ตอน ถลำลึก
ความเงียบเชียบเข้าปกคลุมบ้านหลังใหญ่ในทันทีที่น้าอรต้องเดินทางไปสัมมนาที่ต่างจังหวัดเป็เวลาสามวันสองคืน และประจวบเหมาะกับที่อันนา ลูกสาวคนเดียวของบ้าน ขออนุญาตไปนอนค้างบ้านกิ๊ฟเพื่อติวหนังสือสอบมิดเทอมที่กำลังจะมาถึง บรรยากาศภายในบ้านที่เคยอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและการพูดคุยกลับกลายเป็ความสงัดที่ทำให้ฉันรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก
ฉันเดินกลับจากมหาวิทยาลัยใน่เย็นแทนที่จะไปทำงานพิเศษ เพราะวันนี้ฉันไม่มีกะที่ร้านสุกี้ ใจหนึ่งก็รู้สึกดีที่จะได้พักผ่อน แต่อีกใจหนึ่งความเครียดกลับถาโถมเข้ามาจนฉันแทบหายใจไม่ออก ในมือของฉันมีซองจดหมายจากทางมหาวิทยาลัยแจ้งเื่ค่าธรรมเนียมกิจกรรมพิเศษและค่าบำรุงห้องแล็บคอมพิวเตอร์ที่ปรับขึ้นกะทันหัน รวมเป็เงินกว่าสองหมื่นบาท ซึ่งต้องชำระภายในอาทิตย์หน้า
สองหมื่นบาท สำหรับเด็กที่ทำงานพาร์ทไทม์ได้ค่าจ้างเป็รายชั่วโมงอย่างฉัน มันคือเงินก้อนโตที่ต้องใช้เวลาเก็บหอมรอมริบเกือบปี ฉันแอบมานั่งถอนหายใจยาวๆ อยู่ที่ม้านั่งในสวนหลังบ้านยามค่ำคืน แสงจันทร์สลัวฉายลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล น้ำตาหยดเล็กๆ เริ่มคลอที่เบ้าตาเมื่อนึกถึงความลำบากของพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด ฉันไม่อยากโทรไปขอเงินพวกท่านเพิ่มเลยจริงๆ
"ทำไมมานั่งตากน้ำค้างอยู่คนเดียวล่ะแตงกวา" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง
ฉันสะดุ้งสุดตัวและรีบปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ทันเสียแล้ว ลุงอนันต์เดินมาหยุดยืนข้างๆ เขาอยู่ในชุดลำลองที่ดูเรียบหรู กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเขาจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นสบู่ราคาแพงที่เพิ่งผ่านการอาบน้ำมา
"ปะ เปล่าค่ะลุง พอดีมานั่งรับลมเฉยๆ ค่ะ"
"โกหกลุงไม่เก่งเลยนะเรา ตาแดงขนาดนี้ มีเื่อะไรไม่สบายใจหรือเปล่า บอกลุงได้นะ ลุงบอกแล้วไงว่าลุงจะดูแลเราเอง"
เขาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ มือหนาวางลงบนบ่าของฉัน ััอุ่นนั้นทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดจนเผลอยื่นจดหมายแจ้งหนี้ให้เขาดู
ลุงอนันต์กวาดสายตาดูเพียงครู่เดียวเขาก็ยิ้มออกมา "เื่แค่นี้เองเหรอที่ทำให้ลูกสาวลุงต้องมานั่งร้องไห้กลางสวน"
เขาเดินกลับเข้าบ้านไปหยิบสมุดเช็คเล่มเล็กออกจากกระเป๋าทำงานแล้วจรดปากกาเขียนตัวเลขที่มากกว่ายอดหนี้ในจดหมายเกือบเท่าตัว ก่อนจะฉีกเช็คแผ่นนั้นส่งให้ฉัน
"ลุงคะ! มันมากเกินไปค่ะ แตงกวารับไว้ไม่ได้จริงๆ"
"รับไปเถอะแตงกวา ลุงไม่อยากเห็นเราต้องลำบากนั่งร้องไห้แบบนี้ เงินแค่นี้สำหรับลุงมันเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับความสุขของคนในครอบครัว"
"และจำไว้นะว่าไม่ต้องคืน ลุงให้ด้วยความสิเน่หา เอ้อ ลุงหมายถึงด้วยความเอ็นดูน่ะลูก"
ความซาบซึ้งใจมันเอ่อล้นจนฉันกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ฉันโผลุกกอดลุงอนันต์ด้วยความตื่นตันใจ อ้อมกอดของเขามันกว้างและมั่นคงจนฉันรู้สึกว่าปัญหาทุกอย่างได้รับการคลี่คลาย
"ขอบคุณมากนะคะลุงอนันต์ ลุงดีกับแตงกวาเหลือเกิน"
"เอาล่ะ แก้ปัญหาได้แล้วก็เลิกร้องไห้นะ ไปที่ห้องทำงานลุงหน่อยสิ ลุงมีอะไรอยากให้เราช่วยดูหน่อย และถือว่าฉลองที่เราไม่ต้องเครียดเื่เรียนแล้วด้วย"
ลุงอนันต์พาฉันเดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่ตั้งอยู่มุมสุดของบ้าน ห้องนี้ตกแต่งด้วยไม้สักและหนังวัวแท้ กลิ่นหอมของไม้และหนังสือเก่าทำให้บรรยากาศดูขรึมและเป็ส่วนตัวอย่างยิ่ง เขาเปิดตู้แช่ไวน์แล้วหยิบขวดไวน์แดงรสเลิศออกมา
"จิบสักนิดนะแตงกวา ไวน์ตัวนี้ดีมาก ช่วยให้เืลมเดินดีและหลับสบาย ลุงเห็นเราพักผ่อนน้อยมาหลายวันแล้ว"
เขารินไวน์สีแดงเข้มลงในแก้วคริสตัลแล้วยื่นให้ฉัน ฉันรับมาจิบเบาๆ ใจฉันไม่อยากจะดื่มเลย ยิ่งโดยเฉพาะตอนอยู่กับลุงสองคนโดยที่น้าอรไม่อยู่บ้าน แต่ด้วยความที่เขาเพิ่งช่วยเหลือฉัน ฉันจึงไม่กล้าที่จะปฏิเสธอะไรเลย
อึก! ๆ ๆ รสชาติหวานปนฝาดและกลิ่นที่หอมกรุ่นทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายอย่างรวดเร็ว ความร้อนแรงของแอลกอฮอล์ที่ไหลลงคอทำให้ร่างกายเริ่มอุ่นขึ้น และสติที่เคยระแวดระวังก็เริ่มพร่าเลือนไปกับฤทธิ์ไวน์
"มานั่งตรงนี้สิลูก" ลุงอนันต์ตบที่หน้าขาของเขาในขณะที่เขานั่งลงบนเก้าอี้ทำงานหนังตัวใหญ่
ฉันเริ่มรู้สึกกรึ่มๆ และหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย ฉันเดินไปหาเขาอย่างว่าง่ายและทิ้งตัวลงนั่งบนตักกว้างของลุงอนันต์ ััจากกางเกงเนื้อนุ่มของเขาที่หน้าขาฉันทำให้ฉันรู้ร้อนผ่าวไปทั้งตัว
"แตงกวารู้ไหม?"
ลุงอนันต์กระซิบข้างหูพลางรวบเอวฉันเข้ามาแนบชิด มือหนาของเขาลูบไล้จากเอวขึ้นมาที่แผ่นหลังอย่างช้าๆ
"ลุงพยายามห้ามใจตัวเองมานานแล้ว แต่ยิ่งเห็นเราขยัน ยิ่งเห็นเราอ่อนโยนแบบนี้ ลุงก็ยิ่งหวั่นไหว"
เขาเริ่มจูบเบาๆ ที่ซอกคอ ความรู้สึกเสียวซ่านมันแล่นไปทั่วไขสันหลังจนฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว ลมหายใจร้อนๆ ของเขาที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้ฉันแทบจะไร้แรงขัดขืน
"ลุงคะ ทำแบบนี้มันไม่ดีเบยนะคะ" เสียงของฉันแ่เบาจนแทบไม่เป็ภาษา
"ไม่มีอะไรที่ไม่ดีหรอกลูก ถ้ามันเกิดจากความรักความหวังดี"
เขาจับใบหน้าของฉันให้หันไปสบตา ดวงตาของเขาตอนนี้ไม่มีความเมตตาแบบผู้ใหญ่หลงเหลืออยู่ มีเพียงความปรารถนาที่รุนแรง
"ลุงรักเราจริงๆ นะแตงกวา รักแบบที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรักผู้หญิงได้ และลุงสัญญาว่าลุงจะดูแลเราไปตลอดชีวิต จะไม่ให้ใครมารังแกเราได้เลย"
