-[จินชิง]-
ข้อมูลทุกอย่างถูกต้องตามที่ลีกียองเคยบอกเขาแต่เขาไม่รู้ว่าทำไมลีกียองถึงต้องโกหกเขาเื่อายุด้วย
ไม่สิ...ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลซะทีเดียว
เขาลองมองย้อนไปั้แ่วันแรกที่เขาความจำเสื่อมในตอนที่ลีกียองพยายามอธิบายเกี่ยวกับโลกใบนี้และสถานการณ์ที่พวกเรากำลังเผชิญหรือตอนที่ฉันถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเราลีกียองก็ตอบได้อย่างสบายๆจนแทบจับพิรุธไม่ได้
และั้แ่ที่จินชิงได้ใช้ชีวิตอยู่กับลีกียองมาก็ไม่มีครั้งไหนเลยที่ลีกียองจะแสดงความเป็ศัตรูออกมาหรือว่าถึงแม้ลีกียองจะเป็ศัตรูจริงๆเขาก็ไม่จำเป็ต้องดูแลฉันดีขนาดนั้นด้วยซ้ำ
ทั้งตอนที่ฉันอยากได้หนังสือที่เกี่ยวกับโลกนี้หรือตอนที่ฉันอยากกินอาหารจีนเขาก็หามาให้ฉันไม่เว้นแม้กระทั่งคำขอไร้สาระอย่างให้เล่นเป็เพื่อนฉันเขาก็ยังพยายามหาเวลาว่างมาเล่นกับฉันโดยที่ไม่บ่นสักคำทั้งๆที่เขาก็มีงานเยอะอยู่แล้ว
แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ฉันมั่นใจว่าลีกียองไม่ใช่ศัตรูก็คือการที่เขาสามารถยืมใช้ชุดของฉันได้อย่างหน้าตาเฉยเหมือนกับว่าเคยยืมชุดของฉันมาแล้วหลายครั้งเพราะฉันมั่นใจว่าตัวฉันในอนาคตไม่มีทางที่จะให้คนอื่นมาใส่ชุดของฉันได้ง่ายๆนอกซะจากขโมยชุดของฉัน
แต่ฉันมั่นใจว่าลีกียองน่าจะเป็เหตุผลแรกมากกว่าเพราะคนที่จะขโมยชุดของฉันจะต้องเป็คนที่หน้าหนาและไร้ยางอายน่าดู
ซึ่งหลังจากที่ฉันได้ทบทวนเหตุผลทั้งหมดจึงสรุปผลได้ว่าสาเหตุที่ลีกียองต้องโกหกเื่อายุนั้น...
เขา้าที่จะแกล้งฉัน
ตอนแรกฉันคิดว่าเขาเป็ประเภทที่ดื้อเงียบแต่ตอนนี้คงต้องคิดใหม่
“หึ ช่างเป็เด็กที่ซนจริงๆ”
.
.
.
.
.
ฮัดชิ้ว!
มีใครบางคนกำลังคิดถึงฉันอยู่รึเปล่านะ
ในระหว่างที่ฉันกำลังคิดเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นก็พลันได้ยินเสียงคนกำลังเดินลงมาจากบันไดซึ่งนั่นจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากจินชิงแต่สิ่งที่ทำให้ฉันใก็คือแววตาที่แฝงด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าที่เรียบเฉยของเขาและสรรพนามที่เขาใช้
“คุณกียอง คุณมีอะไรจะสารภาพไหม?”
“....”
เขารู้แล้วแน่ๆ
ถึงแม้ว่าสเตตัสของจินชิงจะขึ้นว่า20ปีแต่ฉันมั่นใจว่าคนฉลาดอย่างเขาจะสามารถหาวิธีการดูสเตตัสได้เองโดยที่ไม่ต้องพึ่งฉัน
แต่มันจะเร็วไปหน่อยไหม?
นี่จะไม่ให้ฉันเตรียมใจหน่อยเหรอ?
“นายคงรู้แล้วสินะ”
“...”
ความเงียบของเขาคือคำตอบ
“อา..ฉันโกหกเื่อายุของนายเอง”
“...”
“ความจริงก็คือนายอายุ30ปีซึ่งนับกันตามจริงนายยังถือว่าเป็รุ่นพี่เพราะนายเข้ามาในโลกนี้ก่อนฉัน”
“แล้วปกติพวกเราเรียกกันยังไง?”
