อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ซ่งจินเหยาจะทันได้เอ่ยตอบ อาสะใภ้ห้าก็ชิงคร่ำครวญด้วยน้ำตานองหน้า
“อาเชิน ในที่สุดเ้าก็กลับมาเสียที! อาเชิน ก่อนหน้านี้ที่เ้ามาขอความช่วยเหลือจากข้า เ้าก็กำชับไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า ข้าแค่ต้องทำอาหารสองมื้อ เก็บกวาดบ้านให้เรียบร้อย และดูแลซีซีให้ดีก็พอ…”
“แต่ข้าล้มป่วยไปสองวัน พออาการดีขึ้น ก็คิดว่าควรมาดูความเป็ไปสักหน่อย ใครจะรู้ว่านางจะใช้ให้เจิ้งตงและเจิ้งหนานต้องทำงานหนัก พอข้าจะเข้าไปช่วย กลับโดนเล่นงานจนเป็เช่นนี้”
อาสะใภ้ห้าร้องไห้ด้วยความขมขื่น ประหนึ่งเหยื่อที่ถูกทารุณอย่างโหดร้าย ชาวบ้านที่มาพร้อมกับนางต่างพากันโกรธเคือง ตำหนิซ่งจินเหยาอย่างรุนแรงว่าเป็คนใจไม้ไส้ระกำบ้าง ยโสโอหังบ้าง
จากนั้นก็พากันพูดเสียงดังเซ็งแซ่ถึงเื่ที่นางบีบบังคับให้เด็กทั้งสองคนทำงานหนัก จนโม่เจิ้งตงถึงกับเป็ลมล้มหมดสติไป พวกเขายังพูดอีกว่า โม่ซีซีน่าสงสารเพียงใด เด็กตัวน้อย ๆ ถูกปล่อยให้กินข้าวเองจนอาหารเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งตัว แล้วยังปล่อยให้คลานไปมาบนพื้นอีก
ซ่งจินเหยาเผยอปากอยากจะอธิบายกับโม่หงเชินว่านางไม่ได้ตีเด็ก ๆ แต่อาสะใภ้ห้ากลับส่งเสียงเอ็ดตะโรจนนางไม่มีโอกาสได้พูดเลย
ยิ่งไปกว่านั้น สีหน้าของโม่หงเชินก็เริ่มดำคล้ำลงเรื่อย ๆ คิ้วของเขาขมวดติดกันแน่นยิ่งกว่าปมเชือกเสียอีก
เขาเชื่อคำพูดของคนอื่น
ซ่งจินเหยาเม้มริมฝีปากแน่น แต่ก็เข้าใจได้ นางและเขาเพิ่งพบหน้ากันเพียงสามวัน และแทบไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างแท้จริงเลย ในขณะเดียวกัน คนตรงหน้าเหล่านี้ คือชาวบ้านที่เขารู้จักคุ้นเคยมาเป็เวลานาน
เป็เื่ธรรมดาที่เขาจะเชื่อใจคนเ่าั้มากกว่า
แต่ซ่งจินเหยาก็ไม่ใช่คนที่จะนั่งรอความตายเฉย ๆ ในเมื่ออีกฝ่ายมีจำนวนมาก ทั้งยังพร้อมใจรวมเป็หนึ่ง คำพูดของนางย่อมมีน้ำหนักน้อยกว่า แล้วจะลำบากพิสูจน์ตัวเองไปทำไม? ตราบใดที่นางเรียกโม่เจิ้งตงมา ความจริงจะปรากฏเอง
อย่างไรก็ตาม แม้ภายนอกอาสะใภ้ห้าจะซับน้ำตาอยู่ แต่จริง ๆ แล้วนางคอยลอบมองความเคลื่อนไหวของซ่งจินเหยาอยู่ตลอด เมื่อเห็นว่าซ่งจินเหยากำลังเดินออกไป นางก็พุ่งตัวไปขวางไว้ทันที
“แม่นางซ่ง เ้าทำข้าเจ็บขนาดนี้ ไม่คิดจะรับผิดชอบอะไรเลยหรือยังไง?”
