ร้านอาหารที่เกาหยางนัดกับลูกๆ เอาไว้เป็ร้านอาหารที่ต่อเติมมาจากบางส่วนของบ้านพัก บรรยากาศของร้านเงียบสงบและร่มรื่นมาก อีกทั้งเ้าของร้านยังเป็คุณลุงกับคุณป้าที่ดูท่าทางใจดีคู่หนึ่ง เกาจิ้งหยวน เกาจิ้งฮวา และหลิวตงเป่า เดินไปที่สวนด้านหลังที่จัดโต๊ะอาหารไว้รอพวกเขาโดยเฉพาะ
“ผมขอโทษนะครับพ่อที่มาช้า เพราะว่าร้านนี้อยู่ไกล กว่าจะเรียกรถแท็กซี่ได้ก็นานพอดู” เกาจิ้งหยวนรีบบอก
“มานั่งก่อนเถอะ กินข้าวก่อนแล้วค่อยมาคุยธุระกัน” เกาหยางบอกกับลูกชายด้วยน้ำเสียงราบเรียบอย่างที่เกาจิ้งหยวนไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ของบิดาได้เลย
บรรยากาศในการรับประทานอาหารเป็ไปด้วยความอึดอัด แต่ละคนได้แต่ก้มหน้าทานอาหารที่อยู่ตรงหน้า ทั้งหมดใช้เวลาทานอาหารกันไม่นานก็เริ่มอิ่ม
“หวาหวา ลูกทานข้าวน้อยอย่างนี้เป็ประจำหรือ” เกาหยางถามลูกสาว
เกาจิ้งฮวามองหน้าบิดานิ่ง “ก็แล้วแต่ค่ะคุณพ่อ บางวันที่หิวมากหนูก็จะกินได้เยอะ”
“แสดงว่าวันนี้ลูกยังไม่หิวอย่างนั้นสิ พ่อเห็นลูกกินข้าวไปแค่ไม่กี่คำ”
“ก่อนมาหนูหิวมากก็เลยทานนมกับขนมปังเข้าไปก่อนแล้วน่ะค่ะ” เกาจิ้งฮวารีบบอกเพราะกลัวบิดาจะเสียใจ
“วันนี้พ่อเห็นคลิปของลูกแล้ว” เกาหยางหยุดพูดพร้อมกับมองหน้าลูกแต่ละคน เกาจิ้งฮวามีสีหน้าใ ส่วนเกาจิ้งหยวนยังคงนั่งฟังอยู่นิ่งๆ “ไม่ใช่สิ ไม่ใช่แค่คลิปของวันนี้ แต่เป็หลายๆ คลิปของลูกกับหรงหรง พ่อได้ดูหมดแล้ว”
เกาจิ้งฮวารีบก้มหน้าลงเพื่อเก็บความน้อยใจ “คุณพ่ออยากจะตำหนิหรือลงโทษหนูที่รังแกน้องใช่ไหมคะ”
“จะเป็ลูกที่รังแกน้องได้ยังไง ในคลิปก็เห็นชัดเจนว่าน้องกับเพื่อนเป็คนรังแกลูก ผ่านมานานขนาดนี้ลูกทำไมถึงต้องทนให้คนอื่นมารังแก” เกาหยางถามเสียงอ่อน
“ที่ผ่านมาคุณพ่อไม่เคยฟังคำพูดของผมกับน้องสักครั้งเลยนี่ครับ ขนาดบางครั้งที่คุณพ่อเห็นน้าหย่าซินกับหรงหรงรังแกพวกเราต่อหน้าต่อตา คุณพ่อยังเข้าข้างคุณน้ากับหรงหรงเลย แล้วอย่างนี้คุณพ่อจะให้ผมกับน้องกล้าเอาเื่พวกนี้มาบอกคุณพ่อได้ยังไง” เกาจิ้งหยวนพูดแทนน้องสาว วันนี้เขาไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงที่บิดานัดให้ออกมาพบ แต่ไหนๆ บิดาก็เปิดโอกาสให้เขากับน้องได้พูดถึงปัญหาที่พวกเขาได้เจอ เขาก็ไม่คิดที่จะเก็บมันไว้อีกต่อไป
“แกคงจะโกรธพ่อมากเลยล่ะสินะ” เกาหยางหัวเราะไปกับท่าทางเอาเื่ของลูกชาย “เวลาที่แกโกรธ ท่าทางของแกเหมือนกับแม่ของแกมาก”
