Just For Love 7
“ดื้อจริง”
“อะไรนะฟาง?” พี่บีมเงยหน้าจากชามก๋วยเตี๋ยวพรางเอ่ยถามฉัน ฉันนึกว่าตัวเองคิดในใจนี่ ทำไมพี่ฟางได้ยินล่ะ
“อ้อ ไม่มีอะไรค่ะพี่ หนูคิดดังไปเหรอ” ฉันมองหน้าพี่ทั้งสองอย่างงง ๆ
“ดังมาก รีบทานกันเถอะ จะได้กลับไปพัก”
“จ้าพี่”
“เออพี่โบ้ท ทริปเราอ่ะ ทำไงดี ทริปครอบครัวหรรษาวาวู้วอ่ะ” พี่บีมถามพี่โบ้ท แต่ชื่อทริปตลกจริง ๆ นะ เราตั้งใจจะไปเที่ยวกันหลังจากฉันสอบเสร็จ พี่ ๆ อยากพาไปพักผ่อนแต่ตอนนี้พอสอบเสร็จกลับไม่มีใครว่างเลยนอกจากป้าที่อยู่บ้านเลี้ยงแมวเก๋ ๆ
“นั่นสิ เอาไงดี สักสามวันคุณนายเขาก็สดชื่นแล้วอ่ะ” พี่โบ้ทมองพวกเราอย่างขอความคิดเห็น
“เอาเป็สิ้นเดือนไหมคะ ซันเดย์มีสอบหนูก็น่าจะลาได้” ฉันเสนอพี่ ๆ
“ได้นะ พี่เองก็จะลา พี่ล่ะคะตากล้องสุดฮอตเคลียคิวได้ไหม”
“เพื่อครอบครัวได้อยู่แล้วน่า นัดวันมาเลยเดี๋ยวพี่จัดการตัวเอง”
“ตามนี้ค่ะ ใครเงินเยอะสุดก็เลี้ยงน้อง ๆ ด้วยนะคะ” พี่บีมเอ่ยแซะพี่โบ้ท ก็นะ ในสามคนมีเงินเยอะสุดก็พี่โบ้ทนี่แหละ
“ครับ ๆ พี่เลี้ยงเองครับ ฟรีทั้งทริปครับ”
“คุณป้ายิ้มแก้มปริแน่ ๆ เลย ไม่ได้เสียตังค์” ฉันแกล้งแซวป้าบ้าง
“ฮา ๆ ๆ ๆ อยากถ่ายวีดีโอไปให้แม่เลยว่ะ” พี่โบ้ทหัวเราะลั่น
“แม่ไม่ดุน้องหรอก นั่นน่ะลูกรักเขา”
“ก็จริง เออวันเกิดแม่ทำไรให้ดี น่าจะตรงกับวันที่ไปทริปพอดีนะ”
“เดี๋ยวค่อยคิดก็ได้ ตอนนี้รีบทานให้หมดแล้วกลับกันเถอะ พี่ง่วง”
“ง่วงหรือจะไปหาซ้อคะพี่”
“เออ จะรีบกลับไปหาเมีย! พอใจยังยัยน้องจอมจุ้น”
“ช้า” ทันทีที่เปิดประตูห้องพักเข้ามาคนที่บอกว่าจะรออยู่ห้องก็เอ่ยทักทันที ฉันเดินเข้าไปในครัววางถุงอาหารไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินไปบอกเขาให้ไปทานข้าว
“ก๋วยเตี๋ยวอยู่บนโต๊ะ ทานแล้วรีบกลับ”
“ไม่กลับ”
“จะบ้าเหรอ!”
