าอันเสี่ยวเย่ว์มีสองมาตรฐาน นางเองก็อยากไปดูหญิงเก่งที่หอนางโลมตามตำนานเล่าขาน ดูว่าจะรอบรู้ศิลปะแขนงต่างๆ ทั้งอักษร ภาพวาด หมากรุก พิณ มีความรู้สูงส่งจนเป็ตัวแทนของสตรีในยุคโบราณได้จริงหรือไม่ แต่ก็กลัวว่าภายหลังน้องชายเติบโตขึ้นจะลุ่มหลงกับสิ่งนี้จนทำให้เสียผู้เสียคน
“ทำไมพี่หยวนเฟิงไปได้ ข้าโตแล้วไปไม่ได้” อันหยวนเซิงถามอย่างไร้เดียงสา เขามักอยากรู้เื่ที่ไม่เข้าใจเสมอ
“เพราะพี่หญิงรองไม่อยากให้เ้าไป พี่หญิงรองไม่ชอบสถานที่เช่นนั้น หากเ้าไป พี่หญิงรองก็ไม่ชอบเ้าแล้ว” อันเสี่ยวเย่ว์ได้แต่ใช้วิธีตัดตอนดื้อๆ เช่นนี้มาอธิบายกับอันหยวนเซิง ถึงอย่างไรอันหยวนเซิงก็เพิ่งห้าขวบ ไม่อาจบอกได้จนหมดเปลือก
เพียงแต่ อันเสี่ยวเย่ว์ปากไม่ตรงกับใจอยู่บ้าง เห็นชัดว่านางเองก็อยากรู้อยากเห็นเื่หอนางโลมอย่างยิ่ง แต่เพื่อเห็นแก่ร่างกายและจิตใจของอันหยวนเซิง นางรู้ว่าวันนี้คงไม่อาจไปเที่ยวหอนางโลมได้แล้ว แต่คราวหน้าหากนางมีโอกาสออกมาฉายเดี่ยว ต้องไปหาความรู้ที่หอนางโลมสักหน่อย นอกจากนี้ อันเสี่ยวเย่ว์ยังเห็นว่าอันหยวนเฟิงนั่นแม้จะสอบได้ซิ่วไฉ แต่คงไม่ใช่คนดีอะไรนัก ไปสถานที่เช่นนั้น ส่วนมากก็ไปเที่ยวดื่มสุราเคล้านารี ปัญหาคือบ้านตระกูลอันยากจนมาก! น้องๆ ต้องอดอยากอยู่ตลอด ทางบ้านแม้แต่ไข่ไก่สักฟองยังเป็เื่ใหญ่ เขากลับยังกล้ามาเที่ยวดื่มสุราหาความสำราญอยู่อีก
“พี่หญิงรองไม่ชอบ ข้าก็ไม่ชอบ ข้าไม่ไปแน่ พี่หญิงรอง ท่านอย่าไม่ชอบข้านะ” อันหยวนเซิงรีบรับรองแข็งขัน อันเสี่ยวเย่ว์ในตอนนี้เป็แบบอย่างวีรสตรีของอันหยวนเซิงไปแล้ว
“เด็กดี!” อันเสี่ยวเย่ว์ลูบผมทรงลานบินของอันหยวนเซิงอย่างเอ็นดู
“เสี่ยวเย่ว์ พวกเราไปกันเถอะ! เื่พี่หยวนเฟิง พวกเราทำอะไรไม่ได้หรอก ขอแค่เขาไม่เห็นพวกเราก็ดีแล้ว ไม่อย่างนั้นไปฟ้องท่านปู่ท่านย่า พวกเราได้ถูกตีตายแน่” อันเสี่ยวหลีดึงมืออันเสี่ยวเย่ว์ “รีบไปกันเถอะ!”
