เมื่อเจอกับหมัดแสงทองระลอกสอง จางเฉินไม่มีโล่กำบังแล้ว ทำอย่างไรดี
กำปั้นสีทองที่มีอานุภาพน่ากลัวแฝงเร้นอยู่ ความเร็วยิ่งยวดมาถึงตรงหน้าเขาในเสี้ยววินาที
จางเฉินชักกระบี่ข้างเอวออกมา ใช้เพลงกระบี่เปลวอัคคีลูกไฟอุณหภูมิสูงรายล้อมกระบี่ พุ่งไปหาหมัดสีทองพร้อมกับอานุภาพที่รุนแรงยิ่งนัก
ตูม!
กระบี่เปลวอัคคีกับหมัดสีทองชนกัน พลังงานน่ากลัวะเิ
การม้วนตัวไปทั่วของเปลวไฟทำให้แผ่นดินห้าจั้งไหม้เกรียมในพริบตาซ้ำร้ายพลังของหมัดสีทองยังทำให้ผืนพสุธาแตกร้าว ทำให้แผ่นดินทรุดลงไป
จางเฉินที่อยู่ตรงศูนย์กลางของะเิกำบังหมัดะเืขุนเขาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว
คลื่นพลังของะเิพุ่งชนร่างกายของเขาทำให้เขาถอยหลังกรูด
าแของเขาถูกฉีกจนเหวอะหวะในตอนนั้นทันทีเืเริ่มไหลไม่หยุด
จางเฉินไม่คิดเลยว่าเขาจะถูกอันหลินบีบคั้นจนถึงขั้นนี้
มองจากลมปราณของอีกฝ่ายแล้วทั้งที่เป็แค่นักพรตกายแห่งมรรคขั้นแปดเท่านั้นแต่พลังเซียนที่รุนแรงจนน่ากลัวของเขามันเื่อะไรกันแน่!
ขณะที่จางเฉินกำลังตะลึงงัน หมัดสีทองอีกระลอกก็โผล่เข้ามาในการมองเห็นของเขา
“หมัดะเืขุนเขา!”
อันหลินคำรามลั่น ปล่อยหมัดสีทองออกไปทันใด...
“ไอ้เซียนบ้า! เ้าใช้พลังเซียนวิชานี้ไม่ต้องพักหรือไง!”จางเฉินผรุสวาท
เขารู้สึกเหมือนมีแพะนับหมื่นเหยียบย่ำผ่านร่างกายไปทั้งหมดคำพูดและสิ้นหวัง!
อันหลินก็อยากจะหยุดพักเช่นกัน...
อันที่จริงเขาปล่อยหมัดะเืขุนเขาสองครั้งติดต่อกัน ก็ใช้พละกำลังแทบจะหมดทั้งร่างกายแล้ว
แต่เขารู้ว่าในเวลาคับขันแบบนี้ เขาจะหยุดไม่ได้ ให้โอกาสอีกฝ่ายได้หายใจหายคอไม่ได้
ดังนั้นเขาจะใช้พลังเสี้ยวสุดท้ายในร่างกายจนหมด ปล่อยหมัดะเืขุนเขาครั้งที่สาม!
หมัดสีทองที่สาม ทำให้จางเฉินเกิดความรู้สึกไร้ความหวัง
เขาพยายามใช้กระบี่ขัดขวางสุดชีวิต ทว่าแรงมหาศาลกลับทะลุผ่านกระบี่ะเิบนตัวเขา
ตูม!
จางเฉินรู้สึกถึงความเ็ปปานจะขาดใจราวกับร่างกายของเขาถูกหมัดกระแทกจนแตกสลายแล้ว ไม่มีที่ใดที่ไม่ปวดไม่มีจุดไหนไม่สั่นเทิ้ม
ตุบ
ร่างกายของเขาล้มลงไปการมองเห็นเริ่มเลือนราง แสงทองคุ้มกันปรากฏขึ้นรอบตัวเขา
จางเฉินรู้สึกว่าช่างลวงโลกเหลือเกินเขาเป็ลูกศิษย์อัจฉริยะแห่งสำนักเขาเปลวอัคคี พร์ล้ำเลิศครองสุดยอดวิชาของสำนักหลายชนิด แต่ไหนแต่ไรมามีแค่เขาที่จัดการผู้อื่นข้ามขั้นเคยแพ้คนอื่นข้ามขั้นที่ไหนกัน
แต่วันนี้ เขาแพ้ข้ามขั้นแล้วจริงๆแถมยังแพ้ให้กับศิษย์น้องกายแห่งมรรคขั้นแปดคนหนึ่ง ระดับพลังยุทธ์แตกต่างกันถึงสองขั้นเชียวนะ...
