บทที่ 12 จินตนาการอันแสนหวาน
“อ้อ โอเค” ฟ่านซีซีรีบกลับไปที่โต๊ะของเธอแล้วเอาหนังสือทั้งหมดที่ได้รับตอนเช้าวางไว้บนโต๊ะแถวแรกเพื่อให้ฟ่านจิ่นเฉิงดูได้สะดวก
เนื่องจากในห้องเรียนมีคนไม่กี่คน ฟ่านจิ่นเฉิงจึงนั่งลงข้าง ๆ หยิบปากกาขึ้นมาแล้วจดจุดสำคัญในหนังสืออย่างละเอียด
ยี่สิบนาทีต่อมา ฟ่านจิ่นเฉิงวางปากกาลงแล้วลูบหัวฟ่านซีซีเบา ๆ “เนื้อหาภาคเรียนนี้เน้นดูตรงนี้ ส่วนหนังสือเรียนภาคเรียนหน้าฉันจะเอามาให้ เที่ยงนี้เธออยากกินอะไร ฉันจะเอามาให้ด้วย”
“อะไรก็ได้ อ้อจริงสิ ฉันอยากเลี้ยงสตรอว์เบอร์รีเสี่ยวอินกับลู่เหยาด้วย”
“อืม รู้แล้ว ตั้งใจเรียนนะ” ฟ่านจิ่นเฉิงพยักหน้าแล้วหันหลังเดินออกไป
พอเขาไปแล้ว ลู่เหยากับอวี๋เสี่ยวอินก็นั่งลงข้าง ๆ ฟ่านซีซีทันทีอย่างอยากรู้อยากเห็น “เมื่อกี้ใครเหรอ ถึงเธอจะเรียกเขาว่าพี่ แต่ฉันรู้สึกว่าเขามองเธอไม่เหมือนพี่น้องเลย”
ฟ่านซีซีคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ครอบครัวของเราสองคนเป็เพื่อนบ้านกัน และมีการหมั้นหมายกันั้แ่เด็กแล้ว”
“ว้าว เป็คู่หมั้นเด็กกันด้วยเหรอเนี่ย!”
ฟ่านซีซีไม่ได้อธิบาย แม้ว่าเธอกับพี่จิ่นเฉิงจะไม่ใช่คู่หมั้นเด็ก แต่ความหมายก็เกือบจะเหมือนกัน เพราะยังไงสุดท้ายแล้วทั้งสองคนก็ต้องแต่งงานกัน
“เขาเรียนเก่งมากเลยเหรอ?” ลู่เหยาถามด้วยแววตาเป็ประกาย
ผู้ชายคนนี้นอกจากจะสูงและหล่อแล้ว ยังเรียนเก่งอีกต่างหาก ครบเครื่องจริง ๆ
“อืม พี่จิ่นเฉิงของฉันสอบได้ที่หนึ่งของโรงเรียนตลอดเลยล่ะ มีเขาช่วยพวกเราวงจุดสำคัญให้ พวกเราก็ประหยัดเวลาไปได้เยอะเลย” ฟ่านซีซีพูดอย่างภาคภูมิใจ
“งั้น งั้นฉันลองดูบ้างดีกว่า ว่าจะข้ามชั้นได้ไหม” เดิมทีลู่เหยาไม่ได้คิดอยากจะข้ามชั้น แต่ตอนนี้มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ตั้งสองคน เธอจึงรู้สึกว่าลองดูสักตั้งก็ไม่เสียหาย อย่างมากก็แค่ไม่สำเร็จ ไม่ได้สูญเสียอะไรไป
อวี๋เสี่ยวอินได้แต่ยิ้ม ไม่พูดอะไร เธอรู้ทันอยู่แล้วว่า ที่ฟ่านซีซีอยากข้ามชั้น แท้จริงแล้วเป็เพราะพี่จิ่นเฉิงที่เธอพูดถึงอย่างแน่นอน
ทั้งสามคนพูดคุยหยอกล้อกันสักพัก ก่อนจะเริ่มติวหนังสือและจดจำประเด็นสำคัญร่วมกัน
เดิมทีผลการเรียนของฟ่านซีซีไม่ค่อยดีนัก แต่ตอนนี้เธอใช้พลังของนักปลูกพืชิญญาสร้างภาพจินตนาการและท่องจำในหัว ทำให้สามารถจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ส่วนวิชาที่ต้องใช้ความเข้าใจ เธอก็ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็เข้าใจทั้งหมด
วิชาที่ค่อนข้างยากสำหรับเธอคือคณิตศาสตร์ เพราะพื้นฐานไม่ดี ทำให้เธอไม่เข้าใจเนื้อหาบางส่วน
โชคดีที่ฟ่านจิ่นเฉิงมาถึงพอดี เขาไม่เพียงแต่นำขนมมาให้เท่านั้น แต่ยังนำสมุดโน้ตวิชาต่าง ๆ ั้แ่ชั้นมัธยมต้นจนถึงมัธยมปลายมาด้วย
