เรเนรอส
นักเรียนปีหนึ่งทุกคนเริ่มจับจองประตูที่ตัวเองชอบรินรินเองก็เช่นกันเธอเลือกประตูบานสีฟ้าที่เหมือนกับสีผมของเธอมันเรืองแสงและเคลื่อนไหวคล้ายกับสายน้ำที่ไหลเอื่อยรินรินชอบมันมากแต่เธอก็ยังไม่ทิ้งเพื่อนรักอย่างเนย่า
“ฉันเลือกบานนี้ เธอล่ะจะเลือกบานไหน” รินรินหันไปถามเนย่าที่ยืนปั้นหน้าไม่ถูกอยู่ข้าง ๆเนย่าไม่รู้สึกชอบบานประตูของรินรินสักเท่าไร เธอกำลังมองหาประตูของเธอเพื่อน ๆหลายคนเมื่อเลือกประตูได้พวกเขาเข้าไปและบานประตูเ่าั้ก็หายตามไปด้วยเหลือเพียงไม่กี่บานที่ยังคงรอผู้ที่จะเลือกพวกมัน
“รินริน เธอว่าจะมีการเลือกผิดประตูไหม” เนย่าถามเพื่อความแน่ใจ
“ฉันคิดว่าไม่นะเพราะถ้าไม่ใช่ประตูที่จะต้องเลือกจริง ๆดูเหมือนเราจะมีปฏิกิริยากับมันเองว่าไม่ใช่บานที่ถูกต้อง เธอไม่รู้สึกเหรอ” รินรินถามกลับ
“ก็รู้สึกนะแต่มันก็ทุกบานเลยนี่นาที่ฉันไม่ชอบน่ะ” เนย่าบอก
“เอาน่าใจเย็น ๆ ยังเหลือให้เลือกอีกตั้งหลายบานฉันขอตัวไปก่อนนะ” พูดจบรินรินก็โบกมือลาเนย่าก่อนจะหายเข้าไปในประตูที่เธอเลือกทิ้งให้เนย่ามองหาประตูของตัวเองอย่างโดดเดี่ยว
สายตาเนย่าไปหยุดที่เด็กชายผมดำ ฮาร์มจะเลือกบานไหนนะ เธอจ้องมองเขาอยู่นานจนเขาพบประตูของเขามันมีรูปร่างคล้ายกับเถาวัลย์สีน้ำตาลที่พันเกี่ยวกันไปมาอย่างซับซ้อนให้อารมณ์เหมือนกับว่าประตูบานนี้ไม่ชอบที่จะมีรูปร่างเหมือนประตูสักเท่าไรเบี้ยวไปเย้มาดูสับสนแต่ฮาร์มก็เลือกมันแล้วหายเข้าไปในเถารูปร่างประหลาดนั่น
ประตูใกล้จะหมดแล้วแต่ก็ยังไม่มีประตูที่ถูกใจเนย่าสักบานเซนดรินยังคงนั่งที่เดิมไม่คิดจะเลือกประตูของตัวเองดูเหมือนเขากำลังสนใจเ้าตะเกียงเซนเทียที่ลอยไปลอยมาตรงหน้าเขามากกว่า
“นายไม่มีประตูเหรอ” เนย่าอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปใกล้ ๆถึงหมอนี่จะขี้เก็กแต่ถ้าเหลือเขากับเธอที่เลือกประตูยังไม่ได้อย่างน้อยเธอก็คงมีคนให้ทะเลาะเล่นด้วยบ้าง
“ก็นี่ไงประตูฉัน” เซนดรินหันมามองเนย่าแวบหนึ่งดวงตาเขาเปลี่ยนเป็สีแดงดุจเืน่ากลัวแต่เนย่ากลับคิดว่ามันสวยเหมือนทับทิมน้ำงามอย่างน่าประหลาด
“ก็นายนั่งอยู่กับที่แล้วไหนล่ะประตูนาย” ทำไมต้องกวนประสาทเธอด้วยนะ อุตส่าห์มาถามดี ๆ
“ไปตายซะ” เซนดรินพูดแค่นั้นก่อนจะก้มลงไปวางมือบนพื้นกระเบื้องเย็นๆ แล้วหายเข้าไป แม้จะโกรธที่เซนดรินพูดจาไม่ดีใส่แต่หมอนั่นก็ไปแล้วนี่เป็อีกครั้งที่เธอพลาดโอกาสชกปากเขาให้ได้สักแผลว่าแต่หมอนั่นใช้กระเบื้องเป็ประตูอย่างนั้นหรือ?
