ตอนที่16:เดิมพัน
“ดูสิ ว่าใครมา คิกคิก”
เสียงพูดของบุคคลปริศนาที่กำลังนั่งสังสรรค์อยู่กับเหล่าสหายอยู่ในสถาณที่ลับของพวกเขา
“เ้านั้นเป็ยยังไงบ้าง? เป็ตามคำทำนายไว้หรือเปล่า”
“ฉันยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนว่าไม่ใช่คนที่ต้องกังวลมากมายอะไรขนาดนั้น”
คาเรนพูดสีหน้าเบื่อหน่ายและดูเหมือนกำลังหงุดหงิดเล็กน้อย
“เป็อะไรไปผิดหวังงั้นหรอ? ฮ่าฮ่า”
ชายปริศนาอีกคนที่นั้งอยู่ใกล้ๆพูดขึ้นหลังจากเห็นทาทีของคาเรน
“ฉันกำลังเล่นละครสนุกๆอยู่แท้ๆ แต่ต้องมาเลิกแสดงไปทั้งๆแบบนี้ก็แอบเสียได้นี่นา?”
“คิกคิก ถ้าพวกนั้นเห็นหน้าเธอตอนนี้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจแน่ๆเลย”
คาเรนถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางหงุดหงิดก่อนจะพูดขึ้น
“ช่างเถอะ ยังไงมันก็เป็แผนอะนะ”
เสียงของหญิงสาวหัวเราะเบาๆก่อนตอบกลับไป
“ก็เื่เสแสร้งเธอถนัดนี่นะ ไม่แปลกที่เธอจะไม่พอใจที่เสียของเล่นไปแบบนี้ ฮ่าฮ่า”
คาเรนแสดงท่าทีไม่พอใจกับคำพูดของเธอก่อนจะตอบกลับไป
“ห๋า?!!! เธอเองมากกว่าที่ไร้น้ำยาที่จะทำเองอะ?”
คาเรนจ้องมองหน้าของสาวปริศนาด้วยสีหน้าเกรียดชังเธอ
“เอาน่าๆ พอได้แล้ว เดี๋ยวเราก็ต้องไปแสดงเวทีสุดท้ายตอบแทนอยู่แล้วน่า”
เสียงของชายที่นั้งอยู่มุมห้องพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเยื่อหน่าย
“ชิ… ทำเป็เท่ไปได้นะแก”
เสียงของชายคนแรกพูดขึ้นพร้อมกับจ้องมองใบหน้าของชายคนั้นด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
ชายคนนั้นหลังจากที่ได้เห็นและได้ยินสิ่งที่ทำให้ตนม่พอใจหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะยืนขึ้นชักดาบออกมาเล็กน้อยด้วยท่าทางโกรธก่อนจะพูด
“แล้วมันผิดรึไงวะห้ะ?”
ตุบ…..
ชายอีกคนทุบโต๊ะเบาๆก่อนจะยืนขึ้นเดินเข้าไปหาและจ้องมองใบหน้าของเขาและยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“แล้วแกจะทำไมฟระ?”
ทุกคนที่ได้แต่ยืนดูการถกเถียงของทั้งสองก็เบือนหน้าหนี้ไม่พูดไม่จาพร้อมแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายพร้อมๆกัน
“พอได้แล้วพวกแก”
เสียงหญิงสาวอีกคนพูดตะคอกขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังและดูเหมือนจะรำคาญเล็กน้อย
“………”
ภายในห้องถูกเธอกดดันอย่างหนักทุกคนต่างเงียบอยู่เฉยๆก่อนจะแยกกันไปนั้งตามที่ของตนเองด้วยใบหน้าเหงื่อตกกันเล็กน้อย
“คาเรน เ้าคนที่ตามเธอมาจะเอายังไง?”
