โรงแรมที่หลิวชิงหยู่เข้าพักอยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลซูเท่าไหร่ หลังจากบอกลา ลั่วเสวี่ย เขาก็ไม่ได้เรียกแท็กซี่หรือโทรหาหงซานจินให้มารับ เขาเลือกที่จะเดินตรงกลับไปยังโรงแรม ในขณะที่เดินอยู่ หลิวชิงหยู่ก็คิดเื่ที่จะคุยกับรองนายกซูที่คอยจัดการเื่อุทกภัยและค่าใช้จ่ายภายในเมืองพรุ่งนี้ ในขณะที่คิดเขาก็พลันไปนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นที่บ้านตระกูลซูวันนี้ ในสายตาของหลิวชิงหยู่ ซูลั่วเสวี่ยเป็คนที่น่ารักนิสัยดีและเป็พยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง เธอดูแลเขาอย่างดีตอนที่เขาเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ด้วยสิ่งที่เธอเป็อยู่มันทำให้ยากที่คาดเดาได้ว่าเธอเป็ลูกสาวของรองนายกเมืองชางชาน อย่างไรก็ตาม หลิวชิงหยู่รู้สึกสับสนเล็กน้อยกับโชคชะตาของเธอ เพราะจากประโยคสุดท้ายที่พูดคุย เธอได้เล่าเื่เกี่ยวกับทางบ้าน และมันอาจจะต้องจบลงด้วยการแต่งงานกับโจวเหวินเชา คนที่เธอไม่ได้รัก หนำซ้ำยังเกลียดขี้หน้า แม้ซูลั่วเสวี่ยจะเป็คนจิตใจงาม แต่เธอก็อ่อนแอเกินกว่าที่จะขัดขืนโชคชะตา ในฐานะเพื่อนแล้ว หากเธอ้าปฏิเสธชะตากรรม หลิวชิงหยู่จะยื่นมือช่วยเหลือเธอให้ได้มากที่สุดโดยไม่ลังเล เพราะเธอคือเพื่อนที่ดีของเขา แต่หากซูลั่วเสวี่ยเลือกที่จะยอมแพ้ไม่ขัดขืน หลิวชิงหยู่ก็คงไม่สามารถทำอะไรได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลิวชิงหยู่ก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ ชะตากรรมที่ครอบครัวยัดเยียดให้แบบนี้ แม้จะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยก็ยากจะเปลี่ยนแปลง มันทำให้หลิวชิงหยู่อดคิดถึงคนที่จะมาเป็เ้าสาวของเขาไม่ได้
หลิวชิงหยู่เดินมาถึงถนนสายหลัก ระหว่างที่เดินก็คิดถึงเื่ต่างๆ นานา แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นไล่หลัง เมื่อหลิวชิงหยู่หันกลับไปมอง ก็พบมอเตอร์ไซค์เจ็ดแปดคันไล่ตามเขามา มอเตอร์ไซค์แต่ละคันมีสองคนนั่ง คนหนึ่งถือไม้เบสบอลอีกคนหนึ่งขับ
ในเวลาเดียวกันอีกด้านหนึ่งของถนนก็มีรถจอดขวางทางเขาเอาไว้
เมื่อเห็นสถานการณ์หลิวชิงหยู่ก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ ไม่นานนักเขาก็แสยะยิ้มขึ้นแล้วหันกลับไปมองมอเตอร์ไซค์ที่แล่นมาอย่างช้าๆ ในเวลานี้บนมอเตอร์ไซค์นั้นคนที่ซ้อนก็เหวี่ยงไม้เบสบอลใส่เขา
