[เควินพาร์ท]
เมื่อวานผมนอนกอดวายุหลับคาโซฟาห้องรับแขกจนถึงบ่ายผมคงจะเพลียมากจริง ๆ ผมถึงได้หลับไปไม่รู้เื่ขนาดนั้นเพราะพอผมตื่นขึ้นมาวายุก็หลับสนิทไปแล้วเหมือนกันผมจึงอุ้มวายุขึ้นไปส่งที่ห้องนอนห้องใหม่ของเขาหลังจากนั้นผมก็ไปนอนในห้องทำงานของผมทั้งคืนจนสว่าง
พอผมตื่นมาอีกทีก็เป็ตอนเช้าของวันใหม่แล้วแต่พอผมตื่นขึ้นมาผมก็เห็นอาหารเช้าวางอยู่บนโต๊ะทำงานของผมและมีฝาปิดเพื่อเก็บความร้อนอย่างมิดชิด พร้อมด้วยกาแฟสำเร็จรูปผมไม่รู้ว่าใครเป็คนเอามาวางไว้เพราะปกติผมจะบอกแม่บ้านเสมอว่าไม่ต้องยกอาหารเช้าขึ้นมาให้ผมบนห้องทำงานเพราะผมชอบลงไปทานข้างล่างมากกว่า
ในขณะที่ผมกำลังสงสัยอยู่นั้นหรั่งก็เคาะประตูห้องและเปิดเข้ามาพอดี ผมจึงถามหรั่งว่า
"หรั่ง...มาพอดีเลย"
"มีอะไรหรือเปล่าครับนาย?"
"เปล่าหรอก...ฉันแค่อยากรู้ว่าใครยกอาหารเช้ามาวางไว้ที่โต๊ะทำงานของฉันฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องยกขึ้นมา"
"อ้อ...สงสัยจะเป็คุณวายุน่ะครับเมื่อเช้าผมเห็นคุณวายุลุกขึ้นมาเตรียมอาหารเช้าช่วยแม่บ้านั้แ่เช้าเลยแล้วผมก็เห็นคุณวายุยกถาดอาหารเช้าเข้ามาในห้องทำงานของนายหนึ่งที่ผมก็เลยคิดว่า...ต้องเป็คุณวายุครับ"
"เหรอ?"
"ครับ...แล้ววันนี้นายมีอะไรจะให้ผมออกไปทำข้างนอกหรือเปล่าครับ?"
"อืม...มี"
"มีอะไรครับ?"
"นายให้คนขับรถไปส่งคิวท์ที่บ้านเขาด้วย"
"นายครับ? เมื่อวานผมก็พยายามจะไปส่งคุณคิวท์กลับบ้านแล้วครับ...แต่คุณคิวท์ไม่ยอมท่าเดียวเลยครับ"
"เฮ่ย...ฉันล่ะปวดหัวจริง ๆ เลยฉันจะทำยังไงกับคิวท์มันดีวะ?"
"ฆ่ามันทิ้งเลยไหมครับนาย? จะได้ไม่ต้องปวดหัวอีก"
"เฮ้ย!!! หรั่ง!!! นายจะบ้าเหรอ!! คนทั้งคนนะเว้ย เฮ่ย!!!ความคิดนายไม่ได้เื่เลยนะ"
"หึ หึ หึ ผมล้อเล่นครับนาย"
"นายขำอะไรวะ?"
"เปล่าขำครับ...แค่อาการตอบสนองทางร่างกายของผมเฉย ๆไม่มีอะไรหรอกครับ "
"พิลึกคนมากเลยนะแกน่ะ?"
ผมไม่รู้ว่าหรั่งมันขำอะไรของมัน แต่ผมไม่สนใจเื่ขำขันของหรั่งมันหรอกเพราะผมกำลังคิดการใหญ่อยู่ ผมกำลังคิดว่ามันคงถึงเวลาที่ผมจะจัดการกับวายุสักทีเพราะผมปล่อยเวลาให้มันผ่านมาเนิ่นนานเกินไปแล้ว แต่เพื่อความแน่ใจว่าสิ่งที่ผมกำลังจะทำมันจะสามารถทำให้วายุมันจะเ็ปเจียนตายจริงๆ ผมจึงอยากจะถามความเห็นของคนสนิทอย่างหรั่งมันสักหน่อย
ผมเรียกหรั่งที่กำลังก้มหน้าทำงานอยู่ให้มาหาผมหน่อยแล้วหรั่งก็รีบวางงานเดินเข้ามาหาผมที่โต๊ะทำงาน ผมจึงบอกให้หรั่งนั่งลงหรั่งทำหน้าไม่เข้าใจ แล้วก็ถามผมด้วยเสียงเครียดว่า
"นายจะสั่งให้ผมไปเก็บใครเหรอครับ?"