“ไม่บ้า ไปอาบน้ำแล้วออกมาคุยกัน”
“ซันเดย์ นี่มันมากเกินไป เราเป็แค่ผู้จัดการกับศิลปินนะ อย่าทำอะไรให้มันดูวุ่นวายมากกว่านี้เลย”
“ก็บอกไปแล้วว่าจะจีบ! ทำไมต้องไปยึดติดกับผู้จัดการอะไรนั่นด้วยวะ” ซันเดย์ตะคอกกลับเสียงดัง ต้องขอบคุณที่โครงการของคอนโดนี้เก็บเสียง ไม่อย่างนั้นฉันไม่อยากจะคิดเลย
“เราเหนื่อยแล้วล่ะวันนี้น่ะ ทานเสร็จก็กลับไปเถอะนะ” เพราะความเหนื่อยล้าที่สะสมอยู่ภายในมันเอ่อล้นออกมาฉันจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วบอกอีกฝ่ายเสียงเบา
“ไปอาบน้ำแล้วออกมานอนพัก” เขาบอกแค่นั้นแล้วเดินไปห้องครัว ฉันเองที่แทบจะหมดแรงทำได้แค่เดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเพื่อทำความสะอาดร่างกายรวมถึงชำระความเหนื่อยทิ้งไป ชุดนอนตัวโปรดถูกสวมไว้บนร่างกายหลังจากเช็ดตัวแห้งแล้ว อยากจะนอนพักแล้วล่ะวันนี้น่ะ คิดได้ดังนั้นก็ขึ้นเตียงนอนหลงลืมใครอีกคนที่อยู่ในห้อง
“อื้อ” อะไรกันที่โอบรัดฉันอยู่ มันอึดอัดแต่ก็อบอุ่นจนน่าแปลกใจ
“ชู่ นอนเถอะพรุ่งนี้ไม่มีงานแล้ว เขาเลื่อนเป็วันอาทิตย์”
“อือ”
“นอนเถอะ ฝันดีครับ”
“คลอดแล้วเหรอ ครับเดี๋ยวเข้าไป เดี๋ยวพาไปด้วย ครับ ๆ เจอกันครับ” เสียงทุ้มที่ได้ยินเป็สิ่งแรกหลังจากตื่นนอนทำเอาฉันถึงกับขมวดคิ้วสงสัย สงสัยว่าเขานอนไหนทำไมถึงมาอยู่ที่ห้องฉันั้แ่เช้าขนาดนี้
“เฮ้ย! วันนี้มีงานนี่” ฉันวิ่งลงจากเตียงนอนทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่เท้าที่กำลังวิ่งกลับต้องหยุดชะงักไปเมื่อคนที่ยืนกอดอกจ้องฉันจากประตูห้องนอนเอ่ยขัดเสียก่อน
“ไม่มีงานวันนี้ เขาเลื่อนไปเป็วันอาทิตย์” ซันเดย์บอกเสียงนิ่ง ๆ แต่โล่งอกอยู่ไม่น้อยเพราะนึกว่าจะไปช้าแล้วทำให้อีกฝ่ายเสียงานและเสียชื่อเสียง
“ไปอาบน้ำ จะพาไปโรงพยาบาล” ซันเดย์บอกเสียงเข้ม เขาโกรธฉันอยู่แน่ ๆ เลยล่ะ
“ค่ะ” ฉันไม่มองหน้าซันเดย์เลยสักวิ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็คว้ากระเป๋าและกุญแจรถเดินออกจากห้องพร้อมกับซันเดย์ เขานิ่งและเงียบมากจนฉันเริ่มกลัว แต่ว่ามันก็ดีนะที่เขาไม่ค่อยวอแวมาก ตอนนี้เหมือนเราเพิ่งเจอกัน่แรก ๆ เลยล่ะ ดีแล้วใช่ไหมแบบนี้
“คุณผู้จัดการขับรถด้วยครับ คุณมาดูแลผมนี่” เขามองด้วยสายตาเรียบเฉย ๆ ใจฉันกระตุกวูบหนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับเข้าไปหยิบกุญแจจากซันเดย์
“แวะร้านทองแล้วลงไปซื้อทองมาสองบาท เอากำไลข้อมือข้อเท้าแล้วก็สร้อย” คนที่นั่งด้านหลังเอ่ยบอกเสียงเรียบ
