ทำไมจึงต้องให้ลวี่จูเอ๋อร์ยืนชมทัศนียภาพอยู่ข้างนอกน่ะหรือ? คิดว่าเป็เพราะทัศนียภาพในสวนสมุนไพริญญางดงามงั้นหรือ? ไม่ใช่เช่นนั้นเลย ทัศนียภาพในสวนสมุนไพริญญาต่อให้งดงามเพียงใดก็ย่อมเทียบไม่ได้กับตำหนักหลักแห่งเทือกเขาเฟิ่งหวงซึ่งเป็ที่ประทับของคุณหนูใหญ่
สถานที่แห่งนั้นทั้งทัศนียภาพรและปราณิญญาหนาแน่นที่สุดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ในฐานะสาวใช้คนสนิทของจีเฟิ่งเหยียน ลวี่จูเอ๋อร์ย่อมเคยเห็นความยิ่งใหญ่มานับครั้งไม่ถ้วน
เหตุผลที่เฉินฉางอันคืนป้ายคำสั่งและให้ลวี่จูเอ๋อร์รออยู่ด้านนอกชั่วครู่นั้น แน่นอนว่าเพื่อวางแผนล่อศัตรู!
หากให้สาวใช้คนสนิทอย่างลวี่จูเอ๋อร์เป็ผู้ประกาศการขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ดูแลสามตระกูลจีต่อหน้าฝูงชนย่อมไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน
ทว่าหากทำเช่นนั้นบรรดาหูตาที่แฝงตัวอยู่ในสวนสมุนไพริญญาจะยอมเผยตัวออกมาได้อย่างไร? หูตาเหล่านี้มีทั้งสมุนของผู้ดูแลสามคนเก่าที่ตายไปแล้ว และยังมีสายลับของผู้ดูแลใหญ่กับผู้ดูแลรองปะปนอยู่ด้วย
ลองคิดดูเถิด ข้ารับใช้ที่ต่ำต้อยที่สุดในตระกูลจีอย่างเขา อยู่ดี ๆ กลับพลิกผันกลายเป็ผู้ดูแลสาม ฐานะและตำแหน่งเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือ คนพวกนี้จะยอมสยบให้ด้วยใจจริงอย่างนั้นหรือ?
เฉินฉางอัน้าใช้โอกาสนี้สร้างบารมี ขุนนางใหม่ไฟแรงหากไม่สร้างความน่าเกรงขามไว้จะปกครองสวนสมุนไพริญญาที่กว้างใหญ่แห่งนี้ได้อย่างไร?
แทนที่จะหยิบยืมอำนาจของคุณหนูใหญ่ เฉินฉางอันปรารถนาจะใช้วิธีของตนเองมากกว่า ไม่ว่าจะเป็คนของใครหากผู้ใดไม่ยอมสยบก็จะตีจนกว่ามันจะสยบ หากตีแล้วยังไม่สยบก็จะตีให้มันกลายเป็คนพิการไปเสีย!
ในตระกูลจีแม้จะไม่สามารถฆ่าคนได้ตามใจชอบ แต่การทำให้แขนขาหักหรือพิการไปครึ่งตัวนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก อย่างไรเสียหากหาวิธีประสานฤทธิ์โอสถไม่พบเขาก็มีชีวิตเหลืออยู่อีกเพียงห้าวันเท่านั้น เฉินฉางอันจะกลัวอะไร? จะกลัวไปเพื่ออะไรกัน!
เฉินฉางอันถีบประตูสวนสมุนไพริญญาจนเปิดออก แล้วเดินเข้าไปด้วยท่าทางโอหังและวางอำนาจยิ่งนัก
สมุนไพริญญาและโอสถต่าง ๆ ที่เก็บเกี่ยวได้จากไร่ิญญานับร้อยหมู่ในเทือกเขาเฟิ่งหวงจะถูกส่งมายังสวนสมุนไพริญญาเพื่อทำความสะอาดและคัดแยก
ความหนาแน่นของปราณิญญาที่นี่จัดว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของเทือกเขาเฟิ่งหวงเป็รองเพียงตำหนักหลักเท่านั้น และทัดเทียมกับที่พักของผู้ดูแลใหญ่และผู้ดูแลรอง ดังนั้นโม่เซิ่งผู้ดูแลสามคนก่อนเพื่อความสะดวกในการฝึกตนและเพื่อยักยอกผลประโยชน์เขาจึงย้ายมาพำนักอยู่ในสวนสมุนไพริญญาแห่งนี้โดยตรง
ทันทีที่เฉินฉางอันก้าวเท้าเข้าสู่สวนสมุนไพริญญา เขาก็ตกเป็เป้าสายตาของเหล่าข้ารับใช้ในสวนทันที
"เฉินฉางอัน? ข้ารับใช้ชั้นต่ำอย่างเ้ากล้าบุกรุกเข้าสวนสมุนไพริญญา รนหาที่ตายโดยแท้!"
