วันรุ่งขึ้น มันตื่นั้แ่เช้าหาซื้อหมั่นโถ่สองลูกแถวๆโรงเตี๊ยม บริเวณรอบโรงเตี๊ยมมีเพียงแค่กลุ่มผู้ทดสอบ ส่วนผู้ที่ติดตามนั้นสำนักัดำสามเศียรประกาศออกมาอย่างชัดเจน ให้พวกมันถอยห่างจากสำนักยี่สิบลี้ มันจึงเดินหาของกินอย่างไร้กังวล
เฟยซุนเข้าไปรอลานทดสอบ รอบที่สองก่อนเวลานัดหมายในระหว่างรอเวลา มันบังเอิญพบศัตรูเก่าอีกครั้ง ต้วนกงฝูในคราวนี้มันเดินมากับรุ่นพี่ในสำนัก
“ เ้าเด็กเหลือขอ ถึงแม้เ้าจะเป็ญาติของผู้าุโฮุ่ยเหมยแต่อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าทำไรเ้านะ เ้าผ่านรอบสองให้ได้ละกัน แล้วข้าจะรอต้อนรับเ้าอย่างดี ฮ่า ฮ่า ” ต้วงกงฝูเอ่ยอย่างยิ่งผยองแล้วจากไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างชั่วร้าย
เฟยซุนไม่อยากเสียเวลาคุยกับพวกนี้ มันจึงเงียบไม่อยากต่อปากต่อคนพวกนี้ มันครุ่นคิดถึงการทดสอบรอบที่สอง การวัดพลังกายภาพครั้งนี้มันควรปล่อยปราณจุดกักเก็บทั้งห้าไหม เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนถึงเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
“ การทดสอบรอบนี้เป็รอบสุดท้าย ขอให้ผู้ทดสอบจงแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ทางสำนักัดำสามเศียรปีนี้จะรับศิษย์ใหม่อีกเพียงหนึ่งพันคน เราจะเอาคะแนนทั้งสองรอบมาคำนวนใครคะแนนรวมมากที่สุด หนึ่งพันอันดับแรก ถือว่าผ่านการคัดเลือกเป็ศิษย์ใหม่ของสำนัก” คณะกรรมการประกาศอย่างจริงจัง
“ หะ ทำไมไม่บอกกันก่อน ข้าจะได้ไปสมัครสำนักอื่น บ้าที่สุด ”
“ ทำแบบนี้ได้ยังไงกัน ข้าต้องเดินทางมาไกลเพื่ออะไรกับจู่ๆก็มาประกาศรับเพียงหนึ่งพันคน ”
ผู้ทดสอบบ่นเป็เสียงเดียวกันด้วยความใและไม่เห็นด้วยแต่ไม่สามารถทำอะไรนอกจากยอมรับมัน สายตาทุกคนจากเดิมขอแค่ผ่านก็พอ ในตอนนี้สายตาพวกมันเปลี่ยนไปเป็คนละคนเลยทีเดียว
ขณะที่คนไม่พอใจกับการประกาศเช่นนี้ ทว่าไม่มีใครล่วงรู้ถึงสาเหตุแม้แต่คณะกรรมการก็ไม่อาจเข้าใจ ทั้งหมดมาจาก ผู้าุโฮุ่ยเหมยและผู้าุโหลินหลินที่อยากลองดูพลังที่แท้ของเฟยซุน การที่ผู้าุโเห็นมันะเิพลังปราณอย่างฉับพลันเข้าหักล้างพลังปราณี่ต่างระดับของต้วนกงฝูได้การกระทำนั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาของพวกนางไปได้
การปรับเปลี่ยนกฎการรับสมัครในครั้งนี้ คนที่มีผลกระทบมากที่สุดก็คือเฟบซุนรอบแรกมันขอแค่ผ่านไม่อยากทำตัวโดดเด่น แต่ในครั้งนี้มันอาจต้องเปิดเผยพลังบางส่วนเพื่อ่ชิงหนึ่งพันอันดับแรกมาให้ได้ เพื่อเข้าสำนักัดำสามเศียรและคุ้มภัยจากการตามล่าของตระกูลมัน
