ทายาทตัวจริง
“ภาล่ะหมั่นไส้พี่กรรกับพี่ณีจริงๆ คอยออกรับแทนอีเด็กนั่นตลอดเลย ไม่รู้มันทำยังไงพี่กรรถึงได้หลงมันหัวปักหัวปำ”
ภาวิณีไม่วายที่จะพูดเื่นี้ขึ้นมาอีก หลังจากที่กลับจากบ้านพี่ชายแล้ว
“ไม่รู้สิ! พี่ก็ว่าพี่กรรคอยปกป้องมันมากขึ้นทุกวันๆ แล้วเหมือนกัน เอ! หรือว่าเื่ที่เราคิดมันจะเป็จริงๆ ยายภา”
ภัคคินีอดหวนนึกถึงเื่พ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยงไม่ได้
“พวกคุณนี่เอาอะไรมาพูดนั่นพี่ชายคุณนะคิดอะไรบ้าๆ”
สรรสามีภัคคินีต้องปรามเอาไว้ไม่ให้เื่เลยเถิดไปกันใหญ่เพราะรู้ดีว่าทั้งเมียและน้องเมียนั้นไม่ชอบเทียมหทัยเอามากๆ แต่เขาเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับทั้งสองเลย
เพราะเท่าที่เขาเห็นนั้นเทียมหทัยเป็เด็กดี ทำงานช่วยกรรชัยหัวไม่ได้วางหางไม่ได้เว้น ก็สมควรแล้วที่เขาจะรักเทียมหทัยเหมือนลูกในไส้เขาเอง
“พอแล้วแยกย้ายกันกลับบ้านได้แล้วมันดึกมากแล้วนะคุณ!! ยายภาด้วย”
เขาบอกในที่สุด เพราะเห็นพิชัยและสาวิตรีออกอาการเซ็งเต็มทีเพราะนั่งรอภาวิณีในรถเป็นานสองนาน
“ตาปลายหลานย่า ไม่เจอกันตั้งนาน ดูสิย่าจำเกือบไม่ได้ ตัวสูงขึ้นตั้งเยอะเลย”
“คุณย่าสวัสดีครับ”
คุณพร้อมร้องเรียกปลายพร้อมทั้งรับไหว้หลาน และกอดไว้แนบอกและร้องไห้ออกมาโดยที่ไม่อายผู้คนที่อยู่ในสนามบินเลย
“คุณแม่คุณพ่อครับสวัสดีครับ”
ปลายรีบไปไหว้พ่อและแม่และโอบกอดด้วยความคิดถึงเพราะเขาจำได้ว่าไม่ได้เจอคนทั้งสองมาเกือบห้าปีแล้ว หลังที่พากันยกโขยงไปเยี่ยมเขาถึงอเมริกา
“ไหว้พระเถอะลูกกลับบ้านเสียสักทีนะ” พรรณีพูดพลางน้ำตาไหลตามคุณพร้อม
“อาภัค อาภาสวัสดีครับ” เขาไหว้อาๆ ด้วยความนอบน้อม
“จ้ะหล่อไม่เบานะหลานอา”
ภัคคินีอดชื่นชมหลานชายไม่ได้ เพราะเขานั้นแทบจะถอดแบบกรรชัยเมื่อสมัยยังหนุ่มมาไม่มีผิด ร่างสูงโปร่ง จมูกโด่งเป็สัน ผิวพรรณขาวสะอาดตา การแต่งตัวของเขานั้นก็เหมาะสมกับวัยสามสิบกว่าๆ
“แล้วนี่ใครกันจ้ะพ่อปลาย”
คุณพร้อมถามเพราะสงสัยว่าหลานชายพาใครมาด้วย ดูท่าทางแล้วเป็กุลสตรีมีชาติตระกูลดีเหลือเกิน
“นี่วันวิสาข์ครับคุณย่า ลูกคุณลุงพิภพไงครับคุณย่าจำได้มั้ย พอดีเราไปพบกันที่โน่นผมก็เลยมีเพื่อนคุยตอนที่อยู่ที่โน่นครับ”
“ไหว้พระเถอะแม่หนู ตายจริงพ่อพิภพที่ทำธุรกิจส่งออกใช่มั้ยลูก”
“ค่ะคุณท่าน ไม่ทราบว่าจำสาได้มั้ยคะ คุณพ่อเคยพาสาไปขอพรจากคุณท่านก่อนที่จะไปเรียนไงคะ”