เกาจิ้งหยวนขมวดคิ้วขึ้นมาทันที จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม บิดาไม่อนุญาตให้คนในบ้านพูดถึงแม่แท้ๆ ของเขาเลยสักครั้ง มีครั้งหนึ่งที่ร่างเดิมถามถึงมารดา ร่างเดิมยังถูกบิดาทำโทษจนจับไข้มาแล้ว แต่ครั้งนี้บิดากลับเป็คนพูดเื่นี้ขึ้นมาเอง “พ่ออยากพูดอะไรกันแน่ครับ แล้วที่พ่อเรียกผมกับน้องออกมาวันนี้เพราะอะไร”
“ยังคงเป็เสี่ยวหยวนที่ตรงไปตรงมา นิสัยของหลานเหมือนกับแม่ของหลานจริงๆ” เลขาหลิวพูดเสริม
“เสี่ยวหยวน หวาหวา ที่ผ่านมาพ่อไม่มีอะไรจะแก้ตัวสำหรับเื่ในอดีต การกระทำบางอย่างพ่อก็ทำไปด้วยความตั้งใจ การกระทำบางอย่างพ่อก็ละเลยอย่างที่ลูกพูดจริงๆ แต่ถึงยังไงพ่อก็อยากให้ลูกรู้ไว้ว่าพ่อรักลูกของพ่อเสมอ” เกาหยางถอนหายใจออกมาเบาๆ “พ่อไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็ยังไง แต่วันนี้พ่อแค่อยากให้ลูกรู้เอาไว้ว่าลูกคือลูกของพ่อ และความรักที่พ่อมีให้ลูกก็คือเื่จริง”
“คุณพ่อ” เกาจิ้งฮวาเรียกบิดาด้วยเสียงสั่นเครือ
“เกิดเื่อะไรขึ้นหรือเปล่าครับพ่อ” เกาจิ้งหยวนถาม
“นี่คือบัญชีเงินฝากต่างประเทศที่พ่อเปิดบัญชีเอาไว้ให้ลูกทั้งสองคน” เกาหยางบอกกับลูกชาย “แกเป็พี่ใหญ่ก็ต้องรับผิดชอบเื่นี้และต้องดูแลตัวเองกับหวาหวาให้ดี”
เกาจิ้งหยวนกับเกาจิ้งฮวายังนอนอยู่ในห้องเดียวกัน เพียงแค่มีผ้าม่านกั้นกลางเพื่อแยกสัดส่วนของห้องไว้เท่านั้น ทั้งคู่นอนลืมตานึกถึงท่าทางและคำพูดของบิดาอย่างสับสน เกิดอะไรขึ้นกับบิดาของพวกเขากันแน่ เกาจิ้งฮวาเป็แค่เด็กผู้หญิงอายุสิบห้า ความคิดของเธอไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย ที่เธอกลุ้มใจก็แค่เห็นท่าทางที่ผิดไปจากปกติของบิดาเท่านั้น แต่กับเกาจิ้งหยวนคนที่ผ่านการเกิดใหม่มาหลายชาติภพแล้วนั้นเขาไม่ได้มีความคิดที่ใสซื่อเหมือนน้องสาว ตัวเขาเองคิดว่าบิดาคงกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่อะไรบางอย่างอยู่แน่ และเื่นั้นคงจะร้ายแรงถึงชีวิตอีกด้วย ไม่อย่างนั้นวันนี้บิดาคงไม่มีท่าทางที่ปล่อยวางอย่างนี้
“พี่ใหญ่” เกาจิ้งฮวาเรียกพี่ชายเสียงเบา “พี่ใหญ่หลับหรือยังคะ”
“ยัง” เกาจิ้งหยวนตอบสั้นๆ
“วันนี้คุณพ่อมีท่าทางแปลกไปนะคะ ฉันคิดว่าคุณพ่ออาจจะมีปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ตกหรือเปล่า หรือว่าคุณพ่อจะไม่สบายเป็โรคร้ายแรง ฉันเป็ห่วงคุณพ่อจังเลยค่ะ”