เมื่อมอเตอร์ไซค์คันแรกหากจากหลิวชิงหยู่ประมาณ 2 เมตรไม้เบสบอลก็ยกขึ้นแล้วเล็งไปที่หัวของหลิวชิงหยู่ทันที
อย่างไรก็ตามภาพที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏขึ้น หลิวชิงหยู่เคลื่อนตัวเล็กน้อยเพื่อหลบไม้เบสบอลไปด้านข้าง พริบตานั้นมือขวาของเขาก็คว้าตรงไปยังไม้เบสบอลพร้อมกับแย่งมันมา ในเวลาเดียวกันหลิวชิงหยู่ก็เคลื่อนตัวตรงไปยังมอเตอร์ไซค์คันที่สองด้วยไม้เบสบอลในมือของเขา เมื่อมอเตอร์ไซค์มาถึงระยะห่างราวๆ หกเมตร หลิวชิงหยู่ก็ย่อตัวลงดีดตัวกับพื้นะโขึ้น ฟาดไม้ไปที่คอคนขับแล้วกดลงที่พื้น ต่อจากนั้นหลิวชิงหยู่ก็พุ่งตัวเข้าหากำแพงทางด้านขวาแล้วดีดตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมฟาดไม้เข้าที่คอของคนขับคันถัดไป เหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ผ่านไปสามนาที มอเตอร์ไซค์ทั้งหมดก็ล้มคว่ำเนื่องจากคนขับถูกหลิวชิงหยู่ตีเสียหลักกลิ้งไปตามถนน ส่วนคนซ้อนทั้งหลายก็เริ่มตั้งหลักลุกขึ้นยืน ถือไม้เบสบอลวิ่งเข้าใส่ หลิวชิงหยู่
อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้ก็แค่อันธพาลธรรมดาที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝน แม้พวกเขาจะใจกล้าบ้าบิ่นแต่ก็ไม่ได้ไร้เทียมทาน หนำซ้ำคนที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าด้วยตอนนี้คืออดีตหัวหน้าหน่วยรบพิเศษ มือพระกาฬแห่งประเทศจีน ดวงของพวกเขานับว่าซวยโครตๆ
สิบวินาทีถัดมา เหล่าอันธพาลที่พุ่งเข้ามา ได้ถูกหลิวชิงหยู่อัดลงไปกองกับพื้น หมอบกระแต
หลังจากจัดการคนพวกนี้เสร็จ หลิวชิงหยู่ก็ไม่ได้หยุดพัก เขาเดินไปตามทางที่มีรถสองคันมาจอดขวางตรงหน้า เขาคิดไว้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องรีบตามเขามาแน่ ตอนที่เขาคุยกับซูลั่วเสวี่ยที่ประตู เขาเห็นโจวเหวินเชาคุยกับคนขับรถ คนเหล่านี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับโจวเหวินเชา หลิวชิงหยู่เกลียดคนลอบกัดแบบนี้ที่สุด ดังนั้นเขาจึงคิดจะลากคอคนขับรถมาถาม
อย่างไรก็ตามที่ริมถนนห่างออกไป คนขับรถเมื่อเห็นว่าอันธพาลที่จ้างวาน เสร็จหลิวชิงหยู่หมดแล้ว เขาก็รีบสตาร์ทรถเตรียมหนีทันที