วันวิสาข์ไหว้คุณพร้อมด้วยอาการนอบน้อม
“สาครับแล้วนี่จำคุณพ่อคุณแม่และอาๆ ผมได้มั้ย”
“ได้สิคะ สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า และคุณอา”
“อ้าว! แล้วนี่ใครมารับหนูจ้ะให้ลุงไปส่งนะบ้านเราก็อยู่ทางเดียวกันนี่” กรรชัยเสนอ
“ผมตั้งใจไว้อย่างนั้นพอดีครับคุณพ่อ งั้นเรากลับบ้านเราเถอะครับ ผมคิดถึงบ้านเต็มทีแล้ว”
เขารีบตัดบท
“คิดถึงแล้วทำไมไม่ยอมกลับสักทีล่ะลูก” พรรณีตัดพ้อทั้งเดินไปพร้อมกับสามีและทุกๆ คน
“ถึงบ้านเราสักทีลูกดูสิว่าใครรอลูกอยู่เอ่ย”
พรรณีพูดขณะที่รถแล่นเข้ามาจอดหน้าประตูบ้าน พร้อมทั้งเห็นบังอรและทุกๆ คนในบ้านมายืนรอรับปลายแล้ว รวมทั้งเทียมหทัยก็ยืนรออยู่ด้วย
“ป้าอรสวัสดีครับ”
เขาไหว้หลังจากลงจากรถแล้ว
“โอ้โห! คุณปลายของป้าหรือคะนี่ ดูสิคะป้าจำแทบไม่ได้เลย ครั้งสุดท้ายเห็นนี่ยังตัวเล็กๆ อยู่เลยค่ะ โถพ่อคุณของป้าดีใจจริงๆ เลยค่ะที่ไม่ลืมคนแก่อย่างป้า”
บังอรรับไหว้ปลายพร้อมทั้งน้ำตาคลอเพราะความคิดถึง
“อ้าวยัยขิมมาไหว้พี่เขาสิลูกจำพี่เขาได้มั้ยจ้ะ สองคนนี้ไม่ได้เจอกันน่าจะยี่สิบปีเห็นจะได้แล้วนะ”
คุณพร้อมรีบบอก
“สวัสดีค่ะพี่ปลาย”
เทียมหทัยเดินมาไหว้เขาด้วยอาการนอบน้อม แต่สายตาของคนรับไหว้แบบเสียไม่ได้นั้นมองกวาดเธอั้แ่หัวจรดท้าย และออกอาการที่ไม่เป็มิตรกับเธอเอาเสียเลย
ในความรู้สึกของเธอั้แ่เจอเขาครั้งสุดท้ายจนถึงวันนี้นอกจากรูปร่างหน้าตาเขาจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่แววตาที่บ่งบอกความเกลียดชังที่มีต่อเธอนั้นยังคงเป็ดวงตาคู่เดิม เหมือนเมื่อยี่สิบปีก่อน
“เข้าบ้านเราเถอะลูกกลับมาเหนื่อยๆ” พรรณีบอก
“ยัยขิม! หอบอะไรกลับมาลูก! พะรุงพะรังเชียว”
พรรณีที่นั่งดูอัลบั้มรูปกับปลายร้องถามหลังจากที่เห็นเทียมหทัยกลับจากทำงานพร้อมกับกรรชัย
“อ๋อ! รายการอาหารและรายชื่อแขกที่จะมาในงานค่ะ พี่ปลายจะดูก่อนมั้ยคะ เผื่อมีอะไรจะเพิ่มเติมขิมจะได้เปลี่ยนให้ค่ะ”
เทียมหทัยถามเขาด้วยน้ำเสียงที่เป็มิตร
“คุณพ่อเป็ไงบ้างครับเหนื่อยหรือเปล่าครับ” เขาเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามเธอเอาดื้อๆ
“ไม่เหนื่อยหรอกลูกว่าแต่เป็ไง ปรับเวลาเข้ากับบ้านเราได้หรือยัง”
เพราะลูกชายกลับมาได้เกือบอาทิตย์แล้ว ก็ใช้เวลาขลุกอยู่กับพรรณีและคุณพร้อมให้ทั้งสองหายคิดถึงก่อน แล้วจึงจะไปเริ่มงาน