“สมองเล็กๆ ของเธอทำไมคิดอะไรได้มากมายอย่างนี้นะ” เกาจิ้งหยวนแสร้งพูดขำ “คุณพ่อคงเห็นคลิปที่เธอถูกหรงหรงกับเพื่อนที่โรงเรียนรังแกก็เลยรู้สึกผิดขึ้นมามั้ง เธออย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลย หรือถ้าคุณพ่อจะป่วยอย่างที่เธอพูดจริงๆ ป่านนี้น้าหย่าซินคงตีโพยตีพายจนไม่เป็อันทำอะไรไปแล้วล่ะ แต่นี่น้าหย่าซินก็ยังใช้ชีวิตอย่างปกติดีไม่ใช่หรือ”
“แล้วพี่ใหญ่ไม่คิดว่าคุณพ่อดูแปลกไปบ้างหรือคะ”
“คิดสิ แต่ในเมื่อคุณพ่อไม่พูดออกมาเราก็ไม่ควรคาดเดากันไปเอง นอนเถอะพรุ่งนี้เรายังมีสอบวันสุดท้ายอีกหนึ่งวัน หลังจากนั้นถ้าเธอยังไม่สบายใจ พี่จะพาเธอไปหาคุณพ่อที่บริษัท ตอนนี้คุณพ่อก็เปิดใจให้พวกเรามากแล้ว เธอก็ทำอาหารอร่อยๆ ไปให้คุณพ่อทาน พี่คิดว่าคุณพ่อคงจะดีใจ”
“ฉันเคยได้ยินป้าจางเล่าให้ฟังว่าคุณพ่อชอบกินข้าวปั้นไส้ทูน่ากับไส้ไข่หวานมากที่สุด อ้อ...ยังมีซุปเนื้อรสเผ็ดอีกอย่าง ถ้าเราสอบเสร็จแล้ว พี่ใหญ่ต้องพาฉันไปหาคุณพ่อที่บริษัทจริงๆ นะคะ”
“ตกลง เธอรีบนอนเถอะ” เกาหยวนนอนฟังเสียงน้องสาวก็รู้ว่าเธอหลับไปแล้ว แต่ตัวเขากลับนอนไม่หลับเลยแม้แต่นิดเดียว ‘ขออย่าให้เกิดเื่ร้ายๆ อย่างที่ผมคิดเลย’
“อาหยาง วันนี้ทำไมคุณถึงได้กลับมาพร้อมเด็กๆ ล่ะคะ คุณไปเจอพวกแกที่ไหนหรือ” เกาหย่าซินส่งชุดนอนให้สามีหลังจากที่เห็นเขาเดินออกมาจากห้องน้ำแล้ว
“เจอที่หน้าปากซอยนี่เอง คุณถามทำไมหรือ” เกาหยางตอบเสียงเรียบ เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเกาหย่าซินรู้เื่นี้แล้ว เพราะผู้ช่วยเลขาคนนั้นเป็คนของเขาเอง ไม่อย่างนั้นเขาจะรู้ได้ยังไงว่ามีใครเป็คนของภรรยาบ้าง แม้แต่คุณลุงหลิงทนายความประจำตระกูลก็ยังกลายเป็คนของเธอไปแล้ว
“ฉันก็แค่แปลกใจเท่านั้นเองค่ะ อีกอย่างฉันกลัวหรงหรงจะน้อยใจ เพราะแกไม่ได้นั่งรถกับคุณมานานแล้ว”
“่นี้หรงหรงยังอยากจะนั่งรถกับผมอยู่อีกหรือ ไม่ใช่ว่าแกตั้งใจหาเื่หลบหน้าผมอยู่หรือไง”
“หลบหน้าอะไรกัน คุณพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง” เกาหย่าซินถามเสียงสูงโดยลืมไปแล้วเื่คลิปของลูกสาว
“ในสังคมออนไลน์วันนี้มีแต่เื่ดีๆ ของลูกสาวคุณทั้งนั้น คุณไม่รู้เื่นี้เลยหรือ” เกาหยางยกมือห้ามภรรยา “คุณยังไม่ต้องรีบแก้ตัวแทนลูกหรอก เอาไว้ผมจะหาเวลาคุยกับลูกเอง”