เช้านี้ธีรพัฒน์มาทำงานด้วยความอ่อนล้าเมื่อคืนหลังกลับมาจากห้องของเลขาสาวเขาก็เอาแต่คิดฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับไหนจะความรู้สึกไม่สบายใจตอนเห็นน้ำตาของเธอไหนจะเื่ของว่าที่คู่หมั้นซึ่งเขาเองก็ยังหาทางออกให้กับเื่นี้ไม่เจอ
มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหยิบเบอร์โทรศัพท์ของคนที่จะมาเป็คู่หมั้นในอนาคตออกมาดูเขาได้เบอร์ของเธอจากมารดาเมื่อเช้าตอนทานอาหารเขาควรจะคุยกับเธออย่างไรดีนะพิชามล
เสียงเคาะประตูเบาๆ แล้วเปิดเข้ามาทำให้คนที่กำลังคิดอะไรเพลินๆต้องหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็หญิงสาวร่วมห้องทำงานเดียวกับเขาจึงนึกอยากจะแกล้งขึ้นมา
“เก็บกระเป๋าแล้วเดินมานี่หน่อย”
คนอยากแกล้งบอกเสียงเรียบนิ่ง ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆก่อนจะหันไปหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาดู
เมื่อได้ยินคำสั่งของคนเป็เ้านายคนตัวเล็กยืนคิดเพียงครู่ก่อนจะตัดสินใจเดินมาหาเขาที่โต๊ะด้วยอาการกล้าๆ กลัวๆเพราะระยะนี้เธอรู้สึกไม่ไว้ใจผู้ชายตรงหน้าอีกแล้วเขาช่างแกล้งและมือไวเอาเปรียบเธอมาตลอด
“นวดหลังให้ทีสิ... เมื่อย” น้ำเสียงเข้มบ่งบอกว่าเขาไม่ได้ล้อเล่นแต่อย่างใดสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เอกสารในมือนิ่ง
“...หือ!? อะไรนะคะ” หญิงสาวแทบไม่เชื่อหูตัวเองกับคำสั่งของเ้านายก่อนจะขยับเท้าถอยหลังเพื่อตั้งหลัก เผื่อเขาลุกพรวดพราดขึ้นมาเธอจะได้หนีทัน
“ฉันรู้ว่าเธอได้ยินชัดเจน มาเร็วๆ เข้า เธอจะขัดคำสั่งฉันหรือไงแพรวา”ธีรพัฒน์เงยหน้าขึ้นมามองคนตัวเล็กที่ทำท่าครุ่นคิดอยู่นานจนเขาทนไม่ไหว
คนตัวเล็กคิดหาทางเอาตัวรอดอยู่นาน ก่อนจะบอกคนเป็เ้านายเสียงเบา
“เอ่อ ปะ เปล่าค่ะ แต่แพรนวดไม่เป็”
“ไม่เป็ก็หัดสิ มานี่ ฉันจะสอนให้” คนอยากแกล้งทำเสียงหงุดหงิดขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าคนตัวเล็กกำลังหาทางหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้เขา
ในเมื่อจนปัญญาที่จะหาทางออกให้กับตัวเองได้หญิงสาวจึงจำเป็ต้องเดินเข้าไปหาเขาตามคำสั่ง
สองเท้าน้อยๆก้าวมาหยุดยืนด้านหลังของชายหนุ่มที่นั่งตัวตรงเพื่อให้เธอนวดได้สะดวกขึ้นสองมือบอบบางยกขึ้นจับที่บ่าของชายหนุ่มแล้วขยับกดนิ้วมือลงไปหนักบ้างเบาบ้างสลับกันตามทฤษฎีที่เคยได้ยินมาแม้เธอจะบอกว่านวดไม่เป็แต่การขยับมือสม่ำเสมอของเธอก็ทำให้เขาเคลิบเคลิ้มได้เหมือนกันคนตัวใหญ่นั่งหลับตาพริ้มรู้สึกผ่อนคลายสบายตัว อาการตึงเครียดแปรเปลี่ยนเป็ความสุขเล็กๆ ที่ก่อเกิดขึ้นมาในหัวใจอย่างไม่ทันตั้งตัว
มือหนาเอื้อมไปจับมือบางของคนตัวเล็กที่กำลังขยับบีบกดที่ท้ายทอยของเขาเป็การบ่งบอกให้เธอหยุดนวดหญิงสาวพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่มทันทีที่เขาจับมือเธอ
“ปล่อยค่ะคุณธีร์” แพรวาแหวใส่อย่างนึกเคืองเธอไม่น่าหลวมตัวเข้ามาใกล้เขาเลยจริงๆ
“ไหนบอกว่านวดไม่เป็ไง... ทำฉันเกือบหลับ”
ธีรพัฒน์พูดอย่างไม่จริงจังนักภายในใจนึกไปถึงว่าหญิงสาวคงจะเคยนวดให้กับผู้ชายของเธอจนชำนาญเสียมากกว่าแค่คิดก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดพานให้อารมณ์เสียขึ้นมาดื้อๆ
“แพรก็นวดตามที่เคยได้ยินได้ฟังมาเท่านั้นแหละค่ะ” คนตัวเล็กกระแทกเสียงบอกพยายามดึงมือให้หลุดจากการเกาะกุมของคนตัวใหญ่แต่ก็ไม่เป็ผล
“ไม่เคยนวดให้ใครจริงน่ะเหรอ” คนไม่อยากเชื่อหรี่ตามองอย่างจับผิด
