“อิ่งว่านเ้าแน่ใจนะว่าที่นี่คือ โรงน้ำชาขึ้นชื่อที่สุดของเมืองนี้”
น้ำเสียงติดดูถูกแว่วเข้ามาก่อนจะเห็นหน้าเรียกความสนใจของเหล่าลูกค้าภายในร้านได้เป็อย่างดี
อำเภอจวิ้นเป็อำเภอหนึ่งบนเส้นทางผ่านระหว่างเมืองเยี่ยนเป่ยไปยังเมืองโม่เสียนที่เหล่านักเดินทางนิยมใช้เป็จุดแวะพักยอดนิยมแน่นอนว่าต้องมีผู้คนมากมายหลากหลายรูปแบบมาเยือนที่นี่
หญิงสาวงดงามในชุดผ้าต่วนชั้นเลิศเดินกรีดกราดภายใต้การประคองของชายหนุ่มหน้าตาดีอีกสองคนเข้ามาภายในร้านด้านหลังมีชายหนุ่มหน้าตาดีอีกสองคนตามติดเพียงแค่ปรายตามองก็รู้ว่าพวกเขาเป็ชายบำเรอที่คอยตามดูแลหญิงสาวตรงกลาง
นอกจากนี้ยังมีผู้คุ้มกันอีกหลายสิบคนตามเข้ามากลิ่นอายพลังยุทธถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรงจนไม่มีใครกล้าแม้แต่เงยหน้าขึ้นมองกลุ่มที่เข้ามาใหม่
หากไม่อยากตายก็ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งกับพวกนาง
หวังหว่านเยี่ยนกวาดสายตามองรอบโรงน้ำชาแววตาคู่นั้นแสดงความเหยียดหยามออกมาชัดเจนจนไม่อาจชัดเจนไปได้มากกว่านี้ แม้แต่เสี่ยวเอ้อร์ที่ออกมาต้อนรับพวกเขายังหน้าเจือน
“คุณหนูท่านนี้....”
ไม่ทันได้เอ่ยจบแท่งเงินก็ถูกโยนเข้ามือเขาทันทีโดยหญิงสาวที่ดูเหมือนเป็หญิงรับใช้“เอาขนมและน้ำชาที่ดีที่สุดของพวกเ้ามาให้คุณหนูข้า ไวด้วยละ”
อิ่งว่านกวาดสายตามองหามุมโต๊ะที่ดีที่สุดก่อนจะพาหวังหว่านเยี่ยนไปนั่งที่ตรงนั้นเป็โต๊ะที่อยู่เกือบจะกลางร้านมองเห็นได้ทั่ว นับเป็จุดที่ดีที่สุดถูกใจอิ่งว่านที่สุด
“ดูท่าโรงน้ำชาของเ้าคงจะคาดหวังไม่ได้นัก”หวังหว่านเยี่ยนสะบัดก้นลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทางขัดใจกวาดสายตามองไปทางไหนก็ไม่เจริญหูเจริญตา เต็มไปด้วยกลิ่นอายน่าสมเพช
“ยากจนกันดาร ป่าเถื่อนไร้อารยธรรม บ้านนอกข้าละไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าที่นี่ได้มากกว่านี้แล้ว”หวังหว่านเยี่ยนแสดงสีหน้าขัดใจ“ข้าละไม่เข้าใจเลยว่าทำไมท่านพ่อของข้าจะต้องยึดติดที่นี่กันนักกันหนาไม่เห็นมีอะไรดีสักอย่าง”
นางกวาดสายตามองไปรอบด้าน“มีแต่พวกหน้าตาบ้านนอก ใบหน้าเหลือง ร่างผอมแห้งราวกับคนไม่ได้กินข้าวมาหลายเดือนกลิ่นตัวก็เหม็นอย่างกับศพ ต่อให้หลับตาข้าก็กลืนพวกมันไม่ลง”
หลายคนในร้านถอนหายใจอย่างโล่งอกดีนะพวกเขาแค่เดินทางผ่านไม่ใช่คนที่นี่
ข้าว่าข้าเองก็หน้าตาดีไม่น้อยนางคงไม่ได้ว่าข้า...
