บทที่10
สามวันต่อมาบนเรือสำเภาลำใหญ่ ทรงกลดพร้อมพรรคพวกรวมกลุ่มกัน พวกเขากำลังมองดูแผนที่ในมือเนื่องจากการเดินทางไปค่ายโจรสลัด ทำให้พวกเขาออกนอกเส้นทางไปวันนี้ได้กลับมาสู่เส้นทางเดิม เรือลำงามกำลังมุ่งทิศทางไปยังเมืองด็องตูเมืองที่อลิสาถูกสลัดจับไปคราวนั้น
เมื่อพวกเขาแล่นผ่านเมืองด็องตูที่มองเห็นซากกำแพงโบราณอยู่ใกลลิบอรุณเบิกก็เอ่ยปากขึ้น
“นายน้อยเราจะไม่แวะด็องตูจริงเหรอ”
“ไม่หล่ะพี่รุน เราเสียเวลามาหลายวันแล้ว”
“พี่ทำไมต้องรีบไปด้วยจะได้รีบส่งหนูกลับบ้านเร็วๆใช่มั๊ย” ั้แ่พวกเขาผจญภัยมาด้วยกัน อลิสาเริ่มพูดจามากขึ้นแม้จะฟังไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่ ชายหนุ่มกลับไม่ใส่ใจ คร้านที่จะตอบ
“นายน้อยมีกองเรือขวางเราอยู่ข้างหน้า” โบอาที่ทำหน้าที่ควบคุมพวงมาลัยเรือะโเสียงดังทุกคนรีบวิ่งขึ้นไปยังห้องบังคับการเรือ
เรือรบฟริเกตสุดทันสมัยสามลำจอดนิ่งลอยลำอยู่เบื้องหน้าขวางเส้นทางเดินเรือของทรงกลดไว้เมื่อเรือทั้งสองฝ่ายใกล้กันในระยะสองร้อยเมตรปรากฏชายในเครื่องแบบทหารเรือเต็มยศยืนยิ้มอยู่บนดาดฟ้าเรือรบลำกลาง ด้านข้างมีชายในชุดพลเรือนสามคนและนายทหารเรือยศสูงยืนเรียงรายอีกแปดคน พวกเขามีลักษณะผูกมิตรเหมือนรอต้อนรับมากกว่าจะขัดขวาง
“พวกเรากองเรือพิทักษ์สมุทรที่สามแห่งครูก้าขอพบคุณชายทรงกลดโปรดอนุญาตด้วยครับ”เสียงจากลำโพงบนเรือรบดังก้องไปทั่วบริเวณมองเห็นเรือทุกลำมีทหารเรือจำนวนไม่น้อยตั้งแถวยืนอยู่อย่างสงบ
สามองครักษ์เงามีสีหน้าประหลาดใจนายน้อยไปทำอะไรไว้ ทำไมถึงได้รู้จักกับคนระดับนี้ พวกเขามีจุดประสงค์อะไรกัน
เมื่อเรือทั้งสองฝ่ายเทียบข้างกันบันไดเหล็กถูกพาดมาจากเรือฟริเกตทรงกลดในท่ายืนสบายๆเขายิ้มส่งสายตาไปยังชายคนหนึ่งที่กำลังก้าวข้ามเรือมายังมีคนตามมาอีกเป็ขบวน
“ไอหนูเราพบกันอีกแล้ว”
“สวัสดีครับลุงตงฟง อะไรทำให้ลุงมาถึงที่นี่ได้”ชายหนุ่มกล่าวอย่างประหลาดใจ
“อ้อลืมแนะนำ นี่ท่านผู้บัญชาการฮาล็อง เบอร์นาร์ดผู้บัญชาการกองเรือที่สามแห่งครูก้า”
“สวัสดีหนุ่มน้อย ยินดีที่รับน้ำใจในครั้งนี้ให้พวกเราได้เข้าพบ”ผู้การวัยสี่สิบห้ากล่าวใบหน้ายิ้มแย้ม
ทรงกลดพอจะเดาเื่ราวออกคร่าวๆครั้งก่อนเขาชนะพนันทายสมุนไพรที่ตลาดด็องตูคงเป็จุดเริ่มต้นทำให้ตัวเองพอมีชื่อเสียงอยู่บ้าง ใครๆก็อยากเข้าหา
“ทหารยกของมา”สิ้นเสียงผู้บัญชาการฯปรากฎพลทหารหาบลังไม้ใบใหญ่สามใบเดินข้ามมายังเรือสำเภา “นี่เป็ของขวัญแรกพบหน้าขอคุณชายอย่าได้รังเกียจ”
