
มาร์ตินขับรถพาคุณดุจดาวมายังบริษัทจิวเวอร์รี่ ของคุณแอนโทนี่และคุณพิมพ์พลอย ซึ่งเป็สปอนเซอร์ใหญ่ที่ส่งเครื่องประดับเข้าประมูลเพื่อหารายได้เข้าการกุศล มาร์ตินได้รับความสนใจั้แ่เดินย่างกายเข้ามาในบริษัท ด้วยหน้าตาเหล่าเหลาที่ออกแนวฝรั่ง ร่างกายกำยำสูงสง่าภายใต้สูทหรูบ่งบอกได้ถึงความไม่ธรรมดาเดินเข้ามากับคุณดุจดาวซึ่งพนักงานต้อนรับที่รู้จักคุณดุจดาวที่เป็เพื่อนรักของภรรยาประธานบริษัท จึงเดินเข้ามาต้อนรับและพามาห้องประชุม
ทันทีที่ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องประชุม ลมหายใจถึงกับสะดุด พร้อมกับหัวใจเต้นแรงเมื่อเจอกับ “ยัยตัวร้าย” ที่เขาขับรถชนอาทิตย์ที่แล้ว ที่แท้มาอยู่นี่เอง อุตส่าห์ตามหาตั้งนาน เขาคอยตามหาเธออยู่ที่ห้างเดิมที่ขับรถชนกันเกือบอาทิตย์ หวังว่าเธอจะกลับไปที่นั่นอีกแต่ก็ไม่มีวี่แวว ในที่สุดฟ้าก็เข้าข้างให้มาเจอเธออีกครั้ง
“มากันแล้วเหรอดุจดาว” คุณพิมพ์พลอยทักทายด้วยความยินดี ทำให้น้ำหวานที่กำลังก้มหน้าก้มตาดูเอกสารเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงมารดาก็ใเล็กน้อย ที่เจอมาร์ตินแต่ก็ไม่แปลกใจเพราะไม่ช้าก็เร็วอาจจะต้องเจอกันอยู่แล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
“ก็เพิ่งมาถึงนี่แหละ อุ๊ยหนูน้ำหวานก็มาเหรอลูก พอดีเลยป้าก็พาพี่มาร์คมาด้วย ตามาร์คไม่เจอน้องตั้งนานจำน้องได้ไหมลูก”
มาร์ตินจ้องอย่างแปลกใจ ที่เด็กอ้วนคนนั้นโตขึ้นมาสวยจนเค้าเองจำไม่ได้
“สวัสดีครับน้องน้ำหวาน” ชายหนุ่มยื่นมือเช็คแฮนด์รออีกฝ่าย แต่ทว่าน้ำหวานกลับยกมือไหว้ "สวัสดีค่ะ พี่มาร์ค” แล้วให้ก้มหน้าความสนใจกับเอกสารในมือ
คุณพิมพ์พลอยและคุณดุจดาวยิ้มให้กันอย่างเ้าเล่ห์ “เรามาคุยกันเื่งานต่อดีกว่า”
เมื่อการประชุมผ่านไปมาร์ตินก็นำเสนอไอเดียและมุมมองที่แปลกใหม่ได้อย่างดี จนกระทั่ง “ผมว่านาฬิกาเรือนนี้เราน่าจะให้นางแบบกิติมศักดิ์เป็คนพรีเซ้นเป็การปิดท้ายน่าจะเหมาะนะครับ”
“อืม แล้วจะให้ใครเป็นางแบบกิติมศักดิ์ล่ะคะ” น้ำหวานคิดตาม
“น้ำหวานไงครับ เหมาะสมที่สุดแล้ว” หญิงสาวหันขวับไปมองหน้ามาร์ติน
“แม่ว่าก็ดีนะลูก ถือว่าช่วยๆ กัน”
“หรือว่าน้ำหวานไม่กล้า ก็ไม่เป็ไรนะพี่ว่า...”
น้ำหวานเมื่อโดนท้าแล้วเหมือนของขึ้น หน๋อยแน่คนอย่างน้ำหวานฆ่าได้หยามไม่ได้ “ค่ะ น้ำหวานตกลง” มาร์ตินยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
“เดี๋ยวเลิกประชุมแล้วเราไปกินข้าวเที่ยงกันนะพิมพ์พลอย หนูน้ำหวาน มื้อนี้ป้าเป็เ้ามือเอง” คุณดุจดาวเอ่ยอย่างมีแผนการ “ตกลงจ้ะ งั้นเราไปทานข้าวกับป้าดุจดาวกับพี่มาร์คก่อนนะลูก” คุณพิมพลอยเอ่ยขึ้น
ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง อาหารไทยเรียงรายอย่างน่าทานเต็มโต๊ะอาหาร เสียงพูดคุยของสองมนุษย์แม่ที่คอยชวนสองหนุ่มสาวคุยอย่างเป็กันเอง ท่ามกลางความอึดอัดของพิมพ์นภัส ที่มาร์ตินคอยแต่จ้องมองเธอแทบจะตลอดเวลา ถึงแม้ว่าเธอพยายามที่จะไม่สนใจ ก้มหน้าก้มตาทานอาหารไป แต่ก็รู้สึกได้ถึงแววตาที่คอยจ้องมอง
“มาร์ติน ไปอยู่เมืองนอกเสียนานอาหารไทยถูกปากบ้างหรือป่าวลูก” คุณพิมพ์พลอยเอ่ยถามชายหนุ่ม
“ผมทานได้ครับ อยู่ที่โน่นผมก็ทำอาหารไทยทานบ้าง ที่นี่อาหารดูน่าทานไปเสียทุกอย่างเลย” ชายหนุ่มเน้นคำพูดอย่างมีเลศนัยจ้องพิมพ์นภัสอย่างไม่วางตา
“อาหารถูกปากไหมครับน้องน้ำหวานทานพี่เห็นก้มหน้าก้มตาทานใหญ่เลย” มาร์ตินเอ่ยขึ้นเพราะรู้ว่าหญิงสาวไม่อยากจะเสวนากับเขาเท่าไหร่
“ค่ะ แม่คะ คุณป้าดุจดาวคะน้ำหวานต้องขอตัวก่อนนะคะพอดีมีนัดกับเพื่อนตอนบ่ายน่ะคะ”
“พอดีเลย เดี๋ยวป้ากับแม่ของหนูจะไปธุระกันต่อด้วย ถ้างั้นให้พี่เค้าไปส่งนะลูก ตามาร์คไปส่งน้องให้ถึงที่ด้วย”
“เอ่อ น้ำหวานไปเองได้ค่ะคุณป้า รบกวนพี่มาร์คเปล่าๆ”
“ไม่รบกวนหรอกลูก เป็ผู้หญิงไปไหนคนเดียวป้ากับแม่เป็ห่วงให้พี่เค้าไปส่งเถอะ”
“.เอ่อ.......” “ป้าฝากน้องด้วยนะมาร์ค”
“ครับ ผมจะดูแลน้องให้เอง” มาร์ตินยิ้มรับคำสั่งอย่างพอใจ