ท่ามกลางเหมันต์ฤดูที่ปกคลุมจวนชินอ๋องจนขาวโพลนไปด้วยหิมะ บรรยากาศภายในตำหนักเหมยฮวากลับร้อนระอุด้วยเพลิงแห่งอารมณ์ที่ซ่อนเร้น ไป๋หลิน นั่งนิ่งอยู่หลังฉากกั้นไม้ฉลุลายโบตั๋น กลิ่นกำยานกฤษณาจางๆ อบอวลอยู่ในห้อง ทว่าในมโนสำนึกของนางกลับเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเืและกลิ่นเหงื่อดิบของ มู่เฉิน บุรุษที่เพิ่งหนีรอดไปได้เมื่อคืน
นางรู้ดีว่ามู่เฉินไม่ใช่ทาสที่ไร้อำนาจอย่าง อาเฉิง เขาคือยอดนักรบที่มีวรยุทธ์สูงส่งและมีศักดิ์ศรีขององครักษ์ค้ำคอ การจะ "กิน" เหยื่อรายนี้ นางไม่อาจใช้เพียงตัณหาเข้าข่มแบบที่ทำกับอาเฉิงได้ แต่นางต้องใช้ "ความบริสุทธิ์ที่ร้าวราน" เข้าล่อลวง เพื่อให้เขาเต็มใจที่จะลงสู่ก้นบึ้งแห่งนรกไปพร้อมกับนาง
นางลุกขึ้นจากเบาะนั่งอย่างช้าๆ ผ้าไหมสีม่วงอ่อนพลิ้วไหวตามลมหนาวที่เล็ดลอดเข้ามาจากช่องหน้าต่าง แสงจันทร์ส่องผ่านกระดาษขาวของหน้าต่างทำให้เงาของนางดูเหมือนนางฟ้าที่กำลังจะลงมาจาก์ ทว่าในใจนางกลับเต็มไปด้วยความคิดที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าปีศาจ
"พี่มู่เฉิน... ท่านยังซ่อนตัวอยู่ใช่ไหม?" ไป๋หลินกระซิบแ่เบาพลางเดินออกไปที่ระเบียงร้างหลังตำหนัก ที่ซึ่งเงามืดของต้นไม้ใหญ่ทอดตัวยาวดุจมือของปีศาจ
ลมหนาวพัดผ่านใบหน้าขาวเนียนของนาง ทำให้ผมยาวสีดำพลิ้วไหวเหมือนเมฆดำที่ปกคลุมดวงจันทร์ นางรู้ดีว่ามู่เฉินไม่อาจต้านทานเสน่ห์ของนางได้ เขาแอบมองนางมาั้แ่เด็ก แอบรักนางในใจมานานนับสิบปี วันนี้นางจะใช้ความรักที่บริสุทธิ์นั้นเป็อาวุธในการทำลายเขา
พริบตาเดียว ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำทมิฬก็ะโลงมาจากยอดไม้ มู่เฉินปรากฏตัวตรงหน้านาง แววตาคมกริบของเขายังคงสั่นไหวด้วยภาพเหตุการณ์ที่เขาแอบเห็นนางอยู่กับทาสชายเมื่อวาน ความเ็ปจากการถูก "ทรยศซ้อนทรยศ" ทำให้ใบหน้าของเขาดูดุดันและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม
"ไป๋หลิน... บอกข้ามาว่าทำไม!" มู่เฉินคว้าไหล่บางของนางไว้ แรงบีบจากมือนักรบที่กรำศึกหนักมานับสิบปีรุนแรงจนนางรู้สึกเหมือนกระดูกจะแตก "เ้าเป็ถึงพระชายาผู้สูงศักดิ์ เหตุใดจึงไปเกลือกกลั้วกับทาสชั้นต่ำผู้นั้น! หรือว่าชีวิตในจวนอ๋องมันทำให้นางหงส์อย่างเ้ากลายเป็นางกาที่กระหายในราคะไปแล้ว!"