“ให้ฉันได้ไข่กลับมาก่อนเถอะแม่จะเตะให้คว่ำเลยอวดดีชะมัด ชิ!” เนย่าอารมณ์บูดแต่สิ่งที่ต้องทำก่อนได้แก้แค้นคือหาประตู แล้วประตูเธออยู่ไหนล่ะ
สุดท้ายประตูทุกบานหายไปหมดไม่เหลือแม้แต่บานเดียวแล้วจะให้เธอไปทางไหนตะเกียงเซนเทียดวงน้อย ลอยอยู่ในห้องมืด ๆ อย่างเชื่องช้าเหมือนกับมันจะบอกว่าอย่างน้อยมันก็ยังคอยให้กำลังใจเธออยู่
ความเงียบเข้าครอบงำรอบกายเนย่าไม่เหลือใครมีเพียงตะเกียงเซนเทียหลายสิบดวงที่ลอยวนเวียนอยู่อย่างนั้น
“อ่า!! อย่าบอกนะว่าไม่มีประตูสำหรับฉันแต่ประตูของหมอนั่นยังเป็แค่พื้นกระเบื้องเลยนี่นาแล้วประตูของฉันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็ประตูก็ได้มั้ง” เนย่าบ่นกับตัวเองพลางมองหาสิ่งที่น่าจะเป็ประตูให้เธอได้
แสงตะเกียงยังคงวนเวียนอย่างอ้อยอิ่งเสมือนกับรอบางสิ่งที่พวกมัน้าจะมีสิ่งไหนในห้องนี้ที่ทำให้เธอรู้สึกดีได้ไปเท่า...
“ตะเกียงจ๋า เธอเป็ประตูของฉันรึเปล่า” เนย่าพูดกับพวกมันให้ความสำคัญคล้ายกับมันคือสิ่งมีชีวิตและใช่แล้วเธอคิดถูก พวกมันลอยรี่เร็วจี๋เข้ามารวมตัวตรงหน้าเธอทันทีพวกมันก่อตัวเป็รูปโดมประตูหลากสีอย่างน่ารัก
“นึกแล้วเชียวเพราะฉันไม่ชอบอะไรในห้องนี้เท่าพวกเธอเลยนี่นา” เนย่าพูดกับตะเกียง และแน่นอนเธอไม่รอช้าที่จะลอดโดมประตูที่พวกตะเกียงสร้างให้
เมื่อก้าวเท้าเข้าไปภาพตรงหน้าบิดเบือนเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ กลับเป็ภาพปกติเธอหลุดมาจากคุกมืดแล้วสายลมเย็นพัดเข้าปะทะกับผิวบรรยากาศรอบกายเย็นสบายตอนนี้ดูเหมือนเธอจะออกมาไกลจากปราสาทเซนเทียน่าและหอคอยสีน้ำเงินแสงจันทร์สุกสกาวดวงใหญ่ทำให้มองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน เธออยู่ใน...สุสาน
“โอ้วววววววววว!! ไม่จริงนะทำไมฉันต้องมาอยู่ท่ามกลางสุสานกันล่ะไหนว่าพวกอสุรเทวาไม่ตายกันไงฮือ ๆ” เนย่าถึงกับเข่าอ่อนเธอทรุดตัวลงนั่งอยู่ข้างป้ายหลุมศพคู่หนึ่งซึ่งเก่าเสียจนหยากไย่เกาะและมองชื่อไม่เห็นบรรยากาศจากเย็นสบายเมื่อสักครู่กลับวังเวงและหนาวสะท้าน
“บ้าที่สุดเลยนี่เมื่อไรฉันจะเลิกซวยเสียทีนะจะให้ฉันหาไข่ในสุสานจริง ๆ เหรอเนี่ย” เนย่าบ่นกับตัวเองอีกเธอแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ดวงจันทร์ใหญ่โตเสียจนเธอคิดว่าน่าจะเป็ดาวแฝดกับดาวดวงนี้เสียด้วยซ้ำ
“เอาเถอะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วลองดูก็แล้วกันแต่ตอนนี้ ฉันกลัวผีนะ ฮือ...” เนย่าพยายามปลอบใจตัวเองแต่ความกลัวก็ทำให้เธอสั่นอีกจนได้แต่ถ้าไม่สู้เธอก็คงจะต้องติดอยู่ที่นี่ไม่ได้ออกไปแน่
