วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า... ผ่านพ้นทั้งสัปดาห์และเดือน จนกระทั่งหลินอวิ๋นน้อย สามารถบรรลุ่เปิดเส้นลมปราณทั่วร่างได้สำเร็จ
แม้จะเป็่ต้นของการฝึกฝน เข้าสู่เส้นทาง 9ขั้นขอบเขตแยกย่อยขั้นพลังก็ตาม
พร้อมพวกเขาถกเถียงเื่ พลังเทพที่หลินอวิ๋น ้าไปยืนอยู่ยังจุดนั้น ‘เป็ครั้งคราวอยู่ตลอด’
‘บางทีหลินอวิ๋น ก็อาจจะรู้คำตอบแท้จริง การถือกำเนิด เกิดมาของเขาก็เป็ได้ เมื่อไปอยู่ขั้นพลังเทพที่กล่าวถึง’
ส่วนนี้ล้วนเป็ความคาดหวัง ส่วนตัวของหลินอวิ๋น ลึกๆ ภายในใจ
ส่วนกู่เหยาน้อยได้ยินพลังเทพแท้จริง มันถึงกับหัวเราะร่วน ร่างน้อยๆ โยกคลอนไปมา “โฮ้ๆ”
แทบไม่อยากเชื่อ และมันเองไม่เคยกล้าคิดฝัน ไปถึงขั้นพลังก่อฟ้า พลังระดับเทพในตำนานมาก่อน
“ผู้คนภายในดินแดนแห่งนี้ คาดหวังแค่กลายเป็เซียน ก็ถือว่าฝันไกลเกินเอื้อมแล้วนายท่าน”
หลินอวิ๋นได้ยิน แค่ส่ายหัว กับคำพูดของกู่เหยา ที่มันไม่ได้คาดหวังสูงมากนัก
ซึ่งตอนมีชีวิตร่างกายเนื้อ อยู่ขั้นพลังแตกหน่อ ตอนต้นขอบเขตที่4 ไม่อาจย่างก้าวเข้าสู่ขอบเขตที่ 5 เหมือนก้าวเล็กๆแต่นั่นราวหนึ่งเท้าข้ามมหาสมุทร มาร่วมจะ200ปี จนแทบสิ้นอายุขัย
กู่เหยาพลางถอนลมหายใจยาว ปนน้ำเสียงบ่นตัดพ้อ ที่รู้การเข้าสู่การฝึกฝนที่แท้จริงไม่ใช่เื่ง่าย
ก่อนหลินอวิ๋นส่ายหัว เร่งเผาผลาญหินผลึกเซียนระดับกลางอีกหลายชั่ง เตรียมพร้อมเข้าสู่่กลางขอบเขตที่5 ขั้นพลังเปิดเส้นลมปราณ…ระดับกลางต่อ
ซึ่งเขาอาจจะใช้เวลา2-3เดือนเชียว ที่เส้นเืลมปราณทั่วร่าง โปร่งพองขยับขยาย จากคูน้ำเล็กๆ กลายเป็แม่น้ำสายใหญ่ พร้อมรองรับปราณพลังไหลเชี่ยวกรากของเขา
มีบาง่เวลาให้หลินอวิ๋นต้องหยุดการปิดขั้นพลัง รอการสะสมรากฐานให้มั่นคงขึ้น
เขาก็มักเอาตำราของกู่เหยา ศึกษายาพิษ สร้างหุ่นเชิด เส้นทางสายวิถีมารเ่าั้ศึกษาไปพลางก่อน ถือเป็ความรู้ไม่เลว มันมีกระทั้งเส้นทางใหม่ ที่เขาค้นคว้าวิจัยขึ้นมาเอง
บางส่วนหลินอวิ๋นเองก็เห็นด้วยการกระตุ้นโลหิต เสริมศักยภาพั้แ่ต้นจากภายในหล่อเลี้ยงอวัยวะกวงทั้ง5
ผู้ฝึกยุทธ์่ต้นหลายคน เลือกขัดเกลากายา ให้แข็งแกร่งั้แ่ภายนอกเป็หลักก็ไม่ผิด หากมีเคล็ดวิชายุทธ์ ขับเคลื่อนร่างกายระดับสูง
“แต่ข้าคงไม่พุ่งเข้าไปกวาดล้างคนทั้งเมือง เพื่อใช้หยดเืบริสุทธิ์เ่าั้ ขัดเกลาโลหิตตนเองหรอกนะ” หลินอวิ๋นปิดตำราลง ปึง! จะทอสีหน้าจริงจังกล่าวขึ้นมา เมื่อได้ััความเป็มนุษย์ จากร่างกายตนเอง
ก็ราวกับเขาได้กลายเป็ส่วนหนึ่งของคนเผ่ามนุษย์ไปแล้วตอนนี้ ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็ต้นไม้โลหิตได้อีกต่อไป
ด้านกู่เหยาน้อย พุ่งออกมาจากน้ำเต้าทันที ครั้นเห็นหลินอวิ๋น ทำท่าทาง งกๆ เงิ่นๆ เดินไปที่โครงกระดูกของเขา “นายท่านคิดจะทำอะไรหรือขอรับ?” เมื่อเผยรอยยิ้มแห้งๆ
