รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนหมู่บ้านไผ่เขียวอีกครั้ง แต่สำหรับเสี่ยวเหลียนแล้ว ค่ำคืนที่ผ่านมานั้นยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์ นางแทบไม่ได้ข่มตาหลับเลยแม้แต่น้อย ความคิดและความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาในหัวใจจนปั่นป่วนไปหมด คำสัญญาที่นางให้ไว้กับตัวเองใต้แสงจันทร์ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท มันทั้งน่ากลัวและท้าทายในเวลาเดียวกัน
นางลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อไม่ให้พ่อแม่ที่นอนอยู่อีกห้องหนึ่งต้องตื่นขึ้นมา ร่างระหงเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลราวกับภูตพรายในยามเช้า นางเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆ ที่ทำจากไม้ไผ่ ส่องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกทองเหลืองบานเก่า
ภาพที่เห็นคือหญิงสาววัยแรกรุ่นที่งดงามอย่างหาที่ติได้ยาก ผิวพรรณของนางผุดผ่องราวกับกลีบบัวแรกแย้ม ดวงตากลมโตยังคงสดใสแม้จะอดนอนมาทั้งคืน ริมฝีปากอิ่มเต็มดูมีชีวิตชีวา รูปร่างของนางภายใต้ชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อบางนั้นเริ่มเผยให้เห็นส่วนโค้งส่วนเว้าของสตรีเพศอย่างชัดเจน มันคือร่างกายที่บุรุษทุกคนในหมู่บ้านต่างหมายปอง และคือร่างกายที่นางกำลังจะใช้เป็ "เครื่องมือ"
เสี่ยวเหลียนยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าของตัวเองช้าๆ... ใบหน้านี้... ร่างกายนี้... พรหมจรรย์ที่นางเฝ้าถนอมไว้เพื่อชายคนรัก... ทั้งหมดนี้กำลังจะถูกใช้เป็เครื่องสังเวยเพื่อสร้างเส้นทางให้แก่อาเฟย
นางเ็ปหรือไม่? แน่นอน... หัวใจของนางราวกับถูกบีบด้วยคีมเหล็กร้อนๆ
นางกลัวหรือไม่? สุดจะพรรณนา... นางไม่รู้เลยว่าหนทางข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
แต่เมื่อภาพของอาเฟยที่นอนจมกองฝุ่นด้วยสายตาที่สิ้นหวังปรากฏขึ้นมาในความคิด ความเ็ปและความกลัวทั้งหมดก็ถูกกดทับลงไปด้วยความรักและความเด็ดเดี่ยวอันท่วมท้น นางยอมได้ทุกอย่าง... ขอเพียงแค่ไม่ต้องเห็นสายตาแบบนั้นของอาเฟยอีก
"ข้าทำได้..." นางกระซิบกับเงาในกระจก "เพื่ออาเฟย... ข้าทำได้"
นางตัดสินใจแล้ว วันนี้... นางจะเริ่มต้นแผนการของนาง
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวและแต่งตัวอย่างรวดเร็ว เสี่ยวเหลียนก็แอบย่องออกจากบ้านโดยไม่ให้ใครเห็น นางไม่ได้มุ่งหน้าไปยังกระท่อมของอาเฟยเช่นทุกวัน แต่นางกลับเดินไปยังทิศตรงกันข้าม ไปยังกระท่อมหลังเล็กๆ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวริมลำธารของ "ป้าหวัง" หมอตำแยและผู้รอบรู้ที่สุดในหมู่บ้าน
ป้าหวังเป็หญิงชราที่อายุล่วงเลยไปกว่าเจ็ดสิบปีแล้ว นางอาศัยอยู่ตัวคนเดียวและเป็ที่เคารพนับถือของชาวบ้านทุกคน ไม่ใช่เพียงเพราะนางทำคลอดให้กับเด็กเกือบทั้งหมู่บ้าน แต่ยังเป็เพราะนางเคยเดินทางไปทั่วหล้าในวัยสาว และมีความรู้ในเื่ราวต่างๆ ของยุทธภพมากกว่าใครทั้งหมด
เสี่ยวเหลียนเดินมาหยุดอยู่หน้ากระท่อมของป้าหวัง สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้า แล้วจึงเคาะประตูเบาๆ
"ใครกัน... มาแต่เช้าเชียว" เสียงแหบแห้งตามวัยดังมาจากข้างใน
"ข้าเองเ้าค่ะ... เสี่ยวเหลียน"
ประตูไม้เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของหญิงชราในชุดสีเทาเข้ม ผมของนางขาวโพลนไปทั้งศีรษะ ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่ดวงตาที่ฝ้าฟางเล็กน้อยนั้นกลับยังคงฉายแววหลักแหลมและมองทะลุปรุโปร่งไปถึงจิตใจของผู้คน