เหล่าชายบำเรอทั้งสี่หัวเราะคิกคักชอบใจพากันเอ่ยเห็นด้วยเพื่อเอาใจหญิงสาวกันอย่างเต็มที่
อิ่งว่านยิ้มบาง“โถ่! คุณหนูของบ่าวท่านรีบร้อนไปทำไมกันเ้าคะไม่ใช่ว่าพวกเรากำลังจะมุ่งหน้าไปยังเมืองโม่เสียนหรอกหรือ ได้ข่าวว่าที่นั้นเจริญยิ่งกว่าเมืองเยี่ยนเป่ยเสียอีกคุณชายตระกูลใหญ่ล้วนแต่อาศัยอยู่ที่นั่นไม่แน่ท่านอาจจะพบชายหนุ่มถูกใจอีกสักคนสองคนก็ได้นะเ้าคะ”
หวังหว่านเยี่ยนดึงชายหนุ่มหนึ่งในสี่มาคลอเคลียจูบอย่างดูดดื่มเสียงจูบดังจนหลายคนต้องแอบเหลือบมามองทางนี้ แต่พอประสานสายตาแข็งกร้าวของพวกผู้คุ้มกันก็รีบหันไปอย่างว่องไวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หวังหว่านเยี่ยนจูบชายหนุ่มจนพึงพอใจแล้วก็กระชากเขามานั่งข้างนางอิงแอบบนตัวเขาจนแทบจะสิงร่าง
“ข้าก็หวังว่าจะเป็เช่นนั้น”
นางรู้สึกผิดหวังกับเมืองเยี่ยนเป่ยยิ่งนักเห็นบอกว่าเป็เมืองหลักของเป่ยเฉิงนางก็อุตส่าห์คาดหวังที่ไหนได้มีแต่พวกบัณฑิตหน้าตาบ้าน ๆที่ดูไม่เข้าตาสักคนเดียว
แล้วแบบนี้ที่นางดั้นด้นเดินทางไกลมาถึงที่นี่ไม่เท่ากับเสียเปล่าหรอกหรือเหอะ.... ไหนใครบอกว่าชาวต้าโจวหน้าตาน่ากินอย่างไรเล่า
มือบางแหวกเข้าไปในสาบเสื้อที่เปิดออกของชายหนุ่มข้างตัวเกยขาขึ้นพาดบนขาของเขา และลูบไล้ไปตามแผงอกแกร่งของชายหนุ่มไม่พอยังแอบขย้ำหน้าอกแกร่งไปเสียทีหนึ่ง
“ข้าอยากรู้นักว่ามีใครดีกว่าต้าหลางของข้าบ้าง?”
ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าต้าหลางมองหวังหว่านเยี่ยนแววตาหวานหยด“ไม่ใช่ว่าท่านบอกว่าข้าเป็คนโปรดของท่านหรอกหรือน้องชายคนใหม่จะดีเท่าข้าได้อย่างไรละขอรับ”
หวังหว่านเยี่ยนแย้มยิ้มพึงพอใจ“แน่นอน มีเพียงเ้าที่ดีพอ” นางเลื่อนมือลงต่ำอย่างโหยหา “มีแค่เ้า...”
“เอ่อ...”