หลังอันหลินปล่อยหมัดะเืขุนเขาที่สามออกไปก็คุกเข่าลงกับพื้นอย่างหมดแรง
เมื่อเขาเห็นแสงทองคุ้มกันบนตัวจางเฉินก็โล่งใจได้สักที ใบหน้ามีรอยยิ้มกระหยิ่มอิ่มใจปรากฏขึ้น
“ต้าไป๋ ข้าแก้แค้นให้เ้าแล้ว!” อันหลินวิ่งไปหาต้าไป๋แล้วพูดขึ้น
ต้าไป๋นอนอยู่บนก้อนหินที่แตกกระจายดวงตาดำขลับจ้องมองอันหลิน ร้องครวญครางเสียงเบา
อันหลินสังเกตเห็นว่าอาการของต้าไป๋ผิดปกติลมหายใจของมันเบาบางยิ่งกว่าเดิม ซ้ำยังมีเืทะลักออกจากปากของมัน
“ต้าไป๋ เ้าไม่เป็ไรใช่ไหม!” อันหลินอุ้มต้าไป๋ขึ้นทันทีเพื่อตรวจสอบอาการของมันให้ละเอียด
ไม่รู้เพราะอะไร อันหลินไม่สามารถตรวจสอบสภาพภายในร่างกายของต้าไป๋ได้ราวกับมีอะไรบางอย่างปิดกั้น
ทำยังไงดี...
ลมหายใจของต้าไป๋รวยรินลงทุกทีหากเป็เช่นนี้ต่อไปมันต้องตายขึ้นมาจริงๆ แน่!
อันหลินกระวนกระวายใจยิ่งนัก เขาใช้พลังเซียนสายรักษาไม่เป็ทำได้แค่ใช้เศษผ้าช่วยปิดผ้าให้ต้าไป๋ลวกๆ เท่านั้น
แต่หลักๆแล้วต้าไป๋ช้ำใน ทำแบบนี้ไม่ได้ทำให้อาการาเ็ของมันคลี่คลายลงมากนัก
“อาจารย์! สุนัขตัวนี้จะไม่ไหวแล้วช่วยมันหน่อยได้ไหม หรือไม่ก็ส่งมันกลับไปรักษา!”
อันหลินะโต่อเขตแดนเหนือฟ้าสูงเขารู้ว่ามีอาจารย์กำลังจับตามองสถานการณ์ในสนามรบอยู่ตรงนั้นฉะนั้นจึงทำได้แค่ฝากความหวังไว้กับอาจารย์
แต่ช่างน่าเสียดายไม่มีการตอบกลับใดๆ จากเขตแดนกลางอากาศ
อันหลินผิดหวังเป็อย่างยิ่งอุ้มต้าไป๋อย่างไม่รู้ควรทำอย่างไรดี
“ต้าไป๋ เ้ามีอะไรจะสั่งเสียไหม”
อันหลินมองต้าไป๋ที่สะบักสะบอมในอ้อมอก เอ่ยถามอย่างเป็ห่วงเป็ใย
ต้าไป๋“…โฮ่ง!”
อันหลิน “…”
อันหลินไปล่ากระรอกมาอีกตัว ยื่นมันให้ต้าไป๋
“ต้าไป๋ กินกระรอกบำรุงร่างกายสักหน่อยเถอะนะ!”
ต้าไป๋ “…”
ต้าไป๋แยกเขี้ยว สะบัดหน้าหนี มันไม่อยากเห็นอันหลินก่อนตายแล้ว
แมวต่างหากที่กินหนูโยนหนูให้มันกิน นี่มันหยามเกียรติสุนัขไม่ใช่หรือไง!