เขาไม่โกรธที่ฉันหลอกเขาหน่อยเหรอ?
“อา...ถ้าอยู่ในที่คนเยอะๆหรือแบบทางการหน่อยก็ใช้คำสุภาพ”
สุภาพจนน่าหมั่นไส้เลยล่ะ
*สปอยตอนที่945-หลังจากที่จินชิงและคิมฮยอนซองบุกไปช่วยลีกียองที่ถูกลักพาตัว(ซึ่งเหตุการณ์ลักพาตัวครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในแผนของลีกียอง)
แต่ลีกียองได้ห้ามคิมฮยอนซองไม่ให้ฆ่าเทมพลาร์เซนถึงขนาดให้ขึ้นศาล(Zenปล.ไม่รู้ว่าเขียนชื่อถูกไหมเพราะเว็บของอังกฤษมีทั้งชื่อเซนกับเจน) จนทำให้คิมฮยอนซองคิดว่ากียองเป็โรคสตอกโฮล์มซินโดรม
แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ค้านคำตัดสินของกียองนั่นก็คือจินชิงถึงขนาดแสดงละครเองโดยบอกกับคนอื่นว่าลีกียองเป็คนดีมีเมตตาเกินไปและโน้มน้าวกียองว่าอย่าปกป้องเขาเพราะผมมีชีวิตอยู่เพื่อคุณผมจะปกป้องคุณเอง(ซึ่งแน่นอนว่านั่นคือการแสดงทั้งหมด)และจ้างพยานเท็จมาจนลีกียองแพ้คดี
แค่คิดถึงเหตุการณ์นั้นก็แทบทำให้ฉันเืขึ้นหน้าแต่ฉันก็พยายามที่จะแสดงสีหน้าออกมาให้ดูปกติมากที่สุด
“แล้วตอนที่เราอยู่ด้วยกันล่ะ?”
“ถ้าเป็ตอนที่พวกเราอยู่ด้วยกันหรือตอนที่อยู่กับลูกน้องของนายก็ใช้คำทั่วไปอย่างเช่นคำว่านาย” ไอ้บ้า ไอ้เวร ไอ้สารเลว ซึ่งแน่นอนว่าพวกเราใช้คำหลังๆมากกว่าแต่ฉันเลือกที่จะไม่บอกเขาออกไป
“แค่นี้ใช่ไหม?”
“ใช่ แค่นี้แหละ”
“แน่ใจนะ?สัญชาตญาณของผมบอกว่าไม่น่ามีแค่นี้”
“....” นายเป็สัตว์รึไง?
ยิ่งฉันเงียบมากขึ้นเท่าไหรเขาก็ยิ่งจ้องฉันด้วยแววตาสงสัยฉายแววคาดคั้นมากขึ้น
“ก็ได้ มันไม่ได้มีแค่นั้น”
“แล้วทำไมคุณถึงไม่อยากบอกผม”
“เพราะนายไม่ชอบให้ฉันเรียกด้วยชื่อนั้น”
“ชื่ออะไร?”
“ซองฮยอง”
ไม่รู้ทำไมหลังจากที่ฉันพูดจบจินชิงก็รีบหันหน้าหนีอย่างรวดเร็วแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถปิดบังใบหูที่แดงระเรื่อของเขาได้ถ้าเป็จินชิงที่ฉันรู้จักฉันอาจจะเดาได้ว่าเขาโกรธจนหน้าแดงแต่ถ้าเป็จินชิงในตอนนี้ฉันก็เดาไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงมีอาการแบบนั้น
ไม่สิ ถ้าเป็จินชิงในตอนนี้มันอาจจะเป็ไปได้นะ
“หรือว่า…นายเขินจนหน้าแดงใช่รึเปล่า~”
ก๊อกๆๆ
ไม่ทันที่ฉันจะได้คาดคั้นคำตอบจากจินชิงก็ได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาขัดบทสนทนาระหว่างเราฉันจึงอาสารับหน้าที่ไปเปิดประตูเองพร้อมกับกำชับให้จินชิงอยู่เงียบๆเอาไว้
และทันทีที่ประตูเปิดออกฉันก็ได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่คาดว่าเป็ลูกน้องของจินชิงอีกเช่นเคยแต่ต่างจากคนก่อนที่เธอดูไม่ใเมื่อเห็นฉันเป็คนเปิดประตู
“ไม่ทราบว่าคุณจินชิงอยู่ข้างในรึเปล่าคะพอดีว่าตอนนี้มีเอกสาร?”