“แล้วแต่คุณจะคิดเถอะค่ะ ยังไงแพรก็ไม่เคยดีในสายตาของคุณอยู่แล้วนี่คะ”
น้ำเสียงกระแทกกระทั้นเอ่ยประชดประชันออกไป หวังให้ชายหนุ่มโกรธจะได้สลัดมือเธอออกจากการเกาะกุมเสียทีแต่เธอคิดผิด
เมื่อคนตัวใหญ่กระตุกเพียงเบาๆร่างเล็กบอบบางก็ลอยหวือเขามาอยู่บนตักแกร่งของเขาอย่างตั้งใจทันทีลำแขนแข็งแรงโอบรัดเอวของคนตัวเล็กไว้แน่น ก่อนจะก้มลงกดจมูกโด่งคมสันไปที่พวงแก้มนุ่มด้วยความมันเขี้ยวขณะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดอย่างชื่นใจแล้วปล่อยแขนเธอให้เป็อิสระโดยที่เธอไม่ทันได้ขัดขืนเขาช่างเป็นักฉวยโอกาสที่รวดเร็วว่องไวจริงๆ
คนตัวเล็กดีดตัวลุกขึ้นทันทีที่ถูกปล่อยให้เป็อิสระมือสวยยกขึ้นจับแก้มนวลข้างที่ถูกขโมยหอมอย่างไม่ทันตั้งตัวสายตาจับจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความแค้นเคือง
“ขอบใจ... กลับไปทำงานของเธอได้แล้ว” คนเอาแต่ใจบอกเสียงเรียบทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารบนโต๊ะต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
การกระทำของเขาดูจะกวนประสาทคนตัวเล็กไม่น้อย แต่เธอก็ไม่อยากตอแยกับเขาอีกเพราะเกรงจะถูกคนมือไวเอาเปรียบไปมากกว่านี้สองเท้าบอบบางจึงหันหลังเดินกลับมายังโต๊ะของตัวเองด้วยความขัดใจที่ไม่สามารถทำอะไรคนมือไวอย่างเขาได้
หญิงสาวเดินกลับมาถึงโต๊ะก็ต้องถอนหายใจอย่างหนักอึ้งเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นถุงกระดาษที่เธอคิดว่าเขาลืมไว้ในห้องนอนของเธอเมื่อคืนวันนี้เธอจึงถือมาให้เขาเผื่อว่าในนั้นจะเป็ของสำคัญที่เขากำลังตามหาอยู่ก็ได้
คนตัวเล็กตัดสินใจอยู่นานกว่าจะทำใจลุกขึ้นหยิบถุงกระดาษแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะของเ้านายมือบางวางถุงกระดาษลงตรงหน้าของชายหนุ่มที่กำลังสนใจกับเอกสารในมืออย่างใช้สมาธิ
“คุณลืมไว้ในห้องค่ะ” แพรวาบอกพร้อมทั้งกำลังจะหมุนตัวเดินกลับแต่ต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงของคนเป็เ้านายดังขึ้น
“ฉันไม่ได้ลืม แต่ฉันให้เธอต่างหากล่ะ” คนที่ถูกหาว่าลืมของเงยหน้าขึ้นจากเอกสารบอกเสียงเรียบ
“คะ ให้แพร?” คนตัวเล็กหันมาชี้มือใส่ตัวเองอย่างงงๆเป็เชิงถาม
“ใช่ ฉันให้เธอ มารับไปสิ”
“มันคืออะไรคะ” หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้พลางถามคนตรงหน้าอย่างนึกสงสัย
“แกะดูสิ”
คนตัวเล็กหยิบถุงกระดาษขึ้นมาเปิดดูแล้วหยิบของข้างในออกมาเป็กล่องสี่เหลี่ยมหุ้มกำมะหยี่ดูหรูหรา เมื่อเปิดดูข้างในจึงพบว่าเป็นาฬิกาข้อมือเรือนสวยแม้จะดูเรียบๆ แต่ก็สะดุดตาไม่น้อยด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ ที่รายล้อมตัวเรือน ‘เขาจะซื้อให้เธอทำไมกัน’ คิ้วสวยขมวดมุ่นเป็ปมทันทีที่เกิดคำถามขึ้นในใจมือบางจึงวางนาฬิกาลงบนโต๊ะตรงหน้าของชายหนุ่มดังเดิม
“แพรรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ”
“ทำไม!” เสียงเข้มเอ่ยถามเมื่อได้ยินคำปฏิเสธจากหญิงสาว
“มันแพงเกินไป และไม่เหมาะกับแพรค่ะ”
แม้เธอจะถูกใจนาฬิกาเรือนนี้มากก็ตามแต่ในเมื่อเธอไม่รู้จุดประสงค์ที่เขาซื้อให้ ยังไงเธอก็รับไว้ไม่ได้เด็ดขาด
“รับไปเถอะ ยังไงนาฬิกาเรือนเก่าของเธอก็พังยับเยินไปหมดแล้ว”
“หือ ทำไมคุณทราบว่านาฬิกาของแพรพังคะ” แสดงว่านาฬิกาเรือนเก่าที่เธอตามหาก็อยู่กับเขาน่ะสิแพรวาคิดอย่างดีใจหากวันนี้เธอจะได้ของสำคัญกลับคืนมาเสียที