จะเหมือนที่พวกผู้ใหญ่ในโลกเธอพูดไหมนะ ว่าพวกผีชอบควักไส้ออกมาปาเล่นหักแขนตัวเองแล้วกัดกิน ภาพในจินตนาการเด็กหญิงน่ากลัวสุด ๆ
เนย่าค่อย ๆลุกขึ้นสองแขนกอดตัวเองแน่นกวาดสายตามองหาสิ่งที่เธอ้าอย่างระมัดระวังเมื่อเดินผ่านหลุมศพไปเรื่อย ๆก็พบกับป้ายจารึกเป็แท่งหินสี่เหลี่ยมขนาดสองเมตรซึ่งเขียนถึงประวัติความเป็มาของสุสาน
ใจความที่เนย่าพอจะเข้าใจก็คือที่แห่งนี้คือที่พักพิงสุดท้ายของผู้ที่ตายในาัที่ผ่านมาน่าแปลกที่เธออ่านมันได้ทั้งที่ไม่เคยรู้จักภาษาพวกนี้มาก่อนและมันทำให้เธอนึกถึงความฝันที่เธอมักเห็นบ่อย ๆ ขึ้นมาทันทีคงจะเป็ที่นี่ ที่เหล่าผู้กล้าและัได้พลีชีพร่วมกันแล้วเธอจะเจอไข่ัได้ยังไงกันล่ะไม่เห็นมีอะไรที่พอจะเป็สัญลักษณ์ได้เลยนี่นา
สองเท้าย่างก้าวอย่างระมัดระวังเธอไม่อยากเจออะไรที่เสี่ยงตายเหมือนเมื่อครั้งที่แล้วจุดมุ่งหมายเพียงสิ่งเดียวและมันจะสามารถนำให้เธอออกไปจากที่นี่ได้ก็คือไข่ัรอบกายเต็มไปด้วยป้ายหลุมศพใหญ่น้อยแต่ดูเหมือนว่าการมาหาไข่ครั้งนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิดเดินมาได้ไม่กี่ก้าวก็เกิดหมอกสีม่วงหนาทึบจนมองทางข้างหน้าไม่เห็น
ทุกอย่างรอบตัวเด็กหญิงล้วนแต่เป็ม่านหมอกเธอไม่สามารถใช้ประสาทตาได้อย่างเต็มที่ เสียงคือสิ่งสำคัญเนย่าหยุดเดินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อบอกตัวเองไม่ให้กลัวบอกตัวเองว่านี่คือการทดสอบ
เกิดเสียงคล้ายกับแส้ที่ฟาดแหวกอากาศไปมาเนย่าไม่แน่ใจว่ามาจากทางทิศไหนจึงตั้งใจฟังเมื่อแน่ใจแล้วว่ามาจากทิศทางขวามือที่เธอยืนอยู่และเมื่อหันไปก็...
ชั้วะ!! ของมีคมบางอย่างพุ่งมาหาเนย่าด้วยความเร็วสูงมันพลาดเป้าหมายจากลำคอของเธอไปเฉี่ยวโดนไหล่ขวาของเธอแทน
“โอ้ย!! เจ็บชะมัด ใครน่ะ” เนย่าร้องถามมือซ้ายกุมไหล่ขวาที่มีเืไหลไว้มั่นเสียงหัวเราะเล็กแหลมดังก้องไปทั่วมันทำให้เนย่าขนลุกเสียงคล้ายแส้นั้นยังคงฟาดแหวกอากาศอยู่รอบกายเธอมันเคลื่อนที่รวดเร็วจนเนย่าไม่สามารถจับทิศทางได้
“ฮะ ๆ ๆ ๆนังเด็กน้อยเอ๋ยงัดพลังของเ้าออกมาสิข้าล่ะอยากเห็นนัก” เสียงของผู้หญิงที่พูดเย้ยหยันนั่นทำเอาเนย่าถึงกับเืขึ้นหน้า พลังบ้าบออะไรกันถ้าใช้ได้เธอคงไม่เจ็บตัวแบบนี้หรอก
“แกเป็ใคร ฉันไม่เคยไปทำอะไรให้ทำไมต้องมาทำร้ายกันด้วย” สายตาเนย่ายังคงพยายามมองหาต้นตอนี่คงเป็อีกคนที่จ้องทำอันตรายเธอเหมือนที่ทรีบาสบอกหรือเป็เพียงการทดสอบความสามารถของพ่อแม่ักันนะแต่ความเจ็บนี่ไม่ธรรมดาเลย