ดูจากบุคลิกภาพและท่าทางของเธอทำให้ฉันรู้เลยว่าเธอน่าจะเป็ลูกน้องคนสนิทของจินชิงและสาเหตุที่เธอมาในวันนี้ไม่น่ามาแค่ส่งเอกสารแน่ๆแต่เธอน่าจะมายืนยันว่าจินชิงอยู่ที่นี่จริงรึเปล่าเพราะเขาไม่ได้ไปทำงานมาหลายวันแล้ว
ซึ่งถ้าเป็กรณีนี้ฉันไม่ควรโกหกเธอเพราะมันอาจแสดงพิรุธได้แต่จะปล่อยให้เธอไปเจอจินชิงในสภาพนี้ก็ไม่ได้เหมือนกันเพราะอย่างนั้นฉันจึงส่งข้อความไปหาจินชิงในตอนแรกเขายังคงรู้สึกสับสนที่อยู่ๆก็มีข้อความดังขึ้นในหัวแต่เมื่อฉันเล่าถึงสถานการณ์ปัจจุบันเขาก็รีบคีพลุคเพื่อที่จะแสดงเป็จินชิงชายแก่วัย30ปี
“เขาอยู่ในห้องครัวครับมีอะไรรึเปล่าครับ?”
“ฉันขอเข้าไปเจอหน้าเขาหน่อยได้ไหมคะ?”
“ได้สิครับ”
เมื่อพวกเราเดินเข้าไปถึงห้องครัวก็ได้เจอจินชิงที่ตอนนี้กำลังยกจานกับข้าวมาวางไว้ที่โต๊ะพร้อมกับนั่งลงอย่างเรียบร้อยและเหลือบตามองมายังแขกที่มาใหม่แวบหนึ่งก่อนที่จะเบนสายตามาทางฉัน
“ช้า”
โชคดีที่การแสดงของเขาไม่มีที่ติและบวกกับร่างกายในวัย20ของเขามีขนาดใกล้เคียงกับปัจจุบันเล็กน้อยจึงช่วยคลายความสงสัยของผู้หญิงคนนั้นไปบ้าง
"เอ่อ…คุณจินชิงจะให้ฉันนำเอกสารไปวางไว้ในห้องเลยไหมคะ?”
“ไม่ต้อง”
“รับทราบค่ะ งั้นดิฉันขอเก็บงานเก่าที่ผู้ช่วยคนใหม่เอามาเลยนะคะ”
“อยู่ในห้องลีกียอง”
!!!
!!!
เขาพูดอะไรออกไปเนี่ย!!
ถึงแม้ในตอนนี้ฉันจะใมากแค่ไหนก็ต้องเก็บอาการไว้แล้วพยายามทำตัวให้ดูปกติมากที่สุดต่างจากผู้ช่วยคนนั้นของจินชิงที่ในตอนนี้สติของเธอได้หลุดออกจากร่างแล้วโดยที่ต้นเหตุของเื่นี้กำลังกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยเหมือนไม่รู้ตัวว่าได้พูดอะไรออกไป
[นายพูดอะไรออกไปเนี่ย!จินชิงตอนปกติไม่มีทางที่จะเอางานมาทำในห้องคนอื่นอยู่แล้ว (0/1)]
“แล้วก็ช่วยเอางานใหม่ไปไว้ในห้องของเขาด้วย”
นี่เขากล้าเมินฉันเหรอ?
“พูดอะไรของนายเนี่ยจินชิงทำไมจะต้องเอางานของนายไปไว้ในห้องของฉันด้วยล่ะ”
“เพราะว่างานมันเกี่ยวกับนายด้วยไงล่ะใช่ไหม?”
จินชิงได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เ็าพร้อมกับส่งสายตากดดันที่แสนจะน่ากลัวไปทางผู้ช่วยคนนั้นราวกับว่าถ้าตอบไม่ใช่ จะต้องเจอเื่ไม่ดีแน่
“ช..ใช่แล้วค่ะ”
“เห็นไหม?”
“...”
นิสัยเหมือนใครเนี่ย?