"ฉันไม่ตลกเื่ขำขันของนายนะหรั่ง"
"ครับ ๆ ขอโทษครับนาย แล้วนายมีอะไรจะสั่งผมครับ? สั่งมาได้เลยครับ...ผมพร้อมแล้วครับ"
"นายคิดว่า...วายุรักฉันไหมวะ?"
"โธ่...นายครับ วายุแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นนายยังจะถามอีกเหรอครับ?"
"แล้วนายคิดว่า...วายุรักฉันมากแค่ไหนวะ?"
"ผมไม่คิดว่าหรอกครับแต่ผมรู้ว่า...วายุรักนายมากเลยล่ะครับวายุรักนายมากจนถึงขนาดว่า...สามารถตายแทนนายได้เลยล่ะครับ"
"หึ!!! แล้วนายคิดว่า...ถ้าฉันตัดเยี่ยใยกับวายุตอนนี้วายุจะตายไหมวะ?"
"ตายแน่นอนครับนาย"
"หึ!!! แล้วถ้าวายุมันรู้ความจริงว่า...ที่ฉันยอมทำดีกับมันอยู่ทุกวันนี้เพราะฉัน้าหลอกให้มันรักฉัน แกคิดว่า...วายุมันจะเสียใจไหมวะ?"
"เสียใจมากเลยล่ะครับ เผลอ ๆอาจจะตรอมใจตายไปเลยล่ะครับ"
"หึ!!!ถ้างั้น...วันนี้หลังจากวายุทานอาหารเช้าเสร็จแล้วนายช่วยตามวายุให้มาหาฉันที่ห้องด้วยนะ บอกวายุว่า...ฉันมีเื่สำคัญจะคุยด้วย"
"ครับนาย"
"อืม...แล้วนายก็ไปจัดการเื่คิวท์ให้เรียบร้อยถ้ามันไม่ยอมกลับดี ๆ ก็สั่งสอนมันสักเล็กน้อยก็แล้วกัน"
"ครับนาย"
"อืม...นายไปทำตามที่ฉันสั่งได้แล้ว"
"ครับนาย"
ในระหว่างที่หรั่งออกไปจัดการธุระที่ผมสั่งผมก็นั่งรอวายุอยูในห้องทำงานอย่างใจเย็น เพราะตอนนี้ผมอยากจะเห็นหน้าของวายุตอนที่มันเ็ปจริงๆ ผมอยากรู้ว่าวายุมันจะร้องไห้ฟูมฟายมากแค่ไหน ผมอยากรู้ว่าวายุมันจะตายไหม
ผมนั่งรอวายุอยู่ในห้องนานเกือบชั่วโมงผมก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องผมมองไปที่จอมอนิเตอร์ข้างโต๊ะทำงานของผม ผมก็เห็นวายุยืนอยู่หน้าห้องผมจึงบอกวายุให้เข้ามาได้
วายุเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าอิดโรยจนเห็นได้ชัดแต่ผมไม่ได้สนใจ ผมบอกให้วายุเข้ามาใส่รหัสเปิดตู้เชฟของเขาแล้ววายุก็ทำตามที่ผมสั่งอย่างว่าง่าย
หลังจากนั้นผมก็บอกให้วายุหยิบเครื่องเพชรที่ผมประมูลให้วายุเมื่อคืนก่อนออกมาและให้วายุเอาเงินสดออกมาให้หมด ซึ่งในตู้เชฟนั้นมีเงินสดอยู่ประมาณสิบล้านบาท
วายุก็ทำตามคำสั่งผมทุกอย่างวายุขนเงินออกมาจากตู้เชฟมากองไว้บนโต๊ะทำงานของผมพร้อมเครื่องเพชร
หลังจากนั้นผมก็บอกให้วายุนั่งลงวายุก็นั่งลงอย่างว่านอนสอนง่าย แต่วายุนั่งก้มหน้าอย่างเดียว ผมจึงถามวายุว่า
"เป็อะไรไป? ทำไมถึงนั่งก้มหน้าแบบนั้น? ไม่อยากมองหน้าผมเหรอ?"