เสี่ยวเอ้อร์ยกถาดน้ำชากับขนมเข้ามาอย่างกระอักกระอ่วนดวงตามองไปยังมือที่ขย้ำส่วนล่างของชายหนุ่มของหญิงสาว กลืนน้ำลายเฮือกใหญ่
ให้ตายสิ...นี่ข้าไปทำเวรกรรมอันใดไว้กัน
แววตาคมกริบปราดมองอย่างไม่พอใจ“วางไว้แล้วไสหัวไปสิ”
“ขอรับขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์ไม่กล้าช้าแม้แต่ก้าวเดียวรีบวางชุดน้ำชาและขนมลงบนโต๊ะแล้วแผ่นแน่บไปอย่างว่องไว
ชายอีกคนที่อยู่ข้างหวังหว่านเยี่ยนหัวเราะขบขันแก้สถานการณ์รินชาให้นางดื่มดับความโกรธเคืองลง
“คุณหนูท่านอย่าถือสาเลยขอรับ ก็แค่คนไม่รู้ความคนหนึ่งอย่าได้ทำให้ตัวเองต้องขุ่นมัวเลย” เขายกถ้วยน้ำชาขึ้นมาเป่าเล็กน้อยนำไปจ่อที่ปากของหวังหว่านเยี่ยน “ดื่มชาคลายหนาวสักหน่อยนะขอรับ”
เป่ยเฉิงมีภูมิประเทศส่วนใหญ่แห้งแล้งอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี แม้ว่าตอนนี้เป็่เดือนแปดนับเป็่ต้นฤดูใบไม้ร่วง แต่ก็มีลมหนาวพัดผ่านตลอดแล้ว
“เอ้อหลางเ้าดีนัก” หวังหว่านเยี่ยนเชยคางชายหนุ่ม “คืนนี้ข้าจะให้รางวัลเ้า”
เอ้อหลางเบือนหน้าเขินอาย“แล้วแต่คุณหนูขอรับ”
หวังหว่านเยี่ยนอารมณ์ดีจนหัวเราะออกมาด้วยความสบายใจ
การเดินทางในเป่ยเฉิงช่างไม่สะดวกสบายเอาเสียเลยจะเดินทางจากเมืองหนึ่งไปยังเมืองหนึ่งต้องนั่งรถม้าตั้งหลายวันกว่าจะถึงถนนหนทางก็ลำบาก การนั่งรถม้านาน ๆ ไม่ใช่เื่สนุกเอาเสียเลย
แต่จะให้นางขี่ม้าเหมือนพวกผู้ชายแดดร้อนขนาดนี้นางก็ไม่ยินยอมหากตากแดดจนดำคล้ำไม่น่ามองเหมือนพวกชาวบ้านพวกนั้นจะทำอย่างไร
ไม่ได้เด็ดขาดข้าเกิดมาสูงส่งเพียงนี้หากหน้าตาย่ำแย่ผิวดำ หึย! แค่คิดก็ขนลุก ไม่ไหว ๆ
หวังหว่านเยี่ยนกินขนมจิบน้ำชาไปหยอกล้อกับชายบำเรอทั้งสี่ไปด้วย
เป่ยเฉิงเป็แคว้นที่เปิดกว้างทางความคิดมากที่สุดในต้าโจวใช่แล้วเป่ยเฉิงเป็เพียงแคว้นย่อยทางเหนือของต้าโจวเท่านั้นแต่ถึงอย่างนั้นก็มีการปกครองการเมืองและทหารเป็ของตนเองไม่ได้ขึ้นตรงกับโจวเฉิงเพียงแค่ต้องแบ่งภาษีรายได้ส่วนหนึ่งให้กับโจวเฉิงเท่านั้น
ต้าโจวนั้นยกย่องหลักคำสอนขงจื้อและคำสอนหญิงเป็หลักแต่เป่ยเฉิงนั้นไม่ได้สนใจวรรณกรรมและปราชญ์ มุ่งเน้นไปที่การทหารและการฝึกวรยุทธ
เป็เื่ปกติในยุทธภพและหญิงสาวชนชั้นสูงทางแดนเหนือที่จะนิยมเลี้ยงชายหนุ่มหน้าตาดีไว้ข้างกายคอยปรนนิบัติรับใช้ในฐานะชายบำเรอส่วนตัวแม้จะไม่ได้พบเห็นได้บ่อยนักแต่ก็ไม่ได้พบเห็นได้ยาก
เพียงแต่พวกเขาเพิ่งเคยเห็นคนไร้ยางอายที่มานัวเนียกันในโรงน้ำชาอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้เป็ครั้งแรก
