ฮูหยินบ้านนากับคุณชายต้องสาป

    33




    “ไม่มีอะไรมากหรอกขอรับอาการของคุณชายท่านนี้เป็นเพียงแค่อาการแพ้ท้องแทนภรรยาเพียงเท่านั้นขอรับ”หมอเฒ่าที่รู้อยู่แล้วว่ามี่เจินกำลังตั้งท้องอยู่อ่อนๆเขาเผลอเอ่ยบอกอาการของคุณชายตรงหน้าของตนด้วยรอยยิ้มขบขัน

    “แพ้ท้องแทนเมียหรือจะเป็นไปได้เช่นไรในเมื่อเมียของข้านั้นไม่ได้ตั้งครรภ์”หงเวยที่ได้ยินคำวินิจฉัยของหมอเฒ่าเช่นนั้นก็ได้แต่หันมามองที่เมียรักของตนด้วยความสงสัย

    “ไม่ใช่ว่าเจ้ามีอะไรปิดบังข้าอยู่หรอกนะ”หงเวยที่เห็นท่าทางอ้ำอึ้งของมี่เจินเช่นนั้นก็ให้เอ๊ะใจแล้วรีบลุกขึ้นไปนั่งจ้องมองที่เมียรักของตนด้วยสายตาคาดคั้น

    “อ้าวฮูหยินยังไม่ได้บอกข่าวดีกับคุณชายหรือขอรับ ว่านางกำลังตั้งครรภ์สองเดือนเศษๆแล้ว”หมอเฒ่าที่ไม่ได้สนใจดูสีหน้าของผู้ใดเอ่ยถามอย่างแปลกใจนั้นจึงทำให้หงเวยที่ได้ยินข่าวดีอย่างไม่ทันตั้งตัวถึงกับเด้งตัวลุกขึ้นมายืนด้วยความตื่นตะลึงแล้วหันไปมองหน้าของมี่เจินอย่างต้องการคำยืนยันจากปากของผู้เป็นภรรยาของตน

    “เป็นเรื่องจริงหรือ”หงเวยที่เห็นว่ามี่เจินนั้นมัวแต่นิ่งอึ้งเขาจึงได้เอ่ยเร่งถามหาความจริงจากนางอีกครั้ง

    “เป็นความจริงเจ้าค่ะ”มี่เจินที่เห็นว่าความลับของนางถูกเปิดโปงแล้วนางจึงได้ตอบรับอย่างเสียไม่ได้

    “นะ-นี้เป็นเรื่องจริงหรือนี้ข้าจะได้เป็นพ่อคนแล้วหรือนี่ เจินเออร์ข้ารู้สึกยินดียิ่งนัก”หงเวยเอ่ยด้วยความยินแล้วตรงเข้ามาโอบกอดเมียรักของตนด้วยความยินดี

    “ห๊า!นี้พี่ใหญ่ท้องจริงๆหรือเจ้าคะ”มี่จวนที่ได้รับฟังข่าวดีของมี่เจินร้องถามเสียงดังและเมื่อนางรับรู้แล้วว่าเรื่องที่นางได้รับฟังมานั้นเป็นเรื่องจริง นางก็กระโดดเข้าไปหาพี่สาวของตนด้วยแววตาเป็นประกาย

    “อึก โอก”แต่ทันทีที่มี่จวนเดินเข้ามาใกล้มี่เจินหงเวยก็รีบวิ่งออกไปอ้วกที่นอกห้องทันที

    “พี่เวย!”มี่ที่เห็นเช่นนั้นก็เรียกเขาด้วยความตกใจ

    “อุ้ย ข้าไม่ได้ตั้งใจนะเจ้าคะ”มี่จวนที่รู้ว่าตนนั้นเป็นสาเหตุของอาการแปลกๆของหงเวยนางก็ไดแต่เงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มเจื่อนให้กับพี่สาวของตนอย่างรู้สึกผิด

    “ไม่เป็นอะไรเจ้าอย่าได้รู้สึกผิดกับเรื่องนั้นเลยหากพี่เขยของเจ้าอ้วกจนหมดท้องเดี๋ยวเขาก็หายเองนั้นแหละ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ของตนอย่างเหนื่อยใจเพราะดูเหมือนว่าเรื่องที่นางท้องจะทำให้ชีวิตของนางนั้นยุ่งยากเสียแล้วสิ

    “หากพี่ใหญ่พูดเช่นนี้ข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะเจ้าคะ”มี่จวนเอ่ยพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงที่ด้านข้างของมี่เฟิงแล้วมองลงไปที่หน้าท้องที่ยังคงแบนราบของมี่จวนด้วยแววตาพราวระยับ

    “มีอะไรหรือ”มี่เจินที่เห็นว่าน้องสาวตัวดีของตนนั้นเอาแต่จดจ้องมาที่หน้าท้องของนาง นางจึงได้หันไปเอ่ยถามน้องสาวของตนด้วยความสงสัย

    “ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะข้าเพียงแค่กำลังคิดถึงหน้าตาของหลานน้อยของข้านะเจ้าคะ”มี่จวนเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยตอบพี่สาวของตนด้วยความตื่นเต้น

    “คิกเช่นนั้นหรือ”มี่เจินที่ได้ยินคำตอบของน้องสาวของตนก็ให้หัวเราะออกมาด้วยความขบขัน