“ก็เพราะข้า...อยากให้เ้าตายน่ะสิ” ลำแสงสีม่วงพุ่งเข้าหา เนย่าอย่างกระชั้นชิดเนย่ายกมือขึ้นป้องกันตัวเองทันใดและะโหลบอย่างว่องไวนับว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดตอนเป็ขโมยยังใช้ได้เื่ความไวเธอก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน
“ก๊าสสสสสสสสสสสสสสสสส!!!”เสียงคำรามของัทำให้เนย่าแหงนหน้าขึ้นมองสิ่งที่มาขวางเธอจากอันตราย
“การ์รอล” เนย่าเรียกชื่อร่างั์ตรงหน้านั้นเบา ๆปีกของมันกางสยายปกป้องเธออย่างเต็มที่
~หลบไปเรเนรอสมันจะเอาชีวิตเ้า~ เนย่าได้ยินอย่างชัดเจนว่าการ์รอลกำลังสื่อสารกับเธอ
เรเนรอส ที่ว่า มีท่อนบนเป็หญิงแต่ท่อนล่างคล้ายัหรือปลาก็ไม่แน่ใจหล่อนมีปีก ร่างของหล่อนเป็สีม่วงมีเขาแหลมที่งอกออกมาจากหน้าผากและกลางศีรษะถึงสองคู่ ดวงตาสีเหลืองคล้ายงูพิษ หล่อนงดงามแต่ก็เต็มไปด้วยความชั่วร้าย
“แกกล้าดียังไงมาขวางข้า” เรเนรอสถูกการ์รอลใช้ปีกฟาดจนกระเด็นไปไกลบัดนี้หล่อนเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเนย่าวิ่งหนีไปหลบอยู่หลังป้ายหลุมศพอันหนึ่งเพื่อเฝ้าดูเหตุการณ์
~ถ้าเ้าจะฆ่าเด็กก็ข้ามศพข้าไปก่อน~ การ์รอลว่าและอ้าปากกว้างหมายจะพ่นไฟใส่เรเนรอสแต่หล่อนก็ไม่ยอมแพ้รีบคืนร่างจริงเป็ัเพื่อรับการปะทะทันทีร่างัสีม่วงเข้มมีเขาสองคู่ปีกทั้งสองกางสยายออกนั้นทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
การ์รอลโผตามขึ้นไปทั้งสองโรมรันพันตูกันจนเนย่าต้องคอยหลบลูกไฟที่พุ่งลงสู่พื้นเบื้องล่างเกิดเสียงะเิสนั่นหวั่นไหวไฟโหมไหม้ไปทั่วป้ายหลุมศพหักโค่นล้มลงระเนระนาด
การ์รอลใช้ปากที่มีฟันแหลมคมกัดที่คอของเรเนรอส มันร้องลั่นด้วยความเ็ปแต่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ มันใช้หางที่เป็หนามแหลมค่อย ๆเลื้อยรัดพันตัวของการ์รอลและรวบปีกไว้ทำให้การ์รอลเสียการทรงตัวตกลงสู่พื้นเสียงดังสนั่นแต่ยังไม่วายที่จะกระชากร่างเรเนรอสลงมานอนคลุกฝุ่นอยู่ข้างล่างด้วยกันการ์รอลใช้หางทั้งสามฟาดลงไปที่เรเนรอสแต่มันหลบทันจึงพ่นน้ำแข็งคมกริบใส่การ์รอลที่เตรียมตั้งรับด้วยลูกไฟ
อาวุธทั้งสองประทะกันแต่ด้วยกำลังที่เสมอภาคกริชน้ำแข็งจึงละลายในพริบตาแต่ก็ยังมีบางส่วนหลงเหลือพุ่งทะลุเปลวไฟเข้าทำร้ายการ์รอลที่สะบักปีกทางด้านขวาส่วนเรเนรอสก็ถูกไฟลวกที่ปีกด้านซ้ายจนขาดวิ่น ทั้งสองบินไม่ได้อีกแล้วจึงถอยหนึ่งก้าวเพื่อดูเชิงซึ่งกันและกันสองัจ้องหน้าและประเมินจังหวะเพื่อเข้าปะทะกันอีกรอบ
~เนย่าเ้าอย่าได้สนใจข้า จงไปตามหาไข่ของเ้าซะ~ การ์ รอลส่งกระแสจิตพูดกับเนย่าอีกครั้ง