“เอ่อ...แล้วห้องของคุณลีกียองอยู่ตรงไหนคะ?”
“ขึ้นบันไดแล้วเลี้ยวขว-”
“เลี้ยวซ้ายครับ”
“เอ่อ..”
ไม่ทันที่จินชิงจะได้ตอบฉันก็รีบตัดบทเขาก่อนซึ่งแน่นอนว่าคำตอบของฉันนั้นไม่ถูกต้องโดยที่ไม่ต้องมองฉันก็รับรู้ได้เลยว่ามีสายตาที่ทิ่มแทงมาจากจินชิงแต่ฉันก็ไม่สนหรอก
“เลี้ยวขวา”
“ซ้ายครับ”
“ขวา”
“จินชิงหุบปาก ไปทางซ้ายเลยครับ”
“นายนั่นแหละที่ต้องหุบ ไปทางขวา”
“เอ่อ...สรุปฉันต้องไปทางไหนคะ?”
“ใครคือหัวหน้าของเธอ”
“คุณจินชิงค่ะ”
“งั้นก็ไปทางขวาซะ”
“ค่ะ”
หลังจากที่ผู้ช่วยคนนั้นส่งเอกสารถึงห้องของฉันเธอก็รีบออกไปโดยที่ไม่ลาพวกเราสักคำซึ่งนั่นถือว่าเป็สิ่งที่ดีเพราะในตอนนี้ฉันอยากจัดการกับใครบางคนนิดหน่อย
“ทำไมนายถึงต้องทำอย่างนั้น”
“อะไรครับ”
“ทำไมนายถึงต้องบอกด้วยว่างานของของนายอยู่ในห้องของฉันทั้งๆที่นายสามารถบอกเธอว่าให้มาเอาวันอื่นได้”
“ในตอนแรกผมคิดว่าพวกเราสนิทกันมากถึงขนาดมานอนด้วยกันได้แต่พอเธอมีปฏิกิริยาแบบนั้นเลยทำให้คิดว่าผมคิดผิด”
“...”
“และในเมื่อไม่สามารถแก้ไขในสิ่งที่พูดได้ผมก็เลยเลือกที่จะโกหกต่อไปเพราะผมมั่นใจว่าตัวเองในอนาคตไม่มีทางกลับคำแน่นอน”
จินชิงมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่แน่วแน่และจริงจังซึ่งมันเหมือนกับสายตาที่เขาใช้มองฉันในวันแรกก่อนที่จะกลับไปกินข้าวอย่างปกติและทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
.
.
.
.
หลังจากที่พวกเราทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราก็กลับไปใช้ตารางชีวิตเหมือนเดิม
ใช่...มันควรเป็แบบนั้นแต่วันนี้ไม่รู้ทำไมจินชิงถึงมาเคาะประตูห้องฉันตอนดึกพร้อมกับถือหมอนคู่ใจในมือข้างซ้ายของเขา
“จะนอนด้วย”
“ลมอะไรหอบนายมาเนี่ย? เหงาเหรอ?”
“เปล่า แค่อยากจะนอน”
“นี่คือคำขอร้องจากผู้ใหญ่เหรอ?”
“เผื่อคุณลืมว่าผมอายุ30แล้วอีกอย่างนี่คือคำสั่งไม่ใช่คำขอ”
“นายมีสิทธิอะไรมาสั่งฉัน”
“ผมเป็เ้าของบ้าน”
“...”
“...”
ลืมเื่นี้ไปซะสนิทเลยแฮะ
ไม่สิฉันไม่ได้ลืมแค่ไม่ได้สนใจเื่นี้เลยต่างหากเพราะปกติเวลาที่ฉันจะใช้หรืออยากมาหาเขาฉันแค่ส่งข้อความให้เขาตลอดโดยที่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเขาจะว่างรึเปล่า
รู้สึกผิดนิดหน่อยแฮะ
“ก็ได้ๆเชิญเข้าได้เลยครับคุณเ้าของบ้าน”
“...”
หลังจากที่จินชิงได้เข้ามาในห้องของฉันเขาก็เดินไปหยิบหนังสือที่เคยตั้งทิ้งไว้มาอ่านพร้อมกับแอบชำเหลือบมองฉันเป็ระยะจนกระทั่งถึงเวลาเที่ยงคืนเขาปิดหนังสือเสียงดังจนฉันใพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง
“ถึงเวลานอนแล้ว”
“...”