    “ลูกของข้ากับเจินเออร์ก็ต้องรูปงามเป็นหนึ่งในแคว้นเซินอยู่แล้วนะสิ”หงเวยที่อาการเริ่มดีขึ้นแล้วเอ่ยพร้อมกับมองมาที่มี่เจินด้วยสายตาเป็นประกายแล้วเดินเข้ามาหาเมียรักของตนด้วยรอยยิ้มมีความสุขแต่เพราะที่ข้างตัวของมี่เจินยังคงมีมี่จวนนั่งอยู่หงเวยที่กำลังจะเดินเข้าไปจึงไม่สามารถเดินเข้าไปหามี่เจินได้ตามที่เขาต้องการ

    “ข่าวดีเช่นนี้เหตุใดเจ้าจึงต้องปิดเป็นความลับเช่นนี้ด้วยหรือ”หงเวยที่ตอนนี้ได้อยู่ตามลำพังกับมี่เจินหลังจากมี่จวนเพิ่งคิดขึ้นได้ว่าจะนำข่าวดีนี้ไปบอกกับผู้เป็นบิดาของตนก็เอ่ยทำลายความเงียบที่เขาและมี่เจินนั่งนิ่งเงียบอยู่ที่ห้องอยู่นานเกือบครึ่งเค่อ

    “เพราะท่านเพิ่งแต่งงานกับคุณหนูหลินได้ไม่นานข้าเลยยังไม่บอกเจ้าค่ะ”มี่เจินที่ไม่คิดจะบอกเรื่องนี้กับหงเวยในตอนแรกเอ่ยโกหกคำโตแต่หงเวยที่รู้ทันเมียรักของตนก็หรี่ตามองมาที่มี่เจินอย่างไม่ค่อยเชื่อในคำพูดของนางมากนัก

    “ไม่ใช่ว่าเจ้าคิดจะเก็บลูกเอาไว้คนเดียว โดยไม่บอกว่าข้ามีเขาอยู่หรอกใช่หรือไม่”หงเวยหรี่ตามองไปที่มี่เจินอย่างไม่ไว้ใจนักเพราะถึงแม้ว่าหลังๆมานี้มี่เจินจะเข้ากับเขาได้เป็นอย่างดีแต่เขาก็สามารถสัมผัสได้ว่ามี่เจินนั้นต้องการไปจากเขาอยู่ตลอดและดูเหมือนว่าในสายตาของนางแล้วเขานั้นไม่สำคัญเท่าชีวิตอิสระที่นางต้องการ

    “เปล๊า!นะเจ้าคะใครเป็นคนทำให้ท่านคิดว่าข้าจะทำเช่นนั้นกับท่านกันหรือเจ้าคะ”มี่เจินที่รู้ว่าตนรู้ทันเอ่ยปฏิเสธเสียงสูง

    “หึๆเป็นเช่นนั้นก็ดี เพราะว่าข้าจะไม่มีทางปล่อยเจ้ากับลูกไปไหนเป็นแน่”หงเวยเอ่ยพร้อมกับจ้องมองมาที่มี่เจินด้วยสายตาจริงจังนั้นจึงทำให้มี่เจินที่มีความคิดเช่นที่หงเวยตาดการณ์เอาไว้ถึงกับลอบกลืนน้ำลายด้วยความหวาดเสียวเลยทีเดียว

    “คิกๆเช่นนั้นข้าจะคอยดูนะเจ้าคะ ว่าพี่เวยจะทำได้เช่นที่ท่านพูดกับข้าในวันนี้ได้หรือไม่”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับมองหน้าของนางหงเวยอย่างท้าทาย

    “ข้าย่อมต้องทำให้ได้ไม่ว่าจะแลกมาด้วยอะไรข้าก็จะไม่มีวันปล่อยมือจากเจ้าและลูกอย่างแน่นอน”หงเวยเอ่ยพร้อมกับเพิ่มแรงกอดของตนมากขึ้น

    “กอดแรงเช่นนี้ไม่กลัวว่าข้ากับลูกจะบาดเจ็บเอาหรือเจ้าคะ”มี่เจินที่ถูกกอดรัดจากผู้เป็นสามีของตนเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างขบขันเมื่อเห็นว่าหงเวยนั้นแทบจะคลายมือออกจากตัวของนางทันทีที่นางพูดจบเมื่อเป็นเช่นนั้นคนทั้งสองจึงได้หัวเราะออกมาพร้อมๆกันอย่างมีความสุขทำให้มี่เฉิงและมี่จวนที่กำลังจะเดินเข้ามาถึงนั้นต้องรีบเดินกลับไปที่เรือนกลางของตนด้วยเพราะพวกเขานั้นไม่ต้องการขัดช่วงเวลาที่มีความสุขของคนทั้งสอง

    ยามเซิน(15.00-16.59) ทุกคนในครอบครัวก็ได้มาร่วมโต๊ะอาหารกันด้วยรอยยิ้มชื่นมื่น

    “พวกท่านทำตัวตามสบายเถอะ”หงเวยที่เห็นว่าคนทั้งสามนั้นทำตัวเกร็งตั้งแต่ที่เขาเข้ามานั่งยังโต๊ะอาหารมี่เฉิงและลูกๆของเขาก็ยิ้มแข็งไม่เหมือนก่อนหน้าที่เขาจะมานั่งร่วมโต๊ะที่พวกเขานั้นมีรอยยิ้มกว้างและหัวเราะเสียงดังแต่เสียงของพวกเขาก็เงียบลงทันทีที่เห็นเขาที่เดินเข้ามาพร้อมกับมี่เจิน