“ใช่เลย ใช่เลย!” อันเสี่ยวเหมยผงกศีรษะตาม
อันเสี่ยวเย่ว์ทำอะไรไม่ได้ นางมองดูป้ายชื่อร้าน ‘หอฮวาหม่าน’ ที่อยู่ห่างออกไป เอ่ยอย่างเสียดายว่า “เอาเถอะ พวกเราไปซื้อของกัน”
อันเสี่ยวเย่ว์ซื้อกระบี่ไม้ของเล่นเล่มหนึ่งและซื้อกังหันลมอันเล็กให้อันหยวนเซิง อันหยวนเซิงดีใจจนะโโลดเต้น ในมือถือของเล่นอย่างละข้าง ราวกับถือโลกไว้ทั้งใบก็ไม่ปาน
จากนั้น อันเสี่ยวเย่ว์ก็ซื้อเข็มเย็บผ้าและผ้าชิ้นให้อันเสี่ยวเหมยกับอันเสี่ยวหลี
อันเสี่ยวหลีดึงมืออันเสี่ยวเหมยไว้ “เสี่ยวเหมย ช่วยบอกป้าสะใภ้ใหญ่หน่อยได้หรือไม่ ช่วยสอนข้าด้วย ข้าก็อยากเรียนด้วย!”
“พี่หญิงเสี่ยวหลี ต่อให้ข้าไม่พูด แม่ข้าก็ต้องสอนท่านแน่ ถึงตอนนั้นพวกเราเรียนด้วยกัน ตอนแม่ข้าสอน ข้าจะมาเรียกท่านนะ” อันเสี่ยวเหมยยิ้มพลางถือเข็มเย็บผ้าพวกนั้นเอาไว้อย่างทะนุถนอมไม่ยอมวาง
“ดียิ่งนัก เสี่ยวเหมย!” อันเสี่ยวหลีตื่นเต้นดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่
“เสี่ยวเย่ว์ เ้าไม่อยากได้เข็มเย็บผ้าหรือ เ้าไม่อยากเรียนหรือ” อันเสี่ยวเหมยถาม นางเห็นว่าเด็กผู้หญิงควรจะชอบเรียนเื่พวกนี้กันทั้งนั้น
อันเสี่ยวเย่ว์ส่ายหน้า “ฟังธรรมมีก่อนหลัง เล่าเรียนวิชามุ่งเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ข้าไม่สนใจเื่พวกนี้หรอก”
“เช่นนั้นเ้าสนใจอะไร เ้าอยากได้อะไรหรือ” อันเสี่ยวหลีแม้จะฟังท่อนแรกไม่เข้าใจ แต่ท่อนหลังก็ฟังรู้เื่ ไม่ใช่ว่าทุกคนได้ซื้อของ แล้วมีแต่อันเสี่ยวเย่ว์ที่ไม่ซื้ออะไรเลยกระมัง! ทั้งที่เงินพวกนี้ได้มาก็เพราะอันเสี่ยวเย่ว์
“ตอนนี้เื่ที่ข้าสนใจที่สุดก็คือหาเงิน เื่ที่อยากทำที่สุดก็คือหาเงิน” อันเสี่ยวเย่ว์ยักไหล่ แล้วยิ้มออกมา “ส่วนซื้อของน่ะหรือ ข้าอยากซื้อสบู่สักก้อน เอาไว้ล้างมืออะไรอย่างนี้ บ้านเ้าของที่ดินเกาก็มี แต่บ้านเราไม่มี”
“ของนั่นข้าเห็นอาหญิงเล็กเคยใช้ หอมมากเลย ดูเหมือนเสี่ยวเฟิ่งก็มี” อันหยวนเซิงรีบบอก
“อย่างนั้นก็ไปซื้อสิ ซื้อแล้วพวกเราก็แอบใช้ด้วยกัน มือเลอะก็ต้องล้างให้สะอาด ตอนอาบน้ำก็ต้องใช้ด้วย” อันเสี่ยวเย่ว์เรียนหมอมา จะมากน้อยย่อมติดสะอาดมาบ้าง