บทที่ 1 สามีนอกใจ
หลีเกอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า ในวันครบรอบแต่งงานหนึ่งปีสามีของเธอจะนอกใจ!
ไม่สิ เขาอาจจะนอกใจมานานแล้วก็ได้ เพียงแค่เธอเพิ่งจะรู้เท่านั้น
เพราะตามแผนเดิม ตอนนี้เธอควรจะนั่งอยู่บนเครื่องบินไปมิวนิก
แต่หลังจากคิดทบทวนอยู่หลายรอบ เธอก็ตัดสินใจยกเลิกการเดินทางไปต่างประเทศในครั้งนี้ และจองดอกไม้ เค้ก รวมถึงไวน์แดง เพื่อเตรียมเซอร์ไพรส์ให้สามีของเธอ
ทำให้ขณะนี้หลีเกอที่กำลังมองผ่านช่องประตู ได้เห็นเข้ากับคู่รักที่กำลังร่วมรักกันบนเตียง ทำเอาหญิงสาวรู้สึกเจ็บจี๊ดในหัวใจ และชาไปทั้งตัว
ตอนนี้ก็นับว่าเป็เซอร์ไพรส์ที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ...
ในห้องนอนเต็มไปด้วยบรรยากาศอันเร่าร้อน ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่กว่าจะสงบลง
หลีเกอได้ยินเสียงผู้หญิงคนนั้นพูดอะไรบางอย่าง และได้ยินเสียงเสื้อผ้าถูกสวมใส่ด้วยความรีบเร่ง
“อวิ๋นจือ ฉันเองก็หย่าแล้ว เมื่อไหร่คุณจะหย่ากับภรรยาของคุณสักทีล่ะ? ยังไงเธอก็ทำให้คุณพอใจไม่ได้อยู่แล้ว เจ็บสั้นดีกว่าเจ็บนานนะคะ”
“ยังไงก็ต้องหย่าอยู่แล้ว คุณไม่ต้องรีบหรอกครับ” ฟู่อวิ๋นจือตอบ
เขาเคยคิดว่าชีวิตการแต่งงานนั้น แค่รักกันก็สามารถรักษาไว้ได้ แต่มาจนถึงทุกวันนี้ หลีเกอยังไม่ยอมให้เขาแตะต้องเธอเลย
เขาเองก็เป็ผู้ชายที่มีความ้าเหมือนผู้ชายคนอื่น ๆ ที่้าระบายออกบ้าง พอเวลาผ่านไปเขาเลยหันไปหาความตื่นเต้นนอกบ้านแทน
แต่คำว่า ‘หย่า’ นั้นดูจะเร็วเกินไป เขายังไม่รู้ว่าจะพูดกับหลีเกอยังไงดี และจะทำยังไงให้เธอออกจากบ้านไปแต่โดยดี
หลีเกอกำมือแน่น เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อพยายามระงับอารมณ์ไว้
ไม่แปลกใจเลยที่่นี้ฟู่อวิ๋นจือกลับบ้านน้อยลงเรื่อย ๆ ที่แท้ก็มาหาเศษหาเลยกับดอกไม้ริมทางนี่เอง!
พอเห็นผู้หญิงคนนั้นชัด ๆ หลีเกอก็รู้สึกคุ้น ๆ หน้าว่าเธอและฟู่อวิ๋นจือทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน และเธอเป็หัวหน้าของเขา
ฟู่อวิ๋นจือเคยพูดว่า หาก้าเลื่อนตำแหน่ง เขาต้องเอาใจผู้หญิงคนนั้นให้มาก ๆ
นี่คือวิธีการเอาใจที่เขาพูดงั้นเหรอ?!
หลีเกอรู้สึกผิดหวังและเ็ป เธอขบกรามแน่น พยายามข่มใจไม่ให้ผลักประตูเข้าไป
เธอไม่ได้ทิ้งเค้กและดอกไม้ในมือลง แต่ใช้มืออีกข้างหนึ่งหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดกล้องแล้วถ่ายภาพเหตุการณ์อันร้อนแรงในห้องนอนไว้ทั้งหมด
...