“ฉันเก็บได้แถวๆ โต๊ะของเธอวันที่เกิดเื่น่ะเห็นว่ามันพังแล้วก็เลยซื้อเรือนใหม่มาชดใช้ให้ เพราะยังไงฉันก็มีส่วนผิดในเื่นี้ด้วย”ธีรพัฒน์อธิบายเสียงเรียบและเขาก็หมายความอย่างนั้นจริงๆ
“ไม่จำเป็หรอกค่ะ” คนตัวเล็กเสียงแข็งอย่างไม่พอใจที่แท้เขาก็ซื้อให้เธอเพื่อเป็การไถ่โทษเื่วันนั้นนี่เอง
“แต่ฉันอยากจะให้” น้ำเสียงขุ่นเข้มบ่งบอกว่าเขาเริ่มไม่พอใจที่เธอขัดคำสั่ง
“แพรขอนาฬิกาเรือนเก่าคืนด้วยค่ะ”
“เธอจะเอาไปทำไม ฉันบอกว่ามันพังยับเยินไปแล้ว”
“แพรจะเอาไปทำอะไร มันก็เื่ของแพร ไม่เกี่ยวกับคุณ”
“ทำไม! มันสำคัญกับเธอมากนักหรือไง ไอ้นาฬิกาพังๆ แบบนั้นน่ะ” ชายหนุ่มกระชากเสียงขม เอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักข้างตัวแล้วหยิบนาฬิกาที่หน้าปัดแตกยับขึ้นมาวางบนโต๊ะให้เธอดู
“ใช่ค่ะ... สำคัญกับแพรมาก”
คนตัวเล็กยื่นมือเข้าไปหมายจะหยิบนาฬิกาเรือนเก่าของเธอที่วางอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มแต่มือบางกลับถูกคนตัวใหญ่คว้าหมับแล้วบีบอย่างแรงจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ฮึ! ไอ้ผู้ชายคนไหนมันซื้อให้เธอล่ะ เธอถึงอยากจะเก็บซากมันไว้นักหนา”ชายหนุ่มกระซิบลอดไรฟันด้วยความโกรธ
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะโต้ตอบอะไรเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นตามมาด้วยเสียงประตูที่เปิดออกพร้อมกับร่างหนาของทินกรเดินเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเหมือนเป็ความเคยชินธีรพัฒน์สะบัดมือออกจากหญิงสาวแล้วหันไปมองผู้มาเยือนด้วยสายตาเอาเื่
“เห้ย ฉันเคาะประตูแล้วนะ ทำไมแกมองฉันแบบนั้นล่ะ” ทินกรร้องทักเมื่อเห็นเ้าของห้องมองเขาตาขวางอย่างไม่สบอารมณ์
“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนิ แล้วแกมาทำไม” เ้าของห้องถามแขกไม่ได้รับเชิญเสียงขม
“ฉันก็มาหาที่รักของฉันน่ะสิ ถามได้ เนอะคุณแพร”
ทินกรเดินเข้ามาใกล้หันไปยิ้มหวานให้หญิงสาวที่ยืนลูบแขนตัวเองอยู่ข้างๆก่อนจะเหลือบไปเห็นกล่องที่มีนาฬิกาเรือนสวยอยู่ในนั้นบนโต๊ะของธีรพัฒน์และถัดไปเป็นาฬิกาที่พังยับเยินซึ่งเขาจำได้ดีว่าเป็ของหญิงสาวตรงหน้าเพราะเขากับคุณหญิงเพ็ญพักตร์เป็คนไปเลือกให้หญิงสาวเองกับมือเพื่อมอบให้เธอเป็ของขวัญวันเกิดเมื่อสองปีก่อน
“อ้าว นี่มันนาฬิกาที่คุณป้าให้คุณแพรนี่ครับ ทำไมมันถึงพังยับแบบนี้ล่ะ”
ทินกรตรงเข้าคว้านาฬิกาที่มีสภาพไม่ต่างจากขยะขึ้นมาดูให้แน่ใจว่าเป็ของหญิงสาวจริงๆ
“แกรู้ได้ไง” เ้าของห้องหรี่ตามองแขกไม่ได้รับเชิญอย่างไม่ไว้ใจ
“ก็ฉันเป็คนไปเลือกกับคุณป้าเพื่อให้เป็ของขวัญวันเกิดกับคุณแพรน่ะสิ”
คำพูดของทินกรทำให้ชายหนุ่มที่คิดร้ายกับหญิงสาวนิ่งอึ้งไปที่แท้นาฬิกาที่เขาคิดว่าคนสำคัญซื้อให้เธอเป็แม่ของเขาเองอย่างนั้นเหรอความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นมาภายในจิตใจแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไป
“เอ่อ... คือ วันนั้นที่แพรล้มแล้วแขนกระแทกกับโต๊ะน่ะค่ะนาฬิกาคงกระทบไปด้วย” หญิงสาวบอกทินกรด้วยใบหน้าเศร้าหมองอย่างนึกเสียดาย
“ฉันก็เลยซื้อเรือนใหม่มาชดใช้ให้ แต่เธอไม่ยอมรับ” ธีรพัฒน์เอ่ยขัดขึ้นมาทันทีที่หญิงสาวพูดจบ
“ทำไมละครับ ผมว่าก็ดูสวยดีเหมาะกับคุณแพรนะครับ” ทินกรบอกหญิงสาวพร้อมกับหยิบนาฬิกาเรือนใหม่ขึ้นมาดู
“แพรว่ามันแพงเกินไปค่ะคุณกร”
“ไม่แพงหรอกครับ แค่นี้นายธีร์ขนหน้าแข้งไม่ร่วงสักเส้นด้วยซ้ำ”
“แต่...”
