ตอนที่ 9 ขอฝากเพื่อนฉันด้วยนะคะ
ตะวันบ่ายคล้อยวันนี้ท้องฟ้าอึมครึมเหมือนฝนจะตก ลูกค้าไม่ค่อยมีเท่าไหร่นักเสี่ยวหลิงออกมานั่งเล่นหน้าร้าน แม้ว่าไป๋เทียนเฉินไม่ได้มารบกวนเธอ แต่หยางฟงเพื่อนของเขาก็ยังคอยมาหาเธออยู่บ่อย ๆ ครั้งทว่า่หลังมานี้เหมือนเขาจะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำงานทำให้เธอไม่ได้เจอเขาหลายเดือน และเขายังไม่รู้ว่าเธอนั้นกำลังท้องอีกด้วย
“เสี่ยวหลิงคิดอะไรอยู่นั่งเหม่อเชียวนะ ฉันคิดถึงเธอจังเลย่นี้ฉันวุ่นวายทำให้สองเดือนที่ผ่านมาไม่ได้มาหาเธอ สบายดีหรือเปล่าเอ๊ะ! นี่เธออ้วนขึ้นหรือเปล่านะดูสิสะโพกของเธอหนาขึ้นมากกว่าเดิมอีก” เสียงสูงดังขึ้นสายตาของเธอจ้องมองเสี่ยวหลิงั้แ่หัวจรดเท้า แม้ว่าจะอวบอ้วนขึ้นใบหน้าของเธอกลับผ่องใสมากกว่าเดิมเสียอีก
“หรูเหยามาั้แ่เมื่อไหร่ นั่งลงก่อนสิเดี๋ยวฉันไปเอาน้ำกับขนมมาให้”
“นี่! เสี่ยวหลิงเธอไม่ได้อ้วนใช่มั้ย? ทำไมหน้าท้องของเธอถึงได้ใหญ่เหมือนคนท้องหรือว่าเธอท้อง!!” หรูเหยาคิดตามั้แ่ครั้งก่อนที่อาการของเสี่ยวหลิงเหมือนคนแพ้ท้องและตอนนี้ท้องเธอใหญ่ขึ้นเหมือนท้องหลายเดือนแล้ว ดวงตาของหรูเหยาเบิกโพลงอ้าปากค้างก่อนจะยิ้มออกมาระรื่น
“ใช่ เหมือนที่ฉันใช่มั้ย? ฉันดีใจด้วยนะ แต่ทำไมเธอไม่บอกฉันเลยล่ะว่าเธอมีคนรักแล้วเธอไปแต่งงานกันั้แ่เมื่อไหร่ ฉันเป็เพื่อนคนเดียวของเธอนะ น่าน้อยใจจังที่เธอแต่งงานแต่ไม่ยอมให้ฉันไปร่วมงานแต่งเลย ทั้ง ๆ ที่ฉันคิดถึงเธอตลอด”
“เอ่อ..ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ฉันไม่ได้แต่งงานและไม่มีคนรัก ฉันท้องจริง แต่ท้องเพราะความผิดพลาดนะแต่ฉันไม่อยากทำบาปเลยเก็บเด็กคนนี้เอาไว้” ในเมื่อปิดบังไม่ได้อีกต่อไปเสี่ยวหลิงเลือกที่จะบอกความจริงเื่ที่เธอท้อง
“อะไรนะ เธอท้องไม่มีพ่อเหรอ? น่าสงสารจังเลยเื่มันเป็มายังไงช่วยเล่าให้ฟังได้มั้ย” หรูเหยาจับมือของเสี่ยวหลิงประคองให้เธอนั่งลงด้วยความเห็นใจ เสี่ยวหลิงเล่าเื่ของเธอให้แก่หรูเหยาฟังแต่ไม่ได้เล่าความจริงทั้งหมดว่าใครเป็พ่อของเด็ก เพียงแค่บอกว่าเธอเจอเขาในผับเท่านั้น
“โธ่ ๆ ชีวิตของเธอช่างน่าสงสารจริง ๆ ถ้าเธอเดือดร้อนอะไรบอกฉันได้นะ ฉันพร้อมจะช่วยเหลือเธอเสมอรู้ใช่มั้ยว่าไม่มีใครหวังดีกับเธอเท่าฉันแล้ว”