เสียงของเขาแหบแห้งด้วยความโกรธและเ็ป ดวงตาที่เคยมองนางด้วยความรักใคร่บัดนี้เต็มไปด้วยความผิดหวังและความชิงชัง มือใหญ่ของเขาสั่นเครือเมื่อจับไหล่นาง เหมือนกำลังต่อสู้ระหว่างความ้าที่จะกอดนางเข้าหาหรือผลักนางออกไป
ไป๋หลินไม่ได้หลบตา ทว่านางกลับจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา แววตาของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยที่สั่งได้ดั่งใจ หยาดน้ำตาเม็ดเล็กๆ เริ่มเอ่อคลอ เหมือนหยดน้ำค้างบนกลีบดอกไม้ที่กำลังจะร่วงโรย
"ท่านพี่มู่เฉิน... ท่านมาช้าไป... ท่านปล่อยให้ข้าถูกชินอ๋องย่ำยีเกียรติยศ ท่านปล่อยให้ข้าอยู่อย่างตายทั้งเป็ในตำหนักร้างนี้มานานเท่าไหร่แล้ว?" เสียงของนางสั่นเครือด้วยความเ็ปที่ดูเหมือนจริงจัง "อาเฉิงคือคนเดียวที่มองเห็นความหนาวเหน็บในใจข้า เขาเป็เพียง 'เครื่องมือ' ที่ข้าใช้เพื่อความอยู่รอด... ทว่าท่าน... ท่านที่ข้าเฝ้ารอมาตลอด กลับมาเพื่อก่นด่าข้าเช่นนั้นหรือ?"
น้ำตาของนางไหลลงมาตามแก้มขาวเนียน แต่ละหยดเหมือนมุกที่กำลังกลิ้งลงจากใบหน้าของเทพธิดา มู่เฉินรู้สึกเหมือนมีมีดแทงเข้าไปในหัวใจเมื่อเห็นน้ำตาของนาง ความรักที่เขาเก็บงำมาั้แ่เด็กกำลังต่อสู้กับความโกรธและความผิดหวัง
นางจงใจใช้กลยุทธ์ "ผลักความผิด" เพื่อสั่นคลอนมโนธรรมของนักรบผู้ภักดี มู่เฉินชะงักไป แรงบีบที่ไหล่ค่อยๆ คลายลง ความรักที่เขามีต่อนางมาั้แ่เด็กกำลังต่อสู้กับความชิงชังในสิ่งที่นางเป็
"หลินเอ๋อ... ข้า..." เขาพึมพำด้วยเสียงที่เริ่มอ่อนแอลง "ข้าไม่รู้ว่า... ข้าไม่รู้ว่าเ้าต้องทนทุกข์มากเพียงนี้"
"ท่านไม่รู้เพราะท่านไม่เคยอยู่ข้างข้า" ไป๋หลินกระซิบพลางก้าวเข้าไปใกล้ขึ้น "ท่านไม่รู้ว่าข้าต้องนอนคนเดียวในเตียงเย็นเยียบทุกคืน ไม่รู้ว่าข้าต้องกลืนน้ำตาและแสร้งยิ้มต่อหน้าชินอ๋องที่ดูถูกข้า ไม่รู้ว่าข้าเฝ้าแต่คิดถึงท่านจนแทบคลั่ง"
เสียงของนางนุ่มนวลและเศร้าใส ทำให้มู่เฉินรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังแตกเป็ชิ้นๆ เขาไม่เคยคิดว่านางจะต้องทนทุกข์มากขนาดนี้ ความรักที่เขามีต่อนางทำให้เขา้าปกป้องนาง แต่ภาพที่เขาเห็นเมื่อคืนกลับทำให้เขาสับสน
"ข้า... ข้าขอโทษ... ข้าไม่รู้ว่าเ้าต้องเผชิญกับสิ่งใดบ้าง" มู่เฉินพึมพำเสียงพร่า แววตาสับสนและโอนอ่อนลงทันที "ข้าควรจะอยู่ข้างเ้า ควรจะปกป้องเ้า แต่ข้ากลับ..."
