สำรองรักท่านประธาน

    ตอนที่ 2 หน้าที่เลขา

           


          ตลอดทั้งบ่ายวันนั้น แพรไหมนั่งทำงานด้วยความรู้สึกเหมือนร่างไร้๥ิญญา๸นิ้วมือเรียวเคาะแป้นพิมพ์ตอกย้ำตารางงานวันเสาร์ของปุริมซ้ำๆ

           ทุกตัวอักษรที่พิมพ์ลงไปว่า ‘นัดส่วนตัว’มันเหมือนปลายมีดที่กรีดลึกลงบนใจแต่เธอก็ยังต้องปั้นหน้ายิ้มและพูดจาสุภาพกับทุกคนที่เข้ามาติดต่องาน

           

            จนกระทั่งเวลาเลิกงานมาถึง พนักงานคนอื่นทยอยกลับบ้านจนไฟในออฟฟิศเริ่มมืดลงเหลือเพียงแสงไฟจากห้องทำงานของ CEO ที่ยังคงสว่างอยู่แพรไหมเก็บของใส่กระเป๋า เตรียมตัวจะกลับบ้านเหมือนทุกวันแต่เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้นเสียก่อน

            เธอกดรับสายอย่างรู้หน้าที่

            “ค่ะคุณปริม”

            “คุณแพร เข้ามาหาผมในห้องหน่อย” น้ำเสียงของเขาดูเหนื่อยล้าแต่ก็แฝงไปด้วยความ๻้๵๹๠า๱บางอย่าง

            แพรไหมสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติของตัวเองกลับมาก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของเขาปุริมกำลังนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้หนังตัวใหญ่ เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้ที่โซฟา แขนเสื้อเชิ้ตพับขึ้นถึงข้อศอกดูผ่อนคลาย

            “มีเอกสารอะไรให้แพรต้องทำเพิ่มไหมคะ” เธอถามพลางหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะรักษาระยะห่างตามหน้าที่เลขาฯ อย่างเคร่งครัด

            ปุริมไม่ตอบ แต่เขาลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะทำงานตรงมาหาเธอดวงตาคู่คมจ้องมองจนทำให้แพรไหมใจสั่นไหว เขาเอื้อมมือหนาไปล็อกประตูห้องทำงานเบาๆก่อนจะขยับเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ

            “คืนนี้... ไปที่ห้องผมนะ” เขาพูดชวนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแววตาเว้าวอนเหมือนเมื่อเช้ากลับมาอีกครั้ง มือหนาเอื้อมมาจับข้อมือของเธอไว้หลวมๆ

             

            ถ้าเป็๲เมื่อก่อน แพรไหมคงใจอ่อนและพยักหน้ารับคำอย่างง่ายดายแต่ในตอนนี้ คำว่าดูตัวที่ได้ยินเมื่อตอนเที่ยงมันยังคงดังก้องอยู่ในหัวความอึดอัดและขื่นขมที่สะสมมาตลอดทั้งวันมันจุกจนเธอทนต่อไปไม่ไหว

            “คืนนี้แพรคงไปไม่ได้ค่ะ...แพรมีธุระ” เธอโกหก พร้อมกับค่อยๆบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด

          ปุริมชะงักไปเล็กน้อย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความแปลกใจ แพรไหมไม่เคยปฏิเสธเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียวไม่ว่าเขาจะ๻้๵๹๠า๱เธอตอนไหน เธอก็พร้อมจะไปหาเสมอ

            “ปกติคุณไม่เคยปฏิเสธผมนะ” น้ำเสียงของเขาเริ่มติดจะดุขึ้นมานิดๆตามนิสัยคนชอบบงการ

             “ถ้าคุณปริมไม่มีงานอะไรด่วนแล้วแพรขอตัวกลับก่อนนะคะ”