เหลือบเห็นลุงฟงลอบพยักหน้าชายหนุ่มจึงยิ้ม “งั้นผมไม่เกรงใจนะครับ ขอบคุณครับท่าน”
“เรียกพี่ดีกว่านะท่านมันดูห่างเหินไป”
“ครับท่าน อุ๊บ ขอโทษครับ พี่”
“นี่ลูกน้องผมเรือเอกอัลลอยส์ เรือเอกฟิสิกส์ เรือโทยินดูฟิน แล้วก็เรือโทฟาหับ”ทุกคนหันมายิ้มให้เด็กหนุ่มพร้อมยกมือทำความเคารพ
“พวกเรามารอคุณชายได้ห้าวันแล้วั้แ่ทราบข่าวว่าเพื่อนคุณชายถูกจับตัวไป”ลุงฟงกล่าวยิ้มๆบอกเล่าเื่ราว“ท่านผู้บัญชาการฯอยากจะไปช่วย ติดที่ไม่รู้เส้นทางโจร จึงได้แต่รออยู่ที่นี่หวังจะได้เจอคุณชาย”
“ไม่ทราบลุงฟงมีธุระสำคัญอะไรกับผมมั๊ยครับ”
“ปล่าวไม่มี ไอหนู เพียงแค่ท่านผู้บัญชาการอยากจะรู้จักเทพสมุนไพรคนดัง”
“ไม่เท่าไหร่หรอกครับพี่แค่ผมอ่านหนังสือมากเท่านั้นเอง”ทรงกลดหันมายิ้มให้ฮาล็อง
“ดีดี รู้จักถ่อมตน ไอหนูรู้หรือปล่าวว่า ั้แ่วันนั้นมีคนไปแขวนหนังสือท้าดวลทายสมุนไพรที่ตลาดด็องตูหลายใบเลยนี่ลุงมีติดมือมาด้วย”ลุงฟงส่งหนังสือท้าดวลใบแข็งๆให้กับชายหนุ่ม
ทรงกลดรับมาเปิดอ่านเป็ภาษาครูก้าบ้าง ภาษาอังกฤษบ้าง เว่อร์ไปป่าว แค่ทายสมุนไพรถูกจะดังขนาดนี้แล้วถ้ามีสมุนไพรมากมายในมือสามารถผลิตยาได้จะยิ่งไม่ดังหนักไปอีกเหรอ ชายหนุ่มลอบคิดในใจ
ประเทศครูก้า นับถือเชิดชูนักเล่นยาและสมุนไพรหมอยาที่นี่มีศักดิ์ศรีสูงส่งเทียบเท่าผู้มีอำนาจของประเทศผู้นำประเทศยังเลี้ยงนักเล่นยาไว้หลายคนเพื่อประดับบารมีและผลิตยาชั้นดีให้กับตัวเองและเหล่าบริวาร
ยาที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือยาประเภทสร้างความะปฏิชีวนะ และรักษาสภาพร่างกาย หากมียาดังกล่าวเหล่านี้ไว้ในมือคนผู้นั้นจะมีอำนาจมากมายในประเทศนี้และภูมิภาคข้างเคียง
วันนั้นการสนทนาเป็ไปด้วยความโอภาปราศรัยพูดคำยกยอสองคำ ทั้งหมดร่วมรับประทานอาหารค่ำ เมื่อเสร็จสิ้นทั้งหมดได้มารวมตัวที่สะพานเรือ เตรียมตัวร่ำลากัน
“ไอหนู หลีกเลี่ยงคำท้านะได้ แต่ขอให้ระวังคนคนนึง” ลุงฟังหันมากล่าวประโยคสุดท้ายก่อนจากลา
“ใครหรือครับลุงฟง”
“เทพพงไพรอัมดาฮัม” ทุกคนเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด “คนๆนี้ใจแคบ เห็นใครเด่นเกินตัวไม่ได้ยิ่งเื่สมุนไพรแล้ว ลุงว่ามันไม่อยู่เฉยแน่”
“ผมก็อยู่คงผมเฉยๆไม่คิดจะไปงัดกับใคร อีกอย่างพวกเราก็จะไปจากด็องตูแล้ว คงไม่มีอะไรมั๊ง ลุงฟง”
“อืมลุงก็ภาวนาให้เป็เช่นนั้น หวังว่าเราคงมีวาสนาได้พบกันอีกนะ ไอหนู”
“มีอะไรให้พี่ช่วยบอกได้นะไอน้องไม่ต้องเกรงใจ” ผู้บัญชาการฮาล็องแสดงน้ำใจ