“ก็ใกล้แล้วครับคุณพ่อ”
“ว่าไงคุณหายคิดถึงลูกหรือยัง เ้าปลายจะได้เข้าไปรับงานต่อจากผมสักที นี่ก็ทำรอมาตั้งนานแล้วนะ จะได้สบายก็คราวนี้ล่ะ”
กรรชัยถามภรรยาพร้อมทั้งแหย่ลูกชายไปด้วย
“คุณก็! ลูกเพิ่งมาได้ไม่กี่วัน ก็จะให้ทำงานแล้วขอณีอยู่กับลูกนานๆ ก่อนนะคะยังไม่หายคิดถึงเลย”
“อ้าวงั้นก็ตามสบายเลยนะ ผมไม่กวนแล้วขอไปอาบน้ำก่อน เหนียวตัวจังเลย ไปยัยขิม! ไปอาบน้ำกันเถอะลุยมาทั้งวันเหมือนกันนะเรา”
กรรชัยพูดพลางเอามือมาตบบ่าเทียมหทัย ซึ่งการกระทำทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของปลายตลอดเวลา และเขาก็ไม่ชอบเอาเสียเลย
“ค่ะคุณพ่อ”
เทียมหทัยรับคำอย่างว่าง่ายพร้อมทั้งเดินตามกรรชัยขึ้นไปชั้นบน โดยมีสายตาคู่ดำเข้มมองตามไปอย่างไม่ลดละ และพรรณีก็สังเกตเห็นสีหน้าของลูกชายที่ไม่ค่อยชอบหน้าเทียมหทัยได้โดยไม่ยากเลย
“ก็มีคนคอยให้ท้ายมันไงตาปลาย มันถึงได้ๆ ใจ ไม่เห็นหัวหงอกหัวดำของพวกอาๆ ทุกวันนี้อางี้เกลียดมันเข้ากระดูกดำเชียวนะ อาว่ามันจะต้องทำอะไรกับพ่อเราแน่ๆ เลย ไม่เชื่อปลายคอยสังเกตสิอยู่บ้านเดียวกันแล้วนี่”
ภาวิณีบอกปลายขณะที่เขามาเยี่ยมที่บ้านพร้อมทั้งภัคคินีกับสุชาดาบุตรสาวและสาวิตรีบุตรสาวของภาวิณี ซึ่งทั้งสองนี้ก็ไม่ค่อยอยากจะเป็มิตรกับเทียมหทัยเท่าไหร่มาั้แ่เล็กจนโต เรียนจบจากเมืองนอกมาแล้วก็ยังคงความรู้สึกแบบนี้ไม่เปลี่ยนแปลง
“อะไรที่ทำให้อาภาคิดอย่างนั้นครับ”
เขาถามเพราะสงสัยและก็อยากรู้ เพราะที่ผ่านมานั้นเขาก็จะได้รับรู้เื่ราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านของเขาจากอาๆ เสมอ ฉะนั้นการที่เขาจะเข้าใจอะไรๆ ที่ไม่ถูกต้อง โดยการรับข้อมูลจากอาเพียงฝ่ายเดี๋ยวนั้นก็ย่อมเป็ไปได้ แต่ปลายเองก็ไม่ใช่คนที่มีวิสัยทัศน์ที่คับแคบจนจะตัดสินใครเพียงแค่คำบอกเล่าของอาเขา
แต่เท่าที่เขารู้จักเธอมา และพฤติกรรมที่เขาเห็นมา มันทำให้เขาค่อนข้างจะมั่นใจว่าอาๆ นั้นเข้าใจไม่ผิดเลย และอีกประการหนึ่งก็คือ ไม่ใช่เพราะแม่คนนี้หรอกหรือที่ทำให้เขาไม่อยากจะกลับมาบ้านหลังจากเรียนจบนานแล้ว
“ก็พี่ปลายลองคิดดูสิคะ แม่นั่นทำงานอยู่ใกล้คุณลุงทุกวัน บางวันก็กลับกันดึกๆ ดื่นๆ ด้วยกัน”
สาวิตรีเสริมแทนแม่
“จริงค่ะพี่ปลาย แล้วสุรู้มาว่า ที่ห้องทำงานคุณลุงนะคะ มีห้องนอนด้วยค่ะ”
สุชาดาเสริมบ้าง
