ตอนที่ 22 ปะทะเดือดพยัคฆ์เงา
ไฟฉายถูกหยิบออกมา ก่อนจะส่งให้ทหารองครักษ์รอบ ๆตัว ถึงทหารมืดจะมองเห็นในที่มืดได้ดี แต่ก็ใช่ว่าจะดีไปกว่าการมีแสงของไฟฉาย
แสงของไฟฉายส่องเข้าไปในทางเดินโรงหนังพวกเขาเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง แต่พอเข้าไปด้านในกลับไม่พบเห็นสิ่งใดเลย
ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ลดความระมัดระวังลงสัญชาตญาณเตือนว่าเ้าเสือดำตัวนั้นหลบอยู่ภายในนี้ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง
กัสส่งสัญญาณมือให้ทหารมืดแยกออกเป็สองกลุ่ม กลุ่มละ5 นายเดินไปซ้ายขวาของโรงหนังพร้อมกับไฟฉาย ส่วนกัสและทหารองครักษ์เดินไปตรงกลางที่เสี่ยงมากที่สุด
กัสตรวจสอบเบาะที่นั่งทีละแถวว่ามีตัวอะไรหลบซ่อนอยู่หรือไม่ก่อนจะพบกับชิ้นส่วนมนุษย์หรือจะพูดให้ถูกก็คือชิ้นส่วนซอมบี้ที่โดนพยัคฆ์เงาลากเข้ามา
เดินกันมาจนถึงโซนกลางตอนนั้นเองก็มีบางอย่างพุ่งออกมาจากทางด้านข้างจู่โจมใส่ทหารมืดที่อยู่ด้านขวาของโรงหนังมันแทงร่างทหารมืดจนทะลุและเหวี่ยงทิ้งลงไปที่จอโรงหนัง
คนอื่น ๆตอบสนองพุ่งเข้าไปล้อมและช่วยกันจัดการในทันที
อมีเลียและอาเรียนำหน้าอย่างกล้าหาญทหารองครักษ์ด้านหลังก็ตามไปด้วยล้อมพยัคฆ์เงาไว้ตรงกลาง แต่ดูเหมือนว่าพยัคฆ์เงาจะไม่สนใจการปิดล้อมเลยมันใช้ขนที่เหมือนกับหนวดนั้นแทงใส่ทหารองครักษ์
พยัคฆ์เงาคิดว่าร่างของพวกนี้จะต้องโดนแทงจนทะลุแม้แต่โลหะบนร่างก็ไม่มีทางช่วยอะไรได้ แต่พยัคฆ์เงากลับคิดผิดชุดเกราะที่ทหารองครักษ์สวมใส่นั้นไม่ใช่ของธรรมดา มันคือชุดเกราะสิงโตทารัส T1ซึ่งไม่ใช่เทคโนโลยีการสร้างที่ของยุคเก่าจะเทียบได้
หนวดของมันจึงไม่สามารถแทงทะลุชุดเกราะได้ทำได้เพียงฝากรอยยุบเล็ก ๆ ไว้
ถึงอย่างนั้นแรงปะทะก็ยังส่งให้ร่างของทหารองครักษ์ที่โดนกระเด็นไปอยู่ดีโชคดีที่ว่าทั้งโรงหนังมีเบาะนุ่ม ๆ คอยรองรับพวกเขาอยู่ ทำให้ไม่าเ็มากนัก
การมีชุดเกราะทำให้พวกเขาได้เปรียบในการป้องกันแม้ระดับจะต่ำกว่าก็สามารถใช้จำนวนและอุปกรณ์ที่ดีในการปิดล้อมจัดการได้