เสียงหัวเราะอันดุร้ายดังขึ้นจากเบื้องหน้า เฉินฉางอันเงยหน้ามอง พบชายร่างกำยำที่มีกล้ามเนื้อเป็มัด ๆ จ้องมองเขาด้วยสายตาหยอกล้อราวกับแมวหยอกหนู
คนผู้นี้มีนามว่า ‘หม่าอัน’ มีตำแหน่งสูงในสวนสมุนไพร และนับเป็คนสนิทของโม่เซิ่งผู้ดูแลสามคนก่อน ปกติโม่เซิ่งมักจะพาหน่วยองครักษ์ออกไปวางอำนาจด้านนอก สวนสมุนไพริญญาแห่งนี้จึงมอบให้หม่าอันและพวกเป็ผู้ดูแลจัดการ
"หม่าอัน ข้าไม่เห็นจำได้ว่าในตระกูลจีมีกฎข้อไหนห้ามข้ารับใช้เข้าสวนสมุนไพริญญานะ"
เฉินฉางอันแสร้งทำเป็เกาหัว ทำท่าทางประหนึ่งพวกบ้าตำราที่ยึดถือเหตุผลดูไร้เดียงสายิ่งนัก
"ฮ่า ๆ ไอ้เด็กโง่ เ้ายังกล้ามาพูดเื่กฎกับข้าหม่าอันอีกหรือ?"
หม่าอันหัวเราะอย่างลำพองใจพลางก้าวเท้าเข้าหาเฉินฉางอัน กล้ามเนื้อในกายสั่นไหวจนกระดูกส่งเสียงกรีดร้อง ปราณจากขั้นโลหิตหลอมรวมปราณในขอบเขตสามัญระดับสองพุ่งเข้ากดดันเฉินฉางอันเบื้องหน้า
"เ้าไม่รู้หรือว่าในสวนสมุนไพริญญาแห่งนี้ นอกจากผู้ดูแลสามแล้วคำพูดของข้าก็คือกฎ!"
ในขณะที่หม่าอันขยับเข้าใกล้ ชายฉกรรจ์คนอื่น ๆ ก็กางแขนล้อมกรอบเข้ามาจากทุกทิศทางด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
เฉินฉางอันขมวดคิ้ว "หม่าอัน เ้าคิดจะทำอะไร? ที่นี่คือสวนสมุนไพริญญานะ"
"คิดจะทำอะไรน่ะหรือ? พี่หม่าของข้าคิดจะทำอะไร จำเป็ต้องให้ข้ารับใช้ชั้นต่ำอย่างเ้ามาชี้นิ้วสั่งด้วยหรือไร?"
เสียงเยาะเย้ยดังขึ้นจากด้านหลัง คนที่พูดมีนามว่า ‘จางเถา’ ปกติมักจะทำตัวสนิทสนมกับผู้ดูแลใหญ่
"พี่หม่า ข้าได้ยินมาว่าไอ้เด็กนี่แอบฝึกฝนอยู่ที่หลังเขาบ่อย ๆ และยังเก็บออมเงินมาสิบกว่าปีเพื่อหวังจะทะลวงขั้นโลหิตหลอมรวมปราณด้วย"
ยามที่เอ่ยถึงคำว่า ‘เงิน’ ดวงตาของจางเถาก็เปล่งประกายออกมา
"ทำไม? คิดอยากจะพลิกตัวจากข้ารับใช้ชั้นต่ำมาเป็ข้ารับใช้ชั้นสูง เพื่อจะมาแทนที่พี่หม่าของข้าอย่างนั้นหรือ?"