หืม?ฉันได้ยินอะไรผิดไปรึเปล่า จินชิงคนนั้นเนี่ยนะมาสั่งให้ฉันนอนถึงเขาจะมีนิสัยที่ชอบควบคุมแต่ฉันก็ไม่คิดว่าเขาจะมาควบคุมเวลานอนของฉันด้วย
“แต่ยาของฉันใกล้เสร็จแล้วนะรออีกแค่แปปเดียวเอง”
“...”
“ไม่เกินหนึ่งนาที”
“ก็ได้”
หลังจากที่ฉันปรุงยาเสร็จเขาก็แบมือและทำหน้าเหมือนกับว่ายังไม่ส่งยามาให้อีกซึ่งในตอนแรกฉันแนะนำว่าให้ทานยาในตอนเช้าดีกว่าแต่เขาก็ปฏิเสธเพราะถึงยังไงหลังทานยาเสร็จก็ต้องสลบอยู่ดี
“งั้นฉันขอปรุงยาต่อนะ..”
“อย่าดื้อครับ”
“ด..เดี๋ยว”
จินชิงไม่พูดอะไรมากเขาก็อุ้มฉันขึ้นในท่าเ้าสาวพร้อมกับร่ายเวทย์อะไรบางอย่างที่ทำให้ง่วง
นี่เขาแอบไปฝึกเวทในระหว่างที่ฉันทำงานอยู่เหรอ
ฉันพยายามที่จะผลักเขาออกไปแต่เขากลับไม่ขยับเลยสักนิดมันจึงทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าค่าพลังกายของเขายังเหมือนเดิม และสิ่งสุดท้ายที่ฉันรับรู้ได้ก็คืออ้อมกอดอันอบอุ่นก่อนที่สติจะดับวูบไป
...............................................................................
ว่าด้วยเื่ของสปอย
ถ้าคนที่อ่านนิยายถึง800+จะรู้ว่าเื่ที่จินชิงแกล้งกียองนั้นเบาแค่ไหนถ้าให้เปรียบเทียบตอนที่กียอง(ร่างผู้หญิง)แกล้งมีทั้งครางชื่อจินชิงตอนอยู่ในห้อง2ต่อ2เพื่อไม่ให้คนอื่นมาแอบดักฟังในตลาดมืดจนจินชิงมีข่าวลือเสียหายเล็กน้อย(ตามจริงมีชื่อเสียั้แ่ประมูลกียองมา1ล้านทองแล้วล่ะ)
แล้วก็ตอนที่กียอง(ร่างผู้หญิง)แกล้งเป็แฟนกับจินชิงต่อหน้าคิมฮยอนซอง(ประมาณว่าฉันเคยรักคุณนะแต่ตอนนี้ฉันมีรักใหม่แล้วให้เื่ของเราเป็แค่อดีตเถอะ)
หรือไม่ก็ตอนที่คิมฮยอนซองทำผิดแต่กียองเลือกที่จะโทษจินชิงแทนเทียบกับจินชิงที่แกล้งกียองโดยที่กียองไม่ต้องเสียชื่อเสียงแม้แต่นิดเดียว
โดยรวมแล้วจินชิงเป็ทั้งผู้ช่วย เบ๊ สนามอารมณ์คนรักจำเป็ พันธมิตรที่ไว้ใจได้แล้วก็เพื่อน(ที่ทั้งสองคนไม่เคยยอมรับ)
ว่าด้วยเื่ของตอน
ไรท์ตัดสินใจว่าจะแยกเื่สั้นและเื่ยาวแต่มีตัวเลือก2ทาง
1.ถ้าเป็เื่สั้นจะเขียนคำว่า[เื่สั้น]ไว้ที่ชื่อตอนเลยส่วนถ้าเป็เื่ยาวจะมีแค่ชื่อตอนอย่างเดียว
2.แยกไปเขียนอีกเื่นึงเลย
(แต่ไม่ว่าจะเป็กรณีไหนก็จะมีเื่ผุดออกมาเรื่อยๆเพราะมีพล็อตเื่ยาวหลายเื่)ทุกคนคิดว่ายังไงบอกเราได้นะ
ปล.หรือจะให้เราย่อเนื้อหาในนิยายตอนสำคัญก็ได้นะ