มาจุติได้ไม่ถึงอาทิตย์ก็เจอปมปริศนาเต็มไปหมดข้าควรจะรีเซ็ตชีวิตร่างกวางตัวนี้แล้วกลับไปถามกับพวกเ้าหน้าที่ระดับสูงแต่สัญชาตญาณสิ่งมีชีวิตรั้งไว้อย่างสุดกำลังมันสร้างข้ออ้างมากมายให้ข้าตัดสินใจอยู่ต่อ ซึ่งแต่ละข้อก็ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ
ถ้ามันเป็เื่ผิดพลาดข้าคงโดนเรียกตัวกลับไปแล้ว การกลับไปตอนนี้อาจทำให้ท่านประธานยิ่งโกรธ
ข้ารับโองการจากเขามานับล้านปีพอจะเดาใจได้อยู่ว่าเขา้าให้ข้าไขอุปสรรคเหล่านี้เพื่อไปสู่เส้นทางอะไรบางอย่างดีไม่ดีท่านประธานอาจลงมาคุมมิติจักรวาลนี้ด้วยตัวเองถ้าข้าออกนอกบทแล้วกลับไปหาคงถูกลบออกจากเอกภพไปเลย เพราะงั้นไม่เสี่ยงดีกว่ามีอะไรเข้ามาก็ตามน้ำไปก่อน
“ลิมุน...ลิมุน!”
“ฮะ?”ข้าสะดุ้งเฮือก เงยหน้าจากกองผลไม้มองผู้เรียก “ขอรับท่านแม่”
ออซสั่งให้ข้าเรียกแม่กวางว่า‘ท่านแม่’ไม่อย่างนั้นจะกลับมาเขกหัว เหอะ! ไอ้กระต่ายหื่นกามคิดจะทำคะแนนกับแม่ข้าล่ะสิ ฝันไปก่อน
“เขาอ่อนเ้าเริ่มขึ้นแล้วล่ะ”แม่กวางเอ่ยอย่างภูมิใจ “เพราะพรจากท่านไอโรแท้ ๆ ทำให้ลูกแม่โตเป็หนุ่มไวขนาดนี้ไม่ได้อ่อนแอขี้โรคอย่างที่ใครว่า อีกหน่อยคงมีลูกได้แล้ว”
ข้าขนลุกซู่“เอ่อ...ท่านแม่ขอรับ แล้วแม่พันธุ์กวางล่ะ ในป่านี้ข้าไม่เห็นกวางอื่นนอกจากเราเลย”
“ใช่ป่าเราเหลือกวางแค่สองตัวคือแม่และลูก เ้าต้องไปจีบกวางสาวป่าข้าง ๆ ปีละ 4 - 8 ตัวและจากนั้นจะแบ่งลูกกวางเป็ของป่านั้นครึ่งหนึ่ง และของเราอีกครึ่งหรือก็คือเ้าต้องผสมพันธุ์เป็เลขคู่เท่านั้น”
อ้อโล่งอก นึกว่าจะมาแนว Step Mom อะไรแบบนั้น...เดี๋ยวนะ...
“หา!! แล้วทำไมป่าเราเหลือกวางแค่นี้แล้วอีกอย่าง...ข้อตกลงนั้นมันอะไรกัน ข้าต้องเหนื่อยเป็พ่อพันธุ์บ่อยขนาดนั้นเลยเหรอ”ข้าร้องถามตาแทบถลน
“เป็ข้อตกลงที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีก่อนเพราะป่าเราเหลือกวางแค่สองตัว ส่วนป่าข้าง ๆ ส่วนใหญ่ก็มีแต่กวางตัวเมียเลยต้องช่วยเหลือกันเพื่อให้เผ่าพันธุ์ยังดำรงอยู่” แม่กวางอธิบาย
“แล้วทำไมถึงเหลือกันแค่เราล่ะท่านแม่”ข้าเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะกลั้นใจถามบางสิ่งออกไป “แล้วพ่อข้าล่ะ”
แม่กวางเงยหน้ามองฟ้า“สองปีก่อนตอนท่านออซหายไป พวกสัตว์กินเนื้อล่าเหยื่อโดยไม่สนใจระบบนิเวศน์ทำให้สัตว์กินพืชลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว สัตว์บางชนิดสูญพันธุ์พ่อกับแม่คือกวางสองตัวสุดท้ายของป่านี้ก่อนที่ท่านออซจะกลับมายุติความรุนแรงแล้วสั่งคุ้มครองเราทั้งคู่ไม่ให้ถูกล่าจนกว่าสมดุลจะกลับเป็เหมือนเดิมแต่ว่า...”