หากไม่มีอะไรผิดพลาด ด้วยระยะห่างระหว่างเขากับหลิวชิงหยู่ ย่อมทำให้เขาสามารถหนีไปได้อย่างราบรื่น แต่ทว่าเื่ผิดพลาดก็เกิดขึ้นเนื่องจากมีรถ เฟอร์รารี่สีแดงพุ่งมาขวางทางเอาไว้ ในเวลาเดียวกันประตูปีกนกก็เปิดขึ้นเผยให้เห็นขาที่ขาวเรียวยาวสวมส้นสูงก้าวออกมาจากตัวรถ เมื่อร่างนั้นก้าวพ้นตัวรถก็พบว่าเป็เด็กสาวในชุดกระโปรงสั้นสวมเสื้อสีชมพู หญิงสาวผู้นี้หน้าตาบริสุทธิ์ผุดผ่องอายุอานามราวๆ สิบเจ็ดสิบแปด ผมหางม้าที่ม้วนเอาไว้ถูกรัดไว้ด้วยสายรัดสีขาวราวกับดอกไม้ขาวจากยอดเขาหิมะ ใบหน้าของเด็กสาวดูงดงาม มีดวงตากลมโต แต่หากมองดีๆ จะพบว่าเธอกำลังหยิบวัตถุลึกลับบางอย่างลงมาจากรถ
ในเวลานั้นคนขับรถของโจวเหวินเชาเมื่อเห็นว่าตนถูกขวาง เขาก็รีบเปิดประตูรถเตรียมวิ่งหนี
แต่พอเขาวิ่งหนีออกไปไม่กี่ก้าว เขาก็ััได้ถึงลมที่พัดผ่านหัว ต่อมาเขาก็รู้สึกถึงความเ็ปที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง ก่อนล้มลงไปกับพื้น ระหว่างที่เขาพยายามดันร่างลุกขึ้นมาก็มีส้นสูงกระแทกลงมาที่แผ่นหลังของเขา พร้อมกับไม้ยาวสีชมพูกวัดแกว่งอยู่ตรงหน้า จังหวะที่ไม้นั้นัักับศีรษะของเขา ก็มีเสียงะโที่ดังขึ้นว่า “หลานชายอย่าขยับ มิฉะนั้นท่านย่าจะฟาดไม่เลี้ยง”
เมื่อได้ยินเสียงนั้นคนขับรถของโจวเหวินเชาก็กลัวจนตัวสั่นเทา เขารู้ว่าคนที่จัดการเขาเป็คนที่พึ่งลงมาจากรถเฟอร์รารี่ แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเด็กสาวคนนี้จะเป็คนที่จัดการกับเขา
หลิวชิงหยู่เดินเข้ามาก็เห็นคนขับรถนอนหมอบกับพื้น โดยที่มีเด็กสาวคนหนึ่งกำลังใช้เท้าเหยียบไปที่แผ่นหลังของคนขับรถคนนั้น หนำซ้ำในมือของเด็กสาวยังถือไม้สีชมพูยาวขนาดหนึ่งเมตร บนนั้นมีตัวหนังสือสลักเอาไว้ว่า กระบองสาวน้อย
หลิวชิงหยู่จำได้ในทันที เพราะตัวหนังสือนี้เขาเป็คนแกะสลักมันให้กับเด็กสาวตรงหน้าด้วยตัวเอง แน่นอนว่าเด็กสาวคนนี้หลิวชิงหยู่คุ้นเคยเป็อย่างดี เพราะเธอเป็คนที่ทุกคนในเมืองเยี่ยนจิงต่างก็รู้จัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่หนุนหลังเด็กสาวผู้นี้มีสถานะสูงใหญ่โตมาก แม้จะดูไร้เดียงสาแต่เธอก็โเี้ เธอคือหานเซียงยี๋ หรือที่รู้จักกันในนามแม่มดน้อยมือกระบอง
เมื่อเห็นหานเซียงยี๋ ปรากฏตัวขึ้น หลิวชิงหยู่ก็ปวดขมับขึ้นมา
หานเซียงยี๋หันมามองด้วยรอยยิ้มที่ใสสื่อบริสุทธิ์ ก่อนพูดขึ้นว่า “พี่หลิว คนคนนี้เลวมาก เขาพยายามหนีหลังจากดูพี่ถูกคนจ้องทำร้าย หนูใช้กระบองจัดการให้พี่แล้ว มีรางวัลอะไรให้หนูมั้ย”
เมื่อได้ยินหานเซียงยี๋ขอรางวัล หลิวชิงหยู่ก็ปวดหัวหนักกว่าเดิม แต่เขาจำเป็ต้องจัดการกับคนขับรถโจวเหวินเชาที่สร้างปัญหาให้กับเขา เขาจึงพยักหน้าให้กับหานเซียงยี๋แล้วกล่าวกับคนขับรถว่า “ใครใช้ให้แกมา?”