"เปล่า ๆ ครับ"
"เปล่าแล้วทำไมต้องก้มหน้าล่ะ?"
"คือ...ผมกลัวว่าคุณเควินจะดุผมเื่ที่ผมยกอาหารเช้าขึ้นมาบนห้องทำงานของคุณครับ"
"หึ...ไม่หรอก ผมจะไปดุคุณทำไม? ยังไงก้อ...ขอบใจนะที่อุตส่าห์ยกขึ้นมาให้ผมถึงที่นี่?"
"ไม่เป็ไรครับ...ผมเต็มใจ"
"อืม...เต็มใจก็ดี อ้อ...วายุ?"
"ครับ"
"เงินจำนวนสิบล้านกับเครื่องเพชรราคาหนึ่งพันล้านที่วางอยู่บนโต๊ะของผมผมยกให้คุณทั้งหมดเลยนะ"
"คุณเควิน!!! ทำไมคุณถึงพูดแบบนี้ล่ะครับ"
"หึ!!! ที่ผมยกให้คุณเพราะว่า...ผมเต็มใจให้และผมอยากตอบแทนที่คุณเต็มใจทำทุกอย่างเพื่อผมตลอดสามเดือนที่ผ่านมา"
"คุณเควิน!!! หมายความว่ายังไงครับ?"
"วายุ...คุณออกไปจากชีวิตของผมเสียเถอะ เพราะตอนนี้คุณได้หมดหน้าที่ผู้ชายของผมแล้ว"
"คุณเควิน!!! ฮึก ฮึก ฮึก ทำไมครับ?บอกเหตุผลกับผมได้ไหมครับว่าทำไม? ฮึก ฮึก ฮึก"
ผมนั่งมองวายุร้องไห้จนตัวโยนโดยไม่พูดอะไรต่อแต่ดูท่าทางวายุแล้ว...เหมือนกับเขาจะไม่ยอมลุกไปไหนเลย ผมไม่แน่ใจว่า...เขาหน้าด้านหรือว่าเสียใจจนขาอ่อนจนลุกไม่ได้กันแน่แต่ที่แน่ ๆ ผมรู้สึกว่า...วันนี้ผมต้องชนะแน่นอนผมต้องได้เห็นวายุตายทั้งเป็แน่นอน
หลังจากที่ผมนั่งดูวายุร้องไห้จนเป็ที่น่าพอใจแล้วผมก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานของผมเดินออกจากห้องไปแต่วายุกลับลุกขึ้นมากอดขาของผมเอาไว้ แล้ววายุก็ถามผมด้วยเสียงสะอื้นว่า
"คุณเควิน...อย่าเพิ่งไล่วายุไปตอนนี้เลยได้ไหมครับ? ขอเวลาให้วายุได้ทำใจก่อนได้ไหมครับ? วายุรักคุณ วายุรักคุณมาก วายุยังทำใจไม่ได้ครับขอเวลาให้วายุได้อยู่ใกล้ ๆ คุณอีกสักพักได้ไหมครับ?"
"วายุ...ผมก็เห็นใจคุณนะ แต่ผมไม่มีเหตุผลอะไรที่จะให้คุณอยู่ที่นี่อีกแล้วในเมื่อคุณไม่ใช่คนที่ผม้าอีกต่อไปแล้ว"
"คุณอาจจะไม่มีเหตุที่จะให้วายุอยู่ต่อไปอีกแล้วแต่วายุมีเหตุผลนะครับ"
"เหตุผลอะไรของคุณ?"
"เหตุผลเดียวที่วายุมีคือ...วายุรักคุณครับ"
"แต่ผมไม่ได้มีเหตุผลเดียวกับคุณนี่แล้วทำไมผมต้องฟังเหตุผลของคุณด้วยครับคุณวายุ?"