"อ้อ... แม่หนูเสี่ยวเหลียนนี่เอง มีธุระอันใดรึ?" ป้าหวังถามพลางขยับแว่นที่ทำจากผลึกหินให้เข้าที่
"ข้า... ข้ามีเื่อยากจะปรึกษาท่านป้าเ้าค่ะ" เสี่ยวเหลียนตอบเสียงเบา
ป้าหวังพิจารณาดวงหน้าของหญิงสาวตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน นางเห็นร่องรอยความกังวลและความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในดวงตาคู่นั้น "เข้ามาข้างในก่อนสิ"
เสี่ยวเหลียนเดินตามป้าหวังเข้าไปในกระท่อมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพรแห้งนานาชนิด บนผนังมีชั้นวางที่เต็มไปด้วยขวดยาและตำราเก่าๆ มากมาย ป้าหวังนั่งลงบนเก้าอี้โยกตัวโปรดแล้วพยักพเยิดให้เสี่ยวเหลียนนั่งลงบนตั่งไม้ฝั่งตรงข้าม
"ว่ามาเถิด... เื่ที่ทำให้แม่หนูผู้สดใสต้องมีสีหน้าอมทุกข์แต่เช้าเช่นนี้ คงไม่ใช่เื่ธรรมดาเป็แน่"
เสี่ยวเหลียนกำมือของตัวเองไว้แน่นจนชื้นเหงื่อ นางไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี "ท่านป้า... ท่านเคยเดินทางไปทั่วหล้า ท่านย่อมรู้จักยอดฝีมือและผู้มีความสามารถมากมาย... ใช่หรือไม่เ้าคะ?"
ป้าหวังขมวดคิ้วเล็กน้อย "ก็พอจะเคยได้ยินเื่ราวมาบ้าง... แล้วอย่างไรเล่า?"
"ข้า... ข้าอยากจะทราบว่า... ในยุทธภพนี้ มีวิชาหรือวิธีการใดบ้าง... ที่จะสามารถทำให้คนที่ไม่มีพร์ กลายเป็ยอดฝีมือขึ้นมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว?"
คำถามของเสี่ยวเหลียนทำให้ป้าหวังนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาของนางหรี่ลงจับจ้องไปยังหญิงสาวตรงหน้าราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ "แม่หนู... เ้าถามเื่นี้ไปเพื่ออะไร? หรือว่า... เกี่ยวกับเ้าหนูอาเฟย?"
เสี่ยวเหลียนสะดุ้งเล็กน้อยที่ถูกเดาใจถูก แต่นางก็พยักหน้ายอมรับ "เ้าค่ะ... ข้าอยากจะช่วยเขา"
ป้าหวังถอนหายใจยาว "ความรัก... บางครั้งมันก็ทำให้คนเราทำเื่ที่โง่เขลา แต่บางครั้งมันก็สร้างปาฏิหาริย์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ" นางหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ "วิธีการที่เ้าถามถึงน่ะ... มันมีอยู่จริง แต่ทุกวิธีล้วนต้องแลกมาด้วยราคาที่แสนแพง"
หัวใจของเสี่ยวเหลียนเต้นแรงขึ้น "ราคาแบบไหนหรือเ้าคะ?"
"หนทางลัดสู่ความแข็งแกร่งนั้นมีอยู่หลายสาย" ป้าหวังเริ่มอธิบาย "สายแรกคือการกินยาทะลวง经脉 (จิงม่าย - เส้นลมปราณ) หรือโอสถทิพย์ต่างๆ ซึ่งเป็ของหายากและมีราคาแพงมหาศาล คนธรรมดาอย่างเราไม่มีวันได้เห็นแม้แต่เงา สายที่สองคือการฝึกวิชามาร ซึ่งจะให้พลังอย่างรวดเร็ว แต่ก็จะทำลายจิตใจของผู้ฝึกจนกลายเป็ปีศาจไปในที่สุด"
เสี่ยวเหลียนส่ายหน้า "ข้าไม่้าให้อาเฟยเป็เช่นนั้น"
"ข้ารู้" ป้าหวังพยักหน้า "แต่ยังมีอีกสายหนึ่ง... ไม่ใช่วิชามาร แต่ก็ไม่ใช่หนทางของจอมยุทธ์คุณธรรมเช่นกัน มันคือการ 'เปิดจุดชีพจร โดยอาศัยพลังจากภายนอก"
"เปิดจุดชีพจร" เสี่ยวเหลียนทวนคำอย่างไม่เข้าใจ
"ร่างกายของคนเรามีจุดชีพจรสำคัญซ่อนอยู่มากมาย หากสามารถทะลวงจุดเ่าั้ได้ ก็จะสามารถปลดปล่อยศักยภาพที่ซ่อนเร้นออกมาได้อย่างเต็มที่ ทำให้การฝึกยุทธ์ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่การจะทะลวงจุดเหล่านี้ได้ต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกายภาพและเส้นลมปราณอย่างสูงสุด... หรือไม่ก็ต้องใช้พลังลมปราณมหาศาลจากยอดฝีมือเพื่อกระแทกให้มันเปิดออก"
ดวงตาของเสี่ยวเหลียนเป็ประกายขึ้นมาทันที "แล้ว... คนผู้นั้นคือใครหรือเ้าคะ? เราจะหาเขาได้จากที่ไหน?"