พลันนั้น ซ่งจินเหยาตวัดมือกลับไปและตบเข้าที่ใบหน้าของอาสะใภ้ห้าหนึ่งฉาด
อาสะใภ้ห้าไม่คิดว่าซ่งจินเหยาจะกล้าตบนางต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ เมื่อไม่ทันระวังตัว นางจึงโดนตบเข้าเต็ม ๆ
แต่โชคดีที่วันนี้ซ่งจินเหยาเดินทางไปมาตลอดจนอ่อนล้าไม่น้อย ดังนั้น นางจึงไม่ได้ออกแรงมากเท่าไรนัก อาสะใภ้ห้าก็ถือว่ารอดตัวไป
“อาสะใภ้ห้า ข้าบอกเ้าั้แ่เมื่อวานแล้วว่า หากเ้ากล้าโผล่หน้ามาที่บ้านข้าอีก ข้าจะตบเ้าทุกครั้งที่เจอ!”
“เ้า...เ้า…”
ผู้คนรอบข้างต่างก็ตะลึงงันไปกับการกระทำของซ่งจินเหยา พวกนางรีบเข้าไปประคองอาสะใภ้ห้าให้ลุกขึ้น พร้อมกับจ้องมองซ่งจินเหยาด้วยความไม่พอใจ ทว่ากลับเห็นซ่งจินเหยาเพียงแค่มองพวกนางด้วยสายตาเ็าเคร่งขรึม ส่วนโม่หงเชิน...เขาย้ายไปอยู่เคียงข้างซ่งจินเหยาั้แ่เมื่อไรกัน?
ทั้งที่เมื่อครู่โม่หงเชินยังดูโกรธจัดอยู่เลย แล้วตอนนี้ทำไมดูคล้ายเขาจะเข้าข้างนาง?
สตรีคนหนึ่งทนไม่ไหวอีกต่อไป ะโถามเสียงดังว่า “อาเชิน ภรรยาของเ้าเพิ่งตบหน้าอาสะใภ้ห้าต่อหน้าพวกเราทุกคน เ้าจะไม่ทำอะไรเลยหรือ?”
ซ่งจินเหยาผินหน้าไปมองโม่หงเชิน รอยยิ้มหยันจาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปากของนาง แม้จะไม่ได้คาดหวังอะไรจากชายผู้นี้มากนัก แต่นี่ก็เป็โอกาสดีที่จะดูว่าเขาพึ่งพาได้หรือไม่
หากไม่เป็เช่นนั้น นางคงต้องหลีกเลี่ยงคนอย่างเขาให้ไกลที่สุด ส่วนอาสะใภ้ห้าจอมมารยาผู้นี้ นางไม่สนใจอยู่แล้ว แต่ก็ไม่อยากยุ่งกับนางให้มันยุ่งยาก
แน่นอนว่าหากเขาพึ่งพาได้ ก็เท่ากับว่านางขุดพบทองคำเลยทีเดียว
โม่หงเชินมองซ่งจินเหยาแล้วถามอีกครั้ง "เ้าลงมือกับโม่เจิ้งตงหรือไม่?"
"เปล่า"
คิ้วขมวดของโม่หงเชินคลายลงเล็กน้อย “อืม เข้าบ้านกันก่อนเถอะ”
อาสะใภ้ห้ารู้สึกตื่นตระหนก รีบวิ่งมาคว้าแขนของโม่หงเชินไว้ “อาเชิน เ้า...”
“อาสะใภ้ห้า” โม่หงเชินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วสะบัดมือออก “ใกล้จะค่ำแล้ว ข้าเป็ห่วงลูก ๆ ข้าต้องไปดูพวกเขาก่อน”
“อาเชิน เ้าก็เห็นว่านางตบหน้าข้า เ้าจะปล่อยนางไปง่าย ๆ หรือ?”
โม่หงเชินมองดูใบหน้าของนางแล้วยิ้มบาง ๆ "ทำไมนางถึงตีท่าน?”