“นะ... รับไว้เถอะครับ ไม่ใส่ก็เก็บไว้อย่างน้อยนายธีร์ก็ได้ชดใช้อะไรให้คุณบ้าง แม้จะเป็แค่เศษเงินของมันก็ตาม”
ประโยคหลังของทินกรทำให้คนซื้อขึงตาใส่อย่างไม่พอใจกับคำพูดประชดประชันของเพื่อนรักแม้จะเป็การช่วยพูดให้หญิงสาวรับของจากเขาก็เถอะ
“ขอบคุณค่ะ”
แพรวาหันไปบอกธีรพัฒน์เสียงเบาแต่ไม่ยอมสบตาก่อนจะรับกล่องนาฬิกาเรือนใหม่จากมือของทินกรพร้อมทั้งหยิบนาฬิกาเรือนเก่าขึ้นมาเก็บไว้ด้วยแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองโดยมีทินกรเดินตามไม่ห่าง
“ทีกับคนอื่นนะ เชื่อฟังจัง...”
ธีรพัฒน์กัดฟันเปรยออกมาเบาๆ เสมองไปทางอื่นอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงหันไปบอกเพื่อนชายคนสนิทที่เป็ทั้งเพื่อนและญาติของเขา
“เออ กร เสาร์นี้ว่างหรือเปล่า ไปงานด้วยกันหน่อยสิ”
“งานอะไรวะ”
“งานเปิดตัวบริษัทท่องเที่ยวของเพื่อนฉันที่มาจากอเมริกาน่ะฉันจะทำสัญญาให้เขาเอาทัวร์มาลงที่โรงแรมของเรา”
“อืม ไปสิ และคุณแพรไปด้วยหรือเปล่าครับ” ทินกรรับปากเพื่อนก่อนจะหันมาถามหญิงสาวตรงหน้า
“ต้องไป!” คนตอบคำถามกลับเป็เ้านายเอาแต่ใจของเธอ
“งั้นดีเลย เดี๋ยวผมไปรับที่คอนโดนะครับ” ทินกรบอกหญิงสาวยิ้มๆเขาอยากจะลองหยั่งเชิงคนปากแข็งดูสักหน่อย เชื่อสิว่ามันต้องไม่ยอม
“เลขาฉัน ฉันจัดการเองได้ แกไม่ต้องยุ่งหรอก” ธีรพัฒน์ตวัดเสียงเขียวอย่างไม่ค่อยพอใจ
‘นั่นปะไร! ไอ้สมภารปากแข็งกินไก่วัดจริงๆ ด้วย’ ทินกรเหน็บแนมเพื่อนรักอยู่ในใจอย่างรู้ทัน
“ไม่เป็ไรค่ะคุณกร แพรก็ไม่แน่ใจว่าจะไปหรือเปล่าแพรไม่ชอบงานแบบนี้สักเท่าไรน่ะค่ะ”
หญิงสาวปฏิเสธออกไปโดยไม่เกรงกลัวคำสั่งของเ้านายทำให้คนที่เหมือนถูกขัดใจหันมามองตาเขียว นี่เธอจะกล้าขัดคำสั่งเขาหรือไง
“งั้นเดี๋ยวผมโทรหาละกัน เผื่อว่าคุณแพรเปลี่ยนใจ ผมจะได้เข้าไปรับ”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”
“วันนี้ผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีจะออกไปข้างนอกด้วยเลยแวะมาบอกเผื่อคุณแพรจะคิดถึง”
หญิงสาวตอบรับด้วยรอยยิ้มขบขันกับคำหยอดหยอกล้อของชายหนุ่มเพื่อนสนิท
ทินกรปรายตามองเ้าของห้องเห็นธีรพัฒน์ส่งสายตาอาฆาตมาให้เขาจึงแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินออกไป
วันเสาร์ซึ่งปกติเป็วันหยุดของการทำงานอยู่แล้วแพรวาลืมเื่งานเลี้ยงของบริษัททัวร์ไปเสียสนิทและเธอไม่ได้สนใจจะไปร่วมงานอยู่แล้วั้แ่แรกแม้จะเป็คำสั่งของเ้านายก็ตาม
เพราะแค่ธีรพัฒน์กับทินกรก็สามารถเป็ตัวแทนของโรงแรมได้เป็อย่างดีไหนจะคุณเมธินีเลขาคนเก่งของธีรพัฒน์ตอนอยู่ที่อเมริกาอีกคนเธอจึงไม่มีความจำเป็ต้องไปเมื่อเช้าทินกรโทรมาถามเธอและเธอก็ปฏิเสธเขาไปแล้วด้วยดังนั้นวันนี้หญิงสาวจึงเลือกที่จะทำกิจกรรมประจำวันหยุดของเธอเหมือนปกติทั้งกวาดถูซักล้างทำความสะอาดห้องพัก รวมถึงดูแลสวนดอกไม้เล็กๆ ของเธอจนลืมเวลา
เสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กดังแว่วออกมาจากห้องนอนทำให้คนที่กำลังง่วนกับการจัดสวนดอกไม้ริมระเบียง ต้องเดินเข้าไปในห้องแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเมื่อหน้าจอระบุว่าเป็ใครทำให้เธอตัดสินใจอยู่นานกว่าจะกดรับ
‘สวัสดีค่ะ’ เสียงหวานกรอกลงไปอย่างไม่เต็มใจนักเพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าเป็ใคร
[มีชุดหรือยัง] ปลายสายถามกลับเสียงห้วน
‘ชุดอะไรคะ?’