“ค่ะ” แบบนี้แหละเหมาะกับสถานะฉันกับเขาที่สุด ผู้จัดการกับศิลปิน เมื่อถึงร้านทองฉันรับบัตรเครดิตจากซันเดย์ลงไปซื้อทองให้เขา กลับขึ้นมาก็ส่งของที่เขาสั่งให้ซื้อไปให้เขา และขับรถไปยังจุดหมายที่เขาบอกนั่นคือโรงพยาบาล ฉันไม่รู้ว่าเขามาทำไมเขาเองก็ไม่ได้บอกฉันเอาไว้เหมือนกัน เขาเดินเข้าลิฟต์และเดินต่อไปยังห้องพักห้องหนึ่งแต่จังหวะที่จะเปิดประตูห้องคนที่เดินนำอยู่ด้านหน้าก็หันกลับมามองฉันและเอ่ยสั่งงานอีกครั้ง
“ลืมโทรศัพท์อยู่ในรถ ไปเอาให้หน่อยครับคุณผู้จัดการ”
“ได้ค่ะ” ฉันรับปากก่อนจะเดินกลับทางเดิม ไม่ได้สนใจสีหน้าของซันเดย์เลยสักนิดเมื่อได้ยินฉันตอบตกลงอย่างง่ายดาย ฉันเดินกลับทางเดิมเรื่อย ๆ กระทั่งถึงรถก็เปิดประตูค้นหาสิ่งที่อีกฝ่าย้า เมื่อเจอโทรศัพท์เครื่องสีดำคุ้นตาฉันก็รีบหยิบและล็อครถไว้ดังเดิม กว่าจะเดินกลับมายังตัวอาคารโรงพยาบาลไหนจะรอลิฟต์ขึ้นลิฟต์ เดินต่อไปยังห้องพักผู้ป่วยก็ใช้เวลานานหลายนาที ฉันเคาะห้องพักนั้นเบา ๆ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป แอบสะดุ้งใไม่น้อยที่เจอครอบครัวเขาอยู่ในห้องนี้เกือบหมด ฉันยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ซันเดย์และยื่นโทรศัพท์ของเขาให้เ้าตัวไป
“ใช้ไปเอาของแค่นี้ทำไมช้า” ซันเดย์เอ่ยดุ น้ำเสียงเขาแสดงความไม่พอใจชัดเจน
“ก็...”
“ไม่ได้อยากฟังคำแก้ตัว” แล้วจะถามจะพูดทำไมกันล่ะ!!
“ขอโทษค่ะ” แต่ที่ทำได้คือบอกขอโทษเขาเบา ๆ เพียงเท่านั้น
“เดินตามมา” เขากระซิบเสียงเบา เมื่อเห็นเขาเดินไปใกล้เตียงผู้ป่วยฉันจึงเดินตามไปทำไมไม่รู้แต่วินาทีต่อมาร่างของเด็กตัวเล็ก ๆ ก็มาอยู่ในอ้อมกอดฉัน พร้อมกับซันเดย์ที่ยื่นหน้าเข้ามามองเด็กใกล้ ๆ เราใช้เวลาที่นั่นอยู่พักใหญ่ ๆ ก่อนจะขอตัวกลับ เพราะวันนี้ไม่มีงานเลยตั้งใจจะขับรถกลับไปส่งซันเดย์ที่คอนโดของเขา ระหว่างที่กำลังจะกลับคุณศิลปินก็บอกว่าหิวอยากดื่มกาแฟ ฉันก็ต้องเดินเข้าไปยังตัวโรงพยาบาลเพื่อซื้อกาแฟให้เขา ระหว่างรอกาแฟโทรศัพท์ฉันก็มีสายเรียกเข้าจากพี่บีม
“พี่บีมสวัสดีค่ะ” ฉันพยายามทักทายปลายสายด้วยน้ำเสียงสดใส
(ว่างใช่ไหมวันนี้ เข้าบริษัทหน่อยนะ พาซันเดย์มาด้วย)
“มีเื่อะไรหรือเปล่าคะ” ฉันเอ่ยถามทันที สังหรณ์ใจแปลก ๆ อีกแล้วล่ะ
(เื่ที่มีแฟนคลับไม่พอใจที่เราเป็ผู้จัดการ...)
“อ๋อ ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูเข้าไป”
(ไม่ต้องคิดมากนะ แล้วเจอกัน)
“พี่บีม หนูมีเื่อยากให้พี่ช่วย...”
=================
ซันเดย์ลูก จะกลายร่างเป็เด็กชายซันเดย์สามชวบไม่ได้นะ เดี๋ยวหนูฟางงอนป้าไม่ช่วยนะลูก