“ขอบคุณทุกท่านเลยครับมีโอกาสผมคงได้ตอบแทนนะครับ”ทรงกลดโค้งตัวเคารพแขกรอบๆ
ผู้บัญชาการฮาล็องลุงฟง และแขกทุกคนก้าวข้ามขึ้นเรือฟริเกตไปเมื่อเรือสองลำแล่นแยกออกจากกันทั้งหมดยังโบกมือให้กันดุจมิตรภาพที่แน่นแฟ้น
จากความพบปะพูดคุยกันครั้งนี้ทำให้ทรงกลดเกิดความคิดหนึ่ง เมื่อการเล่นยาทำให้เขามีพลังได้ เขาจึงมีความคิดที่จะสกัดยาดีๆเพื่อใช้ประโยชน์ในวันข้างหน้ามันอาจจะเป็ใบเบิกทางชั้นดีในการเดินทางไปหาพ่อในครั้งนี้
ชายหนุ่มยังคงต้องอาศัยเรือลำนี้ไปอีกนานเพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการเดินทางไกลจากของกำนัลในหีบสี่ใบใหญ่ความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมาในหัวชายหนุ่ม อัพเกรดเรือ
แต่ตอนนี้เขาต้องหาวัตถุดิบให้พร้อมเสียก่อน เขามีสูตรยาดีๆมากมายจากการอ่านหนังสือรวบรวมและผ่านการประมวลผล
โบอากับซิตงถนัดงานช่างยนต์กับเครื่องกลอรุณเบิกชอบดัดแปลงอาวุธอลิสาแม้นจะขี้บ่นขัดไปเสียทุกเื่แต่ก็ค้านในเื่ที่ดีเมื่อดึงจุดเด่นของแต่ละคนออกมาทรงกลดถึงกับยิ้มประกายตาแวววาวเจิดจ้า
เื่ตามหาพ่อเป็เื่เร่งด่วนก็จริงแต่ข้อมูลเกี่ยวกับพ่อ เขาแทบจะไม่มีเสียเลย ทั้งยังรู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อมพอที่จะเผชิญปัญหาใหญ่เขาต้องสร้างรากฐานตัวเองให้มั่นคงเสียก่อน เขายังขาดแหล่งข่าว ทุนทรัพย์ บริวารและอาวุธชั้นดี
เมืองชังฮาท่าเรือใหญ่เมืองสุดท้ายสุดเขตแดนของประเทศครูก้า จากที่นี่ไปเพียงแค่สองร้อยกิโลเมตรก็จะถึงเขตแดนประเทศเอ็มเบงกอล
เรือสำเภาลำใหญ่คุ้นตาจอดเทียบท่าสงบนิ่งท่าแห่งนี้พลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่ทำการค้าทุกประเภทมีทั้งซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนสินค้าที่นำมาค้าขายมีทั้งสิ่งของและสิ่งมีชีวิตที่นี่ยังมีการค้ามนุษย์กันอย่างโจ่งครึ่มถือเป็เมืองท่าเดียวในภูมิภาคนี้ที่ยอมให้มีการค้าประเภทนี้ขึ้น
อรุณเบิกในร้านแห่งหนึ่งใกล้ท่าเรือกำลังต่อรองราคาหน้าดำคร่ำเครียด พ่อค้าที่นี่โหดสมชื่อกว่าจะตกลงราคากันได้ในของแต่ละรายการเขาแทบกระอัก
“เฮียได้ของครบหรือยัง นายน้อยบอกว่าให้เสร็จก่อนเที่ยงเราจะออกเรือตอนนั้น”โบอาโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ในมือหอบของพะรุงพะรังเต็มไปหมด
“ไปไป ไม่เอาแล้วของ”อรุณเบิกสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขาหอบของในมือแทรกผู้คนที่หนาแน่นเบียดเสียดออกตามโบอาไป