“แล้วปลายลองคิดดูสิว่าโอกาสที่แม่นั่นมันจะหว่านเสน่ห์ให้พ่อเราติดกับมันน่ะง่ายแค่ไหน ลำพังแม่เรากับคุณย่าน่ะเหรอ มันบอกอะไรก็เชื่อมันไปหมดแล่ะ แล้วหลงคิดว่ามันดีแสนดี ช่วยงานหัวไม่วางหางไม่เว้น นี่ถ้าสิ่งที่เราคิดมันเป็ความจริงขึ้นมานะ ไม่รู้แม่เราจะโรคหัวใจกำเริบช๊อกไปเหมือนเมื่อคุณหญิงรสรินทร์คราวก่อนหรือเปล่าก็ไม่รู้”
ภัคคินีพูดอีกแรง
“จริงหรือครับอาภัค”
เขาถามพร้อมทั้งคิดไตร่ตรองดูเหตุการณ์
“ปลายจำที่อาเคยเล่าให้ฟังได้มั้ย เื่ที่มันน่ะ ลากคุณธรรทรไปนอนกกไว้ทั้งคืน ในคืนวันส่งตัวของเขาน่ะ แค่คืนนั้นทั้งคืน มันก็ถูกคุณธรรทรปู้ยี่ปู้ยำไปถึงไหนแล้ว พอเช้าเขาเอามาส่งงี้โทรมมาเชียว พ่อแกงี้โกรธเป็ฟืนเป็ไฟเลย เรียกได้ว่าแทบจะตัดเป็ตัดตายกับคุณธรรทรเลยล่ะ เกือบจะยกเลิกสัญญาทำสนามกอล์ฟด้วยนะรู้มั้ย ดีที่คุณย่าห้ามเอาไว้ก่อน”
ภาวิณีวิจารณ์อย่างออกรส
“แล้วที่สำคัญนะ มันยังมีหน้ามาบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างมันกับคุณธรรทร อมพระทั้งโบสถ์มาพูดอาก็ไม่เชื่อ ผู้หญิงเอาตัวไปประเคนให้ถึงห้องแล้วใครมันไม่ทำอะไร ผู้ชายอกสามศอกอย่างคุณธรรทรน่ะเหรอมีรึจะปล่อยให้มันหลุดมือ”
ภัคคินีเสริม
“แต่คุณลุงคุณป้า และคุณย่าก็เชื่อมันนี่คะคุณแม่” สุชาดาบอกสมทบด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเอามากๆ
“นี่แค่ที่เรารู้นะ แล้วไอ้ที่ไม่รู้อีกล่ะ ไปตรวจงานที่สนามกอล์ฟอีกล่ะ ไม่รู้จะกกกันถึงไหนๆ ก็ไม่มีใครรู้หรอกนะหลาน”
ภาวิณีบอก ซึ่งทุกคำพูดที่เขาได้ยินนั้นล้วนแล้วแต่ก็มีมูลที่สามารถเป็ความจริงได้ทั้งนั้น และมันก็ทำให้เขานั้นยิ่งเกลียดเทียมหทัยเพิ่มเข้าไปอีก
นี่เขาไม่น่าจะไปเสียเวลาอยู่ที่เมืองนอกนานๆ เลย เพราะวิธีที่จะไม่ต้องเจอหน้าเทียมหทัยนั้นไม่ได้มีแค่วิธีหลบหน้าเพียงวิธีเดียวเลย เขาน่าจะรีบกลับมาเพื่อหาทางทำให้หล่อนนั้นต้องเป็ฝ่ายไปแทนที่จะเป็เขา
“พี่ปลายรู้หรือเปล่าคะว่าคุณลุงจะยกไร่ที่กาญจน์ให้มันทั้งหมดเลยนะ พอวิรู้แล้วแทบทนไม่ได้เลย วิเป็หลานแท้ๆ คุณลุงยังไม่คิดจะยกอะไรให้เลย แล้วมันเป็ใครกัน”
สาวิตรีรีบบอกข้อมูล
“ใช่มันบอกว่าถ้าปลายกลับแล้วมันจะขอพ่อเราไปอยู่ที่ไร่ ทำเอง บริหารเอง และสงสัยก็คงจะหาทางฮุบเอาไว้เองด้วยมั้ง ถ้าขืนหลานปล่อยให้มันไปอยู่ที่นั่นได้นะ โอกาสที่มันจะโกย และผลาญสมบัติพ่อเรานั้นยิ่งง่ายเข้าไปอีก นี่! ไม่รวมของสำคัญที่ทั้งพ่อเรา แม่เรา และคุณย่าประเคนให้มันนะ ไม่ว่าจะเป็เงินเป็ก้อนๆ เครื่องเพชรอีก ไม่รู้เท่าไหร่ ยายวิ ลูกสาวอายังได้ไม่ถึงครึ่งที่มันได้หรอกนะ เพราะนังนี่มันประจบเก่ง วันๆ ก็ขลุกอยู่กับคุณย่าทั้งวัน”
