หลังจากฉากจบลง เสียง “คัต!” ดังขึ้นจากพิภพ บรรยากาศในห้องประชุมที่แสนเยือกเย็นพลันกลับกลายเป็บรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทุกคนในกองถ่ายต่างรู้สึกโล่งใจและพูดคุยกันเบาๆ ในขณะที่พิภพเดินเข้ามาหานักแสดงทุกคนด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
“ยอดเยี่ยมมากครับทุกคน! คุณคิริน คุณทำให้ฉันแทบขนลุกอีกแล้ว...ถ้าซีรีส์เื่นี้ออกไปคุณต้องดังเป็พลุแตกแน่ๆ!” พิภพเอ่ยชมพร้อมตบมือเบาๆ ทีมงานบางคนก็ปรบมือให้เช่นกัน
เดชเดินมาหาคิรินพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความชื่นชม “ฉันต้องยอมรับเลยนะ นายทำได้เยี่ยมจริงๆ เพราะการแสดงเป็ไวท์ของนายถึงทำให้ฉันอินกับบทชาญและแสดงมันออกมาได้ถึงขนาดนี้”
คิรินโค้งศีรษะขอบคุณ “ขอบคุณครับพี่เดช” เขายิ้มอย่างจริงใจ “ผมเองก็ต้องขอบคุณพี่ๆ ทุกคนด้วยที่ช่วยกันทำให้ฉากนี้สมบูรณ์แบบครับ”
ไซซีที่นั่งอยู่ข้างๆ ยิ้มกว้างพลางเอ่ยชม “ฉากเมื่อกี้ทำฉันอีดอัดกับสายตาที่คุณมองมามากๆเลยล่ะค่ะ แต่โชคดีที่พอคัตแล้วสายตาของคุณคิรินก็กลับมาเหมือนเดิมแบบเร็วมาก คุณออกมาจากบทของไวท์ได้ไวขนาดนั้นได้ยังไงเหรอคะ”
“เอ่อก็แค่ออกมาน่ะครับ แบบจะออกแล้วนะ อะไรอย่างนี้” คิรินตอบหน้าซื่อตามความจริง
“คิกๆ ฉันล่ะยอมแพ้อัจฉริยะแบบคุณจริงๆ หลายครั้งที่ฉันอินกับตัวละครมากเกินไป กว่าจะออกจากตรงนั้นได้ก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงเลยล่ะค่ะ”
คิรินที่ถูกนางเอกสาวที่ชอบเอ่ยชมก็เกาหัวยิ้มอ่อนให้เธอ “ขอบคุณครับ คุณก็แสดงเก่งมากเลย การเป็พิมพ์ต้องเข้าใจในเื่กฎหมายมากๆเพราะเธอเป็อัยการ สมกับที่บอกว่าไปท่องประมวลอาญาส่วนหลักๆมา”
“คิกๆ ขอบคุณค่ะ นี่ถ้าเรายังผลัดกันชมแบบนี้อยู่อีกสงสัยคงได้ตัวลอยไปถึง์พร้อมกันแน่เลย”
ทีมงานหลายคนยืนฟังอยู่ต่างพยักหน้าเห็นด้วย คำชื่นชมต่างๆ ทำให้คิรินรู้สึกมีกำลังใจอย่างมาก เขายิ้มรับและกล่าวขอบคุณทุกคนที่ช่วยสนับสนุนและทำให้การแสดงของเขาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
พิภพหันมายังทีมงานและนักแสดงทั้งหมด “พักเบรกกันสักครู่นะครับทุกคน เดี๋ยวเราจะมีถ่ายฉากสำคัญอีกหลายฉากในบ่ายนี้ เตรียมพร้อมกันไว้ให้ดี!”
ทุกคนพยักหน้าและแยกย้ายไปพักกันที่มุมต่างๆ ของกองถ่าย คิรินหยิบขวดน้ำขึ้นมาจิบเพื่อให้ผ่อนคลาย หลังจากผ่านการแสดงที่เข้มข้นและมีแรงกดดัน เขาสูดหายใจเข้าออกลึกๆ ราวกับกำลังพยายามปล่อยตัวเองออกจากบทบาทของไวท์
่บ่ายวันนั้น ทีมงานเตรียมฉากใหญ่ในห้องประชุมซึ่งจะต้องถ่ายฉากที่ไวท์และชาญได้มีการปะทะคารมอย่างดุเดือด ฉากนี้เป็ฉากสำคัญที่จะแสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างทั้งสอง คิรินที่เปลี่ยนกลับมาเป็ไวท์ดูนิ่งสุขุมเช่นเคย ขณะที่เดชในบทชาญเตรียมตัวและทำสมาธิอย่างแน่วแน่
เมื่อถึงเวลาถ่ายทำจริง บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเงียบงันและตึงเครียด
“คุณไวท์...” ชาญเอ่ยขึ้นด้วยเสียงหนักแน่น “ผม้าให้คุณบอกทุกอย่างที่คุณรู้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของฆาตกร ไม่ว่าจะเป็อะไรที่คุณสงสัย หรือข้อมูลที่คุณมี กรุณาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ด้วย”
ไวท์ยิ้มบางๆ แต่สายตาของเขายังคงเฉยชา “ผมยินดีให้ข้อมูลทุกอย่างที่ผมมีอยู่แล้วครับ ผู้กอง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความลึกลับ “แต่บางครั้งความจริงก็ไม่ง่ายที่จะหากันใช่ไหมล่ะ?”