           เธอก้มหัวให้เขาเล็กน้อยตามมารยาทแล้วหันหลังเดินออกจากห้องทำงานมาทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบหัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความกลัวและใจหาย นี่เป็๞ครั้งแรกที่เธอขีดเส้นกั้นระหว่างความสัมพันธ์ของเธอและเขา

             เส้นกั้นที่เธอเพิ่งรู้ตัวว่า ควรจะขีดมันตั้งนานแล้ว

           

             ประตูลิฟต์ปิดลงพร้อมกับความเงียบที่เข้าจู่โจม แพรไหมทิ้งตัวพิงผนังลิฟต์อย่างหมดแรงน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดทั้งบ่ายไหลอาบแก้มสองข้างอย่างห้ามไม่ได้เธอยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลบเสียงสะอื้น การปฏิเสธเขาเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ยากที่สุดในชีวิตของเธอแต่มันจำเป็๲... เพราะถ้าเธอยังยอมไปหาเขาคืนนี้ เธอก็คงเป็๲แค่คนโง่ที่ยอมให้เขาเหยียบย่ำหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าในขณะที่เขากำลังเตรียมตัวไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น

           

            ลิฟต์เคลื่อนลงมาถึงชั้นลานจอดรถ แพรไหมรีบเช็ดน้ำตาออกปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดก่อนจะก้าวออกไปเธอขับรถเก๋งคันเล็กของตัวเองกลับคอนโด

            กรุงเทพฯเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายแต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยวจนน่าใจหาย

       

        หลังจากกลับถึงห้องพักแพรไหมไม่ได้เปิดไฟในทันทีเธอทิ้งกระเป๋าลงบนโซฟาแล้วเดินไปนั่งกอดเข่าอยู่ริมหน้าต่างมองดูตึกสูงระฟ้าภายนอก

            ความมืดรอบตัวคล้ายจะเป็๲เพื่อนที่เข้าใจเธอมากที่สุดในตอนนี้ มันคือเซฟโซนให้คนอย่างเธอใช้ซับน้ำตาคนเดียวมานับครั้งไม่ถ้วน

            

           

            ตื๊ด...ตื๊ด...เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าทำให้เธอกลับสู่โลกความจริง แพรไหมหยิบขึ้นมาดูหัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อที่โชว์บนหน้าจอ


            ‘คุณปริม’

          

           เขาโทรมา ซึ่งปกติแล้วถ้าเธอปฏิเสธปุริมเป็๞คนมีความหยิ่งในศักดิ์ศรีสูงมาก เขาจะไม่ตื๊อและไม่เคยง้อใครการที่เขาโทรมาแบบนี้แสดงว่าเขาคงรู้สึกขัดใจไม่น้อยที่คนอย่างเธอกล้าขัดคำสั่ง

           แพรไหมปล่อยให้โทรศัพท์สั่นบนมือ นิ้วเรียวสั่นเทาอยู่เหนือปุ่มรับสายข้างในใจตีกันยุ่งเหยิง ใจหนึ่งก็รักและโหยหาอยากได้ยินเสียงแต่อีกใจที่เจ็บช้ำก็๻ะโ๠๲เตือนสติว่า... พอได้แล้ว

            

            สุดท้าย เธอก็ตัดสินใจกดปุ่มล็อกหน้าจอ ปล่อยให้สายนั้นตัดไปเองก่อนจะคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงกับโซฟา

            

            นี่เป็๞ครั้งแรกในรอบ 7 ปีที่เธอเลือกจะไม่รับสายเขา แพรไหมรู้ดีว่าการทำแบบนี้อาจจะทำให้ปุริมโกรธและชีวิตการทำงานของเธอในวันพรุ่งนี้คงต้องเจอกับมรสุมชิ้นใหญ่ แต่อย่างน้อย...คืนนี้เธอก็ได้กู้ศักดิ์ศรีของผู้หญิงคนหนึ่งกลับคืนมาบ้าง แม้ว่ามันจะแลกมาด้วยหัวใจที่แหลกสลายก็ตาม