การพาคนเจ็บหนักเดินทางไปด้วย สร้างภาระมากกว่าที่เฟยฮุ่ยคิด เพราะเดินทางได้ช้าลงกว่าเดิมถึงเท่าตัว อีกทั้งอาการของเสี่ยวอี้ก็มีแต่ทรุดลงเรื่อยๆ
"วันนี้หยุดพักแค่นี้ก่อน คืนนี้เราจะตั้งค่ายพักแรมกันที่นี้" เฟยฮุ่ยสั่งหยุดขบวนเพราะห่วงอาการของเสี่ยวอี้ แต่มันทำให้ขัดใจเลี่ยงจินเป็อย่างมาก
"พระอาทิตย์ยังอยู่สูงจากพื้นอยู่เลย ไยเ้าถึงรีบพักนักเล่า ถ้าพวกมันตามมาทันใครจะรับผิดชอบ
"ท่านอาเลี่ยง...เื่นี้ข้ารับผิดชอบเอง" เฟยฮุ่ยรีบพูดตัดบทเพราะไม่อยากทะเลาะด้วย นางรู้ดีว่าไม่ถูกต้อง แต่ใจนางนั้นร้อนรนตลอดเวลาที่ได้ยินเสียงของเสี่ยวอี้ ต้องร้องเ็ปเพราะกระเทือนแผลจากการเดินทาง
"เ้าเป็อย่างไรบ้าง...เสี่ยวอี้ ดื่มน้ำไหม..." เฟยฮุ่ยป้อนน้ำให้เขาดื่ม
"อือ..ข้าปวดแผล..อ๊อก!.." เสี่ยวอี้ ในตอนนี้นอกจากดื่มกินอะไรไม่ได้แล้ว ยังอาเจียนสวนออกมาเป็โลหิตสีคล้ำอีกด้วย
"เสี่ยวอี้! เ้า..โธ่ ข้าไม่น่าเลย ฮือๆ" เฟยฮุ่ยทั้งใอาการ ทั้งสงสารจนร้องไห้
สำหรับเฟยฮุ่ย เสี่ยวอี้เปรียบเสมือนน้องชายคนเล็กของนางเลยทีเดียว เพราะบิดาของเสี่ยวอี้ ได้นำเขามาฝากให้สำนักเฟยหลงดูแลั้แ่เขาห้าขวบ เฟยฮุ่ยที่อายุมากกว่าสามปีนั้นคอยดูแลห่วงใยมาตลอด ดุจน้องสายโลหิต
เมื่อครั้งคัดคนมางานคุ้มกันเลี่ยงจินนี้ นางควรจะห้ามไว้เพราะเสี่ยวอี้วรยุทธนั้นอ่อนที่สุด และอายุน้อยที่สุด แต่นางก็หาได้ห้ามปราม
"ข้าผิดเอง...ฮือๆ..." เฟยฮุ่ยร้องเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ศิษย์ทุกคนยืนมองนาง กับเสี่ยวอี้ด้วยความสลดใจ บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้
และกลางดึกคืนนั้นเอง หานเทียนเสียง ได้มาแจ้งแก่เฟยฮุ่ยว่า เสี่ยวอี้นั้นสิ้นใจลงแล้ว นางได้แต่ บ่นพร่ำเพ้อว่า ความผิดของข้าเองๆ อีกทั้งยังนั่งกอดศพ ของเสี่ยวอี้ไว้แน่นจนถึงรุ่งเช้า และสุดท้ายทุกคนถึงได้นำร่างของเสี่ยวอี้ไปฝังพร้อมทำป้ายชื่อที่หลุมศพ
"เสี่ยวอี้ กลับมาจากเมืองหลวง พี่ฮุ่ยจะซื้อขนมที่เ้าชอบมาฝากนะ เ้าหลับให้สบายนะ" เฟยฮุ่ยพูดได้แค่นั้นก็ร้องออกมาอีก....
"เ้าไม่ต้องกลัวน้องเสี่ยวอี้จะเหงาหรอก คนไร้วรยุทธอย่างข้า เดี๋ยวคงได้ตามไปอยู่เป็เพื่อน" หานเทียนเสียงทนเห็นเฟยฮุ่ยร้องไห้ต่อไปไม่ไหว แต่ก็ไม่รู้จักหาคำปลอบใจเช่นไรดี
"ข้าไม่ยอมเห็นเ้าตายอีกคนหรอก เทียนเสียง..." เฟยฮุ่ยไม่ได้แค่พูดส่งเดช แต่นางยังมีสิ่งหนึ่งที่บิดาให้ไว้ก่อนจากมาเป็ความหวัง
" ข้ารู้ว่าพวกเ้ากำลังเสียใจ แต่ว่าเราต้องเร่งออกเดินทางแล้ว" เลี่ยงจินเข้ามาเร่ง
" ข้ารู้แล้ว..." เฟยฮุ่ยลุกขึ้นปาดน้ำตา นางหันมามองดูหลุมศพอีกเป็ครั้งสุดท้าย ด้วยภาวนาว่าขอให้หลุมศพนี้เป็หลุมแรกและเป็หลุมศพสุดท้ายของการเดินทาง...
เส้นทางที่คดเคี้ยว ของหุบเขา แม้จะสามารถใช้ม้าในการเดินทางได้ แต่ก็เดินทางได้ไม่เร็วนัก
"ท่านอาเลี่ยง เส้นทางนี้เป็เส้นทางลัดไปยังเมืองหลวงได้เร็วที่สุดใช่หรือไม่" เฟยฮุ่ยถาม เพราะอยากให้ไปถึงเป้าหมายโดยไว
"ใช่! เพราะข้าเคยใช้เส้นทางนี้เดินทางมาก่อน เมื่อครั้ง..." เลี่ยงจินหยุดมิได้พูดต่อเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
"แสดงว่าพวกมันไม่น่าจะตามเราทัน จนวันนี้เข้าวันที่สามแล้วก็ยังไม่มีวี่แวว ว่าจะมีผู้ใดติดตามเรามา" หานเทียนเสียงรู้สึกโล่งอก
"ที่ไม่เห็นตามมาใช่ว่าจะไม่มี แต่อาจเพราะตามมาไม่ทัน แล้วก็...ที่ดักรออยู่ข้างหน้านั้น จะมีด้วยหรือเปล่า ข้าไม่แน่ใจ" เลี่ยงจิน กล่าวเป็ปริศนาอีกแล้ว
"หาดักรอ...คนของพี่ชายท่านมี ทั่วแผ่นดินเลยหรือ แล้วอย่างนี้เราจะรอดกันรึ" เฟยฮุ่ยสงสัย ว่าทำไมพี่ชายของเลี่ยงจินถึงมีบริวารมากมายนัก ดูเหมือนว่าจะหนีไปทางใดก็มีหน้าหลบพ้น
"ถ้าถึงเมืองหลวงพวกเราก็จะปลอดภัยแน่นอน ข้าให้สัญญาได้แค่นี้" เลี่ยงจินยืนยันเหมือนเดิม
