บทที่ 1 เกิดใหม่เมื่อยี่สิบปีก่อน
ในโรงงานร้างแห่งหนึ่งแถวชานเมืองปักกิ่ง หญิงวัยกลางคนรูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่งถูกมัดไว้ ใบหน้าของเธอมีาแเหวอะหวะหลายแห่ง ร่างกายเต็มไปด้วยคราบเื
ตู้ม!
เสียงะเิดังขึ้น ชายในชุดทหารคนหนึ่งกระโจนเข้ามาตรงหน้าเธอ กอดเธอไว้แน่น ปกป้องเธอจากเปลวไฟที่ลุกโชน
“ไม่นะ!”
เจียงเยว่ตื่นจากฝันร้าย ได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้น
“เจียงเยว่ เธอเป็อะไรไป?”
เจียงเยว่มองหญิงสาวตรงหน้า เธอมีดวงตาเล็ก ใบหน้าค่อนข้างใหญ่ มีกระอยู่สองสามจุดบนแก้ม เจียงเยว่ใ ผลักเธอออก
“โอ๊ย เจ็บนะ”
ฉินเซียงล้มลงบนพื้น มองเจียงเยว่น้ำตาคลอ
เจียงเยว่มองฉินเซียงที่ล้มอยู่บนพื้น เธอชะงักไป
ฉินเซียงตรงหน้าสวมเสื้อผ้าสีเทาโทรม ๆ มีรอยปะหลายจุด เจียงเยว่มองไปรอบ ๆ
ได้ยินเสียงรถไฟดังก้องหู ในตู้รถไฟคนแน่นขนัด ทุกคนสวมเสื้อผ้าสีทึม ทั้งสีเทา สีน้ำเงิน และสีอื่น ๆ ที่เรียบง่าย เป็ชุดที่เหมือนกับ่ยุค 70
เธอก้มลงมองตัวเอง มือขาวเนียน สวมเสื้อโค้ทผ้าขนสัตว์ สวมกางเกงขายาวสีดำกับรองเท้าหนังส้นเตี้ย ผมเปียสองข้างผูกด้วยริบบิ้นสีชมพู
เธอกำลังจะไปที่ไหน? ความทรงจำในอดีตปรากฏขึ้นในหัวอย่างชัดเจน
เธอแต่งงานแล้ว แต่งงานกับลู่อวี้
ลูกอวี้เป็หลานชายของสหายทหารเก่าของคุณปู่ เขาสูงราว 188 เิเ ผมสั้น หน้าตาหล่อเหลา ดวงตาคมกริบ และเคยออกรบมาแล้ว บรรยากาศรอบตัวจึงค่อนข้างเคร่งขรึมและกดดัน
อย่างไรก็ตาม ฉินเซียงเพื่อนร่วมชั้นของเจียงเยว่บอกว่า การเชื่อฟังคำสั่งของพ่อแม่ไม่ถูก ฉินเซียงบอกว่าเธอไม่เหมาะสมกับลู่อวี้ เธอควรจะแต่งงานกับคนผิวขาว สวมแว่นตา
คนที่มีบุคลิกของนักวิชาการ...
ตอนนั้นเธอหลงเชื่อคำพูดของฉินเซียงเพราะความเข้าใจผิดบางอย่าง และเพื่อที่จะหย่าร้างกับลู่อวี้ ทำให้มีปากเสียงกับคนในครอบครัวอย่างรุนแรง ทุกคนโกรธเธอ เธอเลยหนีกลับปักกิ่ง แม้ลู่อวี้พยายามรั้งเธอไว้ แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจเธอได้
เธอเชื่อฟังคำพูดของฉินเซียง และตอนนี้ก็กำลังเดินทางไปหาลู่อวี้เพื่อคุยเื่การหย่าร้าง
เธอกำลังนั่งอยู่บนรถไฟที่มุ่งหน้าไปเมืองเซียงเฉิง
คนที่อยู่ตรงหน้าเธอก็คือฉินเซียงที่กำลังจะไปค่ายทหารด้วยกัน
และนับจากเหตุการณ์นี้ไปโศกนาฏกรรมจะเริ่มต้นขึ้น
ไม่รู้ว่าฉินเซียงตกหลุมรักลู่อวี้ั้แ่เมื่อไหร่
เธอใช้โอกาสที่มาเมืองเซียงเฉิงคราวนี้ร่วมมือกับคนกลุ่มหนึ่งวางยาสลบเธอ
จากนั้นก็ขายเธอไปยังหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง...
