บทที่5
หัวใจผูกกัน
บรรยากาศงานฌาปนกิจศพของมะลินั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ชมพู่ร้องไห้จนเป็ลมไปหลายครั้งนั่นเพราะเธอยังตั้งตัวไม่ทันกับการสูญเสียใหญ่ในครั้งนี้ มันกะทันหันเกินไป
เมลดาจึงอาสาช่วยเหลือเื่งานศพต่างๆให้ จนทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีชมพู่ยืนมองควันสีเทาที่ถูกปล่อยออกมาจากปล่องของเมรุภายในวัด
“แก…มองเห็นแม่ฉันไหม” ชมพู่เอ่ยถามเมลดาเสียงสั่นเทาคำตอบที่เธออยากได้ยินจากเพื่อนคือ ‘เห็น’
“ไม่…ฉันเห็นยมทูตมารับิญญาแม่แกไปั้แ่ที่โรงพยาบาลแล้วพู่” เมลดาไม่บอกชมพู่ในตอนนี้ว่ายมทูตที่เธอเห็นนั้นคือใคร รอจังหวะเหมาะๆ ก่อน น่าจะดีกว่า
“จริงเหรอ”
“อื้อ”
“แกว่าแม่ฉันจะได้ขึ้น์ไหม”น้ำเสียงสั่นๆ ของชมพู่เอ่ยถาม
“ได้ขึ้นสิแม่แกเป็คนดีแล้วยมทูตตนที่มารับก็มีรัศมีที่ดี ฉันฟันธงได้เลยว่าแม่แกต้องได้ขึ้น์แน่”เมลดารู้สึกอย่างที่พูดไปจริงๆ แต่ถ้าไม่ เธอคงรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตที่ทำให้ิญญาของมะลิต้องกลายเป็ผีเร่รอนตามคำบอกของอันเดรส
ซึ่งหากเป็อย่างหลังเธอคงมองเห็นไปแล้วสิ แต่นี่กลับไม่ จะเห็นก็แต่ผีตนอื่นที่วนๆ เวียนๆขอส่วนบุญอยู่แถวๆ นี้
“วันนั้น ฉัน…ได้คุยกับแม่แค่ไม่กี่ประโยค”
“ฉันรู้” เมลดาโอบกอดชมพู่ไว้
“ฉันไม่เคยบอกรักแม่เลยครั้งแรกที่ฉันบอกว่ารักแม่กลับเป็ครั้งสุดท้ายที่แม่อยู่ฟังฉันอยากบอกรักแม่ให้เร็วกว่านี้” นี่คือความรู้สึกเ็ปในใจชมพู่ เธอร้องไห้ออกมาอย่างหนักแต่คำพูดของเธอก็กรีดลึกลงไปบนหัวใจของเมลดาด้วยเช่นกันเพราะเธอเองก็ไม่เคยบอกรักอันเดรสเลย แม้กระทั่งวันสุดท้ายที่เขามีลมหายใจเธอก็ไม่มีโอกาสได้พูดออกไป
“ฉันรู้ฉันเข้าใจแกพู่ ป้ามะลิเองก็ด้วย ก่อนไปยังบอกว่าไม่ต้องห่วง ขอให้แกดูแลตัวเองดีๆเข้มแข็งๆ แม่แกกำลังมองแกอยู่บน์นะพู่”
“แม่จ๋า” ชมพู่เอ่ยเรียกมารดาปานจะขาดใจ
“แกต้องเข้มแข็งอย่าลืมว่าพ่อ้าแกนะ” คำพูดของเมลดา ทำให้ชมพู่หันไปมองพ่อที่ตอนนี้ยืนมองเมรุอยู่ แม้พ่อจะไม่ร้องไห้ออกมา แต่ชมพู่รู้ว่าพ่อเสียใจมากมากจนร้องไห้แล้วน้ำตากลับเข้าไปในอก
“แล้วฉันก็จะอยู่ข้างๆแกด้วย”
“ขอบใจแกมากนะเมขอบใจแก” ชมพู่ยิ้มให้เมลดาทั้งน้ำตา แม้ตอนนี้เธอจะอ่อนแอแต่อีกไม่นานเธอจะกลับมาเข้มแข็ง เธอจะเดินไปข้างหน้าจะไม่ทำให้มารดาผิดหวังแน่นอน เธอสัญญา