"ท่านกลับปล่อยให้ข้าต้องหาทางรอดด้วยตัวเอง" นางแทรกเสียงเบาๆ "ท่านรู้ไหมว่าเมื่อข้าอยู่กับอาเฉิง ข้านึกถึงท่านตลอด? ข้าปิดตาแล้วจินตนาการว่าเขาคือท่าน ข้าเรียกชื่อท่านในใจทุกครั้งที่เขาััข้า"
คำพูดของนางเหมือนยาพิษที่หวานชื่น มู่เฉินรู้สึกเหมือนกำลังจมลงในหล่มที่นางขุดไว้ แต่เขาไม่อาจต้านทานได้ ความรักที่เขามีต่อนางมากเกินกว่าจะใช้เหตุผลมาควบคุม
ไป๋หลินหยักยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ นางเคลื่อนกายเข้าไปใกล้จนหน้าอกอิ่มแนบชิดกับหน้าอกกว้างที่หุ้มด้วยเสื้อเกราะหนังของเขา กลิ่นหอมจากร่างกายของนางผสมกับกลิ่นกำยานทำให้มู่เฉินรู้สึกมึนเมา
"พี่มู่เฉิน..." นางกระซิบข้างหูเขาด้วยเสียงที่นุ่มนวลเหมือนผ้าไหม "ข้ารู้ว่าท่านรักข้า... ข้ารู้สึกได้ถึงความรักนั้นั้แ่เราเป็เด็ก ท่านจำได้ไหมตอนที่เราเล่นซ่อนหากันในสวนหลังบ้าน? ท่านมักจะให้ข้าชนะเสมอ แล้วยิ้มให้ข้าด้วยแววตาที่อ่อนโยน"
นางใช้ปลายนิ้วเรียวสวยกรีดไล้ไปตามรอยแผลเป็ที่ข้างขมับของเขาอย่างนุ่มนวล "รอยแผลนี้... ท่านได้มาเพื่อปกป้องข้าใช่ไหม? เมื่อตอนที่โจรป่าบุกเข้ามาในบ้าน ท่านเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยข้า"
มู่เฉินสั่นเครือเมื่อรู้สึกถึงััอ่อนโยนของนาง ความทรงจำในวัยเด็กที่เขาเก็บไว้ในใจลึกๆ ถูกปลุกขึ้นมา เขาจำได้ทุก่เวลาที่ใช้ร่วมกับนาง จำได้ทุกรอยยิ้ม ทุกเสียงหัวเราะ และทุกคำพูดที่นางเอ่ยกับเขา
"หลินเอ๋อ..." เขาพึมพำด้วยเสียงแหบแห้ง "ข้า... ข้ารักเ้ามาั้แ่เด็ก ข้าคิดถึงเ้าทุกวัน ทุกคืน ข้าฝันถึงเ้า ฝันว่าสักวันหนึ่งเราจะได้อยู่ด้วยกัน"
"แล้วทำไมท่านไม่มาหาข้า?" นางถามด้วยเสียงเศร้า "ทำไมท่านปล่อยให้ข้าต้องแต่งงานกับชินอ๋อง? ทำไมท่านไม่พาข้าหนีไป?"
"เพราะข้าเป็เพียงองครักษ์" เขาตอบด้วยเสียงขมขื่น "ข้าไม่มีสิทธิ์ที่จะรักเ้า ไม่มีสิทธิ์ที่จะเ้า เ้าเป็ลูกสาวของขุนนาง ส่วนข้าเป็เพียงคนรับใช้"
"แต่ตอนนี้ข้าเป็แค่พระชายาที่ถูกทอดทิ้ง" นางกระซิบพลางเลื่อนมือไปจับมือของเขา "ข้าไม่มีอำนาจ ไม่มีสถานะ ข้าเป็เพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่้าความรัก ้าความอบอุ่น ้าท่าน"
มือของนางนุ่มนวลและอบอุ่น ทำให้มู่เฉินรู้สึกเหมือนกำลังละลาย เขาไม่เคยได้ัันางใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน กลิ่นหอมจากผมของนางทำให้เขามึนเมา
"หลินเอ๋อ... ข้าไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร" เขาพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ "ข้ารักเ้า แต่ข้าไม่อาจ... เ้าเป็พระชายาของชินอ๋อง"