“คุณชาย”เสียงเสี่ยวเอ้อร์ต้อนรับลูกค้าเรียกความสนใจของทุกคนในร้าน
โรงน้ำชาแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่มากนักเพียงแค่มีคนเดินเข้ามาก็มองเห็นกันทั้งร้าน
ชายหนุ่มใบหน้าดังเทพบุตรผิวขาวเนียนละเอียดราวกับหยก รูปหน้าเรียวยาว คิ้วเข้มดุจกระบี่ ดวงตาดอกท้อตาและคิ้วเฉียงขึ้น จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากแดง นับว่ามีใบหน้าหล่อเหลาเป็เอกเพียงแต่ดวงตาคู่นั้นเยือกเย็นและเ้าเล่ห์คล้ายจิ้งจอกหนุ่ม
อาภรณ์สีดำคลุมกายปักลายด้วยด้ายสีทองหรูหราดูภูมิฐานคาดว่าน่าจะเป็คุณชายตระกูลใหญ่สักตระกูลเป็แน่
ใบหน้าของหวังหว่านเยี่ยนปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งมุ่งหน้าตรงไปยังชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่ด้วยอาการเหม่อลอย
ช่างเป็ใบหน้าที่์ประทานอย่างแท้จริงช่างหล่อเหลาอะไรเพียงนี้
มือบางเอื้อมเข้าไปหาใบหน้าคมราวกับเคลิบเคลิ้มตกอยู่ในภวังค์โดยไม่รู้ตัว
“คิดจะทำอะไร?”หวงหยุนซานเดินมาขวางด้านหน้าจ้าวห่าวหลิน
แม่นางผู้นี้คิดจะทำอะไรแตะต้องนายน้อยข้าไม่รู้หรือว่านายน้อยข้ารังเกียจการโดนผู้อื่นแตะเนื้อต้องตัวที่สุด
อี้โยวที่ยืนอยู่ข้างจ้าวห่าวหลินชายที่เกือบโดนหญิงสาวจับใบหน้าแย้มยิ้มถอยออกห่างล้วงเอาเมล็ดแตงออกมาแทะมองดูราวกับไม่ใช่เื่ของตัวเองแววตาฉายแววสนุก
จ้าวห่าวหลินเหลือบมองอี้โยวแวบหนึ่งก่อนจะเลิกสนใจหันไปมองหญิงสาวท่าทางสติไม่ดีตรงหน้าแทน
“ไล่นางไปให้พ้น!”เสียงเฉียบขาดเด็ดขาดดังขึ้น
หวังหว่านเยี่ยนแย้มยิ้มพึงพอใจมากขึ้นนางชอบนักผู้ชายเผด็จการท่ามากแบบนี้ เวลาปราบผยศนะสนุกที่สุดแล้ว
หวังหยุนซานกับอีกสี่คนที่ติดตามจ้าวห่าวหลินดึงกระบี่ออกมาประจัญหน้าด้านหน้ากับคนของหวังหว่านเยี่ยน
เสี่ยวเอ้อร์กลืนน้ำลายลงคอให้ตายเหอะ.... นึกว่าจะมีพระองค์ใหญ่มาโปรดที่ร้านที่ไหนได้กลับเป็ดาวหายนะหวังว่าจะไม่ตีกันในร้านจนพังไปข้างหรอก ใช่ไหม?
แต่จะให้เข้าไปห้ามเขาก็ไม่กล้าดูท่าทางก็รู้ว่าไม่ใช่คนที่เขาจะเข้าไปยั่วโมโหได้เลยแม้แต่น้อย
์เหตุใดท่านจึงรังแกเช่นนี้ร้านของข้าเล็กเพียงนี้จะรองรับพระองค์ใหญ่ถึงสององค์ได้อย่างไรกันเล่า
“คุณชายข้าชอบเ้า” คำพูดตรงไปตรงมาไม่มีเกริ่นนำของหวังหว่านเยี่ยน ทำให้สถานการณ์ชะงักทุกคนหันขวับไปมองจ้าวห่าวหลินแทนทันที
นายน้อยอีกฝ่ายออกตัวเช่นนี้ท่าน...
จ้าวห่าวหลินไม่แม้แต่เปลี่ยนสีหน้า“แต่ข้ารังเกียจเ้า”
“ข้าคิดว่าข้าไม่งามหรือ?”