“ ครั้งนี้เพื่อความเป็ธรรม ทางคณะกรรมการจะเรียกจากลำดับท้ายสุดไปหน้าสุดขอจงเตรียมตัวให้พร้อมในสิบห้านาที ” คณะกรรมการประกาศอีกครั้ง
หมายเลขสุดท้ายไม่อาจทำใจได้ ใจมันเต้นตึกๆ “ การเป็คนแรกของการทดสอบมันกดดันยิ่งนี้ มันไม่ง่ายเลย” มันแอบบ่นในใจ ตอนนี้มันยืนอยู่หน้ากระน้ำมายา มันปลดปล่อยพลังออกมาสุดชีวิตยากที่จะควบคุมรวมไว้ที่มือขวาในเสี้ยววิมันปล่อยหมัดออกไปด้วยความเร็วสูงใส่กระจกน้ำมายา
ฟุบ เสียงมือลอดเข้าไปในกระจกเงามายาตัวเลขค่อยๆปรากฏขึ้น “ สองพันห้าคะแนน ”
ทั่วลานทดสอบยืนโง่งงกันหมดมีน้อยคนที่จะเข้าใจความหมายของการทดสอบนี้
คนที่สอง คนที่สามผ่านไป จนถึงคนที่สิบ คะแนนที่พวกมันทำได้ไม่ถึงสามพันคะแนนทำให้ทั่วลานทดสอบพูดคุยหาสาเหตุทำไมถึงได้คะแนนน้อย
“ การทดสอบนี้คือการประสานพลังปราณเข้ากับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายแล้วโจมตีมันเข้าไปในกระจกน้ำมายา ” คุณชายิเจ๋อจากตระกูลใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยความเย่อหยิ่ง
ยามเฟยซุนได้ยินคุณชายิเจ๋อ โอ้อวดความรู้นี้ เจ๋อ ำไดุ้ดชีวิตอรและใที่นมันรู้สึกหงุดหงิดเป็อย่างมาก “ บ้าที่สุด ไปบอกมันทำไมเนี่ย แบบนี้คะแนนพวกคนที่เหลือทำคะแนนได้สูงแน่นเลย”
“ โอ้วววว ได้ผลจริงด้วย ” ผู้ทดสอบะโอย่างดีใจ
เฟยซุนได้ยินเสียงดีใจมันรีบเงยมองไปที่กระจกน้ำมายา ห้าพันแปดร้อยคะแนน “ เฮ้ออ…ดูท่าข้าต้องเปิดเผยพลังจริงๆ ”
“ ฮ่า ฮ่า หลินหลินดูหน้าเ้าเด็กบ้านั้น ทำหน้าเสียใหญ่เลย ”
“ นั้นมันญาติเ้าไม่ใช่หรือไง จะแกล้งมันทำไม ”
“ เ้าก็อยากรู้พลังที่แท้จริงของมันเช่นข้าไม่ใช่หรือยังไง ”
“ ฮืม ! ” กหงุดหงิดอย่างมากลยนงในรใดส่วนหนึ่งของร่างการแล้วโจมตีมันออกไปพร้อมกันกรรมการก็ไม่อาจเข้าใจทั้งหมดมาจาก ผู้าุโเหมย ท
สองผู้าุโหัวหน้าคณะกรรมการกำลังถกเถียงเกี่ยวกับมัน
ผ่านไปสองพันคน
คะแนนสูงสุดอยู่ที่ แปดพันเจ็ดคะแนน
คะแนนต่ำสุดอยู่ที่ หกพันเก้าคะแนน