"ชินอ๋องไม่เคยมองข้าเป็ภรรยา" นางกระซิบพลางเอนหัวพิงไหล่ของเขา "เขามองข้าเป็เพียงเครื่องประดับ เป็สิ่งของที่เขาไว้เพื่อโอ้อวด แต่ท่าน... ท่านมองข้าเป็ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีหัวใจ มีความรู้สึก"
นางหยุดพักแล้วมองขึ้นไปที่ใบหน้าของเขา "ข้าอยากรู้ว่าการถูกรักอย่างแท้จริงเป็อย่างไร ข้าอยากรู้ว่าการอยู่ในอ้อมแขนของคนที่รักข้าจริงๆ เป็อย่างไร"
มู่เฉินรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังเต้นแรงจนจะะเิ เขามองลงไปที่ใบหน้าขาวเนียนของนางที่ส่องแสงใต้แสงจันทร์ ริมฝีปากชมพูอ่อนของนางเหมือนกำลังเชื้อเชิญให้เขาจูบ
"หลินเอ๋อ... หากข้าััเ้า ข้าจะไม่อาจหยุดได้" เขากระซิบด้วยเสียงแหบแห้ง "ข้าเก็บความปรารถนานี้ไว้มานานเกินไป"
"แล้วอย่าหยุด" นางตอบด้วยเสียงเซ็กซี่ "ข้า้าท่าน ้าให้ท่านััข้า ้าให้ท่านทำให้ข้ารู้สึกเป็ผู้หญิง"
นางยกมือขึ้นไปััแก้มของเขา ิัของเขาหยาบกร้านจากการต่อสู้และการฝึกซ้อม แต่กลับทำให้นางรู้สึกตื่นเต้น เขาแตกต่างจากอาเฉิงอย่างสิ้นเชิง มู่เฉินมีความแข็งแกร่งที่มาจากการฝึกฝนอย่างเป็ระบบ มีความมั่นใจที่มาจากการเป็นักรบ
"พี่มู่เฉิน... หากท่านรักข้าจริง ท่านต้องพิสูจน์... พิสูจน์ว่าท่าน 'เหนือกว่า' ทาสผู้นั้น และ 'แข็งแกร่งกว่า' สวามีไร้หัวใจของข้า" นางกระซิบข้างหูเขา
คำท้าทายนั้นเปรียบเสมือนเชื้อไฟที่จุดะเิสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวมู่เฉิน นักรบหนุ่มที่ถูกกดทับด้วยกฎเกณฑ์มาตลอดชีวิตบัดนี้พังทลายลง เขาช้อนร่างนางขึ้นอุ้มอย่างดุดัน ก่อนจะพานางกลับเข้าไปในห้องบรรทมที่เงียบสนิท
แสงเทียนริบหรี่ส่องแสงอบอุ่นในห้อง มู่เฉินวางนางลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง เหมือนกำลังจัดวางดอกไม้ที่ล้ำค่า สายตาของเขาเลื่อนไล่ไปตามร่างกายที่ห่อหุ้มด้วยผ้าไหมบางเฉียบ
"หลินเอ๋อ... ข้ารอวันนี้มานานแล้ว" เสียงของเขาแหบแห้งด้วยความปรารถนาที่อัดอั้นมานานนับปี "ข้าจะทำให้เ้าลืมทุกสิ่งที่ผ่านมา... ลืมทาสผู้นั้น ลืมชินอ๋อง และจำได้เพียงข้าคนเดียว"
เขาคุกเข่าลงข้างเตียง มือใหญ่ของเขาเลื่อนขึ้นไปตามแข้งเรียวของนาง ััที่อ่อนโยนแต่มั่นคงทำให้ไป๋หลินสั่นสะท้าน เขาไม่รีบร้อนเหมือนอาเฉิง แต่กลับใช้เวลาสำรวจทุกตารางนิ้วของิันางด้วยความเชี่ยวชาญ