จ้าวห่าวหลินปรายหางตามองนางแวบหนึ่งราวกับมองนานแล้วจะสกปรก
“เ้า...สกปรกเกินไป”
“เ้า!”หวังหว่านเยี่ยนหน้าแดงก่ำชี้หน้าเขาทำตัวไม่ถูก
นี่เป็ครั้งแรกเลยที่นางถูกชายหนุ่มพูดใส่เช่นนี้และท่ามกลางผู้คนเช่นนี้ ช่างปากร้ายนักนะ
“เ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังพูดอยู่กับผู้ใดคุณหนูของข้าใช่คนที่เ้ากล้าพูดจาเช่นนี้ได้อย่างนั้นหรือไงแค่คุณหนูของข้าชายตามองเ้า เ้าก็ควรจะดีใจเสียด้วยซ้ำ หึ!”อิ่งว่านะโชี้หน้าไม่พอใจสุด ๆ
“อาหลางไปเอาตัวมันมาให้ข้าข้าจะดูสิว่าเ้าจะปากดีได้แค่ไหนกัน” หวังหว่านเยี่ยนโกรธจัด
อาหลางมองไปทางอี้โยวที่ยังคงยืนแทะเมล็ดแตงอีกด้านราวกับไม่ใช่เื่ตัวเองชั่งใจก่อนจะกระซิบข้างหูของหวังหว่านเยี่ยนให้ถอยกลับไปก่อน
ก่อนไปนางไม่วายทิ้งคำพูดไว้ก่อน“เ้าต้องเป็ของข้า”
กลุ่มของหวังหว่านเยี่ยนยอมถอยออกไปแล้วเสี่ยวเอ้อร์พ่นลมหายใจออกด้วยความโล่งใจ อย่างน้อยก็รักษาร้านไว้ได้ ไม่เป็ไร ๆ
คิดดูว่าเขาใมากเพียงใดมากพอจนตัวเขาเองลืมเก็บเงินค่าน้ำชา และหลังจากนี้คิดได้ก็คงทวงคืนไม่ได้เสียแล้ว
จ้าวห่าวหลินมองตามนางไปด้วยสายตาไม่พอใจ“หญิงประหลาด”
อี้โยวเดินหัวเราะกลับเข้ากลุ่ม“ข้าว่านางงดงามดีออก ไม่ลองสักหน่อยเล่า ของดีมาถวายถึงปากแต่กลับไม่ลิ้มรส”เขามองลงไปที่ส่วนล่างจ้าวห่าวหลิน “แน่ใจนะว่าใช้งานได้?
เหล่าผู้คุ้มกันทั้งห้าคนต่างพากันมองฟ้ามองดาวกันอย่างเต็มที่ทั้งที่อยู่ในโรงน้ำชานายน้อยทะเลาะกับท่านอี้โยว ใครอยากจะเข้าไปยุ่งก็เข้าไป พวกเขาไม่ยุ่ง
เห็นเช่นนี้แต่ท่านอี้โยวเป็ผู้คุ้มกันพิเศษที่เป่ยเฉิงโหวเชิญตัวมาอยู่ข้างกายนายน้อยด้วยตัวเองแม้แต่นายน้อยยังสั่งไม่ได้ แล้วพวกเขาตัวเล็กตัวน้อยมีหรือจะกล้า
“แล้วทำไมเ้าไม่เสนอตัวเข้าไปเองละ”จ้าวห่าวหลินรู้สึกไม่สบอารมณ์ หากเ้าอยากกินก็กินเองสิ
“นางไม่ได้เสนอตัวกับข้า”
“แล้วหากนางเสนอตัวกับเ้า”
อี้โยวมองเขาราวกับมองคนโง่“ข้าเป็คนรักความสะอาด”
แล้วข้าไม่ใช่หรือไง!