    “ท่านพ่ออาเฟิง ทำตัวตามสบายเถอะเจ้าค่ะ พี่เวยไม่ใช่คนเรื่องมากเช่นนั้นแล้วก็ทำตัวเหมือนว่าเขานั้นเป็นคนในครอบครัวของพวกเราเถอะเจ้าค่ะ”มี่เจินที่เห็นว่าพ่อของตนนั้นยังคงเกร็งที่มีหงเวยมาร่วมโต๊ะอาหารในวันนี้เอ่ยพร้อมกับมองสบตากับบิดาของตนด้วยรอยยิ้มเบิกบาน

    “เอ่อ”มี่เฉิงที่ยังไม่ชินกับการต้องร่วมโต๊ะอาหารกับเหล่าคุณชายเขาจึงได้เหลือบตามองไปที่หงเวยอย่างไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรเพราะกลัวว่าตนนั้นจะเผลอทำเรื่องไร้มารยาทจนทำให้บุตรสาวของตนต้องอับอาย

    “ถือเสียว่าข้าเป็นบุตรชายของท่านคนหนึ่งเถอะขอรับ”หงเวยเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มเป็นกันเองให้กับคนทั้งสามที่นั่งอยู่ตรงหน้าของตน

    “เช่นนั้นข้าจะไม่เกรงใจแล้วนะเจ้าคะ”มี่จวนที่อดทนนั่งเกร็งทำตัวสงบเสงี่ยมตามคำสั่งของมี่เฉิงผู้เป็นบิดาของนางอยู่นานนั้นจึงทำให้นางเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับหงเวยทันทีที่ได้ยินหงเวยเอ่ยเช่นนั้น

    “อะแฮม”มี่เฉิงที่เห็นท่าทางไม่สำรวมของมี่จวนเขาก็ได้แต่กระแอมเตือนบุตรสาวคนเล็กของตนเบาๆแต่ดูเหมือนว่าเสียงนั้นของเขาจะไม่ทำให้มี่จวนนั้นหันมาสนใจเขาได้เลยแม้แต่น้อย

    “ตามสบายเถอะขอแค่ช่วงนี้เจ้าอย่าเข้าใกล้ข้ามากก็พอ”หงเวยเอ่ยพร้อมกับมองไปที่มี่จวนด้วยสายตาแขยงอยู่หน่อยๆ

    “คิกๆเช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะไม่เข้าใกล้พี่เขยอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”มี่จวนเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงขบขันเมื่อเห็นสีหน้าแขยงของพี่เขยของตน

    “เอาเถอะเห็นแก่ลูกในท้องของข้าวันนี้พวกเรามาร่วมกินข้าวด้วยกันอย่างมีความสุขเถอะเจ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับใช้ตะเกียบคีบเนื้อให้บิดาของตนอย่างต้องการเอาใจผู้เป็นบิดาของนางและเมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนบนโต๊ะอาหารก็ได้เริ่มมื้ออาหารของพวกเขาอย่างมีความสุข

    กุบกับ กุบกับเสียงฝีเท้าของม้าดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ทำให้หลิงม่านที่นั่งอยู่ภายในรถม้าเลิกผ้าม่านขึ้นมองสองข้างทางอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนักเพราะนอกจากนางจะต้องทนนั่งในรถม้าที่แออัดแล้วในตอนนี้นางยังรู้สึกปวดเมื่อยตามเนื้อตัวของนางอีกด้วย

    “อีกนานหรือไม่จะถึงเมืองเซินเฉียว”เสียงแหลมเอ่ยถามพร้อมกับมองไปที่ป่าเขาโดยรอบด้วยสายตาหวาดหวั่นเพราะนอกจากจะใกล้มืดแล้วเส้นทางนี้ยังถือว่าเป็นเส้นทางที่เปลี่ยวอีกด้วย

    “อีกราวๆสองชั่วยามขอรับ”ผู้คุ้มกันที่ควบม้าอยู่ด้านข้างรถม้าเอ่ยตอบผู้เป็นนายของตน

    “เหตุใดจึงนานนักพวกเจ้าช่วยเร่งหน่อยได้หรือไม่”หลิงม่านที่อยากไปนอนพักบนเตียงเร็วๆเอ่ยเร่งคนของตน

    “เช่นนั้นก็ได้ขอรับ”ผู้คุ้มกันเอ่ยตอบรับควบม้าไปที่ด้านหน้าของรถม้า และไม่นานความเร็วของรถม้าก็เพิ่มเร็วขึ้นหลิงม่านที่ตอนนี้กระเด้งกระดอนอยู่ในรถม้าถึงกับขบกรามแน่นอย่างต้องการระงับโทสะของตนแต่เพื่อผลลัพธ์ที่นางต้องการ นางจึงได้แต่กดข่มความเจ็บปวดของตนแล้วทนต่อไป จนกระทั่งรถม้าของนางได้เข้าสู่เขตตัวเมืองเซินเฉียวอันเป็นเมืองบ้านเกิดของศัตรูหัวใจของนางนั้นจึงทำให้นางนั้นถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ในที่สุดช่วงเวลาอันเจ็บปวดของนางก็เป็นอันสิ้นสุดลงเสียทีและนางก็ใช้เวลาไม่นานในที่สุดนางก็สามารถหาจวนของมี่เจินได้พบอย่างรวดเร็วเพราะในตอนนี้ในเมืองเซินเฉียวนั้นบ้านสกุลมี่นั้นถือว่าเป็นบ้านที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงอยู่มากพอสมควร