ภาวิณีวิภาคอย่างเมามัน
“ถ้ามันเป็อย่างที่คุณอา และทุกคนพูด ผมนี่ล่ะครับที่จะเป็คนเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของแม่นั่นออกมาเอง แต่ก็ต้องอาศัยทุกๆ คนคอยเป็หูเป็ตาให้ด้วยนะครับ มีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลก็ให้รีบบอกผมด้วย อีกไม่นานหรอกครับผมจะเอาทุกอย่างที่เป็ของของ เรากลับคืนมา และผมจะทำให้แม่นั่นต้องเตลิดออกจากบ้านของเราด้วยตัวของผมเอง”
ปลายตั้งปณิธานเอาไว้อย่างแน่วแน่ และแววตาฉายแววที่โกรธเกลียดคนที่ถูกพูดถึงจนดูน่ากลัว
“แล้วปลายจะทำยังไงล่ะลูก” ภัคคินีถามด้วยความสงสัยและอยากรู้ไม่น้อย
“นั่นสิคะพี่ปลาย สุเองยังมองไม่เห็นทางเลย”
“พี่เองก็ยังไม่รู้เหมือนกันยายสุ คิดยังไม่ออก แต่เมื่อไหร่ที่มีโอกาสพี่ก็จะลงมือทันที รับรองอีกไม่นานแน่นอน”
เขาบอกซึ่งทำให้ผู้ที่ได้ฟังที่สี่คนนั้นยิ้มด้วยความสะใจและยินดีที่ได้ปลายเข้าร่วมขบวนการอีกคน
“ปลายจะทำอะไรก็ระวังตัวด้วยนะลูก อย่าให้พ่อแม่และคุณย่าระแคะระคายเด็ดขาดนะ และที่สำคัญต่อหน้าทุกคนปลายจะต้องไม่แสดงอาการอะไรทั้งนั้น! คนเขาจะได้ไม่รู้ว่าเราคิดอะไรกับมันไง”
ภัคคีณีบอกด้วยท่าทีจริงจัง และไม่ชอบคนที่กำลังพูดถึงมาตลอดไมม่เคยเปลี่ยนแปลง
“ไม่ต้องห่วงครับคุณอาผมมีวิธีของผมครับ งานกำจัดแม่นี่จะเป็ผลงานชิ้นแรกของผม หลังจากที่ไปหาประสบการณ์งานบริหารมาครับ”
เขาบอกอย่างแน่วแน่อีกครั้ง
“งั้นก็เริ่มที่งานต้อนรับปลายเลยเป็ไง ส่วนทางอาและน้องๆ ถ้ามีโอกาสก็จะเล่นงานมันอีกแรงดีมั้ยหลาน”
ภาวิณีรีบเสนอ
“คุณอาไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมจะหาทางของผมเอง เดี๋ยวคุณพ่อจะไม่พอใจคุณอาเปล่าๆ”
“จริงของปลายนะภา เราน่ะไปเกลียดมันออกนอกหน้าให้พี่กรรเห็นมากไปแล้วนะ เราเองก็ต้องคอยระวังด้วย เอาไว้ให้ลับหลังพี่กรรพี่ณีกับคุณแม่เมื่อไหร่ โอกาสเหมาะ เราค่อยเล่นงานมัน เอาให้มันเก็บผ้าออกจากบ้านไปไม่ทันเลย ดีมั้ย”
สิ้นเสียงภัคคินีก็มีเสียงหัวเราะด้วยความสะใจของทุกคน
“พี่ปลายคะ! ว่างหรือเปล่าคะ ขิมรบกวนเวลาสักครู่ได้มั้ยคะ พอดีขิมเอารายชื่อแขก และรายการอาหารมาให้พี่ดูค่ะ ว่าจะเพิ่มเติมอะไรหรือเปล่า เพราะแขกส่วนใหญ่ที่มีนั้น ไม่รู้ว่ามีเพื่อนๆ พี่ปลายอยู่ในนี้ครบหรือเปล่าคะ วันมะรืนก็จะถึงวันงานแล้ว”