[ก็ชุดไปงานคืนนี้ไง หรือว่าเธอลืม] คนปลายสายเฉลยด้วยเสียงไม่ค่อยพอใจ
‘แพรไม่ไปค่ะ’
[ไม่ได้! เธอต้องไป... กับฉัน]
‘แต่...’ เสียงหวานที่กำลังจะคัดค้านถูกกลืนหายเข้าไปในลำคออย่างรวดเร็วเมื่อคนปลายสายออกคำสั่งกับเธออีกครั้ง
[ฉันจะพาเธอไปเลือกชุดแล้วไปที่งานพร้อมกันเลย ตอนนี้ฉันรออยู่ข้างล่างแล้วอีกสิบนาทีถ้าเธอไม่ลงมา ฉันจะขึ้นไปหาเธอบนห้องแล้วเราอาจจะไม่ได้ไปร่วมงานนี้ด้วยกันก็ได้เพราะเธอทำให้ฉันเปลี่ยนใจทำอย่างอื่นแทน] ธีรพัฒน์ขู่เสียงเข้มบ่งบอกว่าเขาจะทำอย่างที่พูดจริงๆ จากนั้นเขาก็ชิงวางสายไปโดยไม่รอฟังคำตอบจากเธอ
หลังจากได้ยินคำสั่งของคนเอาแต่ใจ ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่มีทางปฏิเสธเขาได้สองเท้าบอบบางเดินไปคว้ากระเป๋าและหยิบของใช้ที่จำเป็ใส่ลงไปจากนั้นก็รีบลงมาหาชายหนุ่มที่รออยู่ข้างล่างด้วยความไม่พอใจ
มือบางเปิดประตูรถแล้วก้าวเข้าไปนั่งข้างๆคนขับจอมบงการที่นั่งหน้าตึงรออยู่ก่อนแล้ว
“ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย ฉันไม่ได้พาเธอไปฆ่านะ” คนตัวใหญ่หันมาต่อว่าหญิงสาวที่เข้ามานั่งในรถด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“ก็ดีได้เท่านี้แหละค่ะ ถ้าไม่พอใจแพรไม่ไปก็ได้นะคะ” หญิงสาวกระแทกกระทั้น ‘ฮึทีตัวเองทำหน้าบูดบึ้งอย่างกับั์เธอยังไม่ว่าอะไรเลย’ แพรวาบ่นชายหนุ่มในใจอย่างนึกหมั่นไส้
“ก็ลองไม่ไปดูสิ เธอเจอดีแน่แพรวา” คนเอาแต่ใจไม่วายส่งเสียงขู่จากนั้นก็ได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะเบาๆ ของคนตัวเล็ก แต่เขาก็ทำเป็ไม่สนใจ
ธีรพัฒน์พาหญิงสาวมาร้านเสื้อผ้าที่คุณหญิงเพ็ญพักตร์แม่ของเขาแนะนำให้มาซึ่งเป็ร้านประจำของท่านและแน่นอนว่าแพรวาที่เคยเป็เลขาของท่านจะต้องรู้จักอย่างแน่นอน
“สวัสดีค่ะคุณธีร์พัฒน์ แหม่ ตัวจริงหล่อกว่าในรูปตั้งเยอะค่ะ” ธีรพัฒน์ทำเพียงยิ้มบางๆ กับคำทักทายเท่านั้น
ชายหนุ่มไม่นึกแปลกใจว่าทำไมใครๆถึงเคยเห็นรูปเขา เพราะทุกๆ สื่อสำนักพิมพ์ตีข่าวของเขาั้แ่มาถึงเมืองไทยจนกระทั่งเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของT-Group แทนมารดา
“สวัสดีครับ ช่วยเลือกชุดและแต่งตัวให้ผู้หญิงคนนี้ทีอีกสองชั่วโมงผมจะมารับ” ธีรพัฒน์เบี่ยงตัวเพื่อให้เ้าของร้านมองเห็นหญิงสาวที่เดินตามหลังมา
“สวัสดีค่ะ คุณตวงพร” แพรวายกมือไหว้เ้าของร้านที่เธอมากับคุณหญิงเพ็ญพักตร์บ่อยๆจนคุ้นเคย
“อ้าว น้องแพรนั่นเอง นึกว่าสาวที่ไหน และนี่วันนี้จะไปงานกันใช่ไหมคะคุณหญิงท่านโทรมาบอกล่วงหน้าไว้แล้วละค่ะ” เ้าของร้านฉอเลาะเดินเข้าไปจับมือบางของหญิงสาวตัวเล็กอย่างสนิทสนม
“ใช่ครับ ยังไงฝากด้วยนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยฝากอีกครั้ง
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณธีร์ คนกันเองทั้งนั้นร้านเราต้อนรับคุณหญิงท่านกับน้องแพรเป็ประจำอยู่แล้ว”
“ครับ งั้นอีกสองชั่วโมงผมจะมารับ” ธีรพัฒน์บอกเ้าของร้านก่อนจะเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กแล้วก้มลงกระซิบเสียงขู่