หลังเสร็จสิ้นงานศพของแม่ชมพู่ก็ขอพักทุกอย่าง โดยเธอเลือกที่จะไปบวชชีพราหมณ์ที่วัดแถวบ้านเพื่ออุทิศบุญให้แม่อย่างไม่มีกำหนด โดยพ่อของเธอนั้นขอบวชพระด้วยเช่นกัน
ซึ่งระหว่างนี้เมลดาอาสาที่จะแวะเข้าไปดูแลร้านกาแฟให้โชคดีที่ชมพู่มีเพื่อนที่ดี มีลูกน้องที่น่ารักเพราะคอยช่วยงานทุกอย่างและยังเป็คนซื่อสัตย์
และเมื่อได้พบอันเดรสนั่นทำให้เธอคิดถึงพ่อและแม่ของชายหนุ่มขึ้นมาจึงหาเวลาไปเยี่ยมท่านทั้งสองคนบ้างตามโอกาส และท่านก็ยังเอ็นดูเธอเหมือนแต่ก่อนนั่นยิ่งทำให้เมลดารู้สึกผิดในใจ เพราะบ่อยครั้งที่เธอโทษ ว่าเป็เพราะตัวเองที่ทำให้อันเดรสต้องเสียชีวิต
“เ้าไม่ผิดหรอกเม”ต้องตาที่มาด้วยเอ่ยปลอบ
“คนเราถ้าหมดอายุขัยยังไงก็ต้องจากไปอยู่ดีนั่นแหละ”เมลดาถอนหายใจออกมาหนักๆ รู้สึกมวนๆ ท้องบอกไม่ถูก ก่อนจะตัดใจแล้วเดินหน้าต่อ
ชีวิตของเธออาจมองดูเหมือนคนทั่วๆไป แต่ภายใต้ความเหมือนก็มีความต่างจนขนหัวลุกแฝงอยู่นั่นเพราะการมองเห็นิญญาได้ของเธอออกจะไม่ปรกติสักเท่าไหร่นัก
และสิ่งนี้ก็ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของเธอตามไปด้วยเพราะนอกเหนือจากงานราษฎร์งานหลวง งานส่องพระที่พักหลังๆ เริ่มจริงจังมากขึ้นเพราะไม่อยากถูกหลอกอีก นอกนั้นก็คือการชะเง้อมองหายมทูต!
“พี่สิงห์น่าจะต้องกลับมาเอาสมุดรายชื่อนี่นา”เมลดาพึมพำกับตัวเอง นั่นเพราะผ่านมาเจ็ดวันแล้วแต่เธอกลับไม่เห็นอันเดรสอีกเลยและไม่รู้ต้องทำยังไงเธอถึงจะได้พบเขาอีก
สมุดรายชื่อที่หยิบติดตัวมาตอนนี้ก็เก็บไว้ใต้หิ้งพระอย่างดี ไม่กล้าแม้จะเปิดออกดูนั่นเพราะรู้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น ได้แต่คิดว่าหากวันไหนได้พบอันเดรสอีกเธอจะเอาไปคืนเขา
“หรือเราต้องไปดักเจอที่หน้าห้องไอซียู”
“ทำไปก็เท่านั้นยมทูตท่านจะมาก็มา จะไปก็ไป ไม่มีใครรู้หรอก” เสียงของต้องตาดังขึ้นก่อนจะถามในสิ่งที่อยากรู้
“สรุปแล้วท่านยมสุดหล่อตนนั้นคือคนรักของเ้าเหรอเม”น้ำเสียง รวมทั้งแววตาที่เอ่ยถามนั้นดูตื่นเต้นมาก
“ใช่ค่ะเขาชื่อพี่สิงห์”
“แหม…อะไรจะโรแมนติกขนาดนี้”
“นี่เหรอคะโรแมนติกหากันยังไม่เจอเลย แถมตอนนี้พี่สิงห์ยังจำเมไม่ได้อีกว่าแต่พี่ตาทำใจเื่คนรักเก่าได้แล้วเหรอ” เมลดาถามกลับบ้างเพราะเื่ความรักของต้องตานั้นน่าห่วงอยู่ไม่น้อย
“ได้แล้วอันที่จริงข้าก็ระแคะระคายทั้งคู่มานานแล้วแหละ แต่ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้”
“อ้าว!”