ดังนั้นฟ่านซีซีจึงทานขนมไปพลาง ดูโน้ตไปพลาง จนคุณครูฝ่ายปกครองที่ผ่านมาหน้าห้องตอนเที่ยงยังอดมองเธอด้วยความประหลาดใจไม่ได้
เนื่องจากในห้องเรียนมีเด็กผู้หญิงกำลังเรียนกันอยู่สามคน สำหรับจุดสำคัญและจุดที่เข้าใจยาก ฟ่านจิ่นเฉิงจึงทำตัวเป็คุณครูตัวน้อย เขาหยิบชอล์กบนแท่นบรรยายแล้วเริ่มอธิบายประเด็นสำคัญบนกระดานดำให้พวกเธอฟัง
ไม่ต้องพูดถึงความรู้ที่บางครั้งฟังครูสอนแล้วอาจจะไม่เข้าใจ แต่พอฟ่านจิ่นเฉิงอธิบาย แม้แต่ลู่เหยาที่เข้าใจอะไรยากที่สุดในสามคนก็ยังเข้าใจ
“ซีซี พวกเธออยากจะลากิจตอนบ่ายเพื่อทบทวนบทเรียนเป็พิเศษไหม?” ฟ่านจิ่นเฉิงเห็นว่าฟ่านซีซีมีความสามารถในการเรียนรู้สูง ปัญหาหลายอย่างที่ไม่เข้าใจ พออธิบายปุ๊บก็เข้าใจปั๊บ แถมยังสามารถประยุกต์ใช้กับเื่อื่นได้ด้วย เขาจึงเสนอแนะเช่นนี้
ความจริงแล้วเขาหวังว่าเธอจะสอบข้ามชั้นได้สำเร็จจริง ๆ แบบนั้นเขาจะได้อยู่ห้องเดียวกับเธอ นั่นคงเป็เื่ที่ดีที่สุดสำหรับเขา
ฟ่านซีซีพยักหน้า “ฉันอยากลากิจ แต่ฉันกลัวครูไม่อนุมัติ”
“ฉัน ฉันก็อยากลากิจ” อวี๋เสี่ยวอินรู้สึกว่าฟ่านจิ่นเฉิงเป็เด็กเรียนเก่งจริง ๆ วิธีการอธิบายของเขาพิเศษมาก โจทย์ที่ซับซ้อนแค่ไหน พอผ่านปากเขาก็ดูเหมือนจะง่ายไปเลย
่เที่ยงที่ผ่านมา เธอเข้าใจเทคนิคการแก้ปัญหาไปมากมาย ถ้าทบทวนอีกใน่บ่าย เธอรู้สึกว่าตัวเองมีหวังสอบข้ามชั้นแน่ ๆ
“ฉันลากิจได้” ลู่เหยาก็อ้าปากเห็นด้วย
เธอรู้สึกว่าการมีเพื่อนที่ขยันเรียนก็ดีเหมือนกัน ทุกคนชอบเรียนหนังสือ ถ้าพ่อแม่รู้เข้าคงดีใจจนตื่นจากฝัน
“เื่ลากิจปล่อยให้เป็หน้าที่ของฉันเอง ฉันจะไปคุยกับหัวหน้าฝ่ายวิชาการ” เมื่อครู่นี้ฟ่านจิ่นเฉิงเห็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการเดินผ่านห้องเรียน แถมยังแอบยืนดูอยู่ข้างนอกเป็เวลานาน
“งั้นพี่ไปลาหยุดเถอะ พวกเราจะอ่านหนังสือต่อ” ฟ่านซีซีพูดพลางทำโจทย์โดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง
เธอไม่อยากแพ้เถียนซือซือ ดังนั้นวันนี้เธอจะต้องใช้เวลาทุกนาทีอย่างเต็มที่
เธอไม่เพียงแต่ต้องข้ามชั้นเรียนเท่านั้น แต่ยังต้องสอบให้ได้คะแนนดีกว่าเถียนซือซือด้วย
ตอนบ่าย เถียนซือซือเข้ามาในห้องเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ด้วยความตื่นเต้น แต่เมื่อมองไปรอบ ๆ ห้อง และไม่เห็นฟ่านจิ่นเฉิงที่เธอคิดถึง เธอก็รู้สึกมึนงงไปหมด
หรือว่าฟ่านจิ่นเฉิงลาหยุด?
“เถียนซือซือ บ่ายนี้ฟ่านจิ่นเฉิงลาหยุด เธอนั่งที่ของเขาไปก่อนนะ หลังเลิกเรียนค่อยจัดหาโต๊ะเก้าอี้ให้เธอ” ครูประจำชั้นยิ้มพลางชี้ไปยังที่นั่งว่างเพียงที่เดียวในห้อง
สำหรับนักเรียนที่ข้ามชั้นมา เธอให้ความสนใจเป็พิเศษ
เถียนซือซือถอนหายใจด้วยความโล่งอก ที่แท้เขาก็ลาหยุดจริง ๆ
เมื่อนั่งลงที่โต๊ะ เธอรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง นี่มันที่นั่งของฟ่านจิ่นเฉิงนะ!