“อย่าคิดหนีเด็ดขาด ไม่งั้นเธอเจอดีแน่” ว่าจบชายหนุ่มก็เดินออกไปจากร้านทันทีเพื่อกลับไปจัดการตัวเองก่อนจะมารับหญิงสาวตามเวลาที่นัดไว้
เมื่อถึงเวลาที่กำหนดธีรพัฒน์กลับมายังร้านเสื้อผ้าที่พาหญิงสาวมาส่งไว้ก่อนที่เขาจะไปจัดการตัวเองแล้วมารับเธอเพื่อไปงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ด้วยกัน
“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ” ธีรพัฒน์ถามขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้านภายในใจนึกหงุดหงิดที่เขาต้องมารออีก
“เสร็จแล้วค่ะ น้องแพรกำลังเลือกรองเท้าอยู่ เดี๋ยวก็ออกมาค่ะ” เ้าของร้านละล่ำละลักบอกชายหนุ่มอย่างเอาใจ
“นั่นไง ออกมาแล้วค่ะ” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดอะไรเ้าของร้านก็ชี้มือให้เขาหันไปมองคนตัวเล็กที่กำลังเดินออกมาพอดี
ทันทีที่เห็นแพรวาเดินออกมาธีรพัฒน์ถึงกับอึ้งในความสวยของหญิงสาวที่ปกติเขาก็ว่าเธอเป็คนสวยอยู่แล้วแต่วันนี้เธอกลับดูสวยหวานอย่างไม่มีที่ติจริงๆ ชุดที่เธอสวมใส่ช่างเหมาะเจาะราวกับว่าเป็ชุดที่ออกแบบมาเพื่อเธอโดยเฉพาะชุดราตรีเกาะอกสีชมพูอ่อนนวลตาประดับประดาด้วยมุขและกากเพชรสะท้อนแสงไฟระยิบระยับดูหรูหราน่ามองแนวอกที่นูนอวบอิ่มเย้ายวนมีดอกกุหลาบเล็กๆ ติดอยู่เพื่อป้องกันไม่ให้โป๊มากนักลำตัวรัดเข้ารูปจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนชายกระโปรงถูกจัดเล่นระดับให้พลิ้วไหวเวลาที่หญิงสาวก้าวเดินผมที่เคยปล่อยยาวสลวยปิดแผ่นหลังถูกเกล้าไว้บนศีรษะเปิดต้นคอขาวงามระหงวันนี้เธอช่างสวยจับใจเขาจริงๆ
“ถูกใจไหมคะคุณธีร์” เ้าของร้านถามเสียงใสด้วยความมั่นใจเพราะดูจากอาการตกตะลึงของชายหนุ่มแล้วเธอเชื่อว่าเขาต้องถูกใจอย่างแน่นอน
“สวย... สวยมากครับ” ธีรพัฒน์พูดเหมือนละเมอออกมามากกว่า
อาการที่ธีรพัฒน์ยืนมองตาไม่กะพริบทำให้แพรวายิ่งรู้สึกประหม่ากับสายตาของเขาที่ดูหวานซึ้งหยาดเยิ้มจนน่าขนลุก
ร่างเล็กในชุดสวยงามเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มก่อนจะเอ่ยอย่างไม่เต็มเสียงนักเพราะเธอรู้สึกหวาดกลัวกับแววตาของเขา
“พอใจคุณหรือยัง”
เสียงของหญิงสาวตรงหน้าทำให้คนที่กำลังเคลิบเคลิ้มหลงใหลตื่นจากภวังค์อย่างแสนเสียดาย
“เราไปกันได้แล้ว”
ธีรพัฒน์หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามของเธอแต่เลือกที่จะออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดเพราะเขาไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทนเห็นคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าโดยไม่คว้าตัวเธอเข้ามากอดจูบอย่างใจคิดได้
ธีรพัฒน์เดินนำหญิงสาวมาที่รถก่อนจะเปิดประตูฝั่งข้างๆคนขับเพื่อให้เธอเข้าไปนั่ง ส่วนเขาอ้อมไปเปิดประตูรถอีกฝั่งแล้วก้าวเข้าไปประจำที่ของตัวเอง