“มีตัวที่ไม่เชื่อฟัง?”ข้าเดา
“ใช่นางคือหัวโจกในความวุ่นวายครั้งก่อน เป็สัตว์วิเศษอีกตัวในป่าที่ไม่ค่อยมีใครให้การยอมรับนักแต่เพราะท่านออซหายไปเราจึงต้องยอมให้นางเป็ผู้พิทักษ์ชั่วคราว พอถูกปลดก็แค้นตั้งใจขัดคำสั่งท่านออซโดยการล่าเราตอนที่แม่กำลังท้องพ่อเ้าพลาดถูกฆ่าแต่แม่หนีรอดมาได้ จากนั้นนางก็หายตัวไปอย่างลึกลับนั่นเป็เหตุผลที่ตอนคลอดเ้าต้องมีสัตว์มากมายมาช่วยกันเฝ้าไว้เพราะกลัวนางจะกลับมาจัดการลูกกวางตัวสุดท้ายของป่า”
สัตว์วิเศษสามารถมีได้มากกว่าป่าละตัวแต่ตำแหน่งผู้พิทักษ์มาจากการเลือกตั้ง ต้องมีตัวเดียวเท่านั้น ผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งและมีหัวใจการปกครองจะทำให้ป่าสงบสุขแต่เท่าที่ฟัง ‘นาง’ ที่แม่ข้าพูดถึงน่าจะเป็พวกบ้าอำนาจพอควร
“นางยังอยู่ที่นี่ใช่ไหม”ข้าถามอย่างระแวดระวัง
“ใช่พวกนกกลางคืนบอกว่านางมักออกล่าเหยื่อทีละมาก ๆ เพื่อนำไปกักตุนไว้จะได้ไม่ต้องออกจากที่ซ่อนบ่อย เราเลยยังต้องระวังตัวอยู่เสมอลิมุน...ถึงเ้าจะถูกละเว้นการล่า แต่ก็ยังต้องระวังตัวนะรู้ไหมแม่เป็ห่วงเหลือเกิน”
“ขอรับ”ข้าพยักหน้ารับให้แม่สบายใจ “แล้ว ‘นาง’ ที่ว่าเป็สัตว์อะไรเหรอ”
แม่กวางทำท่านึก“เป็เสือน่ะ เสือจิ๋ว”
“เสือจิ๋ว?”ข้าทวนคำ “เป็สัตว์อะไรกัน เสือไม่น่ามีพันธุ์นั้นนี่”
“คิกๆ นางเป็เสือหายากน่ะ ครอบครัวนางอพยพมาจากป่าแสนไกลเมื่อสิบกว่าปีก่อนแต่เป็โรคตายกันหมด ตอนนี้เหลือแค่นางตัวเดียว” แม่กวางอธิบาย “เอาล่ะตอนนี้ก็ไปหาท่านออซเถอะ มีนัดเรียนด้วยกันไม่ใช่เหรอ”
ข้าไม่ค่อยอยากเจอออซเท่าไรในตอนนี้เมื่อวานหลังจากที่มันเลี่ยงตอบคำถามแถมยังหลบหน้าข้า ก็เหมือนมีก้อนแหลม ๆก่อตัวในอก ทิ่มหัวใจข้าจนแสบคันไปทั้งคืนยิ่งได้ยินชื่อหรือนึกถึงหน้าไอ้กระต่ายนั่นยิ่งรู้สึกพิศวงเหมือนจะเศร้าก็ไม่เศร้า จะโกรธก็ไม่โกรธ
“มาแล้วเหรอลิมุน”ออซในร่างครึ่งมนุษย์นอนอาบแดดอยู่ริมธาร
“อืม”
“กินอะไรมาแล้วหรือยัง”
“อืม”
“นอนหลับสบายดีไหม่นี้มีใครมาก่อกวนเ้าบ้างหรือเปล่า”
“อืม”
“เป็อะไรของเ้า!” ออซยันตัวขึ้นแล้วตวัดสายตามามองข้าอย่างมีน้ำโห
“เปล่านี่ไม่ได้เป็อะไร” ข้าตอบตามจริง ข้ากินอิ่มนอนหลับสบายดีไม่ได้มีใครมารังควาญอย่างที่ออซถาม “วันนี้จะสอนอะไรล่ะท่านออซ”
ออซคิ้วกระตุกเล็กน้อย“ข้าว่าเ้ามี...งอนอะไรข้า บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“งอน?”ข้าทวนคำ เผลอขึ้นโทนเสียงสูงโดยไม่รู้ตัว “ท่านออซหมายถึงอาการไม่พอใจแบบอ่อน ๆน่ะเหรอขอรับ ข้าไม่แน่ใจ แต่คิดว่าไม่ใช่นะ”
“ต้องใช่สิเ้างอนที่ข้าไม่ยอมตอบคำถามเ้าเมื่อวาน ไอ้เด็กอยากรู้อยากเห็นเอ๊ย!”