"คุณเควินครับ...ถ้าอย่างนั้นวายุขอถามคุณเป็ครั้งสุดท้ายได้ไหมครับ?"
"อืม...ได้สิ"
"ผมอยากรู้ว่า...ที่ผ่านมาเราใช้เวลาอยู่ด้วยกันแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวันเราดูแลกัน เราจับมือกันเดินจนใคร ๆ ก็อิจฉา เราจูบกันทุกเช้าและก่อนนอนเรานอนกอดกันทั้งคืน เวลาที่คุณกลัวยีราฟ...ผมก็รีบยื่นมือให้คุณจับเพื่อให้กำลังใจคุณเวลาคุณไม่มีช้อนทานไอศครีม ผมก็รีบป้อนคุณเพราะผมกลัวว่าคุณจะหิวเวลาคุณเหนื่อย... ผมคอยซับเหงื่อให้คุณ แล้วคุณไม่รู้สึกว่าคุณรักผมสักนิดเลยเหรอครับ?"
พอผมได้ยินคำถามแรกที่วายุถามผมออกมามันทำให้ผมรู้สึกจุกอกจนผมก้าวขาไม่ออกเลย ผมไม่รู้ว่าผมเป็อะไรไปแต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมกำลังจะหายใจไม่ออกแต่ผมก็ยังฝืนตอบวายุออกไปอย่างยากลำบากว่า
"ผม...คือ...ผม...ผมไม่จำเป็ต้องตอบคำถามนี้ของคุณ"
"เวลาคุณโมโห...คุณตบตีผมเวลาที่ผมร้องไห้...คุณตบตีผม เวลาที่ผมทำผิด...คุณตบตีผมเวลาผมเถียงคุณ...คุณตบตีผม เวลาผมเมา...คุณตบตีผม เวลาผมหึงหวงคุณ...คุณตบตีผม แต่ไม่ว่าคุณจะตบตีผมมากแค่ไหนผมก็ยังยอมทน เพราะว่าผมรักคุณ แล้วคุณล่ะครับ? คุณไม่รู้สึกว่าคุณรักผมสักนิดเลยเหรอครับ?"
พอผมได้ยินคำถามที่สองของวายุผมแทบน้ำตาจะไหลออกมาให้ได้เลย แต่ผมก็พยายามข่มใจกลั้นน้ำตาเอาไว้แล้วผมก็ตอบวายุออกไปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิมว่า
"วายุ...คือ...ผม...ผม...ผมขอโทษที่ตบตีคุณ"
"ถ้าคุณไม่ได้รักผม...คุณมาหลอกให้ผมรักทำไม? คุณมาทำดีกับผมทำไม?คุณทำแบบนี้ทำไม? คุณอยากเห็นผมตายใช่ไหม?คุณมีเหตุผลอะไร? ทำไมต้องมาหลอกให้ผมหลงรักคุณ?ไหนลองบอกเหตุผลผมหน่อยสิ...ว่าคุณทำแบบนี้ทำไม? คุณหลอกผมทำไม?"
"วายุ? ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่า...ความรู้สึกเ็ปมันเป็ยังไงคุณจะได้รู้ว่าเวลาที่เราเสียใจมาก ๆเวลาเราเสียคนที่เรารักไปมันเ็ปมากแค่ไหนน่ะแล้วตอนนี้คุณเข้าใจความรู้สึกของผมหรือยัง?คุณเข้าใจหรือยังว่าการที่คุณฆ่าลูกของผมด้วยความประมาทของคุณมันทำให้ผมเสียใจมากแค่ไหนน่ะถ้าคุณรู้แล้วก็รีบออกไปจากบ้านของผมซะ?"
"ฮึก ฮึก ฮึก ถ้าอย่างนั้นก็ฆ่าผมเถอะ...ฆ่าผมซะ...ฆ่าผมเลย...แต่อย่าเดินหนีผมไปแบบนี้ได้ไหม? ได้ไหม? ผมถามว่า...ได้ไหม?"
"วายุ? ไปซะ..."