"นาง…"
โม่หงเชินกล่าวต่อ “ข้าเชื่อว่าต้องมีเหตุผลบางอย่าง หากเป็ความผิดของนางจริง ๆ ข้าจะไม่ยอมให้ท่านต้องเจ็บตัวโดยไม่ได้รับความเป็ธรรม แต่อย่างที่ข้าพูดไป ข้าต้องไปดูลูก ๆ ก่อน”
ครานี้ แม้อาสะใภ้ห้าจะเต็มไปด้วยความคับข้องใจเต็มอก แต่นางก็พูดอะไรไม่ออก เพราะสิ่งที่โม่หงเชินกล่าวมาก็ดูสมเหตุสมผล แน่นอนว่าปัญหาต้องสะสางก็จริง แต่เขาก็ต้องไปดูแลลูก ๆ ก่อนเหมือนกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ที่โม่เจิ้งตงเป็ลมหมดสติไป
ดังนั้น บรรดาหญิงชาวบ้านรอบข้างจึงไม่มีใครโต้แย้งอะไรอีก
อาสะใภ้ห้าทรุดตัวลงกับพื้นพลางคร่ำครวญ “ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ถือเป็อาของเ้า ข้าช่วยเ้าดูแลเด็ก ๆ มานาน แม้จะไม่ถือเป็ความดีความชอบอะไร แต่ก็กล่าวได้ว่าข้าต้องลำบากไม่น้อย เวลานี้กลับถูกหญิงสาวผู้นี้ข่มเหงรังแก เ้าจะเพิกเฉยง่าย ๆ แบบนี้หรือ?”
โม่หงเชินทำได้เพียงหันกลับไป และมองนางด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่น “ข้าบอกเมื่อไรว่าจะไม่จัดการเื่นี้?”
อาสะใภ้ห้ายังคงโวยวาย “นางตีข้า! หญิงใจร้ายผู้นี้...เ้าต้องหย่ากับนาง!”
กล่าวจบ นางก็ทุบต้นขาตัวเองพลางร้องไห้เสียงดังขึ้นอีก
“แบบนี้เ้าจะเผชิญหน้ากับเหล่าบรรพชน พ่อแม่ และญาติพี่น้องที่ตายไปได้อย่างไร? พี่ชายกับพี่สะใภ้เ้าทิ้งลูกไว้สองคน เวลานี้พวกเขากำลังถูกผู้หญิงคนนี้ข่มเหงรังแก แต่เ้ากลับไม่คิดจะเหลียวแล?”
ไม่ทันจบประโยค จู่ ๆ ก็มีเสียงใส ๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่งดังขึ้น
“นางข่มเหงรังแกพวกเรายังไงหรือ?”
เป็โม่เจิ้งตงนั่นเอง
โม่หงเชินเห็นดังนั้นก็รีบเดินเข้าไปหา สายตามองสำรวจเขาั้แ่หัวจรดเท้า
ไม่แปลกใจว่าทำไมคนอื่นถึงคิดว่าซ่งจินเหยาทำร้ายเด็ก ๆ ซ่งจินเหยาสวมเสื้อผ้าใหม่สะอาดสะอ้าน ในขณะที่โม่เจิ้งตงสวมชุดเก่า ๆ ที่คับเกินไป ทั้งยังเต็มไปด้วยรอยปะชุน
ที่สำคัญกว่านั้น รอยตบบนใบหน้าของโม่เจิ้งตงก็แดงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้แก้มผอม ๆ ของเขาดูตอบยิ่งกว่าเดิม
โม่หงเชินเอ่ยถาม “วันนี้ไปหาหมอมา เป็อย่างไรบ้าง?”
“ท่านหมอให้ยาเรามาต้มกินขอรับ”
สองพ่อลูกต่างไม่ใช่คนช่างเจรจา การสนทนาของพวกเขาจึงสั้นมาก ทำให้คนอื่นที่อยู่รอบข้างยากที่จะทราบว่าอาการของโม่เจิ้งตงร้ายแรงแค่ไหน
โม่หงเชินถามอีกครั้ง “รอยบนหน้าเ้า ไปทำอะไรผิดมาหรือ?”