“ไม่ หนูไม่ทิ้งท่านแน่” เนย่ายังไม่ออกมาจากที่ซ่อนแต่เธอก็ไม่หนีไปไหนต้องมีสักทางสิน่าที่จะช่วยการ์รอลได้ ภาษาที่เธอใช้ในตอนนั้นมันจะใช้ช่วยการ์รอลตอนนี้ได้ไหมนะ ในหัวเธอโล่งไปหมดภาษาที่ว่าไม่เห็นจะมีในความทรงจำสักนิด เด็กหญิงหาทางอย่างร้อนรน
~นี่ไม่ได้อยู่ในแผนการ โฮล์เบเรียสส่งคนมาฆ่าผู้ที่ใช้ภาษาาได้เ้าอยู่ในอันตรายรีบไปเร็วเข้า~ การ์รอลเตือนอีก
“การ์รอล ระวัง!” เพียงเสี้ยววินาทีที่การ์รอลเผลอเรเนรอสที่ดูเหมือนกำลังดูท่าทีของการ์รอลอยู่มันก็ใช้หางที่สามารถงอกยาวออกมาได้ค่อยๆ ดำดินมาทำร้ายการ์รอลจากด้านหลัง หางของมันรัดทั้งตัวของการ์รอลอย่างรวดเร็ว
“ฮะ ๆ ๆ ๆ เ้าโง่เอ๊ยถ้ายกเด็กนั่นให้ข้าั้แ่แรกก็หมดเื่” เรเนรอสหัวเราะอย่างได้ใจมันค่อย ๆลากร่างของการ์รอลที่ดิ้นทุรนทุรายพยามให้เป็อิสระไม่ให้โดนรัดจนร่างแหลกอย่างเต็มกำลังและเพิ่มแรงบีบรัดเรื่อย ๆ จนได้ยินเสียงกระดูกลั่น เสียงร้องอย่างเ็ปของการ์รอลทำให้เนย่าไม่ทนที่จะหลบซ่อนอีกต่อไปเธอทนเห็นคนที่มาช่วยต้องมาเจ็บตัวเพราะเธอไม่ได้ตายเป็ตายกันงานนี้
“อยากได้ชีวิตฉันก็มาเอาไปสิ” เนย่าวิ่งออกมาจากที่ซ่อนร้องท้าทาย แต่การ์รอลพยายามบอกเธอว่าไม่ต้องสนใจเขา
“กล้ามากนะนังหนูอยากตายถึงขนาดนั้น ก็ดีข้าจะได้กลับไปรับรางวัล” เรเนรอสสะบัดร่างของการ์รอลที่ไร้เรี่ยวแรงไปอีกทางแม้การ์รอลจะไร้เรี่ยวแรงที่จะรั้งเรเนรอสแต่เขาก็พยายามอย่างยิ่งที่จะช่วยเด็กหญิงให้ได้
เรเนรอสคืนร่างเป็หญิงงามเธอไม่มีขาไว้ก้าวเดินเหมือนตอนอยู่ในร่างัั้แ่่ลำตัวลงไปเป็เกล็ดและหนามแหลมสีม่วงแวววาวเมื่อกระทบแสงจันทร์เธอดูเหมือนเงือกเสียมากกว่าจะเป็ัแต่ที่แตกต่างคงจะเป็ปลายหางที่คล้ายกับหัวลูกธนูพร้อมกับปีกและเขาที่เธอมีนั่นเอง
เรเนรอสค่อย ๆเข้ามาหาเนย่าอย่างใจเย็นพร้อมสะบัดหางไปมาอย่างย่ามใจ เสียงที่คล้ายแส้ฟาดแหวกอากาศนั่นคือเสียงสะบัดหางของเธอ
“ฮึ ๆ ๆทำให้มันเป็เื่ง่ายซะั้แ่แรกก็สิ้นเื่” เรเนรอสยิ้มเย้ยเนย่าเหลือบมองการ์รอลที่าเ็แล้วหลับตาลง
ทันใดนั้นสร้อยคอของเนย่าก็เปล่งแสงสว่างจ้าก่อนจะลอยลงมาอยู่บนฝ่ามือของเนย่าอย่างนุ่มนวลจี้บาง ๆ รูปเสี้ยวจันทร์และสายสร้อยขยายออกเป็รูปคันธนูส่วนสายสร้อยไข่ปลาก็กลายมาสายธนูที่แข็งแรงทรงโค้งเป็รูปจันทร์เสี้ยวมีอัญมณีสีแดงอยู่เจ็ดเม็ดด้วยกันแสงสว่างจากคันธนูทำให้เรเนรอสถึงกับยกมือขึ้นบดบังสายตา
“เ้าทำบ้าอะไร!” เรเนรอสร้องถามไม่มีเสียงตอบจากเด็กหญิง แววตาสงบนิ่งเหมือนครั้งที่ใช้ภาษาาเธอรู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่ไหลเวียนในกายและเพียงเธอทำท่าเหนี่ยวสายธนูก็เกิดลำแสงสีแดงเป็รูปลูกธนูส่วนหัวธนูนั้นลักษณะคล้ายนกมันขยับจะงอยปากไปมาคล้ายกับมีชีวิตและเมื่อปล่อยมันออกไปรูปลักษณ์ของมันเป็พญาวิหคเต็มตัวโบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะพุ่งเข้าใส่ศัตรูด้วยความเร็วสูง
