เอริคนำตัวซาฮิบ พร้อมกับหลักฐานไปส่งให้กับตำรวจ เพื่อตำรวจดำเนินการต่อไป โดยที่ตัวเอริค พร้อมด้วยทนายของแบรี่ ก็คอยติดตามและให้ความร่วมมือ หากว่าตำรวจแจ้งขออะไรเพิ่มเติมมา ซึ่งเมื่อทางตำรวจรับตัวซาฮิบ และหลักฐานจากเอริคแล้ว ก็เร่งขอหมายจับแองเจลล่า ทันทีอย่างไม่รอช้า
ในการไปจับกุมแองเจลล่านี้ เอริคก็ได้ขอติดตามไปด้วย จะได้รู้ความคืบหน้า และเพื่อจะได้นำความคืบหน้านั้น ไปรายงานให้แบรี่ ได้ทราบ
ติ๊งต๊อง…… ติ๊งต๊อง…… ติ๊งต๊อง……
เสียงกดกริ่งที่หน้าบ้านดังเข้ามา ให้ได้ยินภายในบ้าน
“ใครมากันนะ!!??”
เรติน่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว ขมวดคิ้วผูกโบว์สงสัย เพราะปกติหากมีใครจะมาที่บ้าน ก็จะต้องโทรมาบอกกล่าวกันให้รับทราบก่อน แต่เท่าที่จำได้ ก็ไม่มีใครหรือเพื่อนคนไหน โทรมาบอกว่า จะมาสักคนเลยนี้นา
เรติน่าวางมีดและผักที่อยู่ในมือลง เดินตรงไปยังประตูหน้าบ้าน
“สวัสดีครับ ผมโรนันโด้ เป็นเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจ.... ไม่ทราบว่าคุณแองเจลล่าอยู่หรือเปล่าครับ?” เมื่อเรติน่าเปิดประตูบ้านออก โรนันโด้ก็แนะนำตัว พร้อมกับโชว์ตราประจำกายของตำรวจให้ดู และถามหาบุคคลที่ต้องการจะมาจับกุมทันที
“สวัสดีค่ะ แองเจลล่าไม่อยู่บ้าน ฉันเป็นแม่ของเธอ มีอะไรกับเธออย่างนั้นหรือ?” เรติน่ายิ่งขมวดคิ้วสงสัย มากขึ้นกว่าเดิม ที่เห็นว่าเป็นตำรวจเป็นผู้มาเยี่ยมเยือนถึงบ้านอย่างนี้ และภายในใจก็รู้สึกหวั่นๆ ว่าต้องมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ
“ผมมีหมายจับคดีจ้างวานฆ่า จึงจะมาเชิญตัวเธอไปสอบสวนที่สถานีตำรวจครับ” โรนันโด้แจ้งจุดประสงค์ที่มา ให้เรติน่าได้รับทราบ ซึ่งพอเรติน่าได้รับทราบเรื่องราว ก็ต้องยกมือขึ้นทาบอก
“โอ้พระเจ้า!! ทะ ทำไมถึงว่าแองเจลล่าจ้างวานฆ่าล่ะ? แล้วแองเจลล่าไปจ้างวานฆ่าใคร? พวกคุณมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาลูกฉัน?”
เรติน่าอุทานออกมาอย่างตกใจ มือไม้สั่นเทา พอตั้งสติได้ก็ถามหาหลักฐานทันที เพื่อเป็นการปกป้องผู้เป็นลูกสาว และเผื่อว่าตำรวจอาจจะมาจับผิดคน
“คนที่คุณแองเจลล่าได้จ้างวานให้ไปฆ่า คือคุณอรภา คู่หมั้นของคุณแบรี่ เรามีหลักฐานและก็พยานแน่นหนา ที่จะเชื่อได้ว่าคุณแองเจลล่าเป็นคนจ้างวานครับ”
ซึ่งคำพูดของโรนันโด้ ที่ได้ตอบคำถามของเรติน่า ก็ถึงกับทำให้เรติน่าสีหน้าซีดเผือก เสียการทรงตัวไป จนเอริคที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ต้องรีบเข้าไปจับแขนประคองไว้
“คุณโอเคไหมครับ?” โรนันโด้เห็นการเซไปของเรติน่า ก็ตกใจเหมือนกัน กลัวว่าจะเป็นอะไรไปมาก จึงร้องถามอาการ ด้วยความเป็นห่วง
“มะ ไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไรค่ะ แองเจลล่าไม่ได้อยู่ที่นี่ เธอไม่ได้กลับบ้านมาสี่ห้าวันแล้ว เธอบอกว่าเธอจะไปพักอยู่ที่บ้านเพื่อนน่ะค่ะ”
เรติน่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนเต็มปอด ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ เพื่อควบคุมตัวเองและเรียกสติกลับมา ก่อนจะบอกกล่าวให้โรนันโด้ ได้รับรู้รับทราบ
“แล้วพอทราบไหมครับว่าเธอไปอยู่บ้านเพื่อนที่ไหน?” โรนันโด้ถามขึ้นมาอีกเพื่อหาข้อมูล จะได้ไปติดตามจับตัวได้ถูก
“ฉันไม่ทราบหรอกค่ะ ว่าไปอยู่กับเพื่อนที่ไหน แองเจลล่าไม่ได้บอกไว้” เรติน่าส่ายหน้าพร้อมกับพูดปฏิเสธไปด้วย
“งั้นผมขอเข้าไปดูภายในบ้านจะได้ไหมครับ?” โรนันโด้ร้องขอขึ้นมาอีกครั้งเป็นเชิงขอร้องแกมบังคับกลายๆ
“ได้สิค่ะ เชิญค่ะ” เรติน่าเปิดประตูกว้างมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ตำรวจได้เข้ามาภายในบ้าน
ซึ่งตำรวจสามนาย และเอริค ก็พากันเดินเข้าไป ตำรวจทุกนายก็ทำหน้าที่ตรวจตรา ดูทุกซอกทุกมุมของบ้านโดยละเอียด ส่วนเอริคนั้นก็รอคอยการตรวจตราของตำรวจ อยู่กับเรติน่าที่โซฟารับแขก
เมื่อตำรวจได้ตรวจตราดูจนหมด ทุกซอกทุกมุมเรียบร้อยแล้ว และก็ไม่พบตัวแองเจลล่า ตามที่เรติน่ากล่าวอ้างมานั้นจริงๆ จึงพากันเดินกลับมารวมตัวกันอยู่ที่ห้องรับแขก ที่มีเรติน่าและเอริค นั่งรออยู่
“โอเคครับ ถ้าหากว่าคุณแองเจลล่ากลับมา กรุณาโทรแจ้งให้เราทราบด้วยนะครับ นี้เบอร์โทรครับ” โรนันโด้พยักหน้าให้เอริค แล้วก็หันไปบอกกล่าวกับเรติน่า พร้อมกับยื่นนามบัตรให้ไปด้วย
“ได้ค่ะ”
เรติน่ายื่นมือไปรับนามบัตรนั้น มาถือไว้อย่างเสียไม่ได้ และคิดว่าหากลูกสาวกลับมาที่บ้านจริงๆ เธอจะทำยังไงต่อกันล่ะ จะโทรไปแจ้งไหม หรือไม่โทรดี คิดได้เพียงแค่นั้น ก็สลัดความคิดนั้นออกไปก่อน
“ไม่มีอะไรแล้วพวกเราขอตัวลานะครับ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ” โรนันโด้กล่าวลาจบ ก็พากันเดินออกไปจากบ้านของเรติน่าทันที
๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔๑๔