เฟยซุนเห็นคะแนนไม่อาจนิ่งนอนใจได้อีกข้าต้องทำไรสักอย่างแล้ว พลันหลับตาลงลึกเข้าไปในห้วงสติ ขณะนี้มันปิดััทั้งห้าไม่อาจรับรู้อะไรได้อีกภายในตัวมันมีปราณทมิฬอยู่ในตัวไม่อาจใช้ได้โดยเปิดเผย มันฝืนลองเข้าไปในส่วนลึกของห้วงแก่นปราณทมิฬดึงปราณทมิฬสายที่บางที่สุดออกมา ผสานเข้ากับพลังปราณก่อตั้งขั้นที่สองพลังทั้งสองสายเมื่อรวมกันแล้ว ปรากฏกลิ่นอายปราณทมิฬอยู่สิบส่วนตัวมันต้องกลั่นปราณทมิฬให้เบาบางน้อยลงเหลือเพียงหนึ่งส่วนจึงจะรอดพ้นสายตาเหล่าผู้าุโของสำัดำสามเศียรมันชักนำพลังปราณทมิฬเส้นนั้นแยกออกเป็ห้าส่วน ผสานเข้ากับจุดกักเก็บลมปราณทั้งห้าจุด
ยามมันะเิพลังทั้งห้าจุดพลังจะพุ่งออกจากทั่วร่าง ทว่ากลิ่นอายปราณทมิฬไม่อาจหลุดพ้นออกมา มันค้นพบความสามารถอีกอย่างหนึ่งของจุดกักเก็บลมปราณทั้งห้าอีกอย่างหนึ่งคือปิดกลั้นกลิ่นอายอย่างสมบูรณ์
ก่อนใช้พลังปราณทมิฬ มันต้องนำพลังปราณทมิฬมาแยกเป็ห้าสายก่อนเข้าไปเก็บในจุดกักเก็บปราณทั้งห้าก่อนเกิดการต่อสู้ แต่ถ้ามันพลาดปลดปล่อยปราณทมิฬโดยไม่ได้ะเิพลังจากจุดกักเก็บพลังปราณทั้งห้าจะส่งผลให้กลิ่นอายปราณทมิฬแพรออกมาจากทั่วร่างได้
“ หมายเลขที่หนึ่ง ออกมาทดสอบได้ ”คณะกรรมการประกาศพร้อมมองไปที่เฟยซุน
“ ฮุ่ยซุน เ้าได้ยินไหม ถ้าเ้าไม่ออกมา ภายในสิบลมหายใจข้าจะตัดสิทธิ์เ้า ” คณะกรรมการเอ่ยอย่างหมดความอดทน
มันในยามนี้ปิดััทั้งห้าไม่อาจรับรู้เสียงรอบข้างใดๆทั้งสิ้น
เหล่าผู้ทดสอบ มองเฟยซุนดั่งตัวประหลาดในหมู่พวกมัน “…มันจะทำอะไรของมัน สงสัยเมื่อคืนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับแน่นๆเลย ฮ่าฮ่า ” เสียงหัวเราะเกิดขึ้นจำนวนมาก
“ เ้าเด็กบ้า เ้ามาปิดกั้นััทั้งห้าอะไรตอนนี้ เสียงของฮุ่ยเหมยเล็ดลอดเข้าไปในห้วงสติของมัน ” ฮุ่ยเหมยเอ่ยอย่างไม่พอใจ
ยามมันได้ยินตัวมันใรีบเอ่ยตอบอย่างไม่ทันคิด“ พี่ฮุ่ยเหมย” มันรีบออกจากการปิดััทั้งห้า พลันลืมตารีบลุกขึ้นโดยไม่รู้ทิศเหนือรู้ทิศใต้แต่อย่างใดมันะโอย่างรีบร้อน “ ข้าอยู่นี้ ข้าพร้อมแล้ว ”
“ มันเรียกข้า พี่ฮุ่ยเหมย เป็ครั้งที่สองแล้ว ข้ากันมันเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนนะข้าจำไม่ได้เลย ชื่อเฟยซุนเหรอ เมื่อหลายเดือนก่อนที่คุณหนูลี่เซียนปลอมตัวเป็นายน้อยหยาง แต่เ้าเด็กเหลือขอคนนั้นก็ชื่อเฟยซุนแต่คนนั้นมันผมสีฟ้าน่าจะเป็คนละคนกันละมั้ง ” ฮุ่ยเหมยยังคงแคลบที่มาที่ไปของมันอย่างไม่วางใจ
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าจะหันหลังให้คณะกรรมทำไม ”เหล่าผู้ทดสอบหัวเราะใส่มันดั่งประหนึ่งตัวประหลาดประจำงานทดสอบในครั้งนี้