เธอััถึงตัวตนของอีริน่าได้ตั่งแต่ที่คาเรนมาถึงที่นี่แต่เธอก็ไม่ได้สนใจในตัวของอีริน่าเลยแม้แค่น้อย
“ปล่อยไปเถอะ อีกเดี๋ยวก็ได้ไปเจอกันอยู่ดี”
“หึ…..” เธอพูดพร้อมกับยกแก้วเหล้าข้างขึ้นและนั้งรอเวลาอย่างช้าๆ
ฝั่งของไคน์ที่กำลังาเ็
“ไคน์นายเอาอีกแล้วนะ”
ไอรีนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและสงสัยเล็กน้อย
“ทำไมนายถึงชอบทำอะไรเจ็บตัวอยู่เรื่อยเลยเนี่ย”
“แล้วเธอว่าฉันอยากจะเจ็บตัวนักหรือไงกัน?”
ไคน์ตอบกลับด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายและเหนื่อยอยู่เล็กน้อย
ไอรีนได้แต่ถอนหายใจและจำใจกลับเื่มากมายที่เกิดขึ้นไม่พักกับไคน์อยู่เสมอ
ไดมาสที่กำลังนั้งกุมใจอยู่ลำพังก็สักถามไคน์ขึ้นมาอย่างจริงจัง
“ดาบเล่มนั้นคาเรนเป็คนให้นายงั้นหรอ?”
ไคน์หันไปมองไดมาสที่กำลังจริงจังกับคำถามและรอคำตอบจากใจจริงอยู่
“ก็เปล่าหรอก เธอให้ฉันเบือกเองหนะ แล้วฉันก็เลือกดาบเล่มนั้นเอง”
“งั้นหรอ….”
“มันทำไมงั้นหรอ?”
“อืม…..” ไดมาสเงียบหลับตาลงก่อนที่จะเริ่มอธิบายให้ไคน์ฟัง
“ดาบเล่มนั้นเป็ดาบในตำนานแน่ๆ ว่ากันว่ามันไม่มีหน้าตาที่แน่นอนและไม่มีใครสามารถใช้พลังของมันได้เลยั้แ่ที่มันถูกค้นพบ”
“นายไม่ได้เข้าใจผิดไปเองหรอกหรอ? ถ้าเป็งั้นจริงคาเรนก็คงไม่สามารถถือมันถึงนี่หรอก”
“ดาบนั่นมันมาเองตั่งหากเหมือนกำลังรอใครสักคนอยู่ คาเรนเองก็คงจะรู้เื่นั้นเหมือนกัน”
ไคน์ใเล็กน้อยหลังจากได้ยินอย่างนั้นแต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้จึงถามไดมาสกลับไป
“ดาบนั้นมันมาเองเนี่ยนะ? หมายความว่ายังไง?”
“ตามตำนานมันเป็อาวุธเหนือจิตนาการของมนุษย์หรือพูดง่ายๆก็คือ อาวุธของเทพเ้ายังไงหล่ะ”
“แล้วขึ้นชื่อว่าอาวุธของเทพเ้า ทำไมมันถึงมาอยู่ในโลกได้หล่ะ?”
“ข้อมูลเชิงลึกขนาดนั้นข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆในตอนนี้มีแค่เ้าที่จะสามารถควบคุมมันได้”
ควบคุมอะไรกันเมื่อกี้ก็เกือบตายเพราะมันแท้ๆ แต่ในกรณีนี้ไม่ใข่ว่าดาบนั่นมันรออยู่ตลอดงั้นสินะ ก็อาจจะเป็ไปได้ว่าคนที่สามารถใช้มันได้จริงๆก็อาจจะเป็ไครอสเท่านั้นสินะ
ทางฝั่งของเซียร์และกาเลา
“เท่านี้นายก็สามารถผสานร่างกับเ้าัได้แล้ว แต่ประสิทธิภาพของมันก็ขึ้นอยู่กับตัวนายเองแล้ว”
กาเลามีรูปร่างต่างไปจากเดิมเป็ผลจองการผสานร่างเ้ากับัทั้งดวงตาสีผมและแม้แต่เขียวและกรงเล็บที่เหมือนกับั
“เอาหละมีอีกเื่ที่ฉันจะต้องบอกนายเอาไว้”
เซียร์ยืนกอดอกหลับตาลงและค่อยๆลืมตาขึ้นมองกาเลาอย่างช้าก่อนจะพูดขึ้นอย่างจริงจัง
“พี่สาวของนายฉันรักษาโรคของเธอไม่ได้”
กาเลาดูนิ่งเชยผิดปกติเหมือนกับเขาทำใจในเื่นั้นไว้เรียร้อยแล้ว ถึงในใจจะแอบหวังอยู่ลึกๆว่าคนที่มีความสามารถอย่างเซียร์อาจจะมีทางรักษาพี่สาวของตนได้จริงๆ
“พี่สาวนายไม่ได้เป็โรคอะไรหรอก แต่เธอถูกถวายชีวิตให้กับใครสักคนอยู่มันเป็คำสาปหนะ”
“งั้น…. หรอครับ…..”