"อ๊ะ... พี่มู่เฉิน..." ไป๋หลินครางเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงลิ้นร้อนของเขาเลียไล้ไปตามข้อเท้าอย่างช้าๆ เขาจูบขึ้นไปตามน่องเรียวด้วยจังหวะที่ทรมานใจ แต่ละจุดที่ริมฝีปากของเขาแตะต้องล้วนทิ้งรอยร้อนแรงไว้เหมือนตราประทับ
มู่เฉินยิ้มเมื่อเห็นนางเริ่มสั่นไหว เขารู้ดีว่าการทรมานด้วยความช้าๆ จะทำให้ความปรารถนาเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ มือของเขาค่อยๆ ผลักชายกระโปรงขึ้น เผยให้เห็นผิวขาวนวลที่ยังคงมีรอยจากการกระทำของอาเฉิงเมื่อคืนวาน
"รอยเหล่านี้... ข้าจะลบล้างให้หมด" เขากระซิบพลางใช้ลิ้นเลียไปตามรอยช้ำสีม่วงบนต้นขาด้านใน ไป๋หลินกระตุกตัวเมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
"หยุด... หยุดเถอะ..." นางพึมพำด้วยเสียงที่สั่นเครือ แต่ร่างกายกลับไม่ได้ต่อต้าน มือเล็กของนางกำเสื้อเกราะหนังของเขาแน่น
มู่เฉินไม่ได้หยุด เขากลับเพิ่มความเข้มข้นขึ้น มือใหญ่ของเขาเลื่อนขึ้นไปจับเอวเล็กของนาง ก่อนจะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น ทุกการเคลื่อนไหวของเขาล้วนเต็มไปด้วยความมั่นใจและเชี่ยวชาญ เหมือนนักรบที่รู้จักจุดอ่อนของศัตรูเป็อย่างดี
เมื่อผ้าไหมสีม่วงอ่อนหลุดลอยลงสู่พื้น ไป๋หลินนั่งอยู่ตรงหน้าเขาด้วยร่างเปลือยเปล่า แสงเทียนส่องประกายไปบนผิวขาวนวลที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อที่เริ่มซึมออกมา
"สวยงามเสมอมา..." มู่เฉินกระซิบด้วยเสียงแหบแห้ง สายตาของเขาเลื่อนไล่ไปตามทุกส่วนของร่างกายนาง เหมือนนักรบที่กำลังศึกษาภูมิประเทศก่อนยึดครอง "แต่วันนี้... เ้าจะเป็ของข้าเท่านั้น"
เขาโน้มตัวลงมาจูบที่คอระหงของนาง ริมฝีปากร้อนแรงเลื่อนลงไปตามกระดูกไหปลาร้า ลิ้นของเขาเลียไล้ไปตามร่องลึกระหว่างเนินอกอิ่ม ทำให้ไป๋หลินสะดุ้งและโค้งหลังขึ้น
"อ๊าห์... พี่มู่เฉิน..." เสียงครางของนางดังขึ้นเมื่อเขาใช้ฟันเบาๆ กัดหัวนมสีชมพูอ่อน ก่อนจะดูดแรงๆ จนนางรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านไปทั่วร่าง
มู่เฉินยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยาของนาง เขารู้ดีว่าอาเฉิงไม่เคยทำให้นางรู้สึกแบบนี้ เขาใช้ลิ้นเลียวนรอบหัวนมอีกข้างอย่างช้าๆ ก่อนจะดูดแรงๆ สลับกับการใช้ฟันเบาๆ กัด ทำให้ไป๋หลินสั่นสะท้านและกำมือเขาแน่น
"เ้าชอบใช่ไหม?" เขาถามด้วยเสียงเซ็กซี่ "บอกข้ามา... บอกว่าเ้า้าข้า"
"ข้า... ข้าไม่..." ไป๋หลินพยายามปฏิเสธ แต่เสียงของนางสั่นเครือจนแทบไม่มีน้ำหนัก
"ไม่อะไร?" มู่เฉินหยุดการเคลื่อนไหวทันที ทำให้นางรู้สึกผิดหวังอย่างแปลกใจ "หากเ้าไม่้า ข้าก็จะหยุด..."