ทุกคนต่างพูดเป็เสียงเดียวว่าซ่งจินเหยาทุบตีโม่เจิ้งตง แม้ซ่งจินเหยาจะปฏิเสธ แต่โม่หงเชินก็ไม่ได้เชื่ออย่างสนิทใจ จึงเป็สาเหตุที่เขาถามเช่นนี้
“ท่านน้าบอกว่าข้าไม่ได้ทำอะไรผิด” โม่เจิ้งตงยิ้ม ก่อนเงยหน้าขึ้นให้โม่หงเชินเห็นได้ชัดเจนขึ้น พลางชี้ไปทางอาสะใภ้ห้า “ท่านย่าห้าตีข้า และเพราะเื่นี้ ท่านน้าจึงตีนางกลับ”
เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ทุกคนต่างตะลึงงัน นิ่งค้างอยู่อย่างนั้น
ทุกคนล้วนเชื่ออย่างสุดหัวใจว่ารอยบนใบหน้าของโม่เจิ้งตงเป็ฝีมือของซ่งจินเหยา ทว่าเวลานี้ กลับกลายเป็ว่าพวกเขา...เข้าใจผิด?
ทุกคนมองโม่เจิ้งตงด้วยความสับสน ก่อนจะมองไปที่ซ่งจินเหยา และสุดท้ายก็หันไปมองอาสะใภ้ห้า
อาสะใภ้ห้าเริ่มร้องไห้อีกครั้ง
“ข้า...ไม่ใช่นะ ข้าพยายามจะตีนาง ไม่ใช่เจิ้งตง ใครจะรู้ว่าจู่ ๆ เจิ้งตงจะถลันตัวเข้ามา...นางกำลังจะตีข้า ขะ…ข้า ข้าก็แค่ป้องกันตัวเอง…”
นางอธิบายด้วยน้ำตานองหน้า แต่คนส่วนใหญ่ที่นั่นล้วนรู้สึกตะขิดตะขวงใจ หากเื่เป็อย่างที่นางพูดจริง เหตุใดนางถึงไม่อธิบายั้แ่แรก ทำให้ทุกคนเข้าใจผิดกันไปหมด
สายตาของโม่หงเชินพลันเ็าลงทันที เขาหันไปมองซ่งจินเหยาและถามว่า “นางตั้งใจจะตีเ้าด้วยหรือ?”
ที่แท้...เป็อาสะใภ้ห้าที่พยายามจะตีซ่งจินเหยา ไม่ใช่ซ่งจินเหยาที่จงใจทำร้ายนาง
ซ่งจินเหยารู้สึกพอใจอย่างมากกับท่าทีของโม่หงเชิน นางผงกศีรษะเบา ๆ
“ข้าบอกให้นางออกไปแล้ว แต่นางกลับพยายามจะเข้ามาทำร้ายข้า แน่นอนว่าข้าต้องป้องกันตัว ตอนนั้นข้ากำลังอุ้มซีซีอยู่ หากนางพุ่งเข้าใส่ข้าจริง ๆ ทั้งซีซีและข้าคงได้รับาเ็ เจิ้งตงวิ่งเข้ามาปกป้องเรา จึงเป็เขาที่รับฝ่ามือนั้นแทน”
ถ้าจะบอกว่าโม่หงเชินโกรธมากแค่ไหนตอนที่ได้ยินว่าซ่งจินเหยาทำร้ายเด็ก ๆ เวลานี้ ความโกรธของเขาได้เพิ่มขึ้นเป็เท่าทวีแล้ว
เมื่อครู่ซ่งจินเหยาก็เพิ่งตบอาสะใภ้ห้าไปหนึ่งฉาด แต่แก้มของอาสะใภ้ห้าแดงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทว่ารอยบนใบหน้าของโม่เจิ้งตงกลับบวมและฟกช้ำอย่างหนัก...ชัดเจนว่าอาสะใภ้ห้าใส่แรงเต็มที่โดยไม่ยั้งมือเลย!
.
.
.