    จวนสกุลมี่

    “คุณหนูใหญ่ขอรับ”เสียงเรียบของผู้คุ้มกันหน้าจวนเอ่ยเรียกผู้เป็นนายของตนจากที่หน้าจวนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดนั้นทำให้มี่เจินที่เพิ่งล้มตัวลงนอนได้ไม่นานต้องยันตัวลุกขึ้นมาจากที่นอนของตนด้วยท่าทางหงุดหงิดที่มีคนมาขัดการนอนของตน

    “มีเรื่องอะไร”เป็นหงเวยที่เห็นว่าเมียรักของตนนั้นถูกรบกวนการนอนเดินออกไปถามด้วยสีหน้าดุดัน

    “เอ่อ มีผู้มาขอเข้าพบนายน้อยอินกับคุณหนูใหญ่ขอรับ”ผู้คุ้มกันที่เห็นสายตาดุดันของหงเวยที่มองมาที่ตนก็ได้ก้มหน้าตอบ

    “ผู้ใดนะที่กล้ามารบกวนเวลาผู้อื่นเช่นนี้”หงเวยบ่นออกมาอย่างไม่พอใจนักที่มีคนมารบกวนเวลานอนของลูกและเมียของตน

    “นางบอกว่าเป็นฮูหยินน้อยตระกูลอินขอรับ”ผู้คุ้มกันเขาเอ่ยตอบตามที่ตนได้รับรายงานมา

    “หลิงม่านหรือนี้นางแอบตามข้ามาเช่นนั้นหรือ”หงเวยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ให้เอ่ยกับตนเองเบาๆอย่างแปลกใจ

    “หากเป็นเช่นนั้นเราก็ไปกันเถอะเจ้าคะพวกเจ้าไปเตรียมเรือนรับรองให้พร้อมเถอะ อีกเดี๋ยวคงมีแขกเข้าพักที่นั้น”มี่เจินที่รู้ว่าหลิงม่านนั้นคงไม่สามารถหาที่พักได้ทันในคืนนี้แล้วนางจึงได้หันไปเอ่ยสั่งหญิงรับใช้ที่ยืนอยู่ไม่ไกลแล้วเดินนำหงเวยไปที่ห้องโถงของจวนด้วยสีหน้าสงสัยที่หลิงม่านนั้นมาหาพวกนางที่จวนแห่งนี้

    “พี่เวย”ทันทีที่หลิงม่านนางเห็นว่าเป็นผู้ใดที่เดินเข้ามาในห้องโถงนางก็วิ่งผ่านมี่เจินที่เดินนำหน้าหงเวยแล้วตรงเข้าไปกอดเข้าด้วยท่าทางออดอ้อนแล้วลอบแอบส่งสายตาเยาะเย้ยมาให้มี่เจินที่มองอยู่โดยที่นางไม่รู้เลยว่าความต้องแสดงความเป็นเจ้าของของนางนั้นได้สร้างความพะอืดพะอมให้กับหงเวยเป็นอย่างมากเพราะทันทีที่กลิ่นเครื่องหอมของหลิงม่านโชยเข้าจมูกของเขาน้ำย่อยในกระเพาะก็ตีตื่นขึ้นมาตามลำคอของเขาในทันที

    “อึกอึก”หงเวยที่รู้ว่าตนทนไม่ไหวแล้วรีบสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดของหลิงม่านแล้วตรงเข้าหากระถามต้นไม่ที่อยู่ไม่ไกลในทันทีมี่เจินที่เห็นเช่นนั้นก็ให้หัวเราะออกมาด้วยความขบขันเมื่อเห็นหลิงม่านนั้นหน้าเหวอทันทีที่ตนถูกสามีสะบัดออกจากตัวของเขาอย่างแรง

    “พี่เวยท่านเป็นอะไรหรือเจ้าคะ”หลิงม่านที่ซวนเซจากแรงสะบัดหันไปเอ่ยถามหงเวยที่กำลังโกงคออ้วกอยู่ที่กระถางต้นไม้ด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับเดินเข้าหาเข้าเพื่อจะลูบหลังให้เขา

    “ยะ-อย่าเข้ามา”หงเวยที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของหลิงม่านที่กำลังจะเดินเข้ามาตนก็รีบยกมือห้ามนางทันทีมี่เจินที่เห็นเช่นนั้นก็หยิบกาน้ำชาที่วางอยู่ใกล้ๆ เดินเข้าไปส่งให้หงเวยล้างปากแล้วสั่งให้เหล่าคนรับใช้ช่วยกันย้ายต้นไม้นั้นออกไปวางที่นอกห้องโถง

    “เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะนี้เป็นถุงหอมแก้เวียนหัวเจ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับส่งถุงหอมที่มีตัวยาแก้อาการวิงเวียนและคลื่นไส้ให้กับหงเวยที่มีสีหน้าซีดเซียวหงเวยที่ได้รับถุงหอมก็ให้ยกขึ้นมาสูดกลิ่นฟอดใหญ่แล้วค่อยเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ด้วยท่าทางอ่อนแรง