คนขับรถปิดปากเงียบไม่ยอมตอบคำถาม
จู่ๆ หานเซียงยี๋ ก็ยิ้มขึ้น แล้วพูดว่า “พี่หลิวให้หนูใช้ส้นสูงะเิลูกอัณฑะเขาดีไหม รับรองเลยว่าเขาต้องรีบพูดแน่” ในขณะเดียวกันหานเซียงยี๋ ก็ไม่ลังเล ยกเท้าขึ้นแล้วย่ำไปหว่างขาของคนขับรถ
คนขับรถได้ยินแบบนั้นก็พยายามเอี้ยวตัวรีบหันมามอง โดยเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าสาวน้อยผู้นี้จะโหดร้ายได้ถึงขนาดนี้ เขาจึงรีบสารภาพออกไปว่า “อย่านะ อย่าทำ พูดแล้ว ผมพูดแล้ว โจวเหวินเชาเป็คนส่งผมมา”
“ทำไมเขาถึงต้องส่งคนมา เขาสั่งให้แกทำอะไร?” หลิวชิงหยู่ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
“ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่เขาสั่งแค่ว่าให้หาคนมาเล่นงานคุณแต่ห้ามฆ่า” คนขับรถสารภาพทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิต
เมื่อได้ยิน ดวงตาของหลิวชิงหยู่ก็ทอประกายขึ้น เขารีบกล่าวออกไปว่า “เอาล่ะในเมื่อแกสารภาพออกมาแล้ว ฉันก็จะไม่ทำให้แกต้องลำบาก แต่แกต้องโทรไปหาโจวเหวินเชาเดี๋ยวนี้”
คนขับรถรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเบอร์ของโจวเหวินเขาเพื่อติดต่อไป ก่อนจะส่งมือถือให้หลิวชิงหยู่
ในเวลานั้น เสียงของโจวเหวินเชาก็ดังขึ้นมาว่า “เป็ยังไงบ้าง จัดการหลิวชิงหยู่เรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
หลิวชิงหยู่พูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “โจวเหวินเชา ฉันรู้สึกผิดหวังและละอายใจแทนนายจริงๆ นายส่งพวกคนขับรถมาจัดการฉัน โทษทีวะ แต่ฉันจัดการพวกมันหมดแล้ว จำไว้ว่าใครก็ตามที่หาเื่ฉัน มักจะจบไม่สวย สักวันหนึ่งนายต้องชดใช้สิ่งที่ทำ”
โจวเหวินเชา ผงะไปเล็กน้อย ตอนนี้เขาออกมาจากบ้านตระกูลซู และกำลังจะมุ่งหน้ากลับ ฉะนั้นเขาไม่จำเป็จะต้องรักษาความสุภาพอีกต่อไป เขายิ้มแล้วตอบกลับไปว่า “หลิวชิงหยู่แกนี่อวดดีจริงๆ ฉันขอบอกแกไว้เลย ว่าฉันได้ตรวจสอบประวัติแกแล้ว แกเป็แค่นายกตัวเล็กๆ ของตำบลกวนซาน ในเทศมณฑลจิงหลิน แต่พ่อของฉันเป็ถึงรองเลขาธิการพรรคประจำเทศบาลเมือง สถานะของฉันสูงกว่าแกมาก ถ้าแกอยากรนหาที่ตาย ฉันก็จะสนองให้" หลังจากพูดจบ โจวเหวินเชาก็วางสายไปทันที
หานเซียงยี๋ ได้ยินที่โจวเหวินเชาพูดกับหลิวชิงหยู่ก็ขมวดคิ้วเหลือกตาขึ้นด้วยความโมโห จากนั้นก็พูดกับหลิวชิงหยู่ว่า “พี่หลิวเราไปเคาะถึงประตูบ้านมันเลยดีกว่า จัดการไอ้สารเลวนี่ซะ ท่านย่าผู้นี้จะสั่งสอนมันเอง เป็แค่ลูกรองเลขาธิการเมืองบ้านนอกต๊อกต๋อย กล้าดียังไงมาหาเื่พี่ ฉันจะใช้กระบองนี้ฟาดน้องชายของมันให้กระจุยเลย!”