ผ่านไปครู่หนึ่ง เจียงเยว่ถึงได้สติ
เหมือนว่าเธอย้อนเวลากลับมาใน่ฤดูใบไม้ร่วงปี 1976
เจียงเยว่กำมือแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความแค้น…
์เห็นใจ
เธอสามารถเริ่มต้นทุกอย่างใหม่ได้ เธอจะทำให้คนชั่วได้รับผลกรรมที่ควรได้รับ
เมื่อเห็นสายตาเ็าของเจียงเยว่ ฉินเซียงก็กลัวขึ้นมา แต่เมื่อนึกถึงแผนการของตัวเอง เธอก็รวบรวมความกล้าอีกครั้ง
เธอยื่นขวดน้ำและซาลาเปาให้เจียงเยว่
“เจียงเยว่ ฉันเพิ่งซื้อน้ำกับซาลาเปามา เธอกินสิ”
เจียงเยว่เลื่อนสายตามองไปที่ซาลาเปาในมือของฉินเซียง
ซาลาเปาสองลูก ลูกหนึ่งมีบางอย่างผสมอยู่ น้ำสองขวด น้ำขวดหนึ่งก็มีบางอย่างผสมอยู่เช่นกัน
หากเธอกินซาลาเปาและดื่มน้ำที่มีบางอย่างผสม เธอก็จะถูกพาลงจากรถไฟ
เมื่อเห็นเจียงเยว่ทำหน้าเ็าไม่พูดอะไร
สายตาจับจ้องที่ซาลาเปาและน้ำ ฉินเซียงเริ่มร้อนรน เธอวางของลงบนโต๊ะ
ขณะที่เจียงเยว่กำลังคิดว่าจะจัดการกับฉินเซียงอย่างไร เธอก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าผ้าสีเขียวบนโต๊ะ ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว
เธอยื่นมือออกไป ทำกระเป๋าผ้าสีเขียวตกลงพื้น
ฉินเซียงก้มลงหยิบกระเป๋าผ้า แล้วยื่นส่งให้เจียงเยว่ด้วยสองมือ มองเธอด้วยสายตาเอาอกเอาใจ
เจียงเยว่รับกระเป๋าผ้ามา ก่อนจะหยิบซาลาเปาบนโต๊ะมากินอย่างเอร็ดอร่อย
ไม่นานเจียงเยว่ก็หลับตาลง
“เจียงเยว่” ฉินเซียงเรียกพลางเขย่าแขนเจียงเยว่
เรียกอยู่สองสามครั้ง พอเห็นว่าเจียงเยว่ไม่ตื่น แววตาฉินเซียงเป็ประกาย
บนใบหน้าเผยรอยยิ้มพึงพอใจ
ฉินเซียงกินซาลาเปาและน้ำที่เหลืออีกชุด ไม่นานก็เริ่มหาว
เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ยังไม่ทันได้ไต่ตรองอะไรมากก็สลบไป
ผ่านราวสิบกว่านาที เจียงเยว่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะโยนซาลาเปาที่ฉีกเป็ชิ้นในมือลงพื้นทั้งหมด
เจียงเยว่สะพายกระเป๋าผ้าใบสีเขียว เดินตรงไปที่ตู้เสบียง เธอซื้อข้าวราคาห้าเหมา*[1] มานั่งกิน จากนั้นก็ยืนอยู่ในตู้เสบียงอีกราว ๆ หนึ่งชั่วโมง ก่อนจะกลับไปยังตู้โดยสารเดิม
ทว่าฉินเซียงไม่อยู่บนที่นั่งแล้ว
แล้วกระเป๋าเดินทางที่พวกเธอเอามาก็หายไปเกือบครึ่ง
“กระเป๋าของฉันหาย!” เจียงเยว่ะโเสียงดัง
เสียงเอะอะโวยวายทำให้ตำรวจรถไฟรีบเดินเข้ามา
เจียงเยว่รีบแจ้งว่าเพื่อนร่วมชั้นและกระเป๋าเดินทางของเธอหายไป
หลังจากที่ตำรวจรถไฟได้ยินก็เริ่มสอบสวน
“เมื่อกี้ฉันเห็นสามีภรรยาคู่หนึ่งพาเธอลงจากรถไฟที่สถานีก่อนหน้านี้ ของก็ถูกพวกเขาเอาไปด้วย”
หลังจากตามหาอยู่ครึ่งชั่วโมงก็ไม่พบร่องรอยของฉินเซียง ตำรวจรถไฟจึงโทรแจ้งไปทางสถานี บอกเื่ที่ฉินเซียงหายตัวไป
“ได้โปรดช่วยฉันตามหาเพื่อนร่วมชั้นของฉันด้วยนะคะ...”