เขาพยายามไม่หันไปมองร่างบางของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆมากนัก ชายหนุ่มกัดฟันข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยากคว้าตัวเธอเข้ามากอดอย่างสุดกลั้นหอบหายใจติดขัดเพราะหัวใจในอกแกร่งเต้นแรงจนเขารู้สึกเหนื่อย
แพรวานั่งตัวเกร็งสองมือประสานกันแน่นไว้บนตักอาการนิ่งงันของคนเป็เ้านายทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่นเพราะไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ พอใจหรือไม่พอใจ ‘หรือว่าเธอทำอะไรไม่ถูกใจเขาอีกนะ’แพรวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“กลุ้มใจขนาดนั้นเลยเหรอที่ต้องไปกับฉัน” เสียงเข้มถามหญิงสาวอย่างไม่สบอารมณ์เพราะคิดว่าคนตัวเล็กไม่พอใจที่ต้องไปกับเขา
“เปล่าค่ะ” แพรวาตอบคนเป็เ้านายเสียงเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ
“แล้วถอนหายใจทำไม”
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ”
“นี่เธอจะกวนประสาทฉันหรือไงแพรวา!” คนตัวใหญ่หันมาตะคอกเสียงเขียว
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้โต้ตอบอะไรเสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน
ธีรพัฒน์ล้วงมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์เครื่องเล็กในเสื้อสูทออกมาดูเมื่อเห็นว่าเป็เบอร์ของเพื่อนสาวคนสนิทจึงกดรับด้วยอารมณ์ฝืดฝืนเบื่อหน่าย
‘ครับ’ เสียงเข้มกรอกลงไปอย่างไม่เต็มใจนัก
[ธีร์คะ มารับเมนี่หน่อยสิคะ] ปลายสายออดอ้อนเสียงหวาน
‘ผมออกมาจะถึงงานอยู่แล้ว คงไปรับไม่ทันหรอก คุณขับรถมาเองเถอะ’ ธีรพัฒน์บอกคนปลายสายเสียงเรียบ เหลือบตามองคนข้างๆที่นั่งหน้างอหงิกเหมือนคนถูกขัดใจ
อีกคนออดอ้อนอยากให้เขาไปรับส่วนอีกคนเขาบังคับฝืนใจไปรับเธอมา แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกพอใจกับอย่างหลังมากกว่านะธีรพัฒน์คิดอย่างไม่เข้าใจตัวเอง
[แต่ธีร์เป็คนชวนเมนี่นะคะ]
‘ผมก็บอกตามที่เจสันเขาฝากมาเท่านั้นแหละ แต่ผมไม่ได้บอกว่าจะไปรับคุณ’คนหงุดหงิดเริ่มทำเสียงขุ่นนึกรำคาญหญิงสาวปลายสายที่พักนี้หมั่นโทรมากวนใจเขาบ่อยๆ
[แต่ธีร์คะ...]
ยังไม่ทันที่คนปลายสายจะเอ่ยปากออดอ้อนชายหนุ่มขี้โมโหก็ชิงตัดบทขัดขึ้นมาเสียก่อน
‘ไว้เจอกันที่งานเลยแล้วกัน ผมขับรถอยู่’ ว่าจบมือหนาก็กดวางสายไปทันทีโดยไม่สนใจอีกฝ่าย
ธีรพัฒน์เหลือบมองคนตัวเล็กที่นั่งเหมือนจะหันหลังให้เขาด้วยซ้ำสายตามองวิวทิวทัศน์ด้านนอกรถเหมือนมีสิ่งที่น่าสนใจนักหนาคนตัวใหญ่นึกหงุดหงิดที่หญิงสาวไม่สนใจจึงหาเื่กวนประสาทเธอ
“งานนี้สื่อมวลชนเยอะ ทำตัวดีๆ หน่อยล่ะ อย่าให้เสียชื่อไปถึงคุณแม่ท่าน”
เสียงของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวที่นั่งเบียดชิดริมกระจกหันขวับมามองเขาด้วยสายตาแค้นเคือง
“แพรรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ และตลอดเวลาที่ทำงานกับคุณท่านมาแพรก็ไม่เคยทำตัวให้ท่านต้องเสื่อมเสีย”
“ฉันก็แค่บอกไว้ก่อน กลัวเธอจะไปหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายจนเสียงาน”
“คุณธีร์!”