หลีเกอเดินออกจากคอนโดอย่างรวดเร็ว เธอทิ้งของในมือลงถังขยะ พร้อมกับโบกมือเรียกแท็กซี่ ปล่อยให้โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าที่กำลังสั่นระรัวไว้ทั้งอย่างนั้น
หลีเกอไม่รับสาย เธอนั่งลงที่เบาะหลัง ขณะที่หน้าจอโทรศัพท์กะพริบไม่หยุด และดูจะไม่มีทีท่าหยุดด้วย
เธอรู้สึกหงุดหงิด จนสุดท้ายก็ต้องรับสาย
ทันใดนั้นเสียงของแม่สามีก็ดังมา “หลีเกอ! นี่มันหมายความว่ายังไง? ฉันอุตส่าห์ใจดีนัดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ที่ดีที่สุดในเมืองมาให้ แต่เธอกลับปล่อยให้เขารอ แม้กระทั่งฉันโทรหาเธอก็ไม่รับสายอีก! ถ้าเธอไม่อยากมีทายาทให้ตระกูลฟู่ก็บอกมาตรง ๆ เถอะ! แล้วก็รีบ ๆ หย่ากับอวิ๋นจือของเราไปซะ ยังมีผู้หญิงอีกเยอะที่อยากเข้ามาเป็สะใภ้ตระกูลฟู่!”
เสียงด่าทอจากแม่สามีดังก้องเข้ามาในหู คำว่า ‘ตระกูลฟู่’ ที่ถูกเอ่ยออกมา ทำให้หลีเกอเผลอกำหมัดแน่น
ใช่แล้ว ั้แ่เธอแต่งงานเข้ามาในตระกูลฟู่ พ่อแม่สามีก็ไม่เคยถือว่าเธอเป็คนในครอบครัวเลย
ในสายตาของพวกเขา เธอมาจากครอบครัวยากจน ไร้ที่พึ่ง ควรจะรู้สึกเป็เกียรติที่จะได้ให้กำเนิดทายาทแก่ตระกูลฟู่
หึ! ตอนนั้นเธอโง่ไปหลงเชื่อคำหลอกลวงของฟู่อวิ๋นจือได้ยังไงกันนะ?
เชื่อว่าเขาจะดูแลเธอตลอดไป จะทำให้พ่อแม่ยอมรับเธอ แม้เธอจะเคยผิดหวังจากความรักมาก่อน และไม่ยอมร่วมหลับนอนกับเขา เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาจะพยายามให้เธอเปิดใจรับเขา
เธอพร้อมที่จะเปิดใจให้เขาแล้ว แต่เขาล่ะ?
หลังจากได้ฟังคำด่าจากแม่สามี หลีเกอพลันนึกถึงเหตุการณ์ในคอนโดเมื่อครู่ ทำให้ความโกรธปะทุออกมาอีกครั้ง
เธอกำมือที่จับโทรศัพท์แน่น กัดฟันพูดด้วยความโกรธว่า “คุณไม่ต้องห่วง ฉันหย่าแน่ ไม่ต้องให้คุณมายุ่ง คุณอยากมีหลานมากใช่ไหม? ได้สิ ฉันจะให้ตามที่คุณ้า”
แต่จะไม่ใช่ลูกของฟู่อวิ๋นจือแน่นอน!
เมื่อเขานอกใจแล้ว เธอก็ไม่ลังเลที่จะสวมหมวกเขียว*[1] ให้เขาก่อนหย่า
“แก! นังผู้หญิงสารเลว แกพูดเื่บ้าอะไร!” ก่อนวางสาย เธอยังคงได้ยินเสียงแม่สามีด่าทออย่างรุนแรง
หลีเกอปิดเครื่องทันที แล้วบอกคนขับแท็กซี่ว่า “พี่คะ ไปสถานบันเทิง เทียนเย่วกงค่ะ”
[1] สวมหมวกเขียว หมายถึง การสวมเขา การนอกใจ