“ข้าหนีความจริงสุดท้ายก็ถูกความจริงวิ่งไล่กระทั่งจนมุม เป็ผียังเจ็บแค้น ไม่อยู่ส่วนผีข้าเลยอโหสิกรรมให้ จะได้ไปผุดไปเกิดเสียที”
“จริงค่ะเมเห็นด้วย”
“เม…คุยอะไรอยู่กับใครนะ เป็ตุเป็ตะเชียว” รุ่นพี่ในแผนกที่นั่งฟังนั่งมองเมลดาอยู่นาน อดรนทนไม่ไหวต้องเดินมาถามถึงโต๊ะทำงาน
“อะ…เอ่อ เม เมกำลังอ่านนิยายอยู่น่ะค่ะแบบว่าต้องอ่านออกเสียงถึงจะได้ฟีลกว่าอ่านในใจ มันเลยเหมือนพูดคนเดียวมากไปหน่อย”ขณะตอบ เมลดาก็คว้านิยายเล่มเล็กๆที่บังเอิญซื้อติดตัวมาจากร้านสะดวกซื้อขึ้นให้คณางค์หรือปุ้ยได้เห็น
“พี่ก็นึกว่าเราคุยกับอะไรที่ไม่ใช่คนเสียอีกพักนี้ยิ่งมีคนบอกอยู่ว่าตึกเราผีดุ นี่พูดแล้วขนลุก ดูสิ” คณางค์นั้นขนลุกจริงอะไรจริงส่วนต้นตอที่ทำให้เธอขนลุกก็ส่ายหน้าให้
“ไม่ให้ขนลุกได้ยังไงก็ข้ายืนอยู่ตรงหน้าเ้าเนี่ย” ต้องตามองคณางค์อย่างปลงๆส่วนเมลดานั้นก็เออออตามน้ำไป
“จริงเหรอคะ”
“จริงทุกคนห้อยพระติดตัวมาทำงานกันทั้งนั้น เมล่ะ มีกับเขาไหม”
“ไม่มีหรอกค่ะ” เมลดายิ้มปฏิเสธพูดถึงพระแล้วเธอยังเจ็บใจจนถึงตอนนี้ มิจฉาชีพสมัยนี้หากินกับความเชื่อความงมงายของคนได้ดีจริงๆ
“งั้นนี่พี่ให้ไว้คล้องคอองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์มาก” เอ่ยจบก็ยื่นพระมาให้เมลดา
“หืม…”
“พระจริงแท้แน่นอนไม่มีเก๊ คนที่เอามาให้พวกพี่รวมทั้งคนอื่นๆ ในตึกบูชา ยืนยันมาแบบนั้นและใครที่ห้อยพระองค์นี้ไว้ผีไม่มีหลอก ส่วนคนที่ไม่ได้ห้อยถูกหลอกทุกคน” คำพูดของคณางค์ทำให้เมลดารู้สึกทะแม่งๆชอบกล ก่อนจะหันไปมองยังต้องตา ก็ได้คำตอบที่อยากได้
“พระปลอมไอ้คนที่เอาพระมาขายก็มิจฉาชีพดีๆ นี่เอง” คำตอบที่ได้ยินจากต้องตาทำเอาเมลดาถอนหายใจออกมา
“พี่ปุ้ยคะเมคิดว่านี่มันเป็พระปลอมนะคะ” เมลดาหันไปตอบคณางค์ตามตรง
“พระปลอมเหรอคะน้องเม”
“พระปลอมแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ค่ะถ้าไม่เชื่อพี่ปุ้ยลองเอาพระองค์นี้ไปให้ร้านรับเลี่ยมพระช่วยดูให้ก็ได้”คำแนะนำของเมลดา คนฟังพยักหน้าเห็นด้วย
“ล่างตึกเรามีร้านรับเลี่ยมพระ”
“ค่ะเมว่ารีบไปตรวจดูดีกว่า ถ้าพระปลอมจริงๆ ก็ไปขอเงินคืน สมัยนี้พวกต้มตุ๋นมีเยอะมากดีไม่ดีเื่ผีที่ว่าดุๆอาจเป็แค่เื่ที่ถูกกุขึ้นมาเพื่อจะขายพระปลอมพวกนี้ก็เป็ได้”