วิหคเพลิงปะทะเข้ากับร่างเรเนรอสจนเกิดเป็เปลวไฟโหมไหมอย่างหนักเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปของเรเนรอสทำให้เด็กหญิงตื่นจากภวังค์คันธนูเสี้ยวจันทร์เมื่อสักครู่คืนสภาพกลายเป็สายสร้อยกลับไปอยู่ที่คอของเธอเหมือนเดิม
เรเนรอสในร่างหญิงงามดิ้นทุรนทุรายเพราะถูกไฟลุกไหม้ท่วมกายิับางส่วนหลุดลอกจากแรงเพลิง
“เรเนรอส” เนย่าเรียกชื่อคนที่พยายามจะฆ่าเธออย่างแ่เบานึกไม่ถึงว่าพลังที่เธอััได้จะทำอันตรายคนตรงหน้าได้อย่างโเี้เพียงนี้ไม่มีจิตสำนึกส่วนใดที่ทำให้เธอรู้สึกดีใจที่ได้เห็นคนที่คิดจะทำร้ายดับดิ้นตรงหน้าเธอกลับรู้สึกสงสารและเนย่ากลับวิ่งเข้าไปหาร่างที่ไฟลุกไหมพยายามจะดับไฟนั้นอย่างสุดกำลัง
“กรี้ดดดดดด!! นั้นเ้าจะทำบ้าอะไร” เรเนรอสร้องด้วยความเ็ปแต่เธอก็ยังมีสติพอที่จะถามเด็กบ้าคนหนึ่งที่วิ่งฝ่ากองไฟเข้ามาเพื่อดับไฟที่ไหม้ตัวเธอซึ่งไม่ว่าเธอพยายามเท่าไรไฟที่โหมไหม้นี้ก็ไม่สามารถจะดับลงได้เลยแต่เด็กบ้านี้ เพียงแค่ใช้มือััตัวเธอเบา ๆ ไฟนั้นก็มอดดับลง
ท่าทีของเด็กตรงหน้าที่ดูเหมือนกำลังสำนึกผิดทำให้เรเนรอสสับสนถ้าเด็กนี่จะฆ่าเธอก็ทำได้ ทำไมถึงมาช่วยกันเล่าสีหน้าแบบนั้นไม่ดีใจหรืออย่างไรที่เธอกำลังจะตายสงสารหรืออยากจะให้เธอรู้สึกผิดกันแน่
“คุณเป็ยังไงบ้าง” เนย่าเอ่ยถามคนที่น้ำตาเอ่อคลอเนย่าลูบเนื้อตัวเรเนรอสที่ยังมีไฟติดอยู่ให้ดับลงััของเด็กหญิงราวกับพยายามปัดเป่าความทุกข์ให้หายไป สายตาห่วงใยและสำนึกผิดของเด็กหญิงทำให้เรเนรอสยิ่งสะอื้นไม่ใช่เพราะเจ็บแผล แต่ที่ร้องไห้เพราะเธอตั้งใจจะมาฆ่าเด็กตัวเล็ก ๆแต่คนที่เธอหมายฆ่า กลับเข้ามาช่วยเธอในนาทีที่กำลังจะตาย
“เด็กบ้า!” เรเนรอสทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะมีหมอกสีม่วงเข้าล้อมตัวเธอแล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อเรเนรอสหายตัวไปเนย่าก็รีบวิ่งไปดูอาการของการ์รอลที่กระดูกแหลกจนไม่สามารถขยับตัวได้
“การ์รอลท่านเป็อย่างไรบ้าง” เนย่าค่อย ๆ ลูบปีกของการ์รอลแล้วถามถึงอาการและทันใดนั้นเองก็เกิดแสงสว่างสีเขียวอ่อนขึ้นที่มือของเนย่าก่อนมันจะลามไปทั่วตัวของการ์รอล
เ้าตัวแดงถึงกับประหลาดใจที่อาการาเ็เมื่อสักครู่ค่อยๆ หายไป เด็กหญิงเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่
~เ้าเป็ใครกัน~ การ์รอลส่งกระแสจิตถามเด็กหญิงที่ยังคงมีทีท่างงงวยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง
“หนู หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน” เนย่ารู้แต่เพียงว่าเธอแค่อยากจะช่วย
~เ้าสามารถใช้เวทย์แห่งการรักษาได้และนี่เ้าพบไข่ัที่ต้องฟูมฟักแล้วหรือ~ การ์รอลค่อย ๆขยับตัวและมาอยู่ในท่าทางปกติได้ในที่สุด แผลที่เกิดขึ้นและความเ็ปได้จางหายไปแล้ว
“ยังไม่พบค่ะ” เนย่าตอบตามจริง
~แต่อาวุธนั่นมันมาจากเปลือกของไข่ัและมันมีพลังมากจนสามารถดึงสัตว์เทพออกมาเป็อาวุธได้ แถมเ้ายังใช้เวทย์แห่งการรักษาได้อีก~ นี่เป็เื่ที่ทำให้การ์รอลประหลาดใจมากถึงมากที่สุดเด็กมนุษย์ไม่น่าจะมีพลังมากมายถึงเพียงนี้ได้
“หมายความว่ายังไงคะ เื่เปลือกไข่ั เื่สัตว์เทพแล้วก็เื่ภาษาา” เนย่าไม่รอช้าที่จะหาคำตอบแผลที่หัวไหล่เธอเองก็หายไปแล้วเช่นกัน เหลือไว้เพียงรอยเืจาง ๆนอกจากรักษาคนอื่นเธอยังรักษาตัวเองได้ด้วย
~ภาษาาที่ว่ามันหายสาบสูญไปนานมากแต่เ้าสามารถใช้มันเพื่อสยบข้าที่กำลังบ้าคลั่งเพราะถูกสะกดได้และที่โฮล์เบเรียสส่งเรเนรอสมาสังหารเ้านั่นเพราะการที่เ้าใช้ภาษาาได้ไม่ว่าเทพเ้าแห่งัหรือจอมอสูรผู้ยิ่งใหญ่ก็อาจจะตกอยู่ในมือของเ้าได้โฮล์เบเรียสกลัวจะเสียดุลอำนาจที่ตนเฝ้ารอคอยให้ได้นั่งบัลลังก์าาัจึงจงใจจะฆ่าเ้าเสีย
ส่วนเปลือกของไข่ัที่ว่านั้นเมื่อผู้ฟูมฟักทุกคนได้ไข่มาัจะมอบอาวุธให้ผู้ฟูมฟักเพื่อเป็การปกป้องตนเองในขณะที่อยู่ในไข่แต่เ้ากลับมีมันก่อนจะได้พบไข่ด้วยซ้ำและที่สำคัญมันมีพลังมากจนสามารถเรียกสัตว์เทพมาเป็อาวุธ และเ้ายังใช้เวทย์ได้ทั้งที่สายพันธุ์มนุษย์นั้นไม่สามารถใช้เวทย์ได้เลย
ส่วนสัตว์เทพก็คืออีกภาคหนึ่งของิญญานักรบผู้แก่กล้าในตำนานและสาบสูญไปพร้อมๆ กับภาษาาที่ว่าและมันมีมากเสียจนข้าก็ไม่สามารถสาธยายได้หมด~
“ต้องขอบคุณท่านมากที่มาช่วยหนูได้ทัน ถ้าไม่ได้ท่านมาขวางไว้หนูอาจไม่ทันได้ใช้พลังพวกนี้แน่” เนย่ายิ้มแก้เก้อ อะไร ๆ ตั้งมากมายอยู่ ๆก็ใช้ได้ขึ้นมาเสียอย่างนั้นแบบนี้ถ้าเธอคุมไม่ได้เอาไปแกล้งคนอื่นก็คงวุ่นกันไปหมดแน่แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจคำอธิบายข้างต้นเท่าไร แต่เธอควรจะลองเริ่มฝึกฝนมันยามว่างบ้างเสียแล้ว
~เื่นั้นมันคือกฏของพวกเราเผ่าัการที่เ้าช่วยข้าให้รอดพ้นจากอำนาจชั่วร้ายครั้งก่อนมันจึงเป็พันธะที่ข้าจะต้องปกป้องเ้าไปตลอดชีวิตแม้จะอยู่ในการดูแลของผู้ฟูมฟักคนอื่นก็ตาม
เื่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาหลายร้อยปีแล้วเพราะยากเหลือเกินที่ัอย่างพวกเราๆ จะถูกทำร้ายหรือสะกดจิต ทางสภาังดโทษกักขังข้าเพราะพันธะสัญญาผู้พิทักษ์ข้าจึงรอดมาได้และครั้งนี้เ้าก็ได้ช่วยข้าไว้อีกครั้ง~ การ์รอลว่าพลางก้มหัวลงนิดหนึ่งเหมือนเป็การขอบใจเด็กหญิงอย่างสุดซึ้ง