ผู้คนมากมายคับคั่งเดินเบียดเสียดบ้างยกลัง หอบของทางเดินเส้นนี้แทบจะไม่มีที่ว่างให้เดินกันเลย มองไปทางไหนก็มีแต่ผู้คนเต็มไปหมด
หญิงสาววัยยี่สิบสองหน้าตามอมแมมเสื้อผ้าเก่าขาด วิ่งแหวกฝูงชนด้วยความเร็ว สายตาที่มุ่งมั่นจ้องมองไปข้างหน้าเธอบิดเอว โยกตัวแทรกไปตามช่องว่างอันน้อยนิดของผู้คนที่เดินสัญจรไปมาด้วยความชำนาญ
ด้านหลังนักเลงเ้าถิ่นสามคนวิ่งไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิดพวกมันทั้งแหวกทั้งชนคนที่ขวางหน้าอย่างไม่เกรงใจ
“เฮ๊ย อย่าหนีนะเว๊ย จับได้มึงตายแน่”
ภาพเช่นนี้ดูชินตามีให้เห็นบ่อยๆในท่าเรือแห่งนี้จึงไม่ค่อยมีผู้ใดสนใจมากนักต่างทำธุระของตนเองไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับเื่ของผู้อื่น
เสียงโครม!ไม้พาดอาหารทะเลตากแห้งล้มครืนขวางทางไล่ของชายทั้งสามไว้เสียงคนพุ่งชน เสียงะโด่าดังระงมไปทั่วเกิดเป็ความวุ่นวายเล็กๆขึ้นที่นี่
ลานใหญ่หน้าทางขึ้นเรือซิตงกำลังดูแลกำกับบรรดาลูกหาบขนของขึ้นบนเรือ มีทั้ง เสื้อผ้า อาหาร น้ำและสิ่งของจำเป็อีกหลายอย่างครั้งนี้พวกเขาคงเดินทางอีกหลายวันกว่าจะขึ้นฝั่งท่าต่อไป
สามนักเลงเ้าถิ่นหยุดยืนเกาหัวงุนงงกับผู้คนรอบๆใกล้ๆซิตงที่กำลังสนใจการขนของขึ้นเรือของตนเอง
“หายไปใหนแล้ววะไวจริงๆ”
“ตายแน่กูแล้วนี่จะกลับไปรายงานเถ้าแก่ยังไงดี”นักเลงอีกคนกล่าวอย่างเซ็งๆ
หัวหน้านักเลงส่งสายตามองขึ้นไปบนเรือเขาสงสัยว่าหญิงสาวคนนั้นหนีขึ้นไปบนเรือลำนี้หรือปล่าว
“เฮีย โบอา กลับมากันแล้วเหรอผมเหลืออีกสามกองนี่ก็เสร็จแล้ว”ซิตงยิ้มให้สองหนุ่มที่ถือของเยอะแยะกลับมาเตรียมจะขึ้นเรือ
“นายน้อยกลับมาหรือยัง”อรุณเบิกมองหาคนบนเรือ
“ยังเลยเดี๋ยวคงมา ใกล้ได้เวลาแล้วนี่”ซิตงกล่าวไปหอบไปคนคับคั่งบางครั้งต้องะโคุยกันถึงจะรู้เื่ “เฮีย ได้เหล้ามาหรือปล่าว”
“นี่ไงพอมั๊ย”อรุณเบิกโชว์พวงไหเหล้าในมือ
“ผมก็ได้เหล้าดีมาขนไปเก็บในเรือั้แ่เมื่อวานแล้ว”ซิตงตื่นเต้นกว่าทุกคน
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ผมจะรอดู ระหว่างเหล้าของเฮียรุน กับไอซิ ของใครจะเจ๋งกว่ากัน”
ทั้งสามหัวเราะออกมาพร้อมกันด้วยความเบิกบานใจ
ชีวิตสามองครักษ์หนุ่มช่างมีความสุขเดินทาง ท่องเที่ยว หาอาหาร กิน ดื่ม เมา น้อยครั้งที่นายน้อยจะออกคำสั่งทุกคนอิสระ สบายๆ
เมื่อคิดถึงวันที่นายน้อยถึงจุดหมายปลายทางทุกคนจะออกอาการเหงาหงอย หรือวันนั้นจะเป็วันสุดท้ายที่พวกเขาจะได้ร่วมเดินทางผจญภัยกับนายน้อย