เทียมหทัยจำต้องเข้ามาหาปลายเอง ขณะที่เขานั่งอ่านหนังสืออยู่ที่สวนหลังบ้าน โดยมีบังอรคอยลุ้นและให้กำลังใจเธออยู่ห่างๆ เพราะเธอไปเกลี้ยกล่อมให้บังอรช่วยแล้วแต่ไม่สำเร็จ ก็เลยจำจะต้องลองมาเข้าหน้าเขาเอง เพราะเธอก็ไม่อยากคิดไปเองว่าเขาตั้งแง่ตั้งงอนกับเธอ แต่ก็อดที่จะคิดไม่ได้ เพราะั้แ่เขากลับมานั้น เขาแทบจะไม่เคยปริปากพูดกับเธอเลย
“ก็ไหนบอกว่าเธอทำงานเก่งไง กับอีแค่รายชื่อแขกของฉันแค่นี้ นักการตลาดอย่างเธอไม่น่าจะไม่มีความสามารถหาไม่ได้นะ หรือว่าเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ใครๆ บอกฉันว่าเธอทำงานเก่งอย่างนั้นอย่างนี้มันไม่จริง”
เขาส่งเสียงคล้ายๆ เย้ยหยันไปหาในที่สุด เพราะเห็นว่ากำลังปลอดคน
“เอ่อ! พอดีขิมไม่แน่ใจค่ะว่าใครเป็แขกของพี่ปลายบ้างค่ะ ถ้ามัวแต่ไปหาก็เกรงว่าจะไม่ทันการณ์ แต่ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวขิมจะลองดูก็แล้วกันนะคะ แล้วเื่เมนูอาหารพี่ปลายอยากทานอะไรนอกเหนือจากนี้บ้างหรือเปล่าคะ ส่วนใหญ่ที่จัดไว้จะเป็อาหารไทยๆ ค่ะ ขิมเห็นพี่ปลายอยู่เมืองนอกนาน น่าจะอยากทานอาหารไทยๆ จริงมั้ยคะ”
เธอพยายามสงบสติอารมณ์ เพราะไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับเขา นี่ถ้าเป็เมื่อก่อนนี้ป่านนี้เธอก็คงจะต้องย้อนเขากลับไปบ้างแล้วล่ะ แต่คิดอีกทีก็อย่าเลย เพราะเธอเองก็อยู่ในบ้านนี้ในฐานะอะไร
และอีกอย่างตัวจริงเขาก็มาแล้ว ตัวแทนอย่างเธอก็คงจะไม่มีความหมายอะไร คิดแค่นี้ก็ทำให้เทียมหทัยไม่มีกระจิดกะใจที่จะไปต่อล้อต่อเถียงกับใครอีกแล้ว เพราะั้แ่เขากลับมานั้น
คนที่ไม่ค่อยชอบหน้าเธอนั้น ชักจะขยันหาเื่นั้นเื่นี้มาคอยพูดกระทบกระเทียบเธอ เมื่อเวลาที่เธออยู่ลับหลังกรรชัย พรรณี หรือคุณพร้อม
“ไม่ต้องก็ได้ เอาวางไว้ตรงนี้ก่อน ฉันอ่านหนังสือเสร็จแล้วจะดูให้” เขาไม่มองหน้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็น้องต่างสายเืด้วยซ้ำ
“ค่ะ”
เธอรับคำแล้วก็หันหลังกลับ
“เดี๋ยวก่อน ฉันมีเื่จะพูดกับเธอ” เขาส่งเสียงเข้มพร้อมกับลุกเดินไปหาอีกฝ่ายด้วยท่าทีมาดมั่น
“เธอก็พอจะเดาออกใช่มั้ย ว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ” เขาจ้องมองใบหน้าเรียวขาวด้วยท่าทีชิงชังไม่น้อย
“...”