“แล้วยังไงต่อล่ะท่านออซต่อให้ข้างอนท่านขึ้นมาจริง ๆ ท่านจะตอบคำถามหรือทำตามที่ข้าบอกหรือไง ข้าก็แค่กวางตัวหนึ่งไม่ได้สำคัญอะไรขนาดท่านจะมาสนใจอารมณ์ข้าหรอกมั้ง”
“เกี่ยวอะไรกันเนี่ยลิมุน...” ออซเดินเข้ามาคุกเข่าเพื่อคุยกับข้าในระดับเดียวกัน “ข้าแค่ไม่อยากตอบเพราะมันไม่ใช่เื่ของเด็กแล้วเ้าก็ยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับพวกมนุษย์ด้วย ยิ่งเห็นเ้าตื๊อขนาดนั้นข้าเลยี้เีคุย”
“อื้ออองั้นก็ช่างมันเถอะ!” ข้าตอบปัดรำคาญพยายามหันหน้าหนีมือของออซที่ยื่นเข้ามาลูบหัว “ไหนล่ะบทเรียนข้าอยากรู้อยากเห็นแทบแย่แล้วว่าท่านจะสอนอะไร”
ออซถอนหายใจมันเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกลายร่างกลับเป็กระต่ายดังเดิม
“วันนี้ข้าจะสอนเื่การพรางตัว”ออซยืดอก ทำท่าจริงจัง “ลูกกวางมีสัญชาตญาณวิชาพรางตัวติดมาแต่เกิดไหนบอกข้าสิลิมุน ว่าถ้าเห็นพุ่มไม้หรือพงหญ้าเ้าต้องทำยังไง”
“มองซ้ายมองขวาหานักล่าถ้าไม่มีในระยะมองเห็นก็เข้าไปนอนอาบแดดจนกว่าแม่จะมาตามทำให้เคยชินโดยไม่ต้องห่วงว่าจริง ๆ แล้วรอบตัวมีนักล่าอยู่จริงหรือเปล่า”ข้าตอบเสียงเอื่อย
“เก่งมาก! แต่เสี้ยววิก่อนก่อนซ่อนตัวเ้าต้องทำอะไรอีก”
“หือ?ก็เตรียมเสบียงเข้าไปกินด้วย เผื่อหิวล่ะมั้ง” ข้าตอบทีเล่นทีจริงซึ่งก็ได้สายตามองค้อนกลับมา “ล้อเล่นท่านอาจารย์ ต้องตรวจดูในที่ซ่อนด้วยเช่นกัน”
ออซพยักหน้าหงึกหงัก“ถูกอีกนั่นล่ะไม่แน่ใจว่าสอนเื่นี้ช้าไปหรือเปล่าเพราะเ้าตัวเท่ากวางหนุ่มแล้วแต่ก็ยังดีกว่าไม่สอนล่ะนะ ตอนเ้าออกเดินทางต้องรู้วิธีซ่อนตัวด้วย”เ้ากระต่ายเดินนำไปยังพุ่มไม้ใกล้ ๆ มันล้วงอุ้งเท้าเข้าไปด้านในก่อนจะชักออกมาพร้อมงูเขียวท่าทางง่วงซึม
“ท่านออซ...ซซซซ....มีอะไรหรือขอรัฟซซซซ”เ้างูถาม
“งูบางตัวกัดผู้อื่นเพราะป้องกันตัวแต่บางตัวก็ทำเพราะความขบขันอย่างเช่นเ้านี่ที่วันก่อนกัดลูกหมูป่าตายไปตัวหนึ่ง” ออซมองงูในมือด้วยสีหน้าเรียบเฉย“ลิมุน พาสซีฟของเ้าช่วยให้รอดการโจมตีได้เสี้ยวนาทีหนึ่งแต่ถ้าถูกรุมจากศัตรูหลายตัว หรือถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องก็มีสิทธิ์แพ้ได้เลยไหนลองคิดซิว่าถ้าข้ากับเ้างูนี่โจมตีพร้อมกันจะเป็ยังไง”
“อืม...”ข้าแกล้งทำท่าคิดหนัก
“ท่านออซซซแต่ข้ากัดว่าที่ผู้พิทักษ์ไม่ได้ไม่ใช่หรือฟฟฟ” งูถามขณะคลอเคลียรอบตัวออซ
“ถ้าข้าอนุญาตก็ได้ล่ะนะช่วยฝึกเขาหน่อย” ออซยักไหล่ “หมดเวลาคิดแล้วลิมุน ต่อไปคือการต่อสู้จริง!”