“เสี่ยวหลินเป็คนทำเอง” ซ่งเอ้อเฉินตอบลุงว่านไปด้วยท่าทางภูมิใจในฝีมือของลูกสาวคนโตที่ทำอาหารอร่อย
“พี่ว่าน ถ้าหากจะรบกวนพี่ว่านช่วยทำโต๊ะสักสองสามตัวสำหรับวางในครัวกับเอาไว้สำหรับกินข้าวพี่จะคิดยังไง”
ซ่งเอ้อเฉินเข้าประเด็นเมื่อลูกสาวถามเขามาเื่โต๊ะ “ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลย ถ้าเหล่าซ่งไม่ได้้างานปราณีตมาก นักสักสองวันก็เสร็จแล้ว”
……..
ซ่งอันหลินมองไปที่ห้องครัวหลังใหม่ที่มุงด้วยใบจาก นางหลิวสานไว้บนโครงไม้ไผ่เป็ตับๆซ้อนกันค่อนข้างหนาแน่น โครงสร้างของห้องครัวเป็โครงไม้ไผ่พอกด้วยดินเหลืองค่อนข้างหนาแน่น แต่หลังคา..ไม่น่าจะป้องกันหิมะที่จะตกอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าได้
เนื่องจากเป็ห้องครัวจึงไม่ต้องรอเผาให้ดินละเหยความชื้นออกไปเหมือนบ้านดิน แค่รอให้ดินแห้งก็สามารถใช้งานได้แล้ว อากาศแบบนี้ถ้าฝนไม่ตกอีกสองวันดินที่ใช้สร้างห้องครัวก็น่าจะแห้งแล้ว
ตอนนี้การเปลี่ยนแปลงนโยบายของทางการยังไม่ชัดเจนหากทำอะไรบุ่มบ่ามไปอาจจะโดนตรวจสอบการร่ำรวยมากเกินไปเพียงข้ามคืนถ้าหากชาวบ้านและทางการสงสัยผลที่ได้รับอาจจะเลวร้ายเกินแก้ไข
ซ่งอันหลินภาวนาขอให้นโยบายใหม่รีบประกาศออกมาทีเถอะ เธออยากใช้เงินในระบบจะแย่แล้ว หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ..แล้วเข้าไปจัดเก็บของไว้ในห้อง
“เสี่ยวหลิน ของเยอะแยะทั้งหมดนี้ลูกเอาเงินที่ไหนมาซื้อ” นางหลิวถามลูกสาวด้วยความอยากรู้
“ก็เงินจากการขายหญ้าไงแม่ฉันบอกแม่แล้วว่ามันเป็หญ้าเทวดาเป็สมุนไพร หาหมดทั้งเมืองมันมีแค่ในหมู่บ้านของเราเท่านั้นราคามันถึงได้ดีขนาดนี้ไงล่ะแม่”
นางหลิวพยักหน้าท่าทางมีความสุขแต่ก็มีความกังวลปนอยู่บ้าง ไม่รู้ว่าถ้าชาวบ้านรู้เื่หญ้าพวกนี้ครอบครัวเธอจะเจอประณามหรือโดนทำโทษอะไรหรือไม่เพราะกฎของคอมมูนมีอะไรต้องแบ่งกันเท่ากัน ครอบครัวเธอทำรายได้จากการขายหญ้าเทวดาแบบนี้ก็ผิดกฎน่ะสิ..