    “ข้าไม่ไหวแล้วเจ้าช่วยไปสั่งให้สาวใช้หาของเปรี้ยวๆมาให้ข้าทีเถอะ”หงเวยเอ่ยตอบอย่างอ่อนแรงโดยที่สายตาเขานั้นยังคงมองมาที่หลิงม่านอย่างหวาดระแวงด้วยกลัวว่าหลิงม่านนั้นจะเข้ามาหาเขาอีก

    “พี่เวยเป็นอะไรกันแน่เมื่อเช้าก็ยังดีดีอยู่แล้วทำไมมาตอนนี้จึงได้ดูป่วยหนักเช่นนี้ได้เล่า”หลิงม่านที่เห็นสายตาหวาดระแวงที่มองมาที่ตนจึงได้เงยหน้าขึ้นไปเอ่ยถามเมียน้อยของสามีของตนด้วยน้ำเสียงเอาเรื่อง

    “พี่เวยไม่ได้ป่วยหรอกเจ้าค่ะท่านหมอบอกว่าอีกไม่นานก็หายถึงตอนนั้นท่านก็ใจเย็นๆหน่อยเถอะเจ้าค่ะ”มี่เจินที่รู้ว่าตั้งแต่ที่หลิงม่านแต่ให้กับหงเวยนางก็ยังไม่มีโอกาสเข้าหอกับเขา นางจึงได้เอ่ยปลอบหลิงม่านด้วยน้ำเสียงนุ่มแต่หลิงม่านนั้นกลับไม่ใจเย็นเช่นมี่เจิน นางคิดว่านี้คือคำเยาะเย้ยที่มี่เจินจงใจพูดให้นางเสียหน้านั้นจึงให้นางจ้องมองมาที่มี่เจินด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเท่าใดนักมี่เจินที่รู้ว่าตอนนี้ต่อให้นางพูดอะไรไปหลิงม่านก็คงคิดในแง่ลบนางจึงได้แต่เงียบปากแล้วรอให้หงเวยเป็นผู้อธิบายให้หญิงคนรักของเขาฟังเองน่าจะดีกว่า

    “พี่เวยท่านเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ”หลิงม่านที่ยังไม่ได้รับคำตอบเอ่ยถามอีกครั้ง

    “เฮ้อไม่มีอะไรหรอกพี่เพียงแค่แพ้ท้องแทนเจินเท่านั้น”หงเวยที่กลัวว่าหลิงม่านจะเป็นห่วงตนจนทำอะไรที่ไม่ถูกไม่ควรเอ่ยตอบพร้อมกับสูดดมกลิ่นจากถุงหอมในมือของตนไม่หยุด

    “อะไรนะเจ้าคะ”หลิงม่านเอ่ยถามอย่างไม่เชื่อหูของนางเท่าใดนัก

    “ข้าท้องเจ้าค่ะ”มี่เจินที่เห็นว่าหงเวยยังคงมีสีหน้าไม่ดีนักนางจึงช่วยเอ่ยตอบแทนผู้เป็นสามีของตนด้วยน้ำเสียงเรียบหลิงม่านที่ได้ยินเช่นนั้นก็ให้รู้สึกราวกับตนนั้นถูกฟ้าผ่าในตอนกลางวันแสกๆ

    “เป็นไปได้เช่นไร”นางที่ได้ยินในสิ่งที่ไม่คาดฝันเพราะนอกจากนางจะรู้ว่าหงเวยนั้นมอบยาห้ามครรภ์ให้กับมี่เจินแล้ว นางยังซื้อคนต้มยาในจวนให้เป็นพวกของนางเพื่อคอยต้มยาห้ามครรภ์ให้กับมี่เจินได้ดื่มในทุกครั้งที่คนทั้งสองได้มีสัมพันธ์สวาทกันอีกด้วย

    “ทำไมเจ้าจึงคิดเช่นนั้นเล่า”หงเวยที่เห็นท่าทางยากจะเชื่อของหลิงม่านก็เอ่ยถามอย่างแปลกใจ

    “ไม่ใช่ว่าพี่เวยเคยบอกข้าว่าจะมอบยาห้ามครรภ์ให้นางไม่ใช่หรือเจ้าคะ”หลิงม่านเอ่ยถามด้วยน้ำตาคลออยู่ที่ขอบตาทั้งสองของตนสองมือของนางกำแน่นด้วยความเจ็บใจที่ทุกอย่างที่ควรเป็นของนางหงเวยกลับนำไปมอบให้กับมี่เจินจนหมดทุกอย่าง

    “ม่านเออร์”หงเวยที่ไม่รู้ว่าตนนั้นควรจะอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นไรก็ได้แต่มองไปที่หลิงม่านอย่างรู้สึกผิดแต่เมื่อเขาได้เห็นสายตาตัดพ้อของหลิงม่านที่มองมายังตนในตอนนี้เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ

    “ดูท่าพวกท่านคงมีเรื่องต้องพูดคุยกันอีกมากเช่นนั้นข้าขอตัวนะเจ้าคะ”มี่เจินที่รู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตนนางที่ตอนนี้รู้สึกง่วงเป็นอย่างมากเอ่ยขอตัวแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่รอรับคำอนุญาตจากผู้ใด