หญิงสาวกระชากเสียงเรียกชื่อเขาอย่างนึกโกรธเคือง สองมือกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเธอยังรู้สึกเจ็บน้อยกว่าคำพูดของผู้ชายปากร้ายตรงหน้า
“ทำไม! จะตบฉันอีกหรือไงแต่ขอบอกไว้ก่อนนะ แม้จะเป็ในรถฉันก็ไม่ปล่อยเธอไว้แน่”
คนกวนประสาทหันมาขู่เสียงเข้มหัวเราะในลำคอเบาๆยิ่งได้ยินเสียงฮึดฮัดไม่พอใจของคนตัวเล็ก เขายิ่งรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อกวนประสาทหญิงสาวจนพอใจแล้วธีรพัฒน์ก็หันมาสนใจกับหน้าที่ของตัวเองโดยตลอดทางเขาปรายตามองคนข้างๆ เป็ระยะเพราะในใจก็นึกหวั่นกลัวเธอจะร้องไห้จนใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มไว้อย่างสวยงามจะเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาไม่เช่นนั้นเขาคงเสียดายแย่และที่สำคัญเขาไม่อยากเห็นน้ำตาของเธอ
ไม่นานรถสปอร์ตคันหรูของธีรพัฒน์ก็พาหญิงสาวมาถึงสถานที่จัดงานเลี้ยงเปิดตัวบริษัททัวร์ซึ่งเป็โรงแรมหรูหราอีกแห่งหนึ่งในเครือT-Group ของเขาเอง
ธีรพัฒน์ก้าวขาลงจากรถก่อนจะเดินอ้อมไปเปิดประตูให้คนตัวเล็กที่นั่งมาด้วยแต่ยังไม่ทันจะเอื้อมมือไปถึงประตูรถก็ถูกเปิดออกมาจากคนข้างในพร้อมกับขาเรียวสวยของหญิงสาวที่ก้าวออกมา
“ทำไมไม่รอให้ฉันมาเปิดให้” คนถูกขัดใจต่อว่าคนตัวเล็กเสียงขม
“ไม่จำเป็”
เธอตอบเพียงสั้นๆ พร้อมกับทำท่าจะก้าวเดินออกไปจากตรงนี้แต่ยังไม่ทันจะทำอย่างใจคิด สองเท้าน้อยๆ ต้องหยุดชะงักด้วยคำสั่งของคนเอาแต่ใจ
“ตลอดเวลาที่อยู่ในงานเธอต้องอยู่ห่างฉันไม่เกินหนึ่ง่แขน” เสียงเข้มเอ่ยจริงจังบ่งบอกว่าเป็คำสั่ง
“เพื่ออะไร? แพรไม่ใช่สมบัติของคุณนะคะ” คนตัวเล็กหันมาค้อนถามเสียงแข็งอย่างไม่เข้าใจ
“ฉันสั่งก็ทำตามแล้วกันน่า ไม่ต้องอยากรู้ว่าเพื่ออะไร” จะให้เขาบอกได้อย่างไรว่าที่ไม่ให้เธอห่างกายเพราะวันนี้เธอสวยจนเขานึกหวั่นใจไม่อยากให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เธอนอกจากเขาคนเดียวเท่านั้น
ธีรพัฒน์เข้ามายืนใกล้หญิงสาวพร้อมกับงอแขนข้างที่ชิดลำตัวของเธอขึ้นมาอย่างรอคอยอะไรบางอย่างแพรวาเอียงคอมองการกระทำของชายหนุ่มอย่างงงๆ เขา้าอะไรจากเธออีกและไม่นานก็ได้คำตอบที่ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
“จับแขนฉันสิ” คนตัวใหญ่บอกเสียงเบาแต่กลับหนักแน่นเหมือนมันเป็คำสั่งมากกว่า
“แพรเดินเองได้ค่ะ” หญิงสาวตอบไม่เต็มเสียงนักเพราะยังงงๆ กับการกระทำของชายหนุ่ม
เขาคิดยังไงจะให้เธอจับแขนเขาเดินเข้าไปในงาน มีหวังตกเป็เป้าสายตาแน่ๆเธอไม่อยากเด่นดังหรือเป็ที่ซุบซิบของใคร
“หรือจะให้ฉันอุ้มเธอเข้าไป” เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำให้คนตัวเล็กที่กำลังยืนครุ่นคิดเอาตัวรอดอยู่ต้องรีบยกมือจับหมับที่แขนแข็งแกร่งของเขาทันทีเพราะเธอเชื่อว่าเขาจะทำอย่างที่พูดจริงๆ หากเธอไม่ตามใจเขา
“พอใจหรือยังคะ” แพรวาหันมาค้อนใส่ชายหนุ่มเธอได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของคนตัวใหญ่ที่ดูเหมือนเขาจะพอใจกับการขู่บังคับเธอได้
“ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย ฉันให้เกียรติเธอควงแขนขนาดนี้เลยนะ” ธีรพัฒน์หันมาบอกหญิงสาวข้างกายขณะก้าวเดิน
“แพรไม่ได้ขอร้องคุณนี่คะ”
“อย่าลืมที่ฉันสั่งไว้ก็แล้วกัน” คนตัวใหญ่หยุดเดินหันมาจ้องมองคนตัวเล็กอย่างจริงจัง
“อะไรคะ”
คนที่ไม่ได้สนใจคำสั่งเอียงคอทำหน้างงอย่างน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของคนมองความอดทนที่พยายามเก็บกลั้นไว้มลายหายไปสิ้นไวเท่าความคิดคนตัวใหญ่ก้มลงหอมแก้มนวลตรงหน้าอย่างนึกมันเขี้ยวคนถูกขโมยหอมอย่างไม่ทันตั้งตัวใพยายามดึงมือออกจากแขนของชายหนุ่มแต่ก็ไม่เป็ผลเพราะเขาหนีบมือเธอไว้แน่น
“คุณธีร์!”
“ฉันจะบอกเธออีกครั้ง ห้ามอยู่ห่างจากฉันเกินหนึ่ง่แขนถ้าขัดคำสั่งหรือลืมคำสั่ง ฉันจะเตือนเธอด้วยวิธีแบบเมื่อกี้อีกไม่ว่าเธอจะยืนอยู่ตรงไหน กับใคร ฉันก็สามารถเตือนความจำให้เธอได้ ไม่เชื่อก็ลองดู”กล่าวจบคนตัวใหญ่ก็ก้าวเดินออกไปข้างหน้าโดยมีหญิงสาวเดินหน้าบึ้งตึงเคียงข้างไปด้วย
..............................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)