ทว่าคนถูกมองกลับเงียบไม่ตอบใดๆ ออกไป นอกจากรอฟังว่าเขาจะบอกออกมาอีกเท่านั้น
“ถ้าเธอไม่ตอบ! ฉันจะถือว่าเธอรับรู้นะ เพราะฉะนั้นฉันอยากจะให้เธอรู้ว่าระหว่างฉันกับเธอไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเืใดๆ กันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ใช่ต่อหน้าคุณพ่อคุณแม่ หรือคุณย่า เธอก็ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องมานับญาติกับฉัน และมาเรียกฉันว่าพี่
เพราะฉันไม่มีน้อง ไม่มีมาั้แ่เมื่อยี่สิบกว่าปีแล้ว และไม่ว่าเธอกำลังจะทำอะไรกับครอบครัวของฉันก็ตาม ฉันขอแนะนำว่าให้เลิกคิดได้แล้ว เพราะไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้ทุกคนเห็นว่า เธอมันก็ไม่ได้ดีเด่อะไรนักหนาเหมือนกับที่พ่อแม่ฉันชื่นชมเธอหรอกนะ
สิ่งที่ฉันยอมรับเธอได้ในตอนนี้คือ เธอมันก็เป็ได้แค่นางบำเรอพ่อฉัน เอาไว้ให้ท่านคลายเหงาเท่านั้นเอง นอกเหนือไปกว่านี้แล้วเธอมันไม่มีค่าอะไรในสายตาฉันเลย อ้อ! แล้วที่ฉันยอมให้คนชั่วๆ อย่างเธออยู่ในบ้านของฉัน! ก็เพราะฉันห่วงคุณแม่กับคุณย่าหรอกนะ ไม่อยากให้ท่านช้อกตาย
เพราะรู้ว่าธาตุแท้ของเธอนั้นเป็ยังไง เดี๋ยวจะเป็เหมือนคุณหญิงรสรินทร์ที่หมดสติไปนานสองนาน โชคยังดีที่ฟื้นขึ้นมาทัน จึงได้ดึงเอาลูกชายเธอให้กลับไปอยู่กับคนที่เหมาะสม แต่ฉันไม่แน่ใจว่าแม่กับย่าฉันจะโชคดีอย่างนั้นหรือเปล่า”
น้ำเสียงกับท่าทีเขาบอกว่าเอาจริงไม่น้อย ั์ตานั้นก็จ้องมองมาไปหาคนตรงหน้าด้วยความเกลียดชัง จนทำให้คนฟังนั้นรู้สึกกลัวกับท่าทางและน้ำเสียงของเขา
“ดิฉันไม่ทราบว่าคุณพูดหมายความว่ายังไงนะคะ และดิฉันก็ไม่ทราบว่าเื่ที่คุณได้ยินมานั้นจริงเท็จมากน้อยแค่ไหน แต่ก็เอาเถอะค่ะ ต้องขอบคุณนะคะที่คุณกรุณาบอกดิฉันตรงๆ ว่าคุณรู้สึกยังไงกับดิฉัน ถ้าไมตรีที่ดิฉันยื่นให้คุณ แล้วคุณไม่รับ
ดิฉันเองก็ช่วยไม่ได้ค่ะ งั้นเราก็ลองมาดูสักตั้งก็แล้วกันนะคะ ว่าระหว่างฉันกับคุณนั้น คุณพ่อ คุณแม่ และคุณย่า จะโปรดปรานใครมากกว่ากัน อ้อ! แล้วอีกอย่างนะคะ ไหนๆ คุณก็คิดและมองดิฉันในทางไม่ดีแล้ว งั้นดิฉันก็ขอเตือนให้ระวังไว้ด้วยนะคะ