“สัตว์ก็ยังเป็สัตว์ล่ะนะ”กัสฉายแววตาสังหารก่อนจะเริ่มสั่งการให้ทหารมืดและทหารองครักษ์ล้อมจัดการมัน
เหล่าทหารมืดนอกจากจะใช้อาวุธอย่างมีดสปาต้าแล้วยังมีหอกในมือหอกสามารถโจมตีในระยะกลาง ดังนั้นจึงได้ใช้กลยุทธิ์ในการทหาร ทหารองครักษ์เป็ตัวปะทะที่ทั้งรับการโจมตีและโจมตีสวนกลับไปส่วนทหารมืดเป็ตัวลอบโจมตี
ไม่นานพยัคฆ์เงาก็โดนต้อนไปจนมุมอยู่ที่พื้นที่โล่งหน้าจอโรงหนังยิ่งทำให้พวกกัสได้เปรียบมากขึ้น
“ฮันน่าเตรียมดาบสุดท้ายไว้” กัสกล่าวเสียงเบา
ฮันน่าพยักหน้ารอจังหวะ
ตอนนี้พยัคฆ์เงาโดนโจมตีจนาแเต็มตัวเืสีดำไหลออกมาเรื่อยๆ ยิ่งทำให้มันอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่ไหวแล้ว
สุดท้ายแล้วมันก็ะเิพลังครั้งสุดท้ายออกมาเพื่อหลบหนีไปจากที่นี่ทว่ากัสกับฮันน่าต่างก็กำลังรอเวลานี้อยู่แล้ว
“ลงมือ”
เสียงของกัสดังขึ้นมาฮันน่าเคลื่อนไหวพร้อมกับอาวุธในมือที่ถูกเปลี่ยนมาใช้เป็หอกเธอะโเข้าไปขวางทิศทางที่พยัคฆ์เงาหนีมาพอดี ก่อนจะแทงหอกออกไปใส่เข้าที่หน้าอกของมัน
หอกเหล็กแทงเข้าแต่หนังของมันก็เหนียวมากจนหอกเกือบโค้งงอ ทว่าหนังของพยัคฆ์เงาก็ไม่อาจจะต้านทานคมหอกได้ท้ายที่สุดก็แทงเข้าไปและทะลุออกอีกฝั่งหนึ่งของร่างกาย
หอกอยู่ในสภาพงอเล็กน้อยมันทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
พยัคฆ์เงาล้มลงตายอย่างสมบูรณ์
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นราวกับบังเอิญ แต่มันไม่ใช่เื่บังเอิญกัสจงใจให้ทหารของเขาเปิดช่องไว้อยู่แล้ว เป็จุดอ่อนที่พยัคฆ์เงาจะต้องมองเห็นและหนีออกไปในทิศทางนี้
และไพ่ตายที่เตรียมไว้ก็คือฮันน่าที่โพล่มาพร้อมกับหอกในมือตั้งรอไว้ด้วยแรงส่งจากการะโประกอบกับน้ำหนักตัวของพยัคฆ์เงา ส่งผลให้หอกเหล็กแทงทะลุร่างของมันปลิดชีพสังหารชีวิตได้ในครั้งเดียว
“ดูเหมือนพวกเราจะไม่มีได้มาเสียเที่ยว แต่ว่าของสิ่งนั้นกลับไม่ได้อยู่ที่นี่”กัสมองหาจนทั่วแล้วกลับไม่เจอเลย
ตอนนั้นเองมีเสียงฝีเท้ามาจากทางประตูโรงหนังพอวิ่งมาถึงก็เห็นว่าเป็ทหารมืดจากกลุ่มที่ไปสำรวจที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน
“นายท่านพวกเราเจอบางอย่าง”
...
กัสรีบไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินที่นั่นมีทหารมืดยืนล้อมทางเข้าอยู่พวกมันกำลังปกป้องของที่อยู่ด้านในและรอให้กัสมาถึง
เมื่อกัสมาถึงทุกนายก็เปิดทางให้เขาทันทีทหารองครักษ์รีบเข้ามาแทนที่ทหารมืด ปกป้องกัสจากสิ่งที่ไม่รู้จัก
สถานที่ที่กัสเข้าไปคือด้านในสุดของลานจอดรถมันเป็ส่วนด้านหลังที่มีทางเข้าอยู่สองทางคือทางที่รถเข้ามากับอีกทางคือทางที่รถวนออกไป
มีการปรับแต่งที่นี่โดยการใช้รถเข้ามาจอดไว้และมีสิ่งของที่ถูกวางซ้อนทับกันเหมือนกับกำแพงโดยเฉพาะมีรถเข็นถูกมัดต่อกันจนเป็กำแพงซากรถเข็นสินค้า ต่อให้เป็ซอมบี้ก็ยากที่จะผ่านเข้าไปได้
ที่นี่คือเพิงพักอาศัยที่พบเห็นได้ทั่วไปในวันสิ้นโลก
ทางเข้าออกถูกปิดกั้นต้องปีนผ่านเศษซากเ่าั้ขึ้นไปซึ่งเป็ทางเข้าเดียว
พอเขาขึ้นไปยืนอยู่ที่จุดสูงสุดของกำแพงรถเข็นจนศีรษะเกือบจะชนกับเพดานก็พบว่าด้านล่างมืดและอับชื่นไม่น้อย
กัสเปิดไฟฉายในมือส่องลงไป ก่อนจะเห็นภาพที่แปลกตา
พื้นที่ด้านล่างมีขนาดไม่ใหญ่ น่าจะประมาณหนึ่งร้อยตารางเมตรได้ด้านล่างมีเต็นท์ทั้งขนาดเล็กที่มีขายทั่วไป เดาว่าน่าจะเอามาจากในห้างและเต็นท์ผ้าที่สร้างขึ้นเองจากการใช้ผ้าใบหรือเศษผ้าห่มนำมาทำพอให้เข้าไปนอนได้
ยังมีข้าวของที่วางไว้ตามมุมต่าง ๆกองกระป๋องและซองอาหารกับขนมที่ถูกกินจนหมดวางไว้มุมหนึ่ง
สิ่งที่ทำให้แปลกตาคือด้านในมีศพอยู่ด้วยกระจายอยู่ทั่วทั้งพื้นที่หนึ่งร้อยตารางเมตร นับดูแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ศพ
ศพพวกนี้คือเ้าของสถานที่หลบภัยแห่งนี้
มันแห้งเหมือนกับมัมมี่ไม่ได้มีกลิ่นเหม็นอย่างที่คิด แต่สิ่งที่น่าขนลุกคือบนตัวของศพกลับมีดอกไม้งอกออกมา หนึ่งศพหนึ่งดอก
ดอกไม้เหล่านี้เหมือนกับลำโพงที่ไม่สมมาตรมีสีดำสนิท ดอกของมันใหญ่จนโน้มลงมาด้านล่าง เติบโตอยู่เงียบ ๆ บนร่างของศพเ่าั้
นี่คือดอกไม้ศพ เป็ชื่อที่ถูกเรียกตามสิ่งที่มันเป็ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เมล็ดพันธุ์เป็แบบไหนแต่ทุกคนรู้ว่ามันคือหนึ่งในสมบัติล้ำค่าของหอคอยโลกาวินาศชั้นแรกแห่งนี้
ดอกไม้ศพจะเติบโตอยู่บนศพที่ตายไปมันดูดกลืนอายุขัยที่ลึกลับเข้ามาเก็บไว้ในตัวมันเอง
ความสามารถของดอกไม้ศพก็คือการเพิ่มอายุขัยได้ 5 ปี
อายุขัยที่สั้นของมนุษย์เปรียบเสมือนกำแพงของจุดจบที่น่ากลัวที่สุดมันช่างน้อยนิดนัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับยุคอวกาศแบบนี้
แม้ว่าเทคโนโลยีมนุษย์จะก้าวหน้าขึ้นมากแต่มนุษย์ธรรมดาก็มีอายุขัยแค่ 120 ปีเท่านั้น แน่นอนว่าตัวเลขนี้หมายถึงหลังจากที่ได้ใช้เทคโนโลยีช่วยยืดอายุขัยแล้ว
ถ้าเป็มนุษย์ธรรมดาก็อยู่ไม่เกินร้อยปี
มีแค่พวกที่ใช้สมบัติจากหอคอยโลกาวินาศเท่านั้นที่จะมีอายุยืนยาวได้มากกว่านั้นและดอกไม้ศพก็คือหนึ่งในสิ่งที่หาได้ในหอคอยชั้นแรกเพื่อช่วยต่ออายุขัยของผู้คน
ถ้ามันถูกนำออกไปด้านนอกจะมีมูลค่ามหาศาลมากโดยเฉพาะเมื่อมันมีถึง 20 ดอก
“ในที่สุดก็เจอ” กัสเผยรอยยิ้มออกมา
ในบรรดาความทรงจำทั้งหมดของเขาเกี่ยวกับสมบัติในพื้นที่รอบๆ ค่ายมิดไนท์ ดอกไม้ศพคือของที่มีมูลค่าสูงมากที่สุดแล้ว
“ตอนนั้นค่ายแกนนอนได้มันไปก็ทำให้อีกฝ่ายร่ำรวยขึ้นมาในพริบตาและยังสามารถใช้แลกเปลี่ยนกับพ่อค้าพวกนั้นได้ด้วย”
กัสไม่ได้ให้พวกทหารมืดเข้าไปเก็บแต่เขากลับเป็คนที่ลงมือเก็บเองด้วยเพราะกลัวว่าดอกไม้ศพอาจจะเสียหายได้
ดอกไม้ศพเหล่านี้จะต้องค่อย ๆถอนขึ้นมาอย่าให้ราก ลำต้น ใบหรือดอกเสียหาย เพราะมันจะทำให้คุณภาพลดลง ซึ่งหากคุณภาพลดลงย่อมหมายถึงราคาที่ลดลงไปด้วย
โชคดีที่ว่าเขามีประสบการณ์ในการเก็บพวกมันมาบ้างถึงจะไม่ได้เป็มืออาชีพแบบพวกนักผจญภัยสายแพทย์หรือสายนักเก็บเกี่ยว แต่ก็มีฝีมือมากพอในการเก็บดอกไม้ศพโดยยังรักษาคุณภาพสูงไว้ได้
ไม่นานกล่องโลหะที่เตรียมมาก็ค่อย ๆปรากฏดอกไม้ศพดอกแล้วดอกเล่าวางไว้ด้านใน
กล่องโลหะที่เต็มไปด้วยดอกไม้ศพถูกปิดลงอย่างระมัดระวังในที่สุดเป้าหมายในการมาที่นี่ของพวกเขาก็เสร็จสิ้นแล้ว
“พยัคฆ์เงานั้นน่าจะเตรียมตัวมาเพื่อกินดอกไม้ศพเหล่านี้ถ้ามันทำสำเร็จก็คงจะยกระดับไปอีกหลายขั้นถึงตอนนั้นมันคงล่าทุกชีวิตในแถบนี้จนหมดแน่”
“แต่ตอนนี้ฉันจัดการพวกมันหมดแล้ว”
กัสเก็บกล่องที่ใส่ดอกไม้ศพทั้งหมดไว้ในจี้หินดำก่อนจะพากันกลับค่ายมิดไนท์พร้อมกับศพของพยัคฆ์เงา
...
กลับมาที่ค่ายมิดไนท์
ศพของพมัคฆ์เงาถูกวางตรงหน้าเืเนื้อของมันทั้งหมดถูกจัดการโดยผู้รอดชีวิตที่มีฝีมืออย่างเหล่าผู้รอดชีวิตที่ทำฟาร์ม
อีกฝ่ายตัวสั่นเทาเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าของพยัคฆ์เงาแต่ก็ไม่ลังเลที่จะรีดเืและหั่นศพพยัคฆ์เงา นั่นก็เพราะว่างานนี้คืองานแรกที่ได้รับมอบหมายอย่างจริงจัง
โรเจอร์เองก็คอยช่วยเหลืออยู่ด้านข้างเป็ลูกมือ
“ลุงจัดการไหวนะ”
“ไหวอยู่สมัยทำฟาร์มมีหมูป่าบุกเข้ามาอยู่หลายครั้ง พอฆ่าพวกมันได้ ข้าก็คือคนที่ชำแหละพวกมันเองแต่ว่าเ้าตัวนี้น่าขนลุกเกินไป”