"แม่..ไม่ต้องคิดมากหรอกวันนี้ฉันไปเจอเลขาของที่ว่าการเมืองมาโดยบังเอิญ เขาบอกว่าตอนนี้คอมมูนมีนโยบายผ่อนปรนเื่การค้าขายชาวบ้านทั่วไปสามารถค้าขายแลกเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องแบ่งให้คนในฝ่ายผลิตเดียวกันเหมือนเคย
ใครหาได้เท่าไหร่ก็เป็ของคนนั้น แค่สิ้นปีอาจจะต้องมีส่วนแบ่งให้กับทางการเื่นี้กำลังจะประกาศออกไปทั่วประเทศ แต่หมู่บ้านต้าเจี่ยของเราอยู่ห่างไกลเื่อาจจะยังมาไม่ถึง
ที่นาทำกินก็จะมีการแบ่งกลับคืนให้กับชาวนาเท่าๆกันตามจำนวนสมาชิกในบ้าน แม่สบายใจได้ถ้าแม่ไม่เชื่อรอฟังข่าวจากหัวหน้าหมู่บ้านอีกสองสามวันนี้เถอะ"
ซ่งอันหลินเหมือนอ่านความคิดของมารดาออก เธอพูดเื่ที่ได้ยินมาจากเลขาเฮ่าให้มารดาฟังแต่เว้นเื่ซ้อนจักรยานของเลขาหนุ่มเข้าหมู่บ้านเอาไว้..แหมไม่ต้องเล่าทุกเื่ก็ได้มั้งเนาะ
นางหลิวได้ยินบุตรสาวพูดแบบนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นและโล่งอกในคราเดียวกัน “ลูกเล่าให้พ่อฟังหรือยังเื่นี้”
“อย่าเพิ่งเลยแม่เรารู้กันแค่นี้ก่อน รอฟังข่าวอีกวันสองวันนี้แหละให้พ่อเป็คนมาเล่าให้พวกเราฟังเองดีกว่า”
นางหลิวพยักหน้าเห็นด้วย ถ้าหากเล่าให้สามีฟังแล้วมันไม่ใช่เื่จริงก็อาจจะเป็ปัญหาอีก แต่ถ้ามันเป็เื่จริงก็แค่รอให้ทางคอมมูนเป็ฝ่ายประกาศออกมาดีกว่า เื่นโยบายพวกนี้เกิดคนรู้มากไปแล้วทางคอมมูนยังไม่ประกาศอาจจะกลายเป็การปลุกปั่น ครอบครัวของเธอจะถูกเพ่งเล็งได้
ซ่งอันหลินรู้ถึงความคิดนางหลิว เพราะดูจากที่นางหลิวเงิียบไปไม่พูดอะไรต่อแสดงว่ามารดาเธอรู้หนักเบาถึงผลเสียเื่ข่าวของหน่วยงานรัฐ …ฉลาดจริงๆเสียดายที่โดนบ้านใหญ่กดตั้งหลายปี มาเถอะแม่ต่อไปนี้เราจะรุ่งโรจน์ไปด้วยกันนะแม่นะ ซ่งอันหลินคิดในใจแล้วยิ้มออกมาให้นางหลิว
……………………………
หลังจากสั่งยาประสานกระดูกจากในระบบมากินได้สามวันบวกกับการพยายามทำกายภาพบำบัดตามความรู้ที่ได้เรียนมาสมัยอยู่โลกก่อนแขนข้างที่หักก็ดีขึ้นเกือบ80% แม้จะยังหน่วงๆอยู่บ้างแต่ก็ดีกว่าเดิมมากนัก ซ่งอันหลินสั่งซื้อเครื่องสแกนร่างกายขนาดเล็กมาจากระบบ และเริ่มทำการสแกนแขนข้างที่หักเครื่องสแกนร่างกายนี้ราคาค่อนข้างสูงมากหลายแสนหยวน
แล้ว..จะทำไมล่ะก็เงินเธอมีมากมายขนาดนั้น แค่นี้ขนหน้าแข้งสวยๆของเธอไม่ร่วงหรอก ภาพจากจอพร้อมระบบวินิจฉัยอัจฉริยะที่มาพร้อมกับเครื่องได้อ่านค่าและวินิจฉัยอาการของการาเ็ให้ซ่งอันหลินฟัง หยิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ
เธอค่อยๆใช้กรรไกรตัดเศษผ้าออกจากไม้ไผ่ที่ดามแขนเธอออกเพราะเครื่องสแกนบอกแล้วว่ากระดูกประสานกันค่อนข้างดีมากสามารถใช้งานได้เกือบ80%แล้วฉะนั้นไม้ไผ่กับเศษผ้าที่เก่ารุ่งริ่งนี้ก็ไม่จำเป็อีกต่อไป
โอ้ย..ปวดท้องจะถ่ายหนักอีกแล้ว ซ่งอันหลินขนลุกทุกครั้งเมื่อนึกถึงเวลาที่ต้องปลดทุกข์เธอต้องถือจอบออกไปในพงหญ้า แล้วก็ขุดหลุมและถ่ายลงหลุมเล็กๆที่เธอขุดก่อนจะใช้กระดาษทิชชู่จากระบบมาทำความสะอาดร่างกาย วันดีคืนดีก็จะเจอผู้หญิงบ้านอื่นที่ถือจอบเดินออกมาจากพงหญ้าเดินสวนทางกันบางคนก็ทำสายตาเหยียดหยาม
หนอย..ขี้แกจะเป็ทองหรือไงยัยนี่..หล่อนก็ถือจอบเหมือนกัน ทำไมทำท่าเหมือนกับใครจะดูไม่ออกว่าหล่อนไปไหนมา บ้าบอ..แม้แต่ไปขี้ยังมีการข่มกัน ไหนยะคนชนบทสมัยก่อนที่จิตใจซื่อตรงและบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ซ่งอันหลินอยากจะกระชากหัวพวกที่เล่าเื่ของยุคปฎิวัติที่ลวงโลกเ่าั้มาอยู่ที่นี่ด้วยจะได้เจอกับความบริสุทธิ์ให้หนำใจ
เธออยากได้ห้องน้ำ!!!!!!!!!!! หญิงสาวะโลั่นในใจ แต่..ช่วยไม่ได้ยังไงก็ต้องไปหาจอบ
………………….