“เดี๋ยวพี่มา”คณางค์ลงไปชั้นล่างทันที โดยไม่สนใจว่านี่จะยังอยู่ในเวลางานส่วนเมลดาได้แต่มองตาม ในตึกนี้เธอยอมรับว่ามีผีอยู่จริงๆแต่ก็ไม่ใช่ผีที่ชอบหลอกหลอนทุกคนนี่นา เพราะถ้าใช่เื่ก็คงเกิดนานแล้วไม่มาเกิดตอนที่พระปลอมนี่หรอก มันประจวบเหมาะกันเกินไปอย่างกับมีคนจัดฉากอย่างนั้นแหละ
และคำตอบที่คณางค์ได้มานั้นคือพระเป็ของปลอมจริงๆ แต่ยังไม่ทันจะเอาพระไปคืน ตัวการก็เหมือนนกรู้เพราะหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
เื่นี้ฮือฮาไปทั้งตึกเพราะมีคนเสียรู้หลายคน ส่วนเมลดานั้นเหรอ บอกเลยว่าเธอผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วมันยังเจ็บใจจนถึงตอนนี้บอกเลย
แต่ระหว่างนั้นต้องตาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจ้องมองเธอกับเมลดาอยู่ จึงตวัดสายตามองไปยังทิศทางที่รู้สึกกระทั่งสบตาเข้ากับผีตนหนึ่งเข้า ก่อนที่ผีตนนั้นจะหายวับไป
“เม…ข้าว่าเ้าต้องระวังตัวหน่อยแล้วล่ะ”
“ทำไมหรือคะพี่ตา”
“ข้าเห็นผีตนหนึ่งแอบมองเ้าอยู่ท่าทางมันไม่น่าไว้ใจ” ต้องตาเอ่ยบอก ส่วนเมลดานั้นไม่ได้แสดงท่าทีตื่นกลัวสักนิดเพราะชักจะชินกับเื่ผีๆ ขึ้นทุกวัน แต่ถ้าให้เลือกได้เธอก็ขอมองไม่เห็นจะดีกว่า
“จะใช่ผีของคนที่มาหลอกขายพระปลอมนั่นหรือเปล่า”
“อาจจะใช่”
“งั้นเรามาเล่นเกมล่อผีออกจากถ้ำกันดีกว่า”คำพูดของเมลดาทำเอาต้องตายิ้มขำ
“เอาสิพักนี้ข้าก็อยากหาอะไรทำแก้เครียดเหมือนกัน”
“งั้นก็จัดไปค่ะ”หนึ่งคนหนึ่งผีสบตากันแล้วหัวเราะออกมา ซึ่งวันนี้เมลดาจงใจอยู่ทำงานดึกกว่าทุกวันเรียกได้ว่าเป็คนสุดท้ายของบริษัทก็ว่าได้
แต่ยิ่งดึกบรรยากาศรอบๆ ตัวก็ยิ่งเงียบ วังเวง ชวนขนลุกพิกล ต่อให้ไม่มีผีเธอก็เผ่นอยู่ดีเพราะมันเงียบ เงียบชนิดที่ว่าได้ยินเสียงยุงบินผ่าน
“พี่ตาเป้าหมายมาหรือยัง”
“กำลังมา”คำตอบของต้องตา ทำเอาเมลดาใจสั่น นั่นเพราะอยากรู้เหมือนกัน ว่าฝ่ายนั้นจะมาไม้ไหนเพราะเธอเองก็มีผีคุ้มครอง ไม่ใช่ไม่มี
เธอพยายามนั่งทำงานให้เป็ปรกติก่อนจะสะดุ้ง เมื่ออยู่ๆ ก็รู้สึกหนักที่บ่า จะไม่ให้หนักได้ยังไงก็ตอนนี้มีผีจากไหนไม่รู้ขี่คอเธออยู่ มาแบบไม่ให้รู้ตัวแบบนี้ สงสัยอยากตายอีกรอบ
ต้องตาเองก็ใไม่คิดว่าจะถูกจู่โจมโดยที่เธอไม่รู้ตัวแบบนี้
“ลงไปจากตัวน้องข้า”
“กูไม่ลง”ผีตนนั้นแผดเสียงตอบกลับมา และยิ่งเพิ่มน้ำหนักจนเมลดาร้าวไปทั้งหลังขยับไปทางไหนแทบไม่ได้ ต้องตาจะเข้าไปช่วยแต่กลับถูกผีอีกตนเข้ามาขวางจนเกิดการต่อสู้กัน โดยตอนนี้ต้องตาดูน่ากลัว แววตาแดงฉาน ผิวสวยๆ เป็สีคล้ำ