จ้าวห่าวหลินี้เีเถียงกับอี้โยวเลยหันไปทางเสี่ยวเอ้อร์ที่มองซ้ายทีขวาทีไม่รู้จะทำอย่างไรดีแทน
“พาพวกข้าไปห้องรับรองด้านหลัง”หวังหยุนซานเป็หัวหน้าองครักษ์ย่อมเลยมาสำรวจเส้นทางที่นี่เผื่อเอาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว
ย่อมรู้ว่าโรงน้ำชาแห่งนี้มีห้องรับรองส่วนตัวอยู่ข้างหลังด้วยอีกแห่งเพียงแต่มีแค่ห้องเดียว ใช้รับรองแขกระดับสูง
เสี่ยวเอ้อร์ไม่กล้าพูดมากรีบพาพวกจ้าวห่าวหลินไปยังห้องรับรองด้านใน
ความจริงแล้วมันไม่ใช่ห้องรับรองแต่เป็บ้านพักที่อยู่ด้านหลังโรงน้ำชาและถูกคั้นไว้ด้วยลานบ้านอีกชั้นหนึ่ง พวกหวังหยุนซานนั่งรอที่โต๊ะในลานบ้านส่วนจ้าวห่าวหลินกับอี้โยวเข้าไปในห้องรับรอง
อาหารและน้ำชาจะถูกตรวจสอบก่อนจะนำเข้าไปส่งให้ในห้องรับรองอีกทียิ่งทำให้เสี่ยวเอ้อร์คาดเดาตัวตนของจ้าวห่าวหลินสูงยิ่งขึ้น
แต่ถึงจะตัวตนของชายหนุ่มในห้องจะสูงเพียงใดตอนนี้สิ่งที่เสี่ยวเอ้อร์้ามากที่สุดคือการส่งพระองค์ใหญ่นี้กลับออกไปอย่างปลอดภัยแล้วไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีกตลอดกาลยิ่งดี
โรงน้ำชาเล็กๆ ของข้าจะได้ปลอดภัย
หวังหยุนซานตรวจสอบน้ำชาและขนมเรียบร้อยแล้วจึงส่งหลงลิ่วเย่ น้องเล็กเข้าไปส่งอาหารให้กับคนในห้อง
ขนมน้ำชาถูกวางลงบนโต๊ะหลงลิ่วเย่เพียงแค่รินน้ำชาส่งให้จ้าวห่าวหลินแล้วจากไปเงียบ ๆ
อี้โยวคว้ากาเหล้าเทให้ตัวเองระหว่างนั้นก็เอ่ยไปด้วย “หญิงงามมากอสรพิษร้าย”
หลี่เจี่ยหลิงเหลือบสายตามองอะไรของเขานึกจะพูดอะไรก็พูด ้าสื่ออะไร?
อี้โยวพยักหน้าไปทางด้านนอกห้อง“แม่นางว่าที่ฮูหยินเ้า?”
“ฮูหยินเ้าสิ!”ดวงตาหล่อเหลาแสดงความไม่พอใจชัดเจน แววตาคู่นั้นมีแต่ความรังเกียจ
อี้โยวหัวเราะชอบใจที่แกล้งชายหนุ่มสำเร็จ“ข้างกายนางมียอดฝีมือ[1]อยู่หลายคนทีเดียว”
“ยอดฝีมือเกลื่อนกราดเพียงนั้นเชียว”แววตาของเขาบ่งบอกถึงความเหยียดหยามเช่นนั้นเ้าก็ไม่เห็นแตกต่างกับคนพวกนั้นเท่าไหร่นี่
อี้โยวยักไหล่มองชายหนุ่มอย่างดูถูกเช่นกัน“พวกยอดฝีมือมีอยู่ทั่วดินแดนเซียน มีเ้าคนดียวที่กระจอก”
จ้าวห่าวหลินคิ้วกระตุกไม่คิดต่อปากต่อคำกับอี้โยวต่อ
พวกเขาโตกันมาด้วยกันั้แ่เด็กเถียงอย่างไรก็ไม่ชนะ ทะเลาะก็ไม่ชนะ และไม่ต้องพูดถึงว่าตีกันเด็ดขาดเพราะไม่มีทางชนะ ทางที่ดีที่สุดคือ...อย่าไปใส่ใจ
อี้โยวยกแก้วขึ้นมาจิบเหล้าไม่นานก็มีสีหน้าบิดเบี้ยวไม่พอใจดันแก้วเหล้าออกห่างตัวสุดแขน “เหล้ากระจอก ...เรียกว่าน้ำบ่อเหอะ จืดชืดไร้รสชาติคู่ควรให้เรียกเหล้าด้วยหรือไง ไร้สาระจริง ๆ”
จ้าวห่าวหลินไม่แปลกใจกับท่าทางของอี้โยวมือหนารินน้ำชาขึ้นมาจิบนิ่งเฉย กลิ่นชาอ่อนมากดูเหมือนไม่ใช่ชาดีอะไร
“นอกจากเหล้าดอกท้อของศิษย์พี่สามแล้วท่านดื่มอย่างอื่นได้อีกหรือ?”