สิ้นคำพูดนี้หม่าอันก็ขมวดคิ้วแน่น พลางหอบหายใจหนักหน่วง
"จงส่งเงินออกมา! มิฉะนั้นเพียงแค่เ้าบุกรุกสวนสมุนไพริญญา ข้าก็จะหักขาของเ้าเสีย"
เมื่อเห็นผู้คนล้อมเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ เฉินฉางอันเลิกคิ้วขึ้น ทว่าเขากลับทำราวกับไม่ได้ยินคำพูดของหม่าอัน เขาก้าวเดินไปหาโสมร้อยปีที่วางผึ่งแดดอยู่ด้านข้าง
"พวกเ้าพูดถูกแล้ว สิบกว่าปีมานี้ข้าเก็บสะสมเงินไว้ไม่น้อยจริง ๆ "
เฉินฉางอันหยิบโสมร้อยปีที่มีสีขาวราวกับหิมะขึ้นมาต้นหนึ่ง ััได้ถึงพลังชีวิตอันมหาศาลที่บรรจุอยู่ภายใน ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน เฉินฉางอันกลับส่งโสมนั้นเข้าปากเคี้ยวและกลืนกินมันลงไปต่อหน้าฝูงชน
ก่อนหน้านี้เขาต้องเก็บออมเงินถึงสิบกว่าปี เพียงเพื่อจะซื้อโสมร้อยปีสักต้นเพื่อหวังจะทะลวงขั้นโลหิตหลอมรวมปราณ ‘ยอมเป็ขอทาน ดีกว่าเป็ข้ารับใช้ของใคร’ ปณิธานนี้ทำให้เขาสะดุ้งตื่นจากความฝันอยู่ทุกคืน
ทว่าในยามนี้เขาคือผู้ดูแลสวนสมุนไพริญญา โสมร้อยปีเหล่านี้เขาจะกินเท่าไหร่ก็ย่อมได้ อยากกินอย่างไรก็กิน นี่คืออำนาจ นี่คืออำนาจที่ได้มาจากความแข็งแกร่ง!
เมื่อััได้ถึงฤทธิ์โอสถของโสมร้อยปีที่หลอมละลายในกาย เฉินฉางอันก็ยกยิ้มที่มุมปาก ต้องยอมรับว่าเขาพึงพอใจกับความรู้สึกนี้ยิ่งนัก
"ฮ่า ๆ เฉินฉางอัน เ้าช่างกินดีหมีหัวใจเสือมาโดยแท้ ถึงกับกล้าแอบกินโสมร้อยปีในสวนสมุนไพริญญา"
‘หลินหย่งโซ่ว’ ที่คอยสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ เดินออกมา
"หม่าอัน จางเถา หากไอ้เด็กนี่แค่บุกรุกสวนสมุนไพรพวกเราอย่างมากก็แค่หักมือมันข้างหนึ่ง แต่ยามนี้มันเสียสติไปแล้ว ถึงกับกล้าแอบกินสมุนไพริญญาต่อหน้าทุกคนความผิดนี้คือโทษถึงตาย!"
หลินหย่งโซ่วคือหลานชายของผู้ดูแลรอง และเป็ยอดฝีมือขั้นโลหิตหลอมรวมปราณเช่นกัน เขาถูกส่งมาอยู่ที่สวนสมุนไพริญญาเพื่อคอยถ่วงดุลอำนาจโม่เซิ่ง ผู้ดูแลสามคนก่อนแม้จะรู้ว่าหลินหย่งโซ่วเป็คนของผู้ดูแลรองแต่ก็ไม่อาจลงมือกำจัดทิ้งได้โดยตรง เพราะหากลงมือย่อมหมายถึงการแตกหักอย่างสิ้นเชิง
ในทำนองเดียวกันผู้ดูแลสามเองก็ส่งหูตาแฝงเข้าไปในสวนสัตว์อสูรและหน่วยองครักษ์เช่นกัน ซึ่งผู้ดูแลใหญ่และผู้ดูแลรองต่างก็เลือกที่จะหลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่ง พวกเขาไม่ได้หวังว่าหูตาเหล่านี้จะทำประโยชน์อะไรได้มากมายในยามคับขัน แต่การมีอยู่ของคนเหล่านี้คือการคอยเฝ้าระวังซึ่งกันและกัน และหากสืบข่าวเล็ก ๆ น้อย ๆ มาได้ก็นับว่าดียิ่ง
ทว่าสำหรับเฉินฉางอันในยามนี้ สิ่งที่เขา้าคือการแตกหักอย่างสิ้นเชิง!