เจียงเยว่พูดกับตำรวจรถไฟด้วยน้ำเสียงร้อนใจเหมือนจะร้องไห้
“เราจะพยายามอย่างเต็มที่ ถ้ามีข่าวอะไรเราจะรีบแจ้งให้ทราบครับ”
ไม่นานรถไฟก็มาถึงเมืองเซียงเฉิง เจียงเยว่สะพายกระเป๋าผ้าใบสีเขียว แล้วถือถุงผ้าใบเล็ก ๆ อีกสองใบลงจากรถไฟ
หน้าสถานี ลู่อวี้และจางวั่งยืนอยู่ที่ทางออก
“ท่านผู้บังคับกองพัน ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว ทำไมพี่สะใภ้ยังไม่ออกมาอีกครับ?”
ลู่อวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของจางวั่ง
บนใบหน้าเผยความกังวล
ตอนเจียงเยว่ออกจากบ้านตระกูลเจียง เธอไม่ได้บอกเขา
เป็พ่อตาที่โทรหา พอเขาให้คนสืบดูแล้ว ถึงได้รู้ว่าเจียงเยว่นั่งรถไฟมาที่เมืองเซียงเฉิง
ตอนนี้ในใจของลู่อวี้ทั้งดีใจและประหม่า
การที่เธอมาคราวนี้ หมายความว่าเธอยินดีที่จะอยู่กับเขาแล้วใช่ไหม?
เมื่อนึกถึงตรงนี้ มุมปากของลู่อวี้ยกขึ้นเล็กน้อย
หลังจากเจียงเยว่เดินออกมา และมองเห็นความมืดมิดภายนอก
ในใจก็หงุดหงิด
เธอมาที่นี่ ทั้งครอบครัวและลู่อวี้ต่างก็ไม่รู้
แถมตอนนี้ก็ไม่มีรถไปหาลู่อวี้แล้ว
เธอมองไปรอบ ๆ แล้วสายตาของเธอก็สบเข้ากับสายตาของคนคนหนึ่ง…ลู่อวี้
ลู่อวี้ยืนอยู่ใต้เสาไฟ ราวกับเดินออกมาจากแสงสว่าง เธอมองลู่อวี้
ในหัวเต็มไปด้วยภาพตอนที่เขากระโจนเข้ามากอดเธอตอนเกิดะเิ
ดวงตาของเธอแดงก่ำ หยดน้ำตาเหมือนไข่มุกที่ร่วงหล่น
ถุงในมือร่วงลงพื้น
หัวใจของลู่อวี้กระตุก ขายาวก้าวเท้าเร็ว ๆ ตรงไปหาเจียงเยว่
“ภรร... คุณเป็อะไรไป?”
เขาอยากเรียกเธอว่าภรรยา แต่เจียงเยว่ไม่ชอบให้เขาเรียกเธอแบบนั้น ลู่อวี้เลยรีบเปลี่ยนคำพูด
“ฮือ” เจียงเยว่โผกอดลู่อวี้พลางร้องไห้โฮ
ลู่อวี้ตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก
เธอกอดเขาจริง ๆ เหรอ?
แต่พอได้ยินเสียงร้องไห้ที่น่าสงสารของเธอ หัวใจของลู่อวี้ก็เ็ปมาก
“ใครรังแกคุณครับ บอกผมมา ผมจะไปจัดการให้”
เจียงเยว่กอดลู่อวี้แน่น ส่ายหัวทั้งน้ำตา
ความโเี้ผุดขึ้นมาในใจของลู่อวี้
ใครที่กล้าทำให้ภรรยาของเขาร้องไห้ เขาจะไม่มีวันไว้ชีวิตมันแน่
[1] เหมา เป็สกุลเงิน 10 เหมา เท่ากับ 1 หยวน