อี้โยวจุ๊ปากควักน้ำเต้าข้างเอวตัวเองขึ้นมากระดอกรวดเดียวเรอออกมาด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข
จ้าวห่าวหลินมองไปยังขวดน้ำเต้าในมือเขาด้วยความสนใจ“น้ำเต้าของเ้ามันมีเหล้าอยู่ข้างในนั้นจริงหรือ?”
“หือ?เหตุใดเ้าถึงถามเช่นนั้นเล่า หากไม่มีแล้วข้าดื่มอันใด”
โง่จริง!
ไม่ต้องพูดเพียงแค่สายตาที่แสดงออกจ้าวห่าวหลินก็เข้าใจความคิดของเขาคิ้วเข้มกระตุก
“น้ำเต้าขวดแค่นี้ข้าเห็นเ้ากระดกไม่พักมาเป็เดือนแล้ว ไม่ใช่ว่าเ้าแค่แสร้งทำท่าทำทางหรอกหรือ”อย่าคิดว่าไม่รู้ว่าเ้าแค่วางมาด
“โลกกว้างใหญ่เพียงนี้ย่อมมีของวิเศษมากมายที่เ้าไม่รู้จัก”อี้โยวยักคิ้วเยาะเย้ย
“จะบอกว่าน้ำเต้าขวดนี้เป็ของวิเศษจากดินแดนเซียน”
“อ่า...เหมือนเ้าจะได้รับความฉลาดจากข้าไปบ้างแล้ว วันก่อนข้าไปเที่ยวที่มิติเซียน[2] น้ำเต้าขวดนี้เป็ของวิเศษระดับลึกซึ้ง[3]เชียว ความจุของมันมากมายกว่าที่เ้าจะคิดถึง”
จ้าวห่าวหลินครุ่นคิดก่อนจะหัวเราะ“ดูเหมือนว่าเื่ที่ศิษย์พี่สามโวยวายและบุกมาทำร้ายเ้าจะเป็เื่จริงสินะ”
อี้โยวมองท่าทางเยาะเย้ยของจ้าวห่าวหลินอย่างไม่สบอารมณ์
ตอนนั้นใครจะไปรู้เล่าเขาก็แค่อยากเติมน้ำเต้าแต่พอเติมเข้าไปเขาก็อยากรู้ขึ้นมาว่ามันสามารถจุได้มากแค่ไหนพอรู้ตัวอีกที่คลังเหล้าที่เพิ่งหมักใหม่ของศิษย์น้องสามก็ว่างเปล่าไปเสียแล้ว
ใครใช้ให้ศิษย์น้องสามมีความสามารถในการหมักเหล้าดอกท้อชั้นเยี่ยมกันแม้แต่ท่านอาจารย์ยังรับตัวมาเป็ศิษย์เพื่อที่จะได้มีเหล้าดื่มตลอดทั้งปี เขาแค่ ‘แบ่ง’ ออกมาเล็กน้อยเท่านั้น เหตุใดน้องเล็กต้องโกรธมากมายนักก็ไม่รู้
“ตกลงว่าข่าวที่ท่านได้ยินเชื่อถือได้หรือไม่?”แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ“ไม่ใช่ว่าท่าน้าใช้ข้าเป็ขออ้างหลบออกมาจากเมือง หนีศิษย์พี่สามหรอกใช่ไหม?”