อาจารย์เซียนกลางอากาศ เป็เซียนกระบี่สวมชุดขาว เหน็บกระบี่ไว้ข้างเอว
เขาชื่อเซียนกระบี่มิ่งหยวน เชื่อว่าสรรพสิ่งสรรพสัตว์ย่อมมีชะตาเป็ของตัวเองฝืนไม่ได้ แก้ไขไม่ได้
แน่นอนว่าเซียนกระบี่มิ่งหยวนได้ยินคำอ้อนวอนของอันหลินแต่ในเมื่อสุนัขตัวนี้มาถึงป่าพันยอดโดยที่ไม่มีใครอธิบายได้เช่นนั้นนี่ก็คือชะตาของมัน เขาจะไม่ฝืนเปลี่ยนแปลงชะตาเด็ดขาด
“ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็ชะตาฟ้าลิขิต” เซียนกระบี่มิ่งหยวนพยักหน้าพูดอย่างจริงจัง
ข้อมูลสถิติของอันหลินที่อยู่ข้างๆถูกเขาแก้ไขใหม่แล้ว
อันหลินค่าพลัง 205 ค่าความดี 380
...
จากนั้น อันหลินก็เจอกับนักเรียนกายแห่งมรรคขั้นเก้าอีกครั้ง
เขาตามมาจากคลื่นของการต่อสู้ อันหลินกับเขาเปิดศึกครั้งใหญ่ ปล่อยหมัดะเืขุนเขาติดต่อกันสองครั้งในที่สุดก็เอาชนะนักเรียนคนนั้นได้
ติ้ง!
เสียงกังวานดังสะท้อนก้องในสมอง มันเป็เสียงแจ้งเตือนว่าเขาทำภารกิจสำเร็จ
เพียงครู่เดียวอันหลินก็รู้สึกได้ว่ากระดูกทั่วร่างดังกรอบแกรบ เ็ปรวดร้าว
ความเ็ปแบบนี้ราวกับจะฉีกร่างของเขาให้เป็ชิ้นๆเขาหยัดยืนไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงนอนกอดตัวเองบนพื้น
พลังปราณฟ้าดินหลั่งไหลหล่อหลอมร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง
เจ็บจังเลย! ทำไมเจ็บขนาดนี้!
ในใจอันหลินสับสนอลหม่าน ทั้งๆ ที่ตอนเลื่อนจากขั้นเจ็ดเป็แปดความเ็ปไม่ได้รุนแรงขนาดนี้
ขณะนั้นเองจู่ๆ ก็มีพายุหมุนปราณขนาดมหึมาปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า มันเป็เหมือนกรวยปกคลุมรัศมีหนึ่งร้อยจั้ง แฝงด้วยอานุภาพอันยิ่งใหญ่
บนท้องนภาเซียนกระบี่มิ่งหยวนจ้องพายุหมุนปราณนั่นไม่วางตา ตะลึงพรึงเพริด
“คลื่นพลังชีวิตที่รุนแรงปานนี้แถมยังแฝงลมปราณของจิติญญาแห่งสรรพสิ่งอีกด้วย เป็ความผันผวนยามกายแห่งมรรคทะลวงขั้นไปสู่ระดับหล่อเลี้ยงิญญา! จริงหรือนี่ นักเรียนอันหลินจะทะลวงขั้นงั้นหรือ”
เซียนกระบี่มิ่งหยวนเบนสายตาไปที่พื้นดินจดจ้องชายหนุ่มที่กลิ้งไปกลิ้งด้วยความเ็ปคนนั้น
ศูนย์กลางของพายุหมุนปราณบนท้องฟ้าอยู่เหนือตำแหน่งที่อันหลินอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย
“ไม่สิ!แม้อันหลินจะทะลวงขั้นแต่ตอนนี้เขาเป็กายแห่งมรรคขั้นแปดเลื่อนสู่ขั้นเก้าทำไมถึงได้มีปรากฏการณ์ทะลวงขั้นของระดับหล่อเลี้ยงิญญาเกิดขึ้นเล่า”
เซียนกระบี่มิ่งหยวนไม่เข้าใจพายุหมุนปราณลูกนี้ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย...
หรือจะมีพวกตัวประหลาดสามารถเลื่อนขั้นทีเดียวได้ถึงสองขั้นอยู่จริงๆ
พายุหมุนปราณกับพลังแห่งสรรพสิ่งเริ่มรวมตัวกันบริเวณที่อันหลินอยู่
พลังลูกนี้บ้าระห่ำอย่างยิ่งมหาศาลอย่างมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็สิ่งที่จะมีเฉพาะในระดับหล่อเลี้ยงิญญาเท่านั้น
เซียนกระบี่มิ่งหยวนเพ่งมองข้างล่างพูดตะกุกตะกักว่า “เป็...เป็ไปไม่ได้...”
เป้าหมายของพลังเหล่านี้เป็ต้าไป๋ที่เ็ปจนกลิ้งไปกลิ้งมาข้างๆ อันหลิน...