ณ. อาณาจักรเผ่าัที่ยิ่งใหญ่ บนบัลลังก์สีทองอร่าม มีบุรุษผู้สง่างามนั่งอยู่ เคียงข้างด้วยราชินีที่แสนงดงามนางหนึ่ง ใบหน้างามหวานหยด เป็นตรีที่สามารถมัดใจจอมาาอย่างพระองค์เสียอยู่หมัด นางเป็ราชินีที่ถูกเลือก มาจากหมู่บ้านกลางป่าต้องห้ามแห่งนั้นเช่นกัน
นางเป็ชาวเผ่าหงส์ไฟ เป็นางหงส์ที่เคียงคู่ัอย่างพระองค์ ั้แ่บรรพบุรุษมาถึงปัจจุบัน เผ่าัยิ่งใหญ่มาตลอด หลังจากที่รับคนของเผ่าหงส์ไฟมาเป็ราชินีคู่บัลลังก์ องค์าาได้เรียกประชุมเหล่าขุนนาง เกี่ยวกับเื่งานมงคลที่จะเกิดขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า
“ว่าอย่างไรล่ะท่านเสนา ข้ามอบหน้าที่จัดงานอภิเษกของเฟยหลง กับอี้เฟยให้ท่านจัดการ ท่านจะขัดข้องหรือไม่”
“กระหม่อม น้อมรับบัญชาพ่ะย่ะค่ะฝ่าา กระหม่อมจะรีบจัดการโดยเร็วพ่ะย่ะค่ะ’’
“ดีมากท่านเสนา ข้าไว้ใจคนไม่ผิดจริงๆ “
พระองค์เอ่ยขึ้นพร้อมแสดงสีหน้าพอพระทัยเป็อย่างยิ่ง ก่อนจะหันไปถามโอรสฝาแฝดทั้งคู่ของพระองค์
“แล้วพวกเ้าละ เฟยหลง อี้เฟย อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า พวกเ้าต้องไปรับตัวคู่พันธะของเ้าแล้ว เตรียมพร้อมกันแล้วใช่หรือไม่”
“พวกข้าพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”
เฟยหลงและอี้เฟยตอบพระบิดาออกไป องค์าามองโอรสทั้งคู่ ด้วยสายตาอ่อนโยน โอรสฝาแฝดของพระองค์ ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยนอกจากหน้าตา นิสัยรึ หึ หึ ก็คนละขั้วกันเลย คนพี่ นามว่าเฟยหลง เคร่งขรึมดุดัน สมกับที่พระองค์วางใจจะยกบันลังก์นี้ให้ดูแลต่อจากพระองค์ในภายภาคหน้า
ส่วนคนน้อง นามว่าอี้เฟย สนุกเฮฮา ลื่นไหลไปวันๆ ไม่สนใจราชกิจอันใด มักจะโยนให้แฝดผู้เป็พี่เสียส่วนใหญ่
“เช่นนี้ก็ดีแล้ว ส่วนเื่เตรียมงานทุกอย่าง เป็หน้าที่ของเ้านะจิ่นเม่ย เ้าไหวหรือไม่”
“ไหวสิเพคะ งานมงคลของโอรสเราทั้งคู่นะเพคะฝ่าา เหนื่อยแค่ไหนหม่อมฉันทนได้เพคะ”
นางพูดขึ้นพร้อมกับมองใบหน้าของสวามี พลางให้คิดย้อนไปถึงตอนนั้น นางคือหญิงสาวผู้ถูกเลือก จะหลีกหนีก็ไม่ได้ นางร้องห่มร้องไห้ไม่เป็อันกินอันนอน กลัวไปเสียหมด
จนถึงกำหนดที่าาัต้องมารับตัวเ้าสาวของตน แต่เมื่อทั้งคู่เห็นหน้ากัน ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า
ต่างก็ตกหลุมรักซึ่งกันและกัน จนถึงทุกวันนี้ นี่ก็ผ่านมานานหลายปีแล้ว แต่ทั้งคู่ก็มีความรักให้กันไม่เสื่อมคลาย
“เอาล่ะทุกท่าน แยกย้ายกันไป ใครมีอะไรก็ไปทำเถิด”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
พอจบคำสั่งปิดประชุมของพระองค์ ทุกคนต่างก็แยกย้ายไปทำงานของตน เหลือก็แต่องค์ราชินีและพระองค์ ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
“ฝ่าาคิดว่าโอรสทั้งสองของเรา จะพอใจคู่ของตนหรือไม่เพคะ”
“เ้าอย่าลืมสิ คู่พันธะก็เปรียบเสมือนคู่ชีวิต”
“หม่อมชั้นไม่เข้าใจเพคะ”
“ก็เหมือนเ้ากับข้า ชีวิตของข้าครึ่งหนึ่งอยู่ที่เ้า และชีวิตของเ้าครึ่งหนึ่งอยู่ที่ข้าเช่นกัน สัญลักษณ์บนเนินอกเ้า ก็ยืนยันได้มิใช่หรือ ยอดรักของข้า”
าาักล่าวหยอกล้อราชินีของตน พร้อมก้มหน้าลงหอมแก้มนวลเสียฟอดใหญ่ เป็เหตุให้ราชินีรักหน้าแดงระเรื่อไปถึงใบหู นางจึงยกฝ่ามือขึ้นมาฟาดเข้าให้เสียเต็มรักเพราะเขินอาย เป็เหตุให้สวามีหัวเราะร่วนอย่างถูกพระทัยยิ่งนัก
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดูเ้าสิจนป่านนี้แล้ว ยังไม่ชินอีกรึ เขินได้น่ามองนักนะเ้า”
นางเงยหน้าขึ้นมองสวามี ที่บัดนี้ถึงเวลาจะล่วงเลยมานานแล้ว แต่ว่ามองกี่ครั้งก็ยังคงหล่อเหลา องอาจ ดุจพญาัเหมือนเดิมมิเคยเปลี่ยน นางดีใจยิ่งนักที่ตนเป็ดั่งดวงใจของพญาัตนนี้
“หม่อมฉันรักพระองค์นะเพคะ”
“หึ หึ หึ แต่ข้ารักเ้ามากกว่า ราชินีของข้า”
พูดจบพระองค์ก็คว้าร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอก พร้อมก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมลอย่างแสนรัก
.................................................................