"ไม่! อย่าหยุด..." ไป๋หลินร้องออกมาโดยไม่ทันคิด ก่อนจะรู้ตัวว่าตนเองพูดอะไรไป ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
มู่เฉินหัวเราะเบาๆ "นั่นสิ... เ้า้าข้า ้าให้ข้าทำให้เ้ารู้สึกดี" เขาเอ่ยพลางเลื่อนมือลงไปตามท้องเรียบของนาง นิ้วของเขาวาดวงกลมรอบสะดือ ทำให้นางสั่นไหว
"พี่มู่เฉิน... ข้า..." ไป๋หลินพึมพำด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ร่างกายของนางเริ่มเคลื่อนไหวตามจังหวะของมือเขา
"ข้ารู้... ข้ารู้ว่าเ้า้าอะไร" มู่เฉินกระซิบพลางเลื่อนมือลงไปยังจุดที่ละเอียดอ่อนที่สุด นิ้วของเขาเลื่อนไล้ไปตามริมฝีปากด้านล่างอย่างช้าๆ ทำให้ไป๋หลินกระตุกตัวและหอบหายใจแรงขึ้น
"เปียกแล้ว..." เขาพึมพำด้วยความพอใจ "เ้า้าข้ามากเพียงใด"
นิ้วของเขาเลื่อนเข้าไปในช่องแคบอย่างระมัดระวัง ไป๋หลินโค้งหลังขึ้นและร้องครางเสียงดัง ความรู้สึกนั้นแตกต่างจากที่เคยได้รับจากอาเฉิงอย่างสิ้นเชิง มู่เฉินรู้จักจุดที่ทำให้นางรู้สึกดี เขาเคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่ช้าแต่แม่นยำ
"อ๊าห์! ตรงนั้น... ตรงนั้น!" ไป๋หลินร้องครางเมื่อนิ้วของเขาถูกจุดที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนจะบินขึ้นฟ้า
มู่เฉินยิ้มและเพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย นิ้วอีกข้างของเขาเลื่อนไปหาจุดเล็กๆ ที่อยู่้า เมื่อเขาลูบไล้ตรงนั้นพร้อมกับเคลื่อนไหวข้างใน ไป๋หลินเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
"พี่มู่เฉิน! ข้า... ข้าจะ..." นางพึมพำด้วยเสียงที่แทบจะเป็ลม
"ยังไม่ได้" เขากระซิบและหยุดการเคลื่อนไหวทันที ทำให้นางรู้สึกผิดหวังจนแทบจะร้องไห้
"ทำไม... ทำไมหยุด..." ไป๋หลินร้องขอด้วยเสียงสั่นเครือ
"เพราะข้า้าให้เ้าขอร้อง... ขอร้องให้ข้าทำให้เ้าถึงจุดสุดยอด" มู่เฉินเอ่ยด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ
"ข้า... ข้าขอร้อง... โปรดทำให้ข้าถึงจุดสุดยอด..." ไป๋หลินพูดออกมาโดยไม่สนใจศักดิ์ศรี ความปรารถนาในร่างกายเอาชนะเหตุผลไปแล้ว
มู่เฉินพอใจกับคำตอบ เขาเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาใช้ปากแทนมือ ลิ้นร้อนของเขาเลียไล้ไปตามจุดที่ละเอียดอ่อนที่สุด ทำให้ไป๋หลินร้องครางเสียงดังจนก้องไปทั่วห้อง
"อ๊าห์! พี่มู่เฉิน! อย่าหยุด! อย่าหยุดเลย!" นางร้องขอด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
เขาใช้ลิ้นเลียวนรอบจุดเล็กๆ ก่อนจะดูดแรงๆ สลับกับการใช้นิ้วเคลื่อนไหวข้างใน ไป๋หลินรู้สึกเหมือนจะะเิออกเป็พันชิ้น ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
"ข้าจะ... ข้าจะไปแล้ว!" นางร้องครางเสียงดัง
"ไปเถอะ... ไปให้ข้าดู" มู่เฉินกระซิบและเพิ่มความเข้มข้นขึ้น
ไป๋หลินโค้งหลังขึ้นสูงและร้องครางเสียงดังที่สุด ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเมื่อคลื่นความสุขซัดทอดไปทั่วร่าง นางรู้สึกเหมือนจะลอยขึ้นฟ้า ความรู้สึกนั้นเข้มข้นกว่าที่เคยได้รับจากอาเฉิงหลายเท่าตัว
มู่เฉินมองดูนางด้วยความพอใจ เขารอจนนางหายใจสม่ำเสมอแล้วจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เขาเริ่มถอดเสื้อเกราะหนังออก เผยให้เห็นร่างกายที่แข็งแรงและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็จากการต่อสู้
ไป๋หลินมองดูเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา เมื่อเขาถอดกางเกงออก สิ่งที่ปรากฏขึ้นทำให้นางอ้าปากค้าง ท่อนเนื้อของมู่เฉินใหญ่โตและแข็งแกร่งกว่าของอาเฉิงอย่างเห็นได้ชัด มันยาวและหนา เส้นเืเด่นชัดบนิั ปลายสีชมพูเข้มเปียกชื้นด้วยของเหลวใส
*ใหญ่มาก...* นางคิดในใจ *ใหญ่กว่าของอาเฉิงเกือบเท่าตัว... สิ่งนี้จะเข้าไปในข้าได้หรือ?*
มู่เฉินสังเกตเห็นสายตาของนาง เขายิ้มด้วยความภาคภูมิใจ "เ้ากลัวหรือ?"