"ก็ได้ครับ...ถ้าคุณอยากให้ผมไปจากคุณนักผมก็จะปล่อยคุณไปครับ เพราะว่ามือของผมมันเล็กนิดเดียวผมไม่สามารถที่จะเหนี่ยวรั้งคุณไว้ได้อีกแล้วล่ะครับมือของผมมันไม่มีเรี่ยวแรงที่จะกอดคุณไว้อีกต่อไปแล้วผมลาก่อนนะครับคุณเควินที่ผมรักที่สุด"
"อืม..."
"ผมขอให้คุณมีผู้ชายคนใหม่ที่ถูกใจเร็ว ๆ นี้นะครับผมขอให้เขาซื่อสัตย์ต่อคุณเหมือนกับผมนะครับ ผมลาก่อนครับหัวใจของผม"
"อืม...ลาก่อน...วายุ...ผมรักคุณนะแต่ว่าผมรับไม่ได้กับความผิดของคุณ"
วายุยอมปล่อยมือจากขาของผม แล้วเขาก็ยกมือของเขาขึ้นมาไหว้ลงที่เข่าของผมอย่างนอบน้อมก่อนที่เขาจะลุกขึ้น แล้วก็หันหลังเดินออกไป แต่ผมก็เรียกเขาเอาไว้ก่อนเพราะวายุยังไม่ได้เก็บเงินที่ผมมอบให้เขาออกไปด้วยเลย ผมบอกเขาว่า
"วายุ...คุณเอาเงินกับเครื่องเพชรไปด้วยสิคุณจะได้เอาไปเริ่มต้นชีวิตใหม่"
"ไม่ล่ะครับ...ผมมาแต่ตัว ผมก็จะไปแต่ตัวครับลาก่อนนะครับ"
"อืม...ตามใจ"
วายุไม่ยอมรับเงินกับเครื่องเพชรที่ผมมอบให้แต่ก็ไม่เป็ไรหรอก เพราะอย่างน้อยผมก็ได้รู้ว่า...ตอนนี้วายุกำลังเ็ปมากแค่ไหน
หลังจากวายุเดินออกไปจนพ้นห้องทำงานของผมแล้วผมก็เดินกลับมานั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของผมเหมือนเดิม
แต่พอผมมานั่งทบทวนคำพูดของวายุที่เขาถามผมเมื่อสักครู่มันกลับทำให้ความรู้สึกของผมมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว จากเดิมที่ผมคิดว่า...ผมคงจะดีใจมากที่เห็นวายุเ็ปแต่พอวายุเดินจากผมไปจริง ๆ ผมกลับรู้สึกปวดใจจนอยากจะร้องไห้ออกมาให้ได้เลย
ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมผมต้องรู้สึกปวดใจมากขนาดนี้ทั้ง ๆ ที่ผมควรจะมีความสุขมากกว่าไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้ทำไมผมถึงไม่มีความสุขเลยผมรู้สึกกระวนกระวายใจจนผมนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยจนผมต้องลุกขึ้นเพื่อมองหาวายุผ่านกระจกหน้าต่างห้องทำงานผมอยากรู้ว่าเขาออกจากบ้านไปหรือยัง แต่พอผมมองลงไปชั้นล่างผมก็เห็นวายุกำลังกอดร่ำลาแม่บ้านและคนงานคนอื่น ๆ อยู่ที่ห้องโถง
ผมไม่รู้ว่าผมควรจะทำยังไงดีผมไม่รู้ว่าผมควรจะทำตามเสียงหัวใจของตัวเองดีไหม หัวใจของผมที่ตอนนี้ที่มันเรียกร้องว่าให้รั้งวายุเอาไว้มันเรียกร้องว่า...อย่าปล่อยวายุไป
แต่ผมก็ดึงสติของผมที่กำลังเตลิดออกไปให้กลับมาและบอกตัวเองว่า...วายุมันคือฆาตกร ฆาตกรที่ฆ่าคนตั้งสองคน เพราะความประมาท
เมื่อผมคิดว่าวายุคือฆาตกรก็ทำให้ผมสามารถพาตัวเองกลับมานั่งลงที่โต๊ะทำงานของผมได้เหมือนเดิมพร้อมกับกรอกยาพาราลงคอไปสามเม็ดเพื่อลดอาการเ็ปทางใจที่ผมไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับมันยังไงดี...
.....
Sundog