ชาญจ้องเขากลับด้วยแววตาที่ไม่ยอมแพ้ “ถึงจะไม่ง่าย แต่เรา้าความจริง...ไม่ว่ามันจะเป็อย่างไร ผมจะหามันออกมาให้ได้”
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบงันราวกับอากาศถูกดูดออกไปหมด มีเพียงสายตาเข้มข้นระหว่างไวท์และชาญที่ประสานกันอย่างท้าทาย เสียงของพิภพดังขึ้นอีกครั้งด้วยความหนักแน่น
บรรยากาศภายในห้องยิ่งตึงเครียดขึ้น สายตาของทีมงานทุกคนจับจ้องไปที่ตัวละครสองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน แววตาของชาญที่มุ่งมั่นเต็มไปด้วยความจริงจัง ขณะที่ไวท์กลับดูสงบนิ่งเกินคาด
ชาญเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “คุณไวท์... คุณรู้ไหมว่าฆาตกรคนนี้น่าจะเป็คนที่คุ้นเคยกับเส้นทางในเมืองนี้มาก มีทั้งความรู้เื่การอำพรางตัวและมีวิธีทำให้ตัวเองกลมกลืนไปกับผู้คนได้ดี” เขากล่าวพลางจ้องไปที่ไวท์ตรงๆ ด้วยแววตาท้าทาย
ไวท์เพียงยิ้มเล็กน้อย “ฟังดูน่าสนใจนะครับคุณชาญ เหมือนคุณจะบรรยายลักษณะของเขาได้ชัดเจนดี” น้ำเสียงของเขาสุภาพ แต่กลับแฝงไปด้วยความนัยลึกซึ้ง คิรินในบทไวท์นั่งอยู่ในท่าทีสุขุม ท่ามกลางแสงสว่างที่ส่องกระทบมุมหน้า ทำให้ใบหน้าของเขาดูเยือกเย็นและลึกลับ
“ถ้าผมไม่ชัดเจนพอ เราคงไม่ได้นั่งคุยกันแบบนี้หรอก” ชาญสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย “ในคดีนี้...มีอะไรบางอย่างที่ผมยังมองไม่เห็น แต่มันเหมือนจะอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่ผมคิด” เขาพูดพร้อมกับเลื่อนสายตาจับจ้องไปที่ไวท์ คล้าย้าหาคำตอบจากเขาโดยตรง
ไวท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เยือกเย็น “คุณคิดว่าผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้เหรอ?”
ชาญนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะตอบ “ผมไม่ได้กล่าวหาคุณหรอกครับ แต่ในคดีที่เต็มไปด้วยความลึกลับและการปลอมแปลงตัวตนอย่างแเี เราต้องระวังทุกคนที่อาจมีส่วนร่วม”
คำพูดของชาญทำให้ทุกคนในห้องประชุมเงียบกริบ สายตาของพิมพ์มองไปที่ชาญและไวท์สลับกัน เธอรับรู้ได้ถึงบรรยากาศตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่ในห้องนี้ ราวกับว่าความลับบางอย่างกำลังจะถูกเปิดเผย เธอเอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยความเกรงใจ
“ทั้งสองคนใจเย็นลงก่อนนะคะ” พิมพ์เอ่ยเสียงเรียบเพื่อเป็การทำให้บรรยากาศไม่เคร่งเครียดจนเกินไป “คดีนี้สำคัญมาก ถ้ามีอะไรที่ทุกคนพอจะช่วยได้ เราก็ควรช่วยกันอย่างเต็มที่”
ไวท์ยิ้มและพยักหน้ารับอย่างสุภาพ “แน่นอนพิมพ์ ฉันจะให้ความร่วมมือทุกอย่างเท่าทำได้ ไม่ต้องห่วงนะ” เขาพูดขณะที่แววตายังคงนิ่งสงบและมุ่งมั่น ทำให้พิมพ์รู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เธอยิ้มบางๆ ให้ไวท์ ขณะที่สายตาของชาญยังคงจับจ้องไวท์ด้วยความระแวดระวัง