    “เหตุใดสตรีผู้นั้นจึงได้ทุกอย่างที่สมควรเป็นของข้าไปได้หรือเจ้าคะในตอนแรกท่านก็บอกข้าว่าจะใช้นางเป็นเพียงยาแก้พิษของท่านไม่ใช่หรือเจ้าคะแล้วทำไมเรื่องทุกอย่างจึงเป็นเช่นนี้ได้ละเจ้าคะ”ทันทีที่ประตูห้องโถงถูกปิดสนิทหลิงม่านก็เงยหน้าขึ้นไปถามสามีของตนด้วยน้ำเสียงสั่นจากความเจ็บปวด

    “พี่ไม่รู้ไม่รู้เลยว่าตั้งแต่เมื่อใดที่พี่คอยเฝ้าแต่มองหานาง ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่นางเข้ามาในใจของพี่พี่ไม่รู้เลยจริงๆว่าตั้งแต่เมื่อที่พี่ไม่อาจปล่อยมือจากนางได้”หงเวยเอ่ยตอบตามความรู้สึกของตน

    “แล้วพี่เวยจะทำเช่นไรกับคำมั่นที่ท่านเคยให้ไว้กับข้าหรือเจ้าคะ”หลิงม่านเอ่ยทวงถามถึงคำสัญญาที่หงเวยเคยให้ไว้กับนาง

    “พี่จะดูแล และให้เกียรติเจ้าในฐานะฮูหยินเอกของพี่และพี่ขอสัญญาว่าชีวิตนี้พี่จะมีเพียงแค่เจ้ากับมี่เจินเป็นภรรยาของพี่เพียงสองคนเท่านั้น”หงเวยให้คำมั่นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

    “หึสัญญาอีกแล้ว ครั้งนี้ข้าจะเชื่อคำสัญญาของพี่เวยได้อีกหรือเจ้าคะคำสัญญาของพี่เวยข้ายังสามารถเชื่อถือได้อีกหรือเจ้าคะ”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับมองสบตาของหงเวยอย่างเศร้าเสียใจที่ชายคนรักของนางได้กลายมาเป็นคนไม่รักษาสัญญาเช่นนี้ได้“หากเจ้าไม่เชื่อ  พี่จะใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เองว่าเรื่องนี้พี่จะสามารถทำได้จริงหรือไม่”หงเวยที่คิดว่าตนนั้นจะไม่มีทางพาหญิงสาวผู้อื่นเข้ามาเพิ่มในชีวิตเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่หลิงม่านที่ได้ยินเช่นนั้นกับแค่นยิ้มออกมาอย่างไม่เชื่อถือกับคำพูดของชายตรงหน้า

    “พี่เวยจะพูดอะไรก็เรื่องของพี่เถอะเจ้าค่ะเพราะอย่างไรตำแหน่งว่าที่นายหญิงใหญ่ของตระกูลอินก็เป็นของข้าแล้วต่อไปพี่เวยจะพาผู้หญิงเข้ามาในบ้านกี่คนก็เรื่องของท่านเถอะเจ้าค่ะขอแค่ข้ากับลูกของข้ากับท่านได้ขึ้นมาครอบครองทุกอย่างในตระกูลอินข้าก็ไม่คิดถือสาความมักมากของท่านหรอกเจ้าค่ะ”หลิงม่านที่ไม่คิดจะปิดบังความคิดของตนเอ่ยพร้อมกับมองสบตาสามีของตนด้วยรอยยิ้มร้าย

    “นี้คือสิ่งที่เจ้าต้องการมาโดยตลอดใช่หรือไม่”หงเวยที่ไม่เคยคิดว่าหลิงม่านจะกล้าพูดกับตนเช่นนี้เอ่ยถามอย่างมีโทสะ

    “หึในตอนแรกข้าคิดอยากได้ท่านและตระกูลอินมาพร้อมกัน แต่ตอนนี้เห็นทีสิ่งที่ข้าต้องการก็คงจะมีแต่ตระกูลอินแล้วละเจ้าค่ะ”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับแสยะยิ้มให้ชายตรงหน้าของตน

    “เจ้า!”หงเวยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ให้ชี้นิ้วไปที่อดีตหญิงคนรักของตนด้วยความโกรธเคือง

    “ไม่ว่าท่านจะคิดกับข้าเช่นไรแต่สุดท้ายแล้วข้าหลินหลิงม่านผู้นี้ก็คือฮูหยินเอกของท่านข้าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายท่าน ไม่ว่าท่านจะมีสตรีอีกคนผู้หญิงที่เป็นใหญ่ที่สุดก็คือข้าและลูกชายของข้าก็จะต้องได้ทุกอย่างที่สมควรเป็นของเขาในเมื่อวันนี้ท่านพูดเองว่ารักมี่เจินเช่นนั้นต่อไปท่านก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายกับท่านนะเจ้าคะ”หลิงม่านที่กำลังอยู่ในอารมณ์เดือดดาลน้อยใจพร้อมกับความเสียใจในทีเดียวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองไปที่หงเวยที่ตอนนี้ได้แต่มองมาที่หลิงม่านด้วยสายตายากเชื่อด้วยเขาไม่คิดเลยว่าสตรีที่เขาเคยหลงรักมาหลายปีจะมีความโลภเช่นนี้