หากว่าเ้ากล้าโกหกข้าข้าจะฟ้องศิษย์พี่สามให้จัดการเ้า
อี้โยวหมั่นไส้เด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างมากแม้ว่าเขาจะเป็ศิษย์เอกสำนักเต๋า อีกทั้งยังเป็ศิษย์คนแรกแต่เ้าสำนักกลับรักเ้าเด็กนี่ราวกับลูกในไส้ตัวเอง ส่วนอี้เฟยเยี่ยนศิษย์น้องสามก็เห็นเ้าเด็กนี่เป็ดังพี่ชายที่รัก ทั้งรักทั้งโอ๋กันสุด ๆ
เพราะคำสั่งของเ้าสำนักเขาไม่อาจขัดได้สุดท้ายก็้าเป็องครักษ์ประจำตัวติดอยู่กับเ้าเด็กนี่ตลอดทั้งวันเช่นนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้
“เฮอะ....คิดว่าข้าเป็ใครกันเ้าเด็กน้อย สหายในยุทธภพของข้ามากมาย วางใจเถอะอย่างไรข้าก็หานางเจอแน่นอน”
แม้ว่าทะเลาะกันมากเพียงใดอี้โยวก็เลี้ยงจ้าวห่าวหลินมาเองกับมือั้แ่ตอนที่เขายังเด็กหากบอกว่าชีวิตของเขาลำบากแล้วก็ต้องบอกว่าชีวิตของเ้าเด็กนี้ก็น่าเวทนาไม่แพ้กัน
เขาอยู่ด้วยกันมาตลอดย่อมมีความผูกพันธ์และเห็นใจไม่น้อยเขาไม่มีทางปล่อยให้เ้าเด็กนี่ตายโดยไม่ช่วยเหลืออย่างแน่นอน
จ้าวห่าวหลินเอามือทาบไปยังหน้าอกของตัวเอง“พิษในร่างของข้ามีเพียงนางที่จะช่วยได้”
“วางใจเถอะไม่ใช่ว่านางเป็หมออันดับหนึ่งในใต้หล้าหรอกหรือ มีคำกล่าวว่าเพียงแค่ได้พบนางแค่เหลือลมหายใจไว้นางก็สามารถลากกลับมาจากปรโลกได้....เ้ายังไม่ตายเสียหน่อย นางย่อมช่วยได้”
ต้องช่วยได้อยู่แล้ว!เ้าจะตายได้อย่างไร! ข้าไม่ยอม!
หมอปีศาจขึ้นชื่อทั้งเื่การรักษาและวิชาพิษหากนางไม่สามารถรักษาได้ก็คงไร้หนทางแก้แล้ว ตอนนี้ความหวังสุดท้ายล้วนฝากไว้กับนางทั้งสิ้นนี่...คงต้องขึ้นอยู่กับว่า์้าทรมานเ้าต่อหรือพาเ้ากลับไปแล้วละ
หากไม่เจอนางก็ตาย
สีหน้าอี้โยวหนักหน่วงขึ้นมามองจ้าวห่าวหลินอ่อนโยนขึ้น“ไม่ต้องห่วง นางต้องอยู่ที่โม่เสียนแน่นอน”
จ้าวห่าวหลินเหม่อลอย“หวังว่าจะเป็เช่นนั้น
--------------------------
[1]จอมยุทธในเื่นี้จะมีด้วยกัน 9 ระดับ แบ่งเป็สองส่วน ส่วนเริ่มต้นจะมีด้วยกัน 5ระดับ แต่ละระดับจะมีด้วยกัน 9 ขั้น ได้แก่ กำลังภายใน จอมยุทธ ปฐี เทียนหยวนเทียนตัน
ส่วนเซียนแต่ละระดับมีด้วยกัน3 ขั้น (ต้น กลาง สูง) ได้แก่ กึ่งเซียน เซียน จักรพรรดิ และมหาจักรพรรดิ
[2] มิติเซียน คือห้วงมิติพิเศษที่ปรากฏในดินแดนเซียนในเื่นี้เป็มิติที่สุ่มเกิดในดินแดนเซียน แต่ละมิติจะมีระดับแตกต่างกันภายในนั้นจะมีสัตว์อสูร และของวิเศษมากมายให้ค้นหา นับเป็แหล่งขุมทรัพย์ชั้นยอดของเหล่าจอมยุทธในดินแดนเซียนที่้าค้นหาความมั่งคั่ง
[3] ภายในมิติเซียนจะสามารถค้นหาของวิเศษมากมายได้ในนั้น มีทั้งอาวุธ ตำรายุทธยาลูกกลอน สมุนไพริญญา และแม้แต่ของวิเศษต่าง ๆ
โดยแบ่งออกเป็ระดับสีเหลืองระดับลึกซึ้ง ระดับผืนดิน ระดับ์ ระดับจักรพรรดิ และระดับมหาจักรพรรดิ
แต่ละระดับมีด้วยกันสี่ขั้นต่ำ กลาง สูง และสูงสุด