ขณะนั้นเมลดาเองก็งัดคาถาออกมาสู้เช่นกัน ท่องได้บ้าง ผิดประโยคบ้างกระทั่งหยิบไม้ตายออกมาใช้ นั่นคือการแช่งชักหักกระดูกชนิดไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดและแรงแช่งของเธอก็ทำให้ผีตนนั้นยอมถอยห่างออกไป
“มึงไม่ต้องกลัวเข้าไปจัดการมัน ไป” เสียงตะคอกสั่งผีเร่ร่อนที่ถูกจับมาเป็ทาสรับใช้ดังมาจากชายคนหนึ่ง ที่ตอนนี้ยืนอยู่หน้าประตู เมลดาหันขวับไปมองหน้าตัวการทันที
“ฆ่ามันแล้วพวกเอ็งจะได้เป็อิสระ” คำสั่งที่ได้ยิน ทำเอาเมลดาตาค้างเพราะไม่คิดว่าเธอจะถูกหมายเอาชีวิตแบบนี้
และทันทีที่จบประโยคคำสั่งผีเร่ร่อนตนนั้นก็ปรี่เข้ามาบีบคอเมลดาสุดแรง เธอกำลังเพลี่ยงพล้ำ ต้องตาเองก็ด้วยทั้งสองหันหลังชนกันโดยต่างถูกบีบคอด้วยกันทั้งคู่ แต่อยู่ๆผีทั้งสองตนกลับหยุดแล้วค่อยๆ ถอยห่างออกไปจากเมลดาและต้องตา
“พวกเอ็งเป็อะไรเข้าไปฆ่ามันสิ ไป” ชายคนดังกล่าวเอ่ยสั่งอีกครั้ง ไม่ว่ายังไงวันนี้เขาต้องจัดการคนสู่รู้ สอดเื่เขาจนทำให้เกือบถูกจับอย่างเมลดาให้ได้
“ไม่เอาฉันกลัวแล้ว ฉันกลัว” ผีเร่ร่อนทั้งสองตนแผดเสียงออกมาอย่างหวาดกลัวก่อนที่จะหายวับไป
“กูบอกให้มึงสองตนกลับมากลับมาเดี๋ยวนี้”ชายคนดังกล่าวเอ่ยเรียกผีที่เป็บริวารแต่กลับไม่เป็ผลสักนิดเดียวนั่นเพราะผีทั้งสองตนกำลังหลบหนีจากสิ่งที่น่ากลัวกว่าชายผู้เป็นายนับร้อยเท่า
“หน็อยต่อให้ไม่มีพวกมึง กูก็จัดการนังนี่ได้”เอ่ยจบก็คว้ามีดออกมาแล้วเดินปรี่เข้าไปหาเมลดา ที่ตอนนี้นั่งหมดแรงอยู่กับพื้นส่วนต้องตานั้นรวบรวมพลังอันน้อยนิดแล้วถอยไปตั้งหลักอยู่หน้าลิฟต์
+++++++++++++++++++++++++++++++++
สวัสดีค่ะนักอ่านที่น่ารักทุกๆ ท่าน
วรนิษฐา ได้เปิดช่องยูทูปเพื่อนำนิยายเสียงไปลงให้ฟังกันแล้วนะคะ
ชื่อช่องว่า Love novel by วรนิษฐา
พิกัดช่อง : https://www.youtube.com/@Vorranitta_Misssexy
ตอนนี้มีอยู่3 เื่ คือ
บอสขา…อย่าพึ่งมารักนามปากกา วรนิษฐา
ซ่านปรารถนานามปากกา Misssexy
รัญจวนรักนามปากกา Misssexy
ฟังจบในคลิปเดียวไม่มีแยกย่อยแต่อย่างใด
เลยอยากเชิญชวนนักอ่านเข้าไปฟังไปให้กำลังใจกันค่ะ
กด Like กด Share กด Subscribe เพื่อเป็กำลังใจสำหรับสร้างคลิปต่อๆไปด้วยน๊า
ขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งมาให้ค่ะ
วรนิษฐา & Miss sexy