    “ตอนนี้เจ้าคงกำลังโกรธอยู่ข้าจะไม่ถือสาคำพูดของเจ้าในวันนี้ก็แล้วกันพานางไปพักที่เรือนรับรองเถอะ”หงเวยที่ไม่ต้องการปะทะอารมณ์กับหลิงม่านที่กำลังอยู่ในสภาวะอารมณ์ที่แปรปรวนหันไปเอ่ยสั่งสาวใช้ที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยน้ำเสียงเรียบ

    “เชิญทางนี้เจ้าค่ะ”สาวใช้เอ่ยพร้อมกับผายมือเชิญหลิงม่านไปด้วยท่าทางนอบน้อม

    “เฮ้อ”หงเวยที่อยู่คนเดียวถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยใจที่ชีวิตของเขาต้องมาถึงจุดนี้

    “เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ”มี่เจินที่รออยู่ที่เรือนของตนเอ่ยถามหงเวยทันทีที่เขาเข้ามาในห้อง

    “ข้าไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นไรหลิงม่านจึงจะไม่เป็นทุกข์เช่นนี้”หงเวยที่รู้สึกเป็นทุกข์ที่เขานั้นไม่สามารถจัดการเรื่องในครอบครัวของตนได้ดีเท่าเรื่องค้าขายที่ตนถนัด

    “ก็จัดการไปตามที่จะควรเป็นเถอะเจ้าค่ะคุณหนูหลินนางแต่งเข้ามาเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของท่านท่านก็ดูแลและให้เกียรตินางตามที่ควรเป็นเถอะเจ้าค่ะ”มี่เจินที่ไม่ต้องการให้ลูกของนางเข้าไปอยู่ท่ามกลางการแย่งชิงสมบัติของผู้ใดเอ่ยตอบหงเวยด้วยสีหน้าเรียบเฉย

    “แล้วเจ้าไม่ต้องการให้ลูกของเจ้าขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลอินหรือ”หงเวยเอ่ยถามพร้อมกับเดินเข้ามาโอบกอดมี่เจินที่นั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับวางคางของเขาเอาไว้ที่ไหล่บางของมี่เจินด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน

    “ก็ไม่นิเจ้าคะข้าไม่เคยคิดให้เขาเป็นผู้นำตระกูลอินต่อจากท่านแม้เพียงเสี้ยวความคิดของข้าเลยเจ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยตอบอย่างไม่ต้องคิด

    “ทำไมเล่า”หงเวยเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย

    “เป็นเพราะข้าจะไม่ขีดเส้นกรอบให้เขาเดินตามที่ข้าต้องการเจ้าค่ะหากลูกของข้าต้องการเป็นพ่อค้า ข้าก็จะสร้างกลุ่มการค้าที่ยิ่งใหญ่ให้กับเขาหากเขาต้องการเป็นเพียงขุนนางข้าก็จะหาอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมาให้กับเขาและหากเขาต้องการเป็นเพียงคุณชายธรรมดาๆข้าก็จะให้เขาได้ใช้ชีวิตตามที่เขาต้องการเช่นกันเจ้าค่ะ”มี่เจินที่รู้ดีถึงการถูกคาดหวังเอ่ยตอบพร้อมกับลูบที่ท้องน้อยของตนอย่างอ่อนโยน

    “เจ้าตามใจเขาเช่นนี้แล้วถ้าหากเขากลายเป็นคุณเจ้าสำราญเล่าเจ้าจะทำเช่นไร”หงเวยเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขเมื่อได้ยินคำตอบของมี่เจิน

    “หากเขาชอบหญิงงามข้าก็จะมอบหญิงงามหลายๆคนให้กับเขาเจ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยตอบทีเล่นทีจริงนั้นจึงทำให้หงเวยที่ได้ยินคำตอบหัวเราะออกมาเสียงดัง

    “นี้เจ้าคิดจะสร้างจอมมารน้อยหรือ”หงเวยเอ่ยถามพร้อมกับหันไปหอมแก้มของมี่เจินฟอดใหญ่

    “เขาย่อมต้องเป็นมารน้อยที่รักของข้าเจ้าค่ะ”มี่เจินที่รู้ถึงตัวตนของคนที่จะมาเกิดเป็นลูกชายของนางเอ่ยตอบออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง

    “เจ้านี้นะช่างเป็นแม่ที่ตามใจลูกจริงๆ”หงเวยเอ่ยดูเมียรักของตน

    “เขาจะเป็นมารหรือปีศาจข้าก็รักของข้านะเจ้าคะขอแค่เขาไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครเขาจะร้ายกาจกับข้าเช่นไรนั้นก็ถือว่าเขาเป็นลูกที่รักของข้าเจ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยตอบโดยที่นางไม่ได้เงยหน้าจากหน้าท้องอันแบนราบของนางเลยแม้แต่น้อย

    “เจ้าจะรักเขามากกว่าข้าไม่ได้นะ”หงเวยที่ตอนนี้เห็นว่ามี่เจินนั้นแทบจะไม่สนใจเขาเลยเอ่ยบอกมี่เจินด้วยท่าทีหยอกเหย้า

    “เขาเป็นลูกของข้าข้าก็ต้องรักเขามากกว่าท่านอยู่แล้วนะสิเจ้าคะ”มี่เจินเอ่ยตอบนั้นจึงทำให้หงเวยที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับยกยิ้มกว้างขึ้นมาด้วยความดีใจ ที่เขาได้ยินว่ามี่เจินนั้นรักเขาถึงแม้นางจะบอกว่านางรักลูกมากกว่าเขาก็ตาม