บางที...เธออาจจะได้เป็เพื่อนร่วมโต๊ะกับเขาก็ได้
มีเพลง ๆ หนึ่งชื่อว่า ‘เธอที่นั่งโต๊ะเดียวกัน’ ไม่ใช่เหรอ? บางทีการที่พวกเขาได้อยู่ใกล้ชิดกันทุกวันแบบนี้ เขาอาจจะเห็นข้อดีของเธอ และเกิดชอบเธอขึ้นมาก็ได้ เธอได้มาพบกับเขาใน่เวลาที่สวยงามที่สุด จิตใจของเธอไม่ได้เลวร้าย แถมยังภักดีต่อเขา เธอจะต้องได้รับความรักจากเขา และได้สวมชุดเ้าสาวเพื่อเขา...
ในขณะที่เถียนซือซือกำลังจมอยู่กับจินตนาการอันแสนหวานของตัวเอง ฟ่านจิ่นเฉิงกลับเอ่ยกับครูใหญ่ที่ห้องทำงานว่า “ถ้าพรุ่งนี้ซีซีสอบผ่าน ผมอยากจะย้ายไปอยู่ห้องเดียวกับเธอที่ชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 6 ครับ จะได้ดูแลการเรียนของเธอได้สะดวก”
เขาแอบดูแผนผังโรงเรียนมาแล้ว มัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 1 กับ มัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 6 นั้นอยู่ไกลกันมาก แถมยังคนละตึกกันด้วย ดังนั้นแบบนี้จึงเหมาะสมที่สุด
ครูใหญ่อ่านแฟ้มประวัติการเรียนของฟ่านจิ่นเฉิง พลางพูดไปด้วย “ก็ได้ ถ้า ฟ่านซีซีสอบผ่าน ฉันจะย้ายห้องให้ ฟ่านจิ่นเฉิง ผลการเรียนของเธอคงที่มาก หัวหน้าฝ่ายวิชาการบอกว่าเธอมีวิธีสอนฟ่านซีซีกับเพื่อน ๆ ได้ดีมาก เธอเคยคิดอยากจะสมัครเรียนที่วิทยาลัยครู แล้วกลับมาสอนที่นี่ไหม?”
ฟ่านจิ่นเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ความฝันของผมคือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแพทย์ปักกิ่งครับ”
“อยากเข้ามหาวิทยาลัยแพทย์ก็ไม่เลว ฉันเป็กำลังใจให้นะ”
“ขอบคุณครับครูใหญ่!”
“งั้นเธอไปสอนเด็ก ๆ เถอะ หวังว่าพรุ่งนี้ทั้งสามคนจะสอบผ่านนะ” ครูใหญ่พูดด้วยรอยยิ้ม
ฟ่านจิ่นเฉิงพยักหน้า แล้วรีบตรงไปที่ห้องประชุมที่หัวหน้าฝ่ายวิชาการเตรียมไว้ให้
ในห้องประชุม ฟ่านซีซีกับพวกเธอกำลังตั้งใจเรียนกันอยู่!
……
ตกเย็น ฟ่านซีซีไม่ได้ไปที่ร้าน แต่กลับตั้งใจทบทวนบทเรียนอยู่ที่ห้องนั่งเล่น
เมื่อเห็นความขยันของน้องสาว ฟ่านเจวียนเจวียนก็อดพูดแซวไม่ได้ว่า “ผลการเรียนของเธอก็ไม่ได้ดีเลิศเลออะไร ทำไมต้องข้ามชั้นไปเรียนห้องเดียวกับฟ่านจิ่นเฉิงด้วย? ถ้าในอนาคตฟ่านจิ่นเฉิงได้ที่หนึ่งของทั้งโรงเรียน แล้วเธอดันสอบได้ที่โหล่ของห้อง จะทำยังไง?”
ฟ่านซีซีเงยหน้ามองพี่สาวด้วยสายตาตำหนิ “เลิกพูดให้ฉันเสียกำลังใจสักที ฉันน่ะฉลาดจะตาย เพียงแต่เมื่อก่อนไม่ตั้งใจเรียน ถ้าฉันตั้งใจเรียนจริงจังล่ะก็ ผลการเรียนแค่หนึ่งวันของฉันก็เทียบเท่ากับของพี่หนึ่งปีเลย”
“อย่ามาพูดจาโอ้อวด ฟ่านซีซี ถ้าเธอสอบข้ามชั้นได้สำเร็จ ต่อไปนี้ไม่ต้องล้างจานอีกเลย ตกลงไหม?”