ลุงอนันต์ไม่ปล่อยให้ฉันต่อว่า เขารีบโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ จนกระทั่งริมฝีปากของเขาประกบลงบนริมฝีปากของฉันเป็ครั้งแรก มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลเหมือนตอนหอมแก้ม แต่มันคือจูบที่หนักหน่วง เรียกร้อง และเต็มไปด้วยตัณหา ลิ้นร้อนของเขาสอดแทรกเข้ามาทักทายในโพรงปากของฉันอย่างช่ำชอง รสชาติของไวน์แดงผสมปนเปไปกับจุมพิตที่เร่าร้อนจนฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง
มือหนาของเขาเริ่มล่วงล้ำเข้ามาใต้ชุดนอนผ้าบางเบาที่ฉันสวมอยู่ ััจากปลายนิ้วที่หยาบกร้านแต่ร้อนรุ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนของร่างกายสาววัยยี่สิบที่อวบอัด เขาบีบเค้นที่เนินอกของฉันอย่างจงใจจนฉันเผลอร้องครางอื้ออึงในลำคอ
ฉันเคลิบเคลิ้มไปกับรสััที่แปลกใหม่และรุนแรง หัวใจของฉันเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกหน้าอก ร่างกายของฉันตอบสนองต่อการเล้าโลมของเขาอย่างที่ฉันเองก็ใ ฉันหลับตาแน่นและปล่อยให้เขาเป็ผู้นำทางลงไปสู่ขุมนรก
ในขณะที่พายุอารมณ์กำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด และฉันเริ่มที่จะยอมทอดกายให้เขาอย่างหมดสิ้น ลุงอนันต์กลับค่อยๆ ผละจูบออกและหยุดมือที่กำลังล่วงล้ำนั้นไว้
เขามองหน้าฉันด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยและยิ้มอย่างอบอุ่น
"ลุงไม่อยากเอาเปรียบเราในวันที่เราไม่พร้อมและกำลังมึนไวน์นะแตงกวา ลุงอยากให้ครั้งแรกของเรามันเกิดขึ้นจากความตั้งใจจริงๆ ลุงจะรอจนกว่าวันนั้นจะมาถึง"
เขาลูบหัวฉันอย่างเบามือและช่วยจัดเสื้อผ้าของฉันให้เข้าที่
"ไปนอนเถอะนะลูก ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาเรียนอย่างสดชื่น"
เขาส่งฉันเดินไปถึงประตูห้องนอนและจูบที่หน้าผากของฉันเบาๆ
"ฝันดีนะจ๊ะ ลูกสาวคนสวยของลุง"
ฉันเดินเข้าห้องนอนมาด้วยสภาพที่เหมือนคนละเมอ หัวใจยังคงเต้นแรงและััจากรอยจูบนั้นยังคงร้อนผ่าวอยู่ที่ริมฝีปาก ร่างกายของฉันยังคงสั่นสะท้านด้วยความค้างคาที่เขาจงใจทิ้งไว้ให้ ฤทธิ์ไวน์เริ่มจางลงแต่ฤทธิ์ของตัณหาที่เขาจุดขึ้นกลับโชติ่ยิ่งกว่าเดิม
ลุงอนันต์เป็ผู้ชายที่แสนดีขนาดนี้... เขาให้เงินช่วยฉัน เขาบอกรักฉัน และเขายังให้เกียรติฉันด้วยการหยุดตัวเองไว้
ฉันนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความสับสน ความรู้สึกโหยหาััของเขามันเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในใจ ลุงอนันต์ไม่ได้ใช้เพียงเงินหรืออำนาจ แต่เขาใช้จิตวิทยาที่เหนือชั้นในการดึงดูดฉันเข้าสู่กับดักที่หอมหวานนี้
คืนนั้นฉันนอนไม่หลับเลยจริงๆ ในหัวมีแต่ภาพของลุงอนันต์และััที่ห้องทำงาน ความลับสีดำมืดนี้มันเริ่มถลำลึกจนฉันเองก็เริ่มกลัวว่าสักวันหนึ่ง ฉันอาจจะเป็ฝ่ายที่เดินเข้าหาเขาเอง