“อืม ขอบใจเธอมากนะหรูเหยาเธอช่างดีกับฉันจริง ๆ” เสี่ยวหลิงดีใจจริง ๆ ที่เจอเพื่อนที่แสนดีอย่างหรูเหยานี่สินะนางเอกนิยายตัวจริง ไม่ว่าจะเป็ใบหน้าหรือจิตใจสดใสบริสุทธิ์เสียจนเธอละอายใจจะให้บอกความจริงได้อย่างไรว่าใครเป็พ่อของเด็กในท้อง เธอจะไม่ยอมทำให้เพื่อนของเธอต้องเสียใจ เธอเองที่จะเลือกเดินออกไปให้หรูเหยามีความสุขกับไป๋เทียนเฉิน และไม่ได้บอกเื่ที่เธอจะย้ายไปอยู่ที่อื่นหากในอนาคตหรูเหยาแต่งงานกับไป๋เทียนเฉินจริง ๆ คงมีเื่ให้เธอได้พบเจอเขาอีก เสี่ยวหลิงจึงเลือกที่จะหายไปอย่างเงียบ ๆ ทั้งสองพูดคุยกันอยู่พักใหญ่จนหรูเหยาขอตัวกลับเพราะเย็นนี้มีงานเลี้ยงที่เธอจะต้องไปกับคุณพ่อคุณแม่
ณ โรงแรมหรูแห่งหนึ่งวันนี้มีงานเปิดตัวบริษัทใหญ่นักธุรกิจต่างพากันมาร่วมงานเพื่อแสดงความยินดี ครอบครัวของไป๋เที่ยนเฉินก็ได้มาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้ด้วย หรูเหยาแต่งตัวมาในชุดราตรีสีสมพูอ่อนที่เข้ากับสีผิวของเธอผู้ชายในงานต่างพากันจ้องมองไม่กระพริบตาเพราะตอนนี้เธอเป็ที่จับจ้องของลูกชายเศรษฐีมากมาย แต่ทว่าสายตาของเธอกลับมีเพียงชายคนเดียวคือไป๋เทียนจิน เธอเห็นเขาเดินแยกออกจากคุณแม่เธอถือโอกาสนี้เข้าไปหาเขาทันที
“พี่ไป๋เทียนเฉินสบายดีมั้ยคะ ฉันดีใจจังเลยที่ได้เจอพี่ที่นี่่นี้พี่คงงานยุ่งสินะขนาดการเตรียมงานหมั้นของเราพี่ยังไม่เคยมาช่วยเลือกของเลย”
“คิดว่าใคร เธอนี่เองเื่งานหมั้นฉันบอกไปแล้วไม่ว่าจะจัดที่ไหนจะเลือกอะไรก็ตามใจเธอเถอะ ฉันไม่ว่างที่จะเสียเวลาไปกับเื่อย่างนั้นหรอกนะ”
“แต่ว่ามันเป็เื่สำคัญของเรานะคะ ทำไมพี่เทียนเฉินดูเหมือนไม่ดีใจเลย”
“เฮ้อ! ฉันมีงานมากมายที่จะต้องทำ แค่งานหมั้นไม่ใช่งานแต่งสักหน่อย อีกอย่างฉันเคยบอกแล้วใช่มั้ย ฉันไม่ชอบผู้หญิงที่เอาแต่ใจจู้จี้จุกจิกจนน่ารำคาญ”
“ฉันรู้ค่ะ ฉันคิดถึงพี่นี่น่า กว่าจะได้เจอพี่ไม่ใช่เื่ง่าย จริงสิพี่หยางฟง่นี้ไปไหนคะฉันไม่ค่อยเห็น ฉันมีเื่อยากจะแสดงความเสียใจกับเขาเสียหน่อย” หรูเหยาเห็นท่าทีของเทียนเฉินที่แสดงสีหน้าออกมาอย่างชัดเจนที่เริ่มเบื่อและหงุดหงิดใจจึงเริ่มเปลี่ยนเื่พูดทันที แม้จะเจ็บลึก ๆ ที่หัวใจที่เขาไม่สนใจเธอเหมือนเมื่อก่อนคงเป็เพราะ่นี้เขางานยุ่ง เธอพยายามที่จะเข้าใจเพราะไม่ว่ายังไงเธอก็กำลังจะได้เป็คู่หมั้นอนาคตตำแหน่งภรรยาและคอยเคียงข้างเขาจะเป็ของเธอในที่สุด
“แสดงความเสียใจกบหยางฟง มีเื่อะไรที่เธอต้องแสดงความเสียใจกับเพื่อนของฉัน”