ป้าหวังมองหน้านางนิ่งๆ แววตาเต็มไปด้วยความสงสาร "ข้ารู้จักอยู่คนหนึ่ง... เขาเป็แพทย์เทวดาที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในเมืองหลวง นามว่า 'หมอเทวดาหลี่' ว่ากันว่าวิชาฝังเข็มของเขาสามารถรักษาได้ทุกโรค และยังสามารถใช้ทะลวงจุดลมปราณเพื่อเปิดศักยภาพของคนได้อีกด้วย"
"หมอเทวดาหลี่!" เสี่ยวเหลียนจดจำชื่อนั้นไว้ในใจ "แล้วข้าจะไปพบเขาได้อย่างไร? เขาจะยอมช่วยเราหรือเ้าคะ?"
คำถามนี้ทำให้ป้าหวังเงียบไปนาน... นานจนเสี่ยวเหลียนรู้สึกใจคอไม่ดี
"แม่หนูเสี่ยวเหลียน..." ป้าหวังพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม "เ้าต้องฟังข้าให้ดี... หมอเทวดาหลี่ผู้นี้ แม้จะมีฝีมือทางการแพทย์สูงส่ง แต่เขาก็มีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดีอยู่อย่างหนึ่ง"
"เื่อะไรหรือเ้าคะ?"
"เขา... เป็บุรุษที่มักมากในกาม" ป้าหวังพูดออกมาตรงๆ "มีข่าวลือว่าคนไข้หญิงที่งดงามหลายคน หาก้าให้เขารักษาอย่างเต็มที่ ก็ต้องยอม 'จ่ายค่ารักษา' ด้วยร่างกายของตนเอง"
เปรี้ยง!
คำพูดของป้าหวังเป็เหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของเสี่ยวเหลียน แม้ว่านางจะเตรียมใจมาแล้วว่าจะต้องเจอเื่ทำนองนี้ แต่การได้ยินมันจากปากของคนที่นางเคารพก็ยังทำให้รู้สึกชาวาบไปทั้งตัว
นี่สินะ... ราคาที่นางต้องจ่าย
"เ้ายังอยากจะไปพบเขาอยู่อีกหรือไม่?" ป้าหวังถามย้ำ แววตาของนางกำลังทดสอบความตั้งใจของหญิงสาวตรงหน้า
เสี่ยวเหลียนหลับตาลงช้าๆ ภาพของอาเฟยที่ถูกอาสามเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าฉายชัดขึ้นมาในมโนสำนึก ภาพของหยาดน้ำตาแห่งความอัปยศของเขา... ภาพของรอยยิ้มที่ฝืนทนของเขา...
นางลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในแววตานั้นไม่มีความลังเลอีกต่อไป มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่แข็งแกร่งราวกับหินผา
"ข้าจะไปเ้าค่ะ"
ป้าหวังมองนางอย่างทอดถอนใจ "ข้ารู้ว่าข้าห้ามเ้าไม่ได้... เช่นนั้นก็จงรับสิ่งนี้ไป"
หญิงชรายื่นห่อผ้าเล็กๆ ให้นาง "ข้างในมีเงินจำนวนหนึ่งที่ข้าพอจะเก็บสะสมไว้ และป้ายหยกเล็กๆ ชิ้นนี้... มันเป็ของที่สหายเก่าของข้าคนหนึ่งในเมืองหลวงเคยให้ไว้ หากเ้ามีเื่เดือดร้อนที่แก้ไขไม่ได้จริงๆ ก็จงไปที่โรงเตี๊ยม 'จันทร์เสี้ยว' แล้วยื่นป้ายนี้ให้เถ้าแก่ บางทีเขาอาจจะพอช่วยเหลือเ้าได้"
เสี่ยวเหลียนรับห่อผ้ามาด้วยมือที่สั่นเทา นางก้มลงกราบป้าหวังจนหน้าผากจรดพื้น "ขอบคุณท่านป้า... บุญคุณครั้งนี้... เสี่ยวเหลียนจะไม่มีวันลืม"
"ลุกขึ้นเถิดแม่หนู" ป้าหวังพยุงนางขึ้น "จำไว้... เมื่อก้าวเดินไปบนเส้นทางนี้แล้ว จงอย่าหันหลังกลับ และจงอย่าเสียใจในสิ่งที่เ้าได้ทำลงไป... ไปเถิด... ไปทำในสิ่งที่หัวใจของเ้าเรียกร้อง"
เสี่ยวเหลียนกราบลาป้าหวังเป็ครั้งสุดท้ายแล้วเดินจากมา ในใจของนางบัดนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว... เมืองหลวง... และหมอเทวดาหลี่