หลังจากการสอบถามเื่นโยบายที่ต้องแจ้งให้กับประชาชนในเขตพื้นที่ชนบทต้องรับรู้ เลขาเฮ่าก็วิเคราะห์เหตุการณ์ได้ถูกจริงๆเสียด้วยตำบลแห่งนี้มีเลขาของตำบลคิดคอรัปชั่นโดยการจงใจไม่แจ้งเื่ไปส่วนการผลิตรายย่อยของหมู่บ้านที่ห่างไกล เพราะ้าให้จบฤดูกาลเก็บเกี่ยวแล้วจะเอาส่วนต่างของผลผลิตเก็บเอาไว้เองในครอบครัว
เขามองออกแต่ก็ไม่ได้ร้องเรียนเพราะยังไม่ได้ทำการสำเร็จธัญพืชยังไม่ถูกแจกจ่ายความผิดยังไม่สำเร็จ แค่การคาดเดาจึงเอาผิดไม่ได้ อีกอย่างเขาลงมาในเขตชนบทตัวคนเดียวไม่มีพรรคพวกหนุนหลังหากเกิดเหตุร้ายกับเขาคงยากที่จะปกป้องตัวเองได้
“หัวหน้าหม่า ทางที่ทำการเมืองส่งเื่มาให้เกือบเดือนแล้วทำไมยังไม่ประกาศออกไปอีก คุณทำให้ท่านผู้ว่าการเมืองผิดหวังแล้วนะ แล้วแบบนี้ผมจะกลับไปรายงานท่านว่ายังไงท่านผู้ว่าตง ท่านยิ่งเป็คนตงฉินและเคร่งครัดกฎระเบียบอยู่ด้วยสิ”
เลขาเฮ่ากล่าวอย่างเคร่งขรึม ส่วนทางด้านหัวหน้าหม่าถึงกับเหงื่อตก ทำไมเขาจะฟังจากคำพูดของไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี้ไม่ออก แต่ยังดีที่มันยังเหลือทางรอดให้เขาอีกทางหนึ่งนับว่ายังไม่ร้ายแรง เขาคิดไม่ออกเลยถ้าหากว่าเื่แผนการดึงประกาศนโยบายของพรรคคอมมูนให้ล่าช้าของเขาเข้าไปถึงหูของทหารแดง เขาจะโดนสำเร็จโทษยังไงบ้าง
คนหนุนหลังของเขาก็เกษีนณอายุไปแล้วและเหลืออีกแค่ปีเดียวเขาก็จะเกษียณอายุแล้วประจบเ้าเด็กหนุ่มหน้าขาวนี้สักหน่อยคงดีกว่า
“ผมยอมรับผิดครับเลขาเฮ่า ได้โปรดให้โอกาสผมด้วยผมอายุมากแล้วก็หลงๆลืมๆแต่ผมรับรองว่าภายในวันนี้ผมจะเรียกประชุมผู้นำหมู่บ้านในตำบลนี้มารับนโยบายโดยด่วนและจะกำชับให้พวกเขาประชุมกับทีมฝ่ายผลิตทุกคนในวันเดียวกันให้แล้วเสร็จครับ”
ตอนนี้เป็เวลาเช้ายังไงก็ยังทันแม้ชาวบ้านจะรับรู้ดึกไปหน่อยแต่ก็ดีกว่าล่าช้า เลขาเฮ่าพยักหน้าแล้วให้หัวหน้าหม่าเซ็นเอกสารรับรู้ว่าได้รับนโยบายแล้ว เขาจึงจะวางใจกลับไปที่ทำการเมืองได้