อีกไม่นานต่อจากนี้ไป คุณอาจจะเหลือแต่กางเกงตัวเดียวติดตัวก็ได้ เพราะสมบัติทุกชิ้นของคุณมันจะกลายมาเป็ของฉัน และก็ไม่แน่นะคะ วันดีคืนดีดิฉันอาจจะเลื่อนตัวเองมาเป็แม่เลี้ยงแทนที่จะเป็แค่นางบำเรออย่างที่คุณคิดก็ได้”
เธอตอกเขากลับด้วยอาการโกรธ และก็ไม่รู้ว่าคำพูดที่ออกมานั้น เอามาจากไหน เพราะมันไม่ได้อยู่ในความคิดเธอเลยสักน้อย เธอแค่เพียงจะหาเื่เอามาตอบโต้เขาก็เท่านั้นเอง
แต่มันไม่ได้แค่นั้นเลย เพราะมันทำให้คนฟังนั้น ฉายแววตาที่โกรธและเกลียดชังเธอยิ่งขึ้นเป็ทวีคูณ เขาแทบอยากจะฉีกเืฉีกเนื้อของเธอออกเป็ชิ้นๆ ถ้าทำได้
“ในที่สุดเธอก็ยอมรับออกมาแล้วใช่มั้ย งั้นก็ดีเลย แล้วเธอจะได้รู้ว่าฉันน่ะน่ากลัวแค่ไหน และเธอก็กำลังคิดผิดที่ตัดสินใจมาเป็ศัตรูของฉันจำเอาไว้”
เขาเอื้อมสองมือไปบีบหัวไหล่ของเธออย่างแรงเพื่อเป็การขู่ จนทำให้เทียมหทัยนั้นรู้สึกกลัวและเสียใจที่ไม่น่าไปต่อกลอนกับเขาเลย
“ด้วยความยินดีค่ะคุณปลาย ปล่อย! ถ้าคุณไม่เลือกรายชื่อแขก และรายการอาหารดิฉันจะจัดการตามแต่จะเห็นสมควร แล้วอย่ามาโทษดิฉันทีหลังไม่ได้นะ”
เธอปัดมือเขาออกแล้วรีบวิ่งเข้าบ้านไป โดยที่การกระทำของทั้งสองคนนั้นอยู่ในสายตาของบังอรที่รอลุ้นว่าการที่เธอแนะนำให้เทียมหทัยเข้ามาถามปลายเอง เพื่อจะได้เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเธอและปลายนั้นผลออกมาจะเป็ยังไง
และเธอเองก็รู้แล้วว่าเธอคิดผิด เพราะดูการกระทำของทั้งสองคนแล้วท่าทางไม่น่าจะไปได้ด้วยดี เพียงแต่เธอไม่รู้ว่าบทสนทนาทั้งสองนั้นคืออะไร เพราะระยะนั้นอยู่ไกลเกินที่เธอจะได้ยิน
ประตูห้องถูกเปิดและปิดเข้าเร็วเท่ากันเทียมหทัยนั้นวิ่งไปฟุบหน้าร้องไห้ออกมาด้วยความกลัวกับคำพูดเขาเหลือเกิน นี่เธอกำลังเจออยู่กับอะไรกันนี่
เธอเคยคิดว่าตัวเองนั้นโชคดีมากแค่ไหนที่ได้มาอยู่บ้านหลังนี้ แต่มันไม่ได้เป็อย่างที่เธอคิดเอาไว้เลย หญิงสาวได้แต่นอนร้องไห้เพราะความเสียใจกับคำพูดของเขาจนหลับไปในที่สุด
========================
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