"ไม่ต้องพูดมากความกับมัน ลงมือเลย!"
จางเถาก้าวเท้าขึ้นมาเป็คนแรก ขวางหน้าเฉินฉางอันไว้
"แอบกินสมุนไพริญญา ข้าจะหักแขนหักขาเ้าเสีย ต่อให้เื่ไปถึงหูคุณหนูใหญ่ข้าก็ไม่กลัว!"
ฟึ่บ!
สิ้นคำพูด จางเถาก็เหวี่ยงหมัดขนาดมหึมาพุ่งเข้าใส่ศีรษะของเฉินฉางอันอย่างรุนแรง ในฐานะที่เขาอยู่ในขั้นโลหิตหลอมรวมปราณเขาคิดว่าการจัดการเฉินฉางอันนั้นเป็เื่ที่ง่ายดายยิ่ง
‘มนุษย์วางแผน ์ลิขิต ชีวิตคนฟ้ากำหนด’ เสียงฉีกขาดของอากาศดังขึ้น จางเถาราวกับได้ยินเสียงกะโหลกของเฉินฉางอันแตกละเอียดซึ่งนั่นทำให้เขาตื่นเต้นอย่างที่สุด
"เ้าเฉินฉางอันเกิดมาก็เป็ข้ารับใช้ที่ต่ำต้อยที่สุดในตระกูลจี เหมือนกับพ่อที่ตายไปแล้วของมัน สมควรแล้วที่จะถูกเหยียบอยู่ใต้ฝ่าเท้าให้พวกเราข่มเหงรังแก!"
ฟึ่บ!
ทว่าในตอนที่หมัดกำลังจะัักับศีรษะของเฉินฉางอัน ร่างของจางเถากลับงอตัวประหนึ่งกุ้ง ทันใดนั้นเขาก็กระอักโลหิตออกมาและปลิวไปไกลหลายจั้ง
"ขั้นโลหิตหลอมรวมปราณก็บังอาจมาพูดเื่หลักการกับข้า? ใครมอบความกล้าให้เ้ากัน!"
เฉินฉางอันเก็บเท้ากลับมายืนตระหง่าน มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มเ็า ในเมื่อพวกตัวตลกเผยตัวออกมาหมดแล้วก็ไม่มีความจำเป็ต้องรออีกต่อไป
เขากลืนโสมร้อยปีทั้งต้นลงไปพลางชี้นิ้วไปยังหม่าอัน หลินหย่งโซ่ว และคนอื่น ๆ อีกสิบกว่าคนที่อยู่ด้านหลัง เขาชูนิ้วกวักเรียกพร้อมกับปลดปล่อยกลิ่นอายขั้นหลอมกายากระดูกเหล็กออกมาในพริบตา
"เข้ามาพร้อมกันเลย!"
ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึง
"ขั้นหลอมกายากระดูกเหล็ก! เฉินฉางอันเ้าถึงกับทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมกายากระดูกเหล็ก ไม่… เป็ไปไม่ได้!"
หม่าอันและหลินหย่งโซ่วชี้หน้าเฉินฉางอันด้วยความรู้สึกอึดอัดถึงขีดสุด
"พวกเรา! ขั้นหลอมกายากระดูกเหล็กก็สูงกว่าพวกเราเพียงระดับเดียว มีพลังเพียงหนึ่งม้าก็นับว่ามากแล้ว พวกเรามีคนมากกว่ารุมเข้าไปพร้อมกันเลย!"
"จับตัวเฉินฉางอันได้ผู้ดูแลสามจะให้รางวัลอย่างงามแน่นอน!"
"จับตัวเฉินฉางอันได้ คุณหนูใหญ่จะให้รางวัลอย่างงามแน่นอน!"
ภายใต้รางวัลล่อใจ ย่อมมีคนโง่เขลา!