"ข้า... ข้าไม่กลัว" นางตอบด้วยเสียงสั่นเครือ แต่สายตายังคงจ้องมองที่ความใหญ่โตของเขา
"เ้าอยากััไหม?" เขาถามด้วยเสียงเซ็กซี่
ไป๋หลินพยักหน้าเบาๆ นางเอื้อมมือไปััท่อนเนื้อของเขา มันร้อนแรงและแข็งเหมือนเหล็ก แต่ิักลับนุ่มนวล นางใช้นิ้วเลื่อนไล้ไปตามความยาว รู้สึกถึงเส้นเืที่เต้นแรง
"อ๊าห์..." มู่เฉินครางเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงััของนาง "เ้าทำให้ข้าเสียวซ่าน"
"ข้าอยากลิ้มรส..." นางกระซิบด้วยเสียงเซ็กซี่ "ข้าอยากรู้ว่ารสชาติของท่านเป็อย่างไร"
มู่เฉินรู้สึกตื่นเต้นจนแทบคุมตัวเองไม่อยู่ เขาไม่เคยคิดว่านางจะพูดแบบนี้ได้ "เ้า... เ้าแน่ใจหรือ?"
"แน่ใจ" นางตอบพลางโน้มตัวลงไป
ไป๋หลินเลื่อนลิ้นไปเลียที่ปลายท่อนเนื้อของเขา รสชาติเค็มๆ หวานๆ แปลกใหม่ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้น เขาใหญ่เกินกว่าที่นางจะเอาเข้าปากได้หมด แต่นางก็พยายามอมให้มากที่สุด
"อ๊าห์... หลินเอ๋อ..." มู่เฉินครางด้วยเสียงแหบแห้ง มือของเขาไปจับผมของนางเบาๆ "ปากของเ้า... อบอุ่นมาก"
นางใช้ลิ้นเลียวนรอบปลาย สลับกับการดูดเบาๆ มู่เฉินรู้สึกเหมือนจะบ้าคลั่ง ความรู้สึกนั้นเข้มข้นกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้
"เ้าเก่งมาก..." เขาพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ "ข้าไม่อาจทนได้นานหรอก"
ไป๋หลินยิ้มและเพิ่มความเร็วขึ้น นางใช้มือจับส่วนที่เหลือพลางใช้ปากดูดแรงขึ้น มู่เฉินสั่นสะท้านและกำผมของนางแน่นขึ้น
"หลินเอ๋อ... ข้าจะ..." เขาเตือนด้วยเสียงแหบแห้ง
แต่นางไม่ได้หยุด นางกลับเพิ่มความเข้มข้นขึ้น จนในที่สุดมู่เฉินก็ไม่อาจทนได้อีกต่อไป เขาปล่อยความร้อนแรงออกมาในปากของนาง
ไป๋หลินรู้สึกถึงของเหลวร้อนๆ ที่ไหลเข้ามาในปาก รสชาติเค็มๆ ขมๆ แปลกใหม่ แต่นางก็กลืนลงไปทั้งหมด
มู่เฉินมองดูนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา "เ้า... เ้าทำให้ข้าประทับใจมาก"
"ข้าก็รู้สึกดีเช่นกัน" นางตอบด้วยรอยยิ้ม "ตอนนี้... ถึงตาข้าแล้วใช่ไหม?"
มู่เฉินยิ้มและคลานขึ้นไปบนเตียง "ใช่... ตอนนี้ข้าจะทำให้เ้าเป็ของข้าอย่างแท้จริง"