หลินอวิ๋น ทอสีหน้าครุ่นคิด “ข้าคงต้องไปเยือนเมืองใกล้ที่สุด หาของล้ำค่า ในการเสริมศักยภาพปิดขั้นพลัง สักหน่อยแล้ว”
“อืมๆ มันก็เป็เื่ที่ดีขอรับ ข้าเองก็มีวิธีฝึกฝนหลายอย่าง ้าให้ทดลองอยู่เชียว”
“ว่าแต่นายท่านทำอะไร?” ที่ร่างจิตลอยไปมา กู่เหยาน้อย หนังตากระตุก ถี่ๆ แล้ว
เมื่อเห็น…
หลินอวิ๋นน้อยแบกโครงกระดูกขึ้นหลัง ปัก! เอาผ้าดำคลุมตัว พันร่างพวกเขาจนหนาเป็มัมมี่ ให้หลินอวิ๋นปลอมตัว ดูตัวสูงขึ้นมา “แบบนี้ น่าจะได้นะ”
กู่เหยา มันก็ทำหน้าบู้บี้ อย่างไรร่างนั้นก็เคยเป็ร่างเนื้อ ของมันมาก่อน
หลินอวิ๋นอายุ10ขวบ จัดท่าทางเสร็จสรรพก็กล่าวดังขึ้น “เอาน่า ของที่ไม่ใช้แล้ว ก็ทำให้เกิดประโยชน์บ้าง ดีกว่าให้โครงกระดูกนั่งแห้งอยู่บนแท่นหิน ไม่ใช่หรือไง”
กู่เหยาน้อยหมดคำจะพูดแล้ว ‘นั้นร่างโครงกระดูกของข้าเชียวนะ ช่วยให้เกียรติกระดูกข้า หน่อยไม่ได้หรือไง’
พร้อมพุ่งหายเข้าไปภายในน้ำเต้า ด้วยท่าทางไม่ถูกอกถูกใจ ฟิ้ว!
เมื่อร่างชายสวมชุดคลุมดำลึกลับ ก้าวเท้าออกจากถ้ำ มองแสงตะวันแยงตา ไม่ได้เห็นมานานในรอบหลายเดือน
หลินอวิ๋นน้อยที่ปลอมตัว จะเร้นกายไปกับป่ารกทึบ เดินทางตรงเข้าสู่เมืองโซ่ ขึ้นชื่อแคว้นเป่ยหลิงทันที
กระนั้นสถานที่แห่งนี้หาได้มีกฎระเบียบมากมายไม่ จอมยุทธ์คนเลว แผ่กลิ่นอายโลหิตฆ่าฟัน เผยเล็ดลอดออกมาอย่างไม่ปิดบัง มีให้เห็นอยู่ทั่วตามตรอกทางเดิน
แต่ผู้คนเ่าั้ต่างก็ไม่กล้าสร้างเื่ เมื่อเห็นจอมยุทธ์ของเขตเมืองแห่งนี้ เดินพูดคุยเพ่นพ่าน จอมยุทธ์พเนจรเองก็มีหลากหลาย
จอมยุทธ์ส่วนใหญ่เข้ามาจึงค่อนข้างให้ความเคารพ พวกเขาคนสำนักพื้นถิ่นไม่น้อย โดยเฉพาะสายตา รอยยิ้มหยันที่มาจากคนกลุ่มสำนักกระบี่ทอง
ชายหนุ่มผู้นำกลุ่มจะพาคนของเขาเข้าไปภายในโรงน้ำชาใหญ่ มีผู้คนคลาคล่ำ มาซื้อขายแลกเปลี่ยน ชนิดหนาตา กว่าสถานที่อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัดเจน
หลินอวิ๋น มองโซ่ั์มีอยู่ทั่วเมืองใหญ่ ถักทอเป็เส้นสายยาวพรืดตรงมาทางเสาคานซุ้มประตูเมือง คล้องรวมกับกระดิ่งใบใหญ่ เนินเขาสูงขนาบรอบด้าน ล้อมด้วยตระกูลใหญ่มหาอำนาจเขตนี้ มีกระทั้งสำนักกระบี่ทอง สำนักขึ้นชื่อของเขตแคว้นเป่ยหลิงตั้งอยู่
“แบบนี้เองซินะ ที่นี่ถึงเรียกว่าเมืองโซ่” หลินอวิ๋นกล่าวพึมพำ ก่อนจะรีบตามพวกคนสำนักกระบี่ทองเข้าไป
กริ๊ง!
ร้านโรงน้ำชามู่ไป๋ ที่แบ่งเป็หลายชั้น ยังทำให้เขากวาดตาสำรวจไม่เสร็จ…
เสี่ยวเอ้อ (ผู้ดูแล) เข้ามาถามทักทายหลินอวิ๋นทันที “ไม่ทราบว่าคุณชาย ้าสิ่งใดขอรับ?”
หลินอวิ๋นกล่าวเื่้าซื้อวัตถุดิบในการฝึกฝน ผู้คนภายในโรงน้ำชา ต่างก็ลอบหันมามองเขาเสี้ยวขณะ ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มศิษย์สำนักกระบี่ทอง ที่เตรียมขึ้นไปยังชั้นที่สองเช่นกัน