เมื่อเผชิญกับผู้คนสิบกว่าคนที่พุ่งเข้ามา เฉินฉางอันกลับก้าวเท้าสวนเข้าไป พละกำลังม้าพยศหกสิบตัวภายในกายะเิออกมาทันที เขาพุ่งเข้ากลางฝูงคนเหวี่ยงหมัดจัดการทีละคนราวกับหั่นผักปลา
กร๊อบ!
เฉินฉางอันหักแขนทั้งสองข้างของหม่าอันอย่างอำมหิต!
ปัง!
เขาถีบเท้าเดียวจนกระดูกหัวเข่าของหลินหย่งโซ่วแตกละเอียด
ครืน!
เขาคว้าขาของจางเถา แล้วเหวี่ยงร่างของมันฟาดลงบนพื้นหินสีเขียวที่แข็งแกร่งใต้ฝ่าเท้าโดยตรง
ตู้ม! ตู้ม!! ตู้ม!!!
ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ผู้คนที่พุ่งเข้ามากลุ้มรุมโจมตีต่างล้มลงไปนอนกองกับพื้น บ้างกุมขา บ้างกุมแขน ร้องโหยหวนด้วยความเ็ป เหล่าข้ารับใช้อื่น ๆ ที่เหลืออยู่ต่างมองเฉินฉางอันด้วยความหวาดกลัวอย่างลึกซึ้ง
"เฉินฉางอัน รอ... รอผู้ดูแลสามกลับมาก่อนเถิด" หม่าอันที่ถูกเหยียบอยู่กับพื้นจ้องมองเฉินฉางอันด้วยความอาฆาตพร้อมเอ่ยข่มขู่
"เ้า... เ้าต้องตายแน่!"
กระดูกหัวเข่าทั้งสองข้างของหลินหย่งโซ่วแตกละเอียด ความเ็ปทำให้เขาเกือบจะสลบไปทว่าเขาก็ยังไม่ลืมที่จะเอ่ยข่มขู่
"เฉินฉางอัน ข้า... คือคนของผู้ดูแลรอง เ้าจงรอรับการแก้แค้นที่ไม่มีสิ้นสุดของผู้ดูแลรองได้เลย!"
จางเถาสลบเหมือดไปนานแล้ว มิฉะนั้นในยามนี้เขาย่อมต้องโผล่ออกมาอ้างชื่อของผู้ดูแลใหญ่ที่โด่งดังแน่นอน
"ต้องตายแน่อย่างนั้นหรือ? เหอะ!"
เฉินฉางอันหยิบโสมร้อยปีขึ้นมาอีกต้น แล้วส่งเข้าปากเคี้ยว รสชาตินี้ดีกว่าหัวไชเท้าจริง ๆ
แปะ แปะ แปะ!
เขาสะบัดมือตบเข้าหากันเป็การให้สัญญาณไปที่นอกประตู ก่อนจะเอ่ยเรียบ ๆ
"ลวี่จูเอ๋อร์ เข้ามาบอกพวกมันทีว่าใครคือเ้านายของสวนสมุนไพริญญาแห่งนี้"
ประตูจวนที่ปิดสนิทถูกเปิดออก พร้อมกับฝีเท้าที่นุ่มนวล ลวี่จูเอ๋อร์ในชุดกระโปรงสีเขียวก็พริ้วกายเข้ามา
ลวี่จูเอ๋อร์ชายตามองเฉินฉางอันด้วยความรู้สึกหมั่นไส้เล็กน้อย นางที่เป็ถึงสาวใช้คนสนิทของคุณหนูใหญ่ แม้แต่ผู้ดูแลใหญ่พบหน้ายังต้องให้เกียรติแต่ในยามนี้กลับถูกเขาเรียกใช้งานราวกับข้ารับใช้ส่วนตัวเสียอย่างนั้น
ท่ามกลางความหวาดผวาของหม่าอัน หลินหย่งโซ่ว และคนอื่น ๆ ลวี่จูเอ๋อร์หยิบป้ายคำสั่งออกมาแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"คำสั่งของคุณหนูใหญ่ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป… เฉินฉางอันคือผู้ดูแลสามคนใหม่ของตระกูลจี สวนสมุนไพรนับร้อยหมู่และสมุนไพริญญานับพันต้น!"