    “ยิ้มอะไรเจ้าคะเมื่อครู่ข้าบอกว่าลูกมากกว่าท่านแท้ๆ”มี่เจินที่เห็นว่าหงเวยนั้นยิ้มไม่หุบนางจึงเอ่ยถามเขาอย่างแปลกใจ

    “ข้าดีใจนะที่ได้ยินว่าเจ้ารักข้า”หงเวยเอ่ยตอบด้วยสายตาเป็นกายแห่งความสุข

    “นี้ท่านดีใจมากถึงเพียงนั้นเชียวหรือเจ้าคะ”มี่เจินเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจที่หงเวยนั้นดูจะดีใจกับคำพูดของนางมากถึงเพียงนี้

    “ย่อมเป็นเช่นนั้นสามีที่ใดบ้างละจะไม่ดีใจที่ได้ยินคำบอกรักจากผู้เป็นภรรยา”หงเวยเอ่ยตอบพร้อมกับยกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวแทบทุกซีกของเขา

    “ข้านอนแล้วดีกว่าขืนคุยกับท่านอยู่เช่นนี้เห็นทีว่าคืนนี้คงจะไม่ได้นอนแล้วละเจ้าค่ะ”มี่เจินที่เห็นว่าตอนนี้มือไม้ของหงเวยนั้นเริ่มจะซุกซนแล้วนางจึงได้เบี่ยงด้วยออกจากวงแขนแกร่งของเขาแล้วรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวของนางแล้วรีบหลับตานอนหลับหนีคนบ้ากามทันที

    “วันนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อนก็ได้นี้ข้าเห็นแก่เจ้าตัวเล็กหรอกนะ”หงเวยเอ่ยพร้อมกับล้มตัวลงนอนข้างตัวของมี่เจินแล้ววางมือของตนที่ท้องน้อยของมี่เจินด้วยสายตารักใคร่

    ยามเหม่า(05.00-06.59)

    “บ้านสกุลมี่ของเจ้าก็ดูใหญ่โตดีนิ”หลิงม่านที่บังเอิญเดินมาพบกับมี่เจินที่กำลังเดินชมสวนเอ่ยทักทายพร้อมกับจงใจมองลงไปที่หน้าท้องของมี่เจินอย่างโจ่งแจ้ง

    “ก็เพิ่งขยับขยายได้ไม่นานมานี้เจ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปโดยรอบจวนของตนด้วยสายตาภาคภูมิใจเพราะจวนแห่งนี้คือผลงานที่ได้มาจากหยาดเหงื่อของครอบครัวของนาง

    “หึหากไม่ได้ตระกูลอินบ้านสกุลมี่ของเจ้าก็คงเป็นเพียงแค่ชาวบ้านชั้นต่ำอยู่สินะ”หลิงม่านจงใจเอ่ยถึงฐานะทางสังคมของบ้านสกุลมี่เพื่อบอกให้สตรีตรงหน้าตนรู้ฐานะของนาง

    “แล้วถ้าหากตระกูลอินไม่ได้สินค้าที่สร้างโดยสกุลมี่ของเราท่านยังคิดว่าการค้าของตระกูลอินจะยังสู้กลุ่มการค้าอี้อินของข้าได้หรือ”มี่เจินที่ไม่ชอบให้ใครมาพูดกดหัวนางและครอบครัวของนางเอ่ยพร้อมกับมองสบตากับหลิงม่านอย่างไม่ชอบใจนักที่สตรีตรงหน้าคิดจะใช้สถานะทางบ้านมากดหัวนางและลูกของนาง

    “จองหองไปเถอะต่อให้เจ้าสามารถแย่งชิงความรักไปจากข้าได้ แต่เจ้าจะไม่มีวันแย่งตำแหน่งฮูหยินเอกไปจากข้าได้”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับมองไปที่มี่เจินอย่างเหยียดหยามเพราะหญิงชาวบ้านธรรมดาตรงหน้าของนางนั้นถือว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้เงาของนางไปชั่วชีวิตของนาง

    “แล้วถ้าข้าบอกว่าข้าไม่สนใจตำแหน่งที่มีแต่เปลือกนั้นท่านยังจะรู้สึกเหนือกว่าข้าเช่นนี้อีกหรือเจ้าคะสำหรับข้าแล้วตำแหน่งนายหญิงแห่งกลุ่มการค้าอี้อินนั้นดูมีภาษีมากกว่าตำแหน่งฮูหยินน้อยของตระกูลอินอยู่มากหลายสิบขุมเลยทีเดียวนะเจ้าคะเฮ้อ คุณหนูในห้องหอก็เช่นนี้ มักจะรู้สึกยินดีกับหน้าตาทางสังคมในตอนนี้ใครเขาจะไปสนใจชนชั้นทางสังคมอยู่อีกละเจ้าคะขอเพียงแค่มีเงินต่อให้ข้าต่ำต้อยเพียงใดผู้คนก็จะต้องเกรงใจข้าทั้งนั้นแหละเจ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยจบก็เดินหนีมาจากหญิงสาวตรงหน้าของตนด้วยรอยยิ้มเหนือกว่าเพราะไม่ว่าจะยุดสมัยใดเงินก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญทั้งสิ้น

     





    คล้ายกับเรื่องฮูหยินบ้านนากับคุณชายต้องสาป ที่คุณอ่าน

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505