กาเลาแสดงสีหน้าเศร้าและโกรธแค้นขึ้นมาอย่างจริงจัง
“ฉันขอโทษที่ฉันผิดสัญญากับนายถ้าอยากฆ่าแกงกันฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ”
เซียร์เป็คนที่ตรงไปตรงมาอย่างมาก เธอพร้อมรับผลจากการที่ตนผิดสัญาไว้อยู่แล้ว
“ไม่หรอกครับ… ผมต้องขอบคุณมากกว่าด้วยซ้ำ”
กาเลาพูดขึ้นหลังจากนั้งเงียบไปพักนึง
“เื่คำสาปของพี่สาวผมผมรู้อยู่แล้วหละ ผมหนะไม่ว่าจะไปขอร้องใครยังไงเพียงแค่บอกว่าเป็คำสาปก็ไม่มีใครคิดที่จะช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อย”
“เพราะแบบนั้น ผมจึงอ่างว่าเธอเป็โรคประหบาดที่รักษาไม่หายเพื่อหวังว่าจะมีโอกาสสักครั้ง”
“งั้นหรอ……”
“คุณเองั้แ่เห็นสีสาวก็รู้อยู่แล้วสินะว่ามันเป็คำสาป แต่ถึงอย่างนั้นก็พยายามลองทุกวิถีทางที่จะช่วย”
เซียร์ยืนเงียบไม่ตอบกลับใดๆ
“แถมยังเปิดโอกาสให้ผมตั้งขนาดนี้ ผมต้องขอบคุณคุณจริงๆ”
กาเลาพูดพร้อมคุกเขาก้มลงกราบขอบคุณอย่างจริงใจตรงหน้าของเซียร์ เธอได้แต่เงียบเธอคิเพียงว่าเธอไม่สมควรที่จะได้รับคำขอบคุณใดๆทั้งสิ้น
“ถ้าอยากขอบคุณฉันจริงๆหละก็ ช่วยปกป้องเมืองนี้ด้วยตัวของนายได้ไหม?”
กาเลาเงยหน้าขึ้นมองเซียร์ก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างจริงใจ
“เื่นั้นผมสาบาบานตนไว้ั้แ่แรกแล้วหละครับ”
เซียร์หลับตาลงและยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะหันหลังและพูดขึ้น
“ถ้างั้นไปเตรียมตัวเถอะรุ่นถัดไปเป็ของพวกนายแล้ว ขอฝากอนาคตไว้กับพวกนายด้วยนะ”
“เอ๊ะ!… รุ่นถัดไปหมายถึงอะไรหรอครับ?”
“เดี๋ยวนายก็ได้รู้เองนั้นแหละ แต่อย่าถอดใจหนีไปก่อนที่จะรู้สะละ”
“คุณเซียร์ครับมันคาใจจริงๆนะครับรุ่นถัดไปหมายถึงอะไรหรอครับ”
กาเลาลุกเดินตามเซียร์และเอาแต่ซักถามเธอไม่พักด้วยความสงสัย เซียร์ก็เดินต่อไปโดยไม่ยอกไม่กล่าวอะไรให้กาเลารับฟังเลยแม้แต่น้อย
ฉันหวังพึ่งนายอยู่นะกาเลามันถึงเวลาของฉันแล้วหละคนที่จะสามารถช่วยโลกใบนี้ได้มีแต่คนอย่างพวกนายเท่านั้นแหละนะ ฉันขอเดิมพันทุกอย่างไว้กับพวกนายเลยและก็คงไม่ใช่แค่ฉันเพียงคนเดียวแน่ๆ ยังมีอีกหลายล้านชีวิตที่กำลังการมาของพวกนายอยู่แน่ๆ