“ก็เื่เพื่อนของฉันอย่างไรละคะ เหยียนเสี่ยวหลิงคนที่พี่หยางฟงถูกชะตาตอนนี้เธอท้องแถมยังท้องไม่มีพ่อด้วย เธอเป็คนใจง่ายมันจะปล่อยตัวไปกับผู้ชายไปทั่ว ไปมั่วจนไม่รู้ว่าลูกในท้องมีใครเป็พ่อ พูดไปแล้วก็น่าสงสารนะคะเธอเองก็เป็เด็กกำพร้าไม่น่าทำแบบนี้เลย แค่ตัวเองคนเดียวก็พอแล้วแต่เธอกลับทำแบบนี้กับลูกอีก อยากให้ลูกเหมือนตัวเองหรือไง ไม่เข้าใจสักนิดอีกอย่างผู้ชายที่ทำเธอและไม่รับผิดชอบนิสัยไม่ดีสักนิดไร้ความเป็คนจริง ๆ ” เทียนเฉินได้ยินคำพูดของหรูเหยาใจของเขาเต้นแรงตึกตัก เพราะคนที่เป็พ่อของเด็กคือเขาที่ยืนอยู่ต่อหน้าเธอ เขาให้ซ่งเถาตรวจสอบก่อนหน้าที่เธอจะนอนกับเขาในคืนนั้น เธอไม่เคยคบหาหรือนอนกับชายอื่นเลย ฉะนั้นเขาจึงมั่นใจว่าลูกในท้องของเสี่ยวหลิงต้องเป็ลูกของเขาแน่นอน และนั่นก็ทำให้เขาสับสนและคิดมากตลอดมาเพราะเธอทำตามที่เธอเขียนในกระดาษจริง ๆ เธอไม่เคยมาหาหรือมาเรียกร้องอะไรจากเขาเลย มีแต่เขาที่คอยเฝ้าตามเธออยู่ไม่ห่าง
“อะไร! ที่พูดเมื่อครู่เื่จริงเหรอ” จู่ ๆ เสียงของหยางฟงได้ดังขึ้น
“พี่หยางฟงมาร่วมงานนี้ด้วยหรือคะ”
“ใช่..แต่ว่าเื่ที่หรูเหยาพูดเมื่อครู่นั่นเื่จริงเหรอ”
“ใช่ค่ะ ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่ตอนนี้เสี่ยวหลิงไม่ได้โสดอย่างที่ฉันเคยแนะนำ”
“ไม่โสดฉันก็ไม่แคร์หรอกนะ ชีวิตของเธอช่างน่าสงสารฉันเองก็เคยมีครอบครัว เื่แค่นี้ฉันรับได้เพราะฉันถูกกชะตากับคุณเสี่ยวหลิงจริง ๆ เอาไว้พรุ่งนี้ต้องไปหาที่ร้านหน่อยแล้ว”
“อย่าบอกนะว่านายรับได้ไม่ว่าเธอจะท้องลูกของใคร” เทียนเฉินพูดน้ำเสียงเรียบเฉยสะกดอารมณ์หงุดหงิดใจเอาไว้จนเส้นเืที่ใบหน้าปรากฎขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
“ใช่นะสิ เธอน่าสงสารยิ่งท้องไม่มีพ่อ ชีวิตของเธอเคยเป็เด็กกำพร้าคงไม่อยากให้ลูกเป็เด็กกำพร้าเหมือนตัวเองหรอก เพียงแค่โชคไม่ดีเจอผู้ชายชาติชั่วที่ไม่สนใจชีวิตคนอื่น สนใจแค่ชีวิตตัวเองทั้ง ๆ ที่ไข่เอาไว้แต่ไม่รับผิดชอบ ฉันจะยอมรับเป็พ่อของเด็กเองหากคุณเสี่ยวหลิงเปิดโอกาสให้ ขอบคุณหรูเหยาที่บอกเื่นี้นะ” หยางฟงพูดด้วยความแน่วแน่ใบหน้าจริงจังจนหรูเหยาต้องยกมือมาทาบอกทราบซึ้งแทนเพื่อนของตัวเอง
“ฉันดีใจจริง ๆ ที่เสี่ยวหลิงจะได้พบเจอคนที่ดีเหมือนพี่หยางฟง ฉันฝากเพื่อนของฉันด้วยนะคะ” หยางฟงยิ้มรับก่อนจะเดินไปที่อื่นเพราะเขาคือหุ่นส่วนบริษัทที่จัดงานเลี้ยงในคืนนี้ ส่วนเทียนเฉินเขากำแก้วไวน์ในมือแน่น กระดกเข้าปากรวดเดียวในใจร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิม ที่ได้ยินคำพูดของเพื่อนรัก