“…” ทว่ามันไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกา มันหันหลังและเดินตรงไปยังที่กระจกน้ำมายา ั์ตาคณะกรรมการจดจ้องมองมันด้วยสีหน้าแปลกประหลาด เหตุใดั์ตามันไม่เหมือนตอนทดสอบรอบที่หนึ่งเลย
ตอนนี้เฟยซุนตั้งสมาธิจนไม่อาจสนใจสถานการณ์รอบตัวมัน ไม่ว่าคะแนนสูงสุดและคะแนนต่ำสุดเท่าไร มันไม่มีเวลามาหาข้อมูลต่อไป
มันยืนอยู่หน้ากระจกน้ำมายา ก่อนดวงตาค่อยๆหลับอย่างช้าๆจิตััลงลึกเข้าไปในห้วงแก่นปราณทมิฬชักนำสายพลังปราณทมิฬเข้าไปเก็บในจุดกักเก็บพลัง ผ่านไปเกือบห้านาที มันยังคงยืนหลับตาตลอดโดยไม่ทำอะไรคณะกรรมการมองมันด้วยความประหลาดใจอีกครั้งพลันเอ่ยออกมา “ เ้าจะทดสอบรอบนี้หรือไม่ ” เพียงพริบตาั์ตามันเบิกโพลงขึ้นมาทันที รอบตัวมันปรากฏพลังปราณปกคลุมที่แขนขวาจุดเดียวอย่างหนาแน่นกำลังผสานรวมเข้ากับหมัดขวาของมันประหนึ่งเป็เนื้อเดียวกัน
“ ทำได้ดี…แต่แค่นั้นยังดีไม่พอที่จะผ่านคะแนนต่ำสุดได้หรอก” คุณชายิเจ๋อกล่าวอีกครั้งด้วยความเย่อหยิ่งอีกครั้ง
เหล่าผู้ทดสอบ มองไปที่มันก่อนพยักหน้าเสมือนเห็นด้วยกับที่คุณชายิเจ๋อกล่าว
ย๊ากกกกกกกกกกกกกกก
ในเสี้ยววิจุดกักเก็บพลังปราณทั้งห้าจุดะเิขึ้นพร้อมกันพลังปราณห้าสายไหลทะลักเข้าสู่แขนขวาอย่างฉับพลัน หมัดของมันพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วทะลุผ่านเข้าไปในกระจกน้ำมายาพลังปราณที่ผสานกับหมัดะเิออกมาอย่างรุนแรง
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ
เสียงมานพลังกำลังจะแยกออกจากกัน
“ แย่แล้วกระจกน้ำมายาไม่อาจรับพลังหมัดนี้ของมันไหว ” คณะกรรมการกล่าวอย่างตื่นตระหนก
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ ปังงง
กระจกน้ำมายาแตกออกเป็เสี่ยงๆ ตัวเลขค่อยๆขึ้นหนึ่งหมื่นคะแนน
คณะกรรมการใจนไม่อาจยืนหยัดด้วยขาของมันพลันเซล้มก้นกระแทกพื้นอย่างแรง
คุณชายิเจ๋อในยามนี้มันอ้าปากค้างไม่อาจหุบได้ แข็งขาอ่อนแรงทิ้งตัวลงไปเบื้องหน้าคางมันหล่นกระแทกเข้ากับพื้นจนคางแตก ทว่ามันก็ยังไม่สามารถหุบปากได้อยู่ดี
“ ไอเด็กบ้านั้น หมัดผสานปราณของมันสามารถทำกระจกน้ำมายาแตกได้เยี่ยงไร กระจกนั้นมันสามารถรับการโจมตีของผู้ที่อยู่ใน่พลังปราณนักรบขั้นที่ห้าได้เลย”
“ ญาติเ้าไม่ธรรมดาอย่างที่เ้าบอกจริงๆแสดงว่าการทดสอบรอบแรกมันปิดบังพลังที่แท้จริง ”
“ ฮืม ! ข้าก็ว่าอย่างนั้นไอเด็กบ้านี้ มันมีความลับอะไรบ้างที่ยังไม่บอกข้า ข้าต้องรู้มันให้ได้ ”
ผู้าุโฮุ่ยเหมยกับผู้าุโหลินหลินต่างวิเคราะห์การกระทำของมันจากระยะไกลด้วยความตกตะลึง