“แล้วมาดามรีรีนล่ะคะ” เนย่ารู้สึกเป็ห่วงมาดามรีรีนขนาดการ์รอลยังอาจจะถูกทำโทษถ้าไม่มีพันธะที่ว่าแล้วมาดามที่เป็ผู้ฟูมฟักหรือเ้าของการ์รอลจะไม่โดนบ้างเชียวหรือ
~นางก็พ้นข้อกล่าวหาที่ปล่อยให้ข้าทำร้ายเ้าเรียบร้อยแล้วแต่ก็ยังคงถูกจับตาจากทางสมาพันธ์อยู่~
“แล้วท่านรู้ได้ยังไงว่าหนูอยู่ที่นี่ล่ะคะออกจะไกลจากโรงเรียนขนาดนั้น” ใช่ มันไกลมากมองเห็นแค่ยอดหอคอยขาวเล็กเท่าเข็มเอง
~เพราะพันธสัญญาผู้พิทักษ์น่ะ เมื่อเ้าอยู่ในอันตรายข้าจะสามารถรู้สึกได้ในทันที~
“ถ้าอย่างนั้นเรเนรอสก็ต้องมีพันธสัญญานี้กับหนูด้วยน่ะสิ” เนย่าทำท่าครุ่นคิดถ้าเป็แบบที่การ์รอลว่าัตนนั้นคงจะกลับมาฆ่าเธอไม่ได้อีกแน่ แต่ต้องมาช่วยเธอแทน
~ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าสมุนของโฮล์เบเรียสจะยึดถือเกียรติและกฎข้อนี้หรือไม่แต่สำหรับพวกเราแล้วบุญคุณคือสิ่งที่ต้องทดแทน~
“แต่หนูไม่ได้อยากทำร้ายเธอหนูรับรู้ถึงพลังได้และสร้อยมันก็ถูกดึงมาเป็อาวุธเพื่อป้องกันตัวแต่ถ้าเรเนรอสตายหนูก็ไม่ดีใจ หนูก็เลยออกตัวไปช่วยแค่นั้น” เนย่ากระแทกก้นนั่งลงพื้นอย่างหมดแรง เธอคิดถูกไหมนะที่ช่วยเรเนรอสถ้าเขาไม่ถือพันธะแบบการ์รอลมีหวังเธอก็ต้องโดนเขาฆ่าสักวันแน่
~เื่นั้นข้าว่าเ้าเอาไว้ค่อยคิดแล้วกันแต่ตอนนี้เ้ากับข้าต้องกลับไปที่เซนเทียน่าฯก่อนโฮล์เบเรียสเหมือนจะรู้ความเคลื่อนไหวของเ้าแล้วและมันจะกลับมาอีกแน่~ การ์รอลเอ่ยเตือน
“แต่ตอนนี้หนูกำลังอยู่ในภารกิจผู้ฟูมฟักถ้าหนูหาไข่ไม่เจอ หนูจะไม่ได้เข้าเรียนวิชาอื่น ๆ อีกนะคะ” เนย่าไม่อยากจะเสียโอกาสนี้ไปจึงเอ่ยขอร้องมาถึงนี่แล้วจะให้กลับมันก็เสียโอกาสน่ะสิ
~เื่นั้นไว้เป็หน้าที่ของทรีบาสที่จะส่งเ้ากลับคืนสู่ภารกิจอีกครั้ง แต่ตอนนี้รีรีนกำลังบอกให้ข้าพาตัวเ้ากลับไปเพราะทุกคนรู้เื่สมุนของโฮล์เบเรียสแล้ว~
“แต่ว่า...” เนย่ายังไม่อยากกลับไปเพราะตอนนี้เธอมีการ์รอลเป็เพื่อนอยู่ในสุสานกลับมาคราวหน้าจะมีเพื่อนรึเปล่าก็ไม่รู้
~เชื่อใจข้าเถิดว่าเ้าจะกลับคืนสู่ภารกิจผู้ฟูมฟักได้ในวันพรุ่งนี้แต่ตอนนี้เ้าต้องตามข้ากลับไปเซนเทียน่าฯก่อน~
แม้เด็กหญิงจะมีท่าทีอิดออดเพราะเสียดายเวลาที่ต้องเสียไปในการค้นหาไข่ัแต่ในเมื่อการ์รอลเอ่ยขอร้องเธอก็จำเป็ต้องรับปาก เพราะนั่นมันหมายถึงชีวิตของเธอด้วย
การ์รอลยอมให้เนย่าขึ้นไปนั่งบนหลังตนอย่างเต็มใจก่อนจะทะยานขึ้นฟ้าและหายไปในแสงของจันทรากลับคืนสู่โลกแห่งความเป็จริงของเซนเทียน่าฯต่อไป