บนลานหินในสุสานโบราณ...หลังจากที่เย่ฉีทำการปลดผนึกหินสลักเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆออกมาเลยแม้แต่น้อยสำหรับกลิ่นอายที่กระจายออกไปนั้นมันคือจุดประสงค์ที่เย่ฉีเข้ามายังที่แห่งนี้จากอดีตอันแสนไกลนี่เป็เพียงสิ่งเดียวที่เย่ฉีทิ้งเอาไว้...กลิ่นอายของราชันั! ต่อให้การปลดผนึกกลิ่นอายนี้ออกมาจะทำให้ใครบางคนรับรู้ถึงการกลับมาของเขาแต่สำหรับเย่ฉีแล้วเขาไม่ได้ใส่ใจเลย
หลังจากจัดการกับหินสลักแล้วเย่ฉีก็เริ่มหยิบสิ่งที่เขานำมาจากยอดเขาทั้งเก้าออกมามันคือกระดูกโลหิตทั้งเก้าชิ้น!ย้อนกลับไปในยุคก่อนที่ราชันัจะกวาดล้างไปทั้งเก้าโลก...ในตอนนั้นเขาได้นำชิ้นส่วนกระดูกเก้าชิ้นออกมาเพื่อใช้เป็รากฐานในการให้กำเนิดัผู้ติดตามทั้งเก้ามันประกอบไปด้วย ขาทั้งสี่ หาง คมเขี้ยว กรงเล็บ และกระดูกสันหลัง!
ด้วยชิ้นส่วนทั้งเก้านี้รวมกับพลังชีวิตอันเหลือล้นเย่ฉีใช้มันหลอมรวมกันและให้กำเนิดัทั้งเก้าตัวออกมาด้วยการเลี้ยงดูจากเย่ฉีัทั้งเก้าต่างเติบโตขึ้นมาอย่างโดดเด่นและยังประกอบไปด้วยความแข็งแกร่งที่ไม่อาจจินตนาการได้อย่างไรก็ตามทุกสิ่งนั้นเกิดขึ้นจากกระดูกของราชันัแต่ละชิ้นที่เป็รากฐานในตัวของัทั้งเก้า
และในตอนนี้...สิ่งที่เย่ฉีจะทำอีกครั้งก็คือ..
“ตอนนี้ข้าเป็เพียงเด็กมนุษย์ตัวเล็กๆไม่ใช่ราชันัผู้ยิ่งใหญ่เช่นในอดีต...”
ราชันัที่กวาดล้างไปทั้งยุคสมัยย่อมเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ไม่อาจหยั่งถึงการจะให้กำเนิดัทั้งเก้าตอนนั้นไม่ใช่เื่ลำบากเลยยสำหรับเย่ฉีแต่สำหรับตอนนี้...มันคือเื่ที่แทบจะเป็ไปไม่ได้!นั่นก็คือเหตุผลที่เขายอมแลกด้วยความเสี่ยงที่จะกระจายกลิ่นอายของตัวเองออกไป !
“ด้วยกลิ่นอายของข้าในอดีตและกระดูกโลหิตทั้งเก้า...การกำเนิดขึ้นของเ้าในยุคนี้จะเป็สิ่งที่นำพาความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นไปทั้งจักรวาล!”
ดวงตาของเย่ฉียังคงสงบนิ่งเช่นเคยแม้ว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำต่อไปนี้คือเื่จะทำให้ทั้งเก้าโลกต้องสั่นะเืในอดีตเพียงกระดูกโลหิตหนึ่งชิ้นก็ยังสามารถทำให้ัผู้ติดตามของเขาแข็งแกร่งอย่างน่ากลัวแต่ในเวลานี้เย่ฉีจะใช้กระดูกโลหิตทั้งเก้าในการให้กำเนิดัสายเืโบราณขึ้นมาในยุคสมัยที่สายเืนี้แทบจะสาบสูญไปแล้ว!และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาจะใช้กลิ่นอายที่เหลืออยู่นี้ในการให้กำเนิดมัน!
เย่ฉีค่อยๆปลดชุดคลุมสีขาวของเขาออกก่อนเปลี่ยนไปใส่ชุดตัวใหม่ซึ่งมีสีขาวเช่นเดิมในเวลาเดียวกันชุดคลุมสีขาวในมือเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็กลีบดอกบัวขนาดใหญ่เช่นเดิมที่ให้กำเนิดเขาในการตื่นครั้งสุดท้ายเย่ฉีนำมันไปวางใว้บนแท่นบูชาก่อนหยิบเอากระดูกโลหิตทั้งเก้าไปไว้้ารวมถึงหินสลักด้วยเช่นกันราวกับการพบกันอีกครั้ง...กระดูกโลหิตทั้งเก้าค่อยๆสั่นไหวก่อนจะพุ่งเข้าไปติดกับหินสลักและหลอมรวมกันอย่างช้าๆเย่ฉีหยดโลหิตของเขาลงไปบนหินสลักก่อนเคาะลงไปบนกลีบดอกบัวเบาๆด้วยปลายนิ้ว
เฉกเช่นครั้งแรกที่มันห่อพันร่างกายของเขากลายเป็ชุดคลุมสีขาว...ในครั้งนี้กลีบดอกบัวได้หดเล็กลงรัดพันทั้งหินสลักไว้ก่อนจะกลายเป็ไข่สีขาวใบหนึ่งในที่สุดอย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่การให้กำเนิดที่แท้จริง...สิ่งที่สำคัญที่สุดในการให้กำเนิดก็คือ...ชีวิต!
เย่ฉีเดินเข้าไปลูบไล้ที่ไข่เบื้องหน้าอย่างช้าๆก่อนที่ดวงตาของเขาจะปรากฏความเด็ดเดี่ยวขึ้นอีกครั้งชีวิตที่จะใช้ในการให้กำเนิดัตัวนี้ย่อมเป็ของเขาเอง...มันเป็เื่ยากที่จะสำเร็จเพราะเขาในตอนนี้คืุ์ธรรมดาที่มีอายุไขเพียงหนึ่งร้อยปี!
“ด้วยอายุขัยของข้า...บางทีอย่างน้อยก็ยังสามารถยืดเวลาออกไปได้หนึ่งปี!”
เย่ฉีทาบฝ่ามือลงไปบนไข่ก่อนที่เขาจะเริ่มถ่ายพลังชีวิตของตัวเองเข้าไปราวกับสายน้ำที่ไหลลงไปในมหาสมุทรพลังชีวิตของเย่ฉีลดลงอย่างรวดเร็วขณะเดียวกันร่างกายของเขาก็ค่อยๆ เหี่ยวแห้งลงเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหน้าและเริ่มชุ่มชโลมไปทั้งแผ่นหลังสิบปี..ยี่สิบปี..ห้าสิบปี...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจากเด็กชายอายุสิบขวบปีเพียงพริบตาเดียวเย่ฉีได้กลายเป็ชายแก่อายุแปดสิบ!การถ่ายพลังชีวิตเช่นนี้ก็ไม่ต่างไปจากครั้งที่เขาให้กำเนิดเก้าัเท่าไหร่นักเพียงแต่ว่า...ครั้งนี้พลังชีวิตของเขามีจำกัด!
ไข่สีขาวยังคงสงบนิ่งไปเปลี่ยนแปลงขณะที่ด้านในของไข่เริ่มมีเศษเสี้ยวพลังชีวิตสายหนึ่งที่ก่อตัวขึ้นจากพลังชีวิตของเย่ฉี...โลหิตสดๆเริ่มซึมออกมาจากทวารทั้งเจ็ดของเย่ฉีในขณะที่ร่างกายของเขาในตอนนี้อยู่ในวัยแปดสิบแปดปีที่ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะยืนแต่อย่างไรก็ตามมือหนึ่งของเขาคว้าจับไว้ที่แท่นบูชาและอีกมือหนึ่งยังคงทาบไว้ที่ไข่...เจตจำนงของเย่ฉีเป็สิ่งที่แม้แต่์ก็ยังไม่สามารถขัดขวางได้!
แปดสิบแปดปีสิบเอ็ดเดือน!ในเวลานี้ร่างกายของเย่ฉีไม่ต่างอะไรไปจากซากศพ..ดวงตาของเขาพร่าเรือนและแสงสว่างเบื้องหน้าก็เริ่มจางลงในเวลานั้นเย่ฉีถ่ายพลังชีวิตเสี้ยวสุดท้ายลงไปพร้อมกับฝนโลหิตที่ทะลักออกมาจากปากของเขา
“จงกำเนิดให้แก่ข้า!”
ครึ้ม!
ในเวลานั้นท้องฟ้าเกิดการแปรปรวนอย่างรุนแรงเกลียวคลื่นสายหนึ่งกระจายออกไปจากแท่นบูชาเป็วงกว้างตัดผ่าูเาทั้งเก้าจนเกิดเป็เสียงกัมปนาทสะท้านะเืทั้ง์และปฐีฝ่ามือของเย่ฉีหลุดออกจากไข่ก่อนที่ร่างกายของเขาจะค่อยๆ ร่วงหล่นลงช้าๆด้วยลมหายใจที่โรยริน...เมื่อรวมกับอายุขัยสิบปีที่เขาหลับใหลอยู่ในดอกบัวนั้นตอนนี้เย่ฉีสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งปีเท่านั้น!
หลังจากเสียงกัมปนาทท้องฟ้าที่มืดครึ้มก็กลับมาสงบลงอีกครั้งบรรยากาศในสุสานเงียบสงบไม่มีแม้กระทั่งเสียงของสายลม...ในเวลาที่ร่างของเย่ฉีร่วงหล่นลงนั้นที่มุมปากของเขาก็บิดโค้งเกิดเป็รอยยิ้มเล็กๆขึ้นมาพร้อมกับเสียงของบางอย่างที่ดังก้องไปทั้งสุสานโบราณแห่งนี้...
ตึกตึกตึกตึก...
อย่างรวดเร็วในเวลาที่ร่างกายของเย่ฉีหล่นลงเงาดำสายหนึ่งได้ปรากฏขึ้นประคองเขาไว้แม้ว่าเย่ฉีจะไม่เหลือแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะลืมตาแต่เขาก็ยังไม่ได้หมดสติไปปากของเขาค่อยๆอ้าออกเล็กน้อยและที่ฝ่ามือก็ปรากฏเม็ดยาเม็ดหนึ่งที่เขากำไว้โดยตลอดั้แ่เริ่มพิธีเสี่ยวเฮยหยิบยาใส่ปากของเย่ฉีทันทีก่อนจะนำร่างของเขาที่หายใจโรยรินไปนั่งพิงไว้ตรงแท่นบูชาและถอยออกมาเฝ้ามองอยู่อย่างนั้น
จนเวลาผ่านไปร่างกายของเย่ฉีเริ่มคืนสภาพเดิมอย่างช้าๆรอยเหี่ยวย่นเริ่มหายไปกลับกลายเป็เด็กอายุสิบขวบปีอีกครั้งจนกระทั่งสองชั่วยามพละกำลังของเขาก็เริ่มฟื้นคืนกลับมา...อย่างไรก็ตามมันเป็เพียงภายนอกเท่านั้นถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะกลับเป็เด็กอายุสิบขวบปีเช่นเดิมแต่เขาจะอ่อนแอลงเรื่อยๆจนกระทั่งตายลงในที่สุดภายในเวลาหนึ่งปี!
เย่ฉีไม่ได้สนใจกับเื่เหล่านี้เลยกระทั่งความเ็ปที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เขาก็ไม่ได้สนใจมันภายในหนึ่งปีนี้เขามั่นใจว่าจะสามารถก้าวผ่านความเป็มนุษย์ไปสู่เส้นทางของการฝึกตนได้อย่างแน่นอน...สายตาของเขาจ้องมองไปยังไข่สีขาวบนแท่นบูชาด้วยความรู้สึกบางอย่างมันเป็เช่นเดียวกับยามที่เขาให้กำเนิดัทั้งเก้า...สายสัมพันธ์แห่งชีวิต!
“ในวันนี้กลิ่นอายของข้ากระจายออกไปทำให้คนเ่าั้ตื่นขึ้น...เมื่อถึงเวลาที่เ้าลืมตาขึ้นมาพวกมันจะไม่ยอมนิ่งเฉยอย่างแน่นอน...”
เย่ฉีกล่าวออกมาอย่างแ่เบาขณะที่ลูบไล้ไปยังไข่ด้วยความเอ็นดูก่อนจะเก็บมันลงไปในแหวนและหันมาไปกล่าวกับเสี่ยวเฮยที่อยู่ด้านหลัง
“พาข้าออกไปจากที่นี่...เวลานี้าคงเกิดขึ้นแล้ว”
เสี่ยวเฮยรับคำและกลายร่างเป็ด้วงตาทองอีกครั้งนำพาเย่ฉีโบยบินพุ่งตัดผ่านท้องฟ้าของสุสานไปสู่ประตูโบราณสีแดงอย่างรวดเร็วดวงตาสีทองบนหน้าผากของเสี่ยวเฮยกะพริบถี่ยิบกลายเป็ลำแสงสีทองพุ่งออกไปเบื้องหน้าฉีกกระชากอากาศจนเกิดเป็รอยแยกของมิติก่อนจะพุ่งทะยานผ่